
กลุ่ม ปตท. เดินเครื่องโรงกลั่นเต็มกำลังและเร่งกระจายน้ำมันทั่วประเทศ
สรุปประเด็น
-
กลุ่ม ปตท. เดินเครื่องโรงกลั่นเฉลี่ย 105% ดึงสต็อกสำรองมาใช้ และเปิดคลังน้ำมัน 24 ชั่วโมงเพื่อกระจายน้ำมันทั่วประเทศ สร้างความมั่นคงด้านพลังงาน
-
OR เปิด PTT Station 2,255 แห่งเต็มศักยภาพ เพิ่มรอบขนส่งทุกช่องทางให้การส่งมอบน้ำมันต่อเนื่องไม่สะดุด
-
มาตรการนี้เอื้อต่อธุรกิจ SMEs โดยเฉพาะกลุ่มขนส่งและโลจิสติกส์ ช่วยลดความเสี่ยงขาดแคลนน้ำมันและทำให้บริหารต้นทุนเชื้อเพลิงได้มั่นคงขึ้น
กลุ่ม ปตท. เร่งเดินเครื่องโรงกลั่นเกินกำลังผลิตเฉลี่ย 105% พร้อมเปิดคลังน้ำมัน 24 ชั่วโมง และเพิ่มรอบขนส่ง เพื่อกระจายน้ำมันทั่วประเทศ สร้างความมั่นคงด้านพลังงาน ตอบสนองความต้องการที่สูงขึ้น และดึงสต็อกสำรองมาใช้ภายในประเทศ การรับประกันอุปทานที่เพียงพอและต่อเนื่องนี้ เป็นข่าวดีสำหรับผู้ประกอบการ SMEs โดยเฉพาะธุรกิจที่พึ่งพาน้ำมันเชื้อเพลิง ช่วยลดความกังวลเรื่องการขาดแคลนและรักษาเสถียรภาพต้นทุนการดำเนินงาน
ในช่วงปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา กลุ่ม ปตท. ได้ประกาศมาตรการเชิงรุกครั้งสำคัญ เพื่อสร้างความมั่นคงด้านพลังงานภายในประเทศ โดยได้สั่งการให้โรงกลั่นในกลุ่ม ซึ่งประกอบด้วย บมจ.ไทยออยล์ (TOP), บมจ.ปตท.โกลบอล เคมีคอล (PTTGC) และ บมจ.ไออาร์พีซี (IRPC) เดินเครื่องผลิตเกิน 100% โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 105% ของกำลังการผลิต เพื่อเร่งผลิตและกระจายน้ำมันให้เพียงพอต่อความต้องการใช้ที่เพิ่มสูงขึ้นและรองรับความผันผวนของตลาดพลังงานโลก
เพื่อรับประกันการส่งมอบน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างราบรื่นและทั่วถึง บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) (OR) ได้เปิดให้บริการสถานีบริการ PTT Station ครบทั้ง 2,255 แห่ง ทั่วประเทศอย่างเต็มศักยภาพ พร้อมกันนี้ยังได้เพิ่มรอบการขนส่งน้ำมันทุกช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นทางรถบรรทุก ท่อส่ง หรือทางเรือ โดยเน้นการขนส่งทางรถบรรทุกเป็นพิเศษ เพื่อให้การกระจายน้ำมันเป็นไปอย่างต่อเนื่องไม่ติดขัด ยิ่งไปกว่านั้น คลังน้ำมันในกลุ่ม ปตท. ยังเปิดดำเนินการตลอด 24 ชั่วโมง 7 วันต่อสัปดาห์ เพื่อรองรับการกระจายน้ำมันไปยังสถานีบริการและผู้ค้าส่งทั่วประเทศอย่างไม่หยุดยั้ง
หนึ่งในกลยุทธ์สำคัญที่กลุ่ม ปตท. นำมาใช้คือการดึงสต็อกน้ำมันสำรองที่มีอยู่มาใช้ในประเทศ และลดการส่งออกน้ำมันลง เพื่อทุ่มเทป้อนตลาดภายในประเทศที่ความต้องการพุ่งสูงขึ้นเป็นพิเศษ ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของกลุ่ม ปตท. ที่จะจัดการพลังงานอย่างโปร่งใส และสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนคนไทยว่าจะมีพลังงานใช้อย่างเพียงพอแน่นอนในทุกสถานการณ์
มาตรการเหล่านี้ถือเป็นข่าวดีอย่างยิ่งสำหรับภาคธุรกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่ม SMEs และผู้ประกอบการรายย่อยทั่วประเทศ ธุรกิจที่พึ่งพาน้ำมันเชื้อเพลิงในการดำเนินงาน เช่น ธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์, ธุรกิจบริการจัดส่งสินค้า, หรือแม้แต่ผู้ประกอบการที่มีรถสำหรับส่งสินค้าหรือบริการถึงลูกค้า จะได้รับประโยชน์โดยตรงจากความมั่นคงด้านพลังงานนี้ การรับประกันว่าน้ำมันจะไม่ขาดตลาดและมีการกระจายอย่างต่อเนื่อง ช่วยลดความกังวลด้านการขาดแคลนเชื้อเพลิง และช่วยให้ธุรกิจสามารถวางแผนการดำเนินงานและควบคุมต้นทุนเชื้อเพลิงได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดความเสี่ยงจากราคาและปริมาณน้ำมันที่ผันผวน ซึ่งส่งผลดีต่อเสถียรภาพของต้นทุนและกำไรของธุรกิจในระยะยาว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ส.อ.ท. เสนอมาตรการรับมือวิกฤตตะวันออกกลางและหนุน SME ไทย
ส.อ.ท. เสนอ 5 มาตรการรับมือวิกฤตตะวันออกกลาง พร้อมเน้นย้ำให้ภาคธุรกิจโดยเฉพาะ SME สำรองเงินสด 3-6 เดือน เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันและความยืดหยุ่นต่อความผันผวนของต้นทุนและห่วงโซ่อุปทาน

