จับตา Reinvent Thailand เร่งเครื่อง 7 ปลดล็อก เมื่อรัฐ–เอกชนเดินหน้าปรับกติกาธุรกิจไทย

จับตา Reinvent Thailand เร่งเครื่อง 7 ปลดล็อก เมื่อรัฐ–เอกชนเดินหน้าปรับกติกาธุรกิจไทย

สรุปประเด็น

  • ผลักดัน 7 ปลดล็อก: ส.อ.ท. เตรียมหารือภาครัฐเพื่อผลักดันข้อเสนอ "7 ปลดล็อก" ช่วยยกระดับความสามารถในการแข่งขันและลดอุปสรรคทางธุรกิจ

  • ขยับสู่กรอบ Reinvent Thailand: เน้นยกระดับ 7 อุตสาหกรรมเป้าหมายเพื่อเปลี่ยนไทยสู่ฐานการผลิตและบริการที่มีมูลค่าสูงขึ้น ตอบโจทย์เศรษฐกิจยุคใหม่

  • เอกชนนำ–รัฐหนุน: ใช้กลไกความร่วมมือปรับปรุงกติกาและขั้นตอนทางธุรกิจตลอด Business Journey เพื่อให้เอื้อต่อการลงทุนจริง

  • สร้างโอกาสให้ SMEs: การลดขั้นตอนและต้นทุนทางกฎระเบียบช่วยให้ผู้ประกอบการรายย่อยเข้าถึงเงินทุนและเชื่อมต่อกับ Supply Chain ได้ดีขึ้น

  • เน้นผลลัพธ์ในการปฏิบัติ (Execution): ความสำเร็จขึ้นอยู่กับความชัดเจน ตัวชี้วัด และความเร็วในการแปลงข้อเสนอเชิงนโยบายไปสู่มาตรการที่ใช้งานได้จริง

ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่กำลังเข้าสู่บริบทใหม่ ทั้งการแข่งขันด้านการลงทุน การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี และการปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทาน ประเทศไทยกำลังเร่งวางโจทย์ใหม่ให้กับการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน หนึ่งในแนวทางที่ถูกจับตาคือ "Reinvent Thailand" ซึ่งถูกผลักดันในฐานะกรอบความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อสร้างเครื่องยนต์การเติบโตใหม่และปรับประเทศไทยไปสู่ฐานการผลิตและบริการที่มีมูลค่าสูงขึ้น

ล่าสุด สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เตรียมหารือกับ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในวันที่ 21 กันยายน 2569 โดยมีประเด็นสำคัญคือการผลักดัน "7 ปลดล็อก" เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจ [1]

ประเด็นที่ต้องติดตามจึงไม่ใช่เพียงว่า "จะปลดล็อกอะไร" แต่รวมถึงว่า ข้อเสนอจากภาคเอกชนจะถูกแปลงเป็นมาตรการ นโยบาย และการปฏิบัติจริงได้เร็วเพียงใด

Reinvent Thailand กำลังขยับจากแนวคิดการปฏิรูปเศรษฐกิจ ไปสู่โจทย์สำคัญของการปรับสภาพแวดล้อมทางธุรกิจให้เอื้อต่อการลงทุนและการเติบโต

Reinvent Thailand กับโจทย์ "เครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่"

กรอบ Reinvent Thailand ถูกนำเสนอในฐานะแนวทางปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลก โดยภาคเอกชนเสนอให้มุ่งยกระดับอุตสาหกรรมที่ไทยมีฐานเดิมและมีโอกาสต่อยอดสู่ธุรกิจมูลค่าสูง

กรอบที่ คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) นำเสนอครอบคลุม 7 อุตสาหกรรมแห่งอนาคต ได้แก่ [2]

  1. เกษตรและเกษตรแปรรูป
  2. ยานยนต์
  3. อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะและบริการดิจิทัล
  4. การแพทย์และสุขภาพ
  5. การท่องเที่ยว
  6. การค้าปลีกและการค้า
  7. เศรษฐกิจสร้างสรรค์

เป้าหมายสำคัญคือการยกระดับประเทศไทยจากฐานการผลิตและบริการแบบเดิม ไปสู่ ฐานการผลิตและบริการมูลค่าสูง ที่เชื่อมโยงกับห่วงโซ่อุปทานระดับภูมิภาคและระดับโลกมากขึ้น

ดังนั้น "Reinvent" จึงไม่ได้หมายถึงการสร้างอุตสาหกรรมใหม่ทั้งหมด แต่เป็นการ Reposition จุดแข็งเดิมของไทยให้ตอบโจทย์เศรษฐกิจยุคใหม่

