
ศาสตร์แห่งการวิ่งระยะไกลกับการจัดสรรพลังชีวิตของผู้นำยุคใหม่
สรุปประเด็น
-
ปรับจากบริหารเวลาสู่การบริหารพลังงาน: ผู้นำยุคใหม่ควรมุ่งเน้น Energy Management เพราะเวลา 24 ชั่วโมงเท่ากัน แต่ความพร้อมในการตัดสินใจขึ้นอยู่กับการบริหารและฟื้นฟูระดับพลังงาน
-
ควบคุม Pace การทำงานอย่างมีจังหวะ: การเร่งทำงานด้วยความเร็วสูงตลอดเวลาทำให้เผชิญ Burnout และ Decision Fatigue ควรแบ่งเป้าหมายเป็น Milestones และจัดสรรทรัพยากรให้เหมาะสม
-
ดูแลพลังงาน 4 มิติเพื่อสมดุลชีวิต: บริหารพลังกาย (Physical), อารมณ์ (Emotional), ความคิด (Mental) และเป้าหมาย (Purpose) เพื่อรักษาคุณภาพการตัดสินใจและการทำงานในระยะยาว
-
สร้างพื้นที่นิ่งเพื่อฟื้นฟูและสร้างสมาธิ: การมีช่วงเวลาปลอดเสียงรบกวนช่วยให้สมอง Reset ทบทวนปัญหาอย่างเป็นระบบ และมองเห็นก้าวสำคัญถัดไปได้อย่างชัดเจน
-
จัดสรรพลังงานเพื่อความยั่งยืนขององค์กร: บริหาร Pace ของทีมโดยกำหนดช่วงพักอย่างจริงจัง เพื่อรักษาศักยภาพของทีมและพาองค์กรเดินหน้าต่อได้เกินกว่าเป้าหมายเส้นชัย
ในโลกธุรกิจที่หมุนเร็วและเต็มไปด้วยความผันผวน ผู้นำองค์กรต้องรับมือทั้งการตัดสินใจที่ต่อเนื่อง ความคาดหวังจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และข้อมูลจำนวนมหาศาลที่ไหลเข้ามาไม่หยุด หลายคนจึงพยายามแก้ปัญหาด้วยการบริหารเวลา หรือ Time Management
แต่ข้อจำกัดสำคัญคือ ทุกคนมีเวลาเพียง 24 ชั่วโมงต่อวันเท่ากัน
สิ่งที่ผู้นำสามารถบริหารและฟื้นฟูได้จึงไม่ใช่เพียง “เวลา” แต่คือ พลังงานและพลังชีวิต (Energy Management) เพราะแม้จะมีเวลาเท่ากัน แต่ระดับพลังงาน สมาธิ และความพร้อมในการตัดสินใจของแต่ละคนไม่เท่ากัน
ผู้นำที่ต้องการเติบโตในระยะยาว อาจไม่จำเป็นต้องทำงานให้มากขึ้น แต่ต้องรู้จักบริหารพลังงานให้เหมาะกับระยะทางที่ต้องเดินไป
การวิ่งระยะไกลจึงเป็นมากกว่ากิจกรรมเพื่อสุขภาพ เพราะเป็นเสมือน ห้องทดลองของวินัย การจัดสรรพลังงาน และการตัดสินใจภายใต้แรงกดดัน หลายบทเรียนจากเส้นทางวิ่งสามารถนำมาปรับใช้กับการบริหารองค์กรได้อย่างน่าสนใจ
จากการบริหารเวลา สู่การบริหารพลังชีวิต
บทเรียนสำคัญข้อแรกจากการวิ่งระยะไกลคือ การรู้จักควบคุม Pace หรือจังหวะของตัวเอง
นักวิ่งที่ออกตัวเร็วเกินไปอาจรู้สึกว่าตัวเองมีพลังเหลือเฟือในช่วงแรก แต่เมื่อระยะทางเพิ่มขึ้น ความล้าจะสะสมและทำให้ประสิทธิภาพลดลงอย่างรวดเร็ว
โลกธุรกิจก็ไม่ต่างกัน