สภาอุตสาหกรรมฯ เตือนต้นทุนพลังงานและค่าไฟพุ่ง กระทบค่าครองชีพและ SMEs
สภาอุตสาหกรรมฯ เตือนรัฐบาลเร่งออกมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs ด่วน หลังราคาน้ำมันและค่าไฟฟ้ามีแนวโน้มพุ่งสูงขึ้น เสี่ยงซ้ำเติมค่าครองชีพและต้นทุนธุรกิจ

กรุงไทย ผนึก DCCE อบก. ปตท. ดันไทยสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำใน The Bangkok Business Summit 2026
การประกาศความร่วมมือครั้งใหญ่ระหว่าง ธนาคารกรุงไทย กับพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน ได้แก่ กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (DCCE) องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.) และ กลุ่มบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ในการร่วมออกบูธแสดงศักยภาพประเทศไทยภายในงาน The Bangkok Business Summit 2026

เปิดโฉม 3 กลุ่มทุนผู้ชนะ Virtual Bank: ผู้เปลี่ยนโฉมระบบธนาคารไทย
การประกาศผลการคัดเลือกธนาคารพาณิชย์ไร้สาขาครั้งแรกของไทยเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2568 ถือเป็นจุดเปลี่ยนประวัติศาสตร์ของระบบการเงินไทย เมื่อธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศให้ความเห็นชอบแก่ 3 กลุ่มทุนยักษ์ใหญ่ที่จะร่วมกันสร้างนิยามใหม่ของ "ธนาคาร" ในศตวรรษที่ 21

วิกฤตราคาดีเซลซ้ำเติม SMEs: ปั๊มน้ำมันรายย่อย–ขนส่ง–เกษตร เสี่ยงล้มโดมิโน
ปั๊มน้ำมันรายย่อยและ SMEs ทั่วไทยกำลังเผชิญวิกฤตหนักจากต้นทุนขนส่งน้ำมันที่พุ่งสูงและความล่าช้าในการจัดส่ง ประกอบกับความตึงเครียดทั่วโลกด้านพลังงาน ทำให้หอการค้าไทยเร่งรัฐบาลออกมาตรการช่วยเหลือด่วน

ธนาคารคลิกซ์ Virtual Bank ใหม่ล่าสุด ผสาน Ecosystem การเงิน–เทคโนโลยี–ค้าปลีก
ธนาคารคลิกซ์ (Clicx Bank) ธนาคารดิจิทัลไร้ เปิดตัวโดย AIS, กรุงไทย และ OR ผสาน Ecosystem การเงิน-เทคโนโลยี-ค้าปลีก มุ่งให้บริการสินเชื่อดิจิทัล บัญชีเงินฝาก และระบบโอนจ่ายครบจบในแอปเดียว ตอบโจทย์ผู้ประกอบการและคนยุคใหม่