"7 ปลดล็อก" กับโจทย์ใหญ่ของภาคธุรกิจ

การผลักดัน 7 ปลดล็อกที่กำลังเข้าสู่การหารือระหว่างภาครัฐและ ส.อ.ท. สะท้อนโจทย์สำคัญที่ภาคธุรกิจต้องการเห็นการปรับปรุงสภาพแวดล้อมในการประกอบธุรกิจ [1]

อย่างไรก็ตาม ณ ขณะนี้ รายละเอียดของทั้ง 7 ข้อยังไม่ควรถูกนำเสนอว่าเป็นมาตรการที่ประกาศใช้แล้ว โดยสาระสำคัญยังอยู่ในขั้นตอนการหารือและผลักดันเชิงนโยบาย

ในเชิงโครงสร้าง สิ่งที่ภาคธุรกิจให้ความสำคัญกับการปลดล็อกกฎระเบียบมักเชื่อมโยงกับประเด็นอย่าง ต้นทุนการทำธุรกิจ ขั้นตอนการอนุมัติ การลงทุน การเข้าถึงเงินทุน การพัฒนาทักษะแรงงาน และความสามารถในการแข่งขัน

แต่รายละเอียดที่เป็นทางการของ 7 ปลดล็อกจำเป็นต้องรอผลการหารือและข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อน จึงจะสามารถประเมินผลกระทบต่อแต่ละอุตสาหกรรมได้อย่างแม่นยำ

ตัวชี้วัดสำคัญของการ "ปลดล็อก" ไม่ใช่จำนวนกฎที่ถูกแก้ไข แต่คือการทำให้ธุรกิจสามารถลงทุน ผลิต ขยายกิจการ และแข่งขันได้ง่ายขึ้นโดยไม่ลดทอนมาตรฐานที่จำเป็น

 

จาก "เอกชนนำ–รัฐหนุน" สู่การออกแบบกติกาที่ใช้งานได้จริง

แนวคิด Private Sector-led, Government-supported เป็นหนึ่งในแกนสำคัญของการขับเคลื่อน Reinvent Thailand โดยการเปิดพื้นที่ให้ภาคธุรกิจเข้ามาสะท้อนปัญหาและเสนอแนวทางแก้ไข ขณะที่ภาครัฐทำหน้าที่สนับสนุนด้านนโยบาย กฎระเบียบ และกลไกทางการเงิน

ก่อนหน้านี้ ภาครัฐและภาคเอกชนได้วางกรอบความร่วมมือผ่านเวที Reinvent Thailand, Resilient ASEAN ภายในงาน The Bangkok Business Summit 2026 และมีการผลักดันกลไกความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และสถาบันการเงิน เพื่อเปลี่ยนข้อเสนอเชิงนโยบายไปสู่การดำเนินงานจริง [3]

แนวทางดังกล่าวมีความสำคัญ เพราะการปฏิรูปกฎระเบียบไม่สามารถพิจารณาแยกเป็นรายหน่วยงานได้ แต่ต้องมองทั้ง Business Journey ตั้งแต่การเริ่มต้นธุรกิจ การขอใบอนุญาต การลงทุน การจ้างงาน การเข้าถึงเงินทุน การขยายตลาด ไปจนถึงการเชื่อมต่อกับตลาดต่างประเทศ

นักลงทุนจับตา "ความเร็วของการปฏิรูป"

สำหรับนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ สิ่งที่สำคัญไม่ใช่เพียงการประกาศนโยบาย แต่คือ ความชัดเจน ความต่อเนื่อง และความสามารถในการนำไปปฏิบัติ

เพราะการตัดสินใจลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ต้องประเมินต้นทุนและความเสี่ยงในระยะยาว หากกฎระเบียบมีความซับซ้อนหรือเปลี่ยนแปลงโดยคาดการณ์ได้ยาก ต้นทุนในการดำเนินธุรกิจก็อาจเพิ่มขึ้น

ในทางกลับกัน หากการปฏิรูปสามารถทำให้กระบวนการทางธุรกิจมีความชัดเจนและโปร่งใสมากขึ้น ก็จะช่วยให้ภาคเอกชนสามารถวางแผนการลงทุนได้ง่ายขึ้น

อย่างไรก็ตาม การปฏิรูปกฎระเบียบไม่ได้หมายถึงการลดข้อกำกับทั้งหมด เพราะบางมาตรฐานยังมีความสำคัญต่อการแข่งขันอย่างยั่งยืน ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย แรงงาน และการคุ้มครองผู้บริโภค

โจทย์จึงอยู่ที่การสร้าง "กติกาที่เหมาะสม" มากกว่าการมีกฎให้น้อยที่สุด

 

 

SMEs จะได้อะไรจากการปลดล็อก?