ผู้นำที่พยายามเร่งทุกเรื่องให้เร็วที่สุด ตัดสินใจทุกเรื่องด้วยตัวเอง และคาดหวังให้ทีมทำงานด้วยความเร็วสูงตลอดเวลา อาจสร้างผลลัพธ์ได้ในช่วงสั้น แต่เมื่อแรงกดดันสะสมมากขึ้น ทั้งผู้นำและทีมอาจเผชิญ Burnout และ Decision Fatigue
ธุรกิจจึงไม่ใช่การแข่งขันวิ่ง 100 เมตร แต่เป็นเกมระยะยาวที่ต้องรู้ว่า เมื่อใดควรเร่ง เมื่อใดควรประคอง และเมื่อใดควรหยุดเพื่อฟื้นพลัง
ผู้นำที่บริหารพลังงานได้ดีจะไม่มองเป้าหมายเป็นก้อนใหญ่เพียงก้อนเดียว แต่แบ่งออกเป็น Milestones ที่ชัดเจน พร้อมจัดสรรทรัพยากร คน และเวลาตามความสำคัญของแต่ละช่วง
สุขภาพของผู้นำกับคุณภาพของการตัดสินใจ
การดูแลสุขภาพของผู้นำไม่ควรถูกมองว่าเป็นเรื่องส่วนตัวที่แยกออกจากการบริหารองค์กร เพราะ สภาพร่างกายและจิตใจส่งผลต่อสมาธิ การควบคุมอารมณ์ และความสามารถในการตัดสินใจ
งานศึกษาที่เชื่อมโยงกิจกรรมการวิ่งของผู้บริหารกับผลลัพธ์ทางธุรกิจสะท้อนประเด็นที่น่าสนใจว่า ผู้นำที่มีพฤติกรรมการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมออาจมีความพร้อมในการรับมือกับแรงกดดันและสถานการณ์ที่ไม่แน่นอนได้ดีขึ้น
อย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญไม่ใช่การสรุปว่า “วิ่งแล้วบริษัทจะมีกำไรมากขึ้น” แต่คือการมองเห็น กลไกเบื้องหลังของการดูแลตัวเอง ตั้งแต่การนอนหลับ การออกกำลังกาย การพักฟื้น ไปจนถึงการจัดการความเครียด ซึ่งล้วนเป็นพื้นฐานของการรักษาคุณภาพการทำงานในระยะยาว
สุขภาพของผู้นำไม่ใช่เรื่องนอกเกมธุรกิจ เพราะความสามารถในการคิด ตัดสินใจ และรับมือกับแรงกดดัน ล้วนต้องอาศัยพลังงานที่เพียงพอ
4 มิติของพลังงานที่ผู้นำต้องบริหาร
แนวคิดเรื่อง Corporate Athlete หรือการมองคนทำงานระดับผู้นำในลักษณะเดียวกับนักกีฬาอาชีพ ชี้ให้เห็นว่า ประสิทธิภาพไม่ได้เกิดจากการทำงานหนักเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการบริหารพลังงานหลายด้านอย่างสมดุล
1. Physical Energy — พลังงานทางกาย
พื้นฐานของทุกอย่างคือร่างกาย การนอนหลับอย่างเพียงพอ การรับประทานอาหารที่เหมาะสม และการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ช่วยสร้างความพร้อมสำหรับการทำงานและการตัดสินใจ
ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่การบังคับตัวเองให้วิ่งระยะไกลเหมือนนักกีฬา แต่คือ การสร้างกิจวัตรที่ช่วยให้ร่างกายพร้อมสำหรับภารกิจในแต่ละวัน
2. Emotional Energy — พลังงานทางอารมณ์
เมื่อเผชิญแรงกดดัน ผู้นำต้องสามารถรักษาระยะห่างระหว่าง “เหตุการณ์” กับ “การตอบสนอง”