แม้ประเด็น Reinvent Thailand จะพูดถึงอุตสาหกรรมและการลงทุนในระดับประเทศ แต่ผลของการปรับสภาพแวดล้อมทางธุรกิจสามารถส่งต่อมายัง SMEs และผู้ประกอบการในห่วงโซ่อุปทาน ได้เช่นกัน

หากขั้นตอนทางธุรกิจมีความคล่องตัวขึ้น ต้นทุนการปฏิบัติตามกฎระเบียบลดลง และผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงเงินทุน เทคโนโลยี และตลาดได้มากขึ้น ก็จะช่วยเพิ่มพื้นที่ให้ธุรกิจขนาดเล็กสามารถเข้าไปเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมเป้าหมายได้

ตัวอย่างเช่น SMEs ที่เป็น Supplier ของอุตสาหกรรมยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ การแพทย์ อาหาร การท่องเที่ยว หรือธุรกิจดิจิทัล อาจมีโอกาสยกระดับมาตรฐานและเข้าไปอยู่ใน Supply Chain ที่มีมูลค่าสูงขึ้น

ในด้านการเงินเอง ภาครัฐก็มีมาตรการที่เชื่อมโยงกับแนวคิด Reinvent Thailand โดยมุ่งสนับสนุนผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์และธุรกิจที่มีแผนยกระดับศักยภาพหรือสร้างมูลค่าเพิ่มให้เศรษฐกิจไทย

จากนโยบายสู่ "Execution" คือโจทย์สำคัญ

การผลักดัน Reinvent Thailand จึงอยู่ในช่วงที่แนวคิดเชิงยุทธศาสตร์กำลังถูกเชื่อมเข้ากับมาตรการและกลไกปฏิบัติ

สำหรับการหารือเรื่อง 7 ปลดล็อก สิ่งที่ภาคธุรกิจควรติดตามต่อจากนี้ ได้แก่

  1. รายละเอียดของมาตรการ ว่าครอบคลุมกฎระเบียบและอุปสรรคทางธุรกิจด้านใดบ้าง
  2. หน่วยงานเจ้าภาพและกรอบเวลา ว่าแต่ละข้อจะมีผู้รับผิดชอบและ Timeline ที่ชัดเจนหรือไม่
  3. ผลกระทบต่อภาคธุรกิจ โดยเฉพาะ SMEs และผู้ประกอบการใน Supply Chain ของอุตสาหกรรมเป้าหมาย
  4. การวัดผล ว่าการปลดล็อกสามารถลดต้นทุน ลดระยะเวลา หรือเพิ่มโอกาสในการลงทุนและขยายธุรกิจได้จริงเพียงใด

ท้ายที่สุด ความน่าเชื่อถือของ Reinvent Thailand จะไม่ได้เกิดจากชื่อของยุทธศาสตร์เพียงอย่างเดียว แต่จะเกิดจาก ความสามารถในการเปลี่ยนข้อเสนอให้กลายเป็นกติกาที่ใช้งานได้จริง

การหารือระหว่างภาครัฐและ ส.อ.ท. ในวันที่ 21 กันยายนนี้ จึงเป็นอีกจุดที่ต้องติดตามว่า "7 ปลดล็อก" จะเดินหน้าจากข้อเสนอไปสู่แผนปฏิบัติได้มากน้อยเพียงใด และจะสามารถเชื่อมโยงกับเป้าหมายใหญ่ของ Reinvent Thailand ในการสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ให้ประเทศไทยได้อย่างไร [1]

ประเทศไทยอาจไม่ได้ต้องการเพียง "กฎใหม่" แต่ต้องการระบบธุรกิจที่ทำให้ผู้ประกอบการสามารถเติบโต ลงทุน และแข่งขันในโลกยุคใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ข้อมูลอ้างอิง:

  1. มติชน. (2569, 20 กันยายน). เอกนิติ ถก สอท. 21 ก.ย. เร่งเครื่อง Reinvent Thailand ดัน 7 ปลดล็อกศก.-เพิ่มขีดความสามารถแข่งขัน. มติชน. https://www.matichon.co.th/economy/news_5897339
  2. แนวหน้า. (2568). ผยง ศรีวณิช ชูแพลตฟอร์ม Reinvent Thailand ผนึกภาครัฐ-เอกชน ขับเคลื่อนอนาคตไทยยั่งยืน. แนวหน้า. https://www.naewna.com/business/976535
  3. ไทยพับลิก้า. (2569, 3 กันยายน). กกร. เสนอ 'Reinvent Thailand – Resilient ASEAN' หมุดหมายรับมือความท้าทายโลกใหม่ 'Entering New Horizon'. ไทยพับลิก้า. https://thaipublica.org/?p=420024

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บีโอไอหนุนผู้ประกอบการไทย มุ่งสู่อุตสาหกรรมยุคใหม่ ดันเม็ดเงินลงทุนปี 2568

บีโอไอหนุนผู้ประกอบการไทย มุ่งสู่อุตสาหกรรมยุคใหม่ ดันเม็ดเงินลงทุนปี 2568

บีโอไอเผยปี 2568 บริษัทไทยคาดขอรับส่งเสริมลงทุนพุ่ง 6.76 แสนล้านบาท ใน 5 อุตสาหกรรมยุคใหม่ พร้อมผ่อนปรนเงื่อนไขให้ SMEs เข้าถึงโอกาสได้ง่ายขึ้น

5 นาที
สมาพันธ์ SME ไทย เรียกร้องรัฐบาลรื้อโครงสร้างพลังงาน หลังราคาน้ำมันพุ่งกระทบต้นทุนธุรกิจ

สมาพันธ์ SME ไทย เรียกร้องรัฐบาลรื้อโครงสร้างพลังงาน หลังราคาน้ำมันพุ่งกระทบต้นทุนธุรกิจ

สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทยเรียกร้องรัฐบาลเร่งทบทวนโครงสร้างราคาน้ำมัน หลังดีเซลพุ่งสูงทำลายสถิติ ส่งผลให้ธุรกิจ SMEs กว่า 70% ต้องแบกรับภาระต้นทุน และเสี่ยงปิดกิจการภายใน 3-6 เดือน

5 นาที
ศึกเศรษฐกิจไทย: คำเตือนจากผู้ว่าแบงก์ชาติ เมื่อกระสุนมีจำกัด และภัยคุกคามรออยู่เบื้องหน้า

ศึกเศรษฐกิจไทย: คำเตือนจากผู้ว่าแบงก์ชาติ เมื่อกระสุนมีจำกัด และภัยคุกคามรออยู่เบื้องหน้า

ในขณะที่ประเทศเผชิญความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจโลก ผู้ว่าแบงก์ชาติชี้ทางรอดต้อง "ยิงให้ถูกจุด" แทนการยิง "ปูพรม" ท่ามกลางสงครามการค้าที่ทวีความรุนแรง

9 นาที
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคง GDP ปี 2569 โต 2.0% เตือน MPI เสี่ยงหดตัวปีที่ 4 จากต้นทุนพลังงานและการแข่งขัน

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคง GDP ปี 2569 โต 2.0% เตือน MPI เสี่ยงหดตัวปีที่ 4 จากต้นทุนพลังงานและการแข่งขัน

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคงประมาณการ GDP ไทยปี 2569 ที่ 2.0% แต่ภาคการผลิตยังเผชิญแรงกดดัน โดยการประเมินเดือนมิถุนายนชี้ MPI เสี่ยงหดตัว 0.5% เป็นปีที่ 4 ธุรกิจจึงต้องเร่งเพิ่มผลิตภาพและบริหารต้นทุนท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก

6 นาที
EXIM BANK ฉลองครบรอบ 32 ปี พร้อมก้าวสู่บทบาท Export Co-pilot เพื่อเชื่อมธุรกิจไทยสู่สากล

EXIM BANK ฉลองครบรอบ 32 ปี พร้อมก้าวสู่บทบาท Export Co-pilot เพื่อเชื่อมธุรกิจไทยสู่สากล

EXIM BANK ฉลองครบรอบ 32 ปี พร้อมประกาศบทบาท "Export Co-pilot" ที่มุ่งมั่นสนับสนุนผู้ส่งออกไทยอย่างครบวงจรเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนและรับผิดชอบต่อสังคม

4 นาที
จับตาดีลลับ กาสิโนถูกกฎหมาย ไทย-สิงคโปร์ "win-win"

จับตาดีลลับ กาสิโนถูกกฎหมาย ไทย-สิงคโปร์ "win-win"

ความพยายามในการจัดตั้งสถานบันเทิงครบวงจรในประเทศไทยกำลังเข้าสู่ขั้นตอนสำคัญ จับตาผู้มีอำนาจของไทยดึงกลุ่ม Las Vegas Sands เข้ามาพัฒนาท่าเรือคลองเตย เพื่อเปิดเส้นทางเรือสำราญเชื่อมไทย-สิงคโปร์ สร้างโมเดลความร่วมมือแบบ win-win

8 นาที

แท็กที่เกี่ยวข้อง