การออกกำลังกายและการพักผ่อนอย่างเหมาะสมสามารถเป็นส่วนหนึ่งของการจัดการความเครียด ช่วยให้ผู้นำมีพื้นที่สำหรับทบทวนสถานการณ์ ก่อนกลับไปสื่อสารและตัดสินใจอย่างมีเหตุผล
3. Mental Energy — พลังงานทางความคิด
งานของผู้บริหารต้องใช้สมาธิและการตัดสินใจอย่างต่อเนื่อง หากสมองต้องรับข้อมูลตลอดทั้งวันโดยไม่มีช่วงพัก ประสิทธิภาพในการคิดอาจลดลงได้
การวิ่งหรือกิจกรรมที่ทำให้เกิดช่วงเวลาปราศจากการรบกวน จึงสามารถสร้างพื้นที่ให้สมองได้ Reset และทบทวนปัญหาอย่างเป็นระบบ
4. Purpose & Meaning — พลังจากเป้าหมายและความหมาย
ระยะทางไกลทำให้เราเห็นว่า ความสำเร็จไม่ได้เกิดจากแรงผลักเพียงช่วงสั้น แต่เกิดจากเหตุผลที่ทำให้เราอยากเดินหน้าต่อ
เช่นเดียวกับผู้นำ องค์กรที่มี Purpose ชัดเจนจะช่วยให้ทั้งผู้นำและทีมเข้าใจว่า สิ่งที่กำลังทำอยู่มีความหมายอย่างไร และเหตุใดจึงต้องรักษาความพยายามต่อไปแม้ต้องเผชิญกับอุปสรรค
ความเงียบระหว่างทางกับพื้นที่สำหรับการคิด
การวิ่งระยะไกลยังมีอีกบทเรียนหนึ่งที่แตกต่างจากการทำงานในสำนักงาน นั่นคือ การได้อยู่กับตัวเอง
ระหว่างการวิ่ง ผู้นำสามารถปล่อยให้จังหวะก้าวและลมหายใจสร้างช่วงเวลาที่ปราศจากการแจ้งเตือน การประชุม และเสียงรบกวนจากหน้าจอ
แนวคิดนี้สอดคล้องกับมุมมองของ ฮารูกิ มูราคามิ นักเขียนชาวญี่ปุ่น ซึ่งเคยถ่ายทอดประสบการณ์การวิ่งของตนเองในงานเขียนเกี่ยวกับการวิ่ง โดยให้ความสำคัญกับการอยู่กับกิจกรรมตรงหน้าและการสำรวจตัวเอง
สำหรับผู้นำ ช่วงเวลาเช่นนี้อาจไม่ได้ให้ “คำตอบ” ทางธุรกิจในทันที แต่ช่วยสร้างพื้นที่ให้ได้กลับมาทบทวนว่า อะไรคือสิ่งสำคัญ อะไรคือสิ่งที่ควบคุมได้ และอะไรควรปล่อยผ่าน
ความนิ่งไม่ได้หมายถึงการหยุดเคลื่อนไหว แต่คือการสร้างพื้นที่ให้สมองได้คิดอย่างชัดเจน ก่อนเลือกก้าวต่อไป
เปลี่ยนบทเรียนจากสนามวิ่ง สู่การบริหารองค์กร
หลักคิดจากการวิ่งระยะไกลสามารถนำมาปรับใช้กับชีวิตของผู้บริหารได้อย่างเป็นรูปธรรม
หนึ่ง — จัดตารางพักให้จริงจังไม่แพ้ตารางประชุม
การพักไม่ใช่เวลาที่เหลือจากการทำงาน แต่เป็นส่วนหนึ่งของการรักษาคุณภาพการทำงาน ผู้นำควรมีช่วงเวลาที่ปลอดจากการประชุมและการแจ้งเตือน เพื่อให้สมองได้ฟื้นตัว
สอง — สร้างวินัยจากก้าวเล็ก ๆ
ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการวิ่งมาราธอน เช่นเดียวกับการเปลี่ยนแปลงองค์กรที่ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากโครงการขนาดใหญ่ การสร้างกิจวัตรเล็ก ๆ ที่ทำได้อย่างต่อเนื่องมักมีความสำคัญกว่าการเร่งทำครั้งใหญ่แล้วหยุดไป
สาม — บริหาร Pace ของทีม
ผู้นำต้องรู้ว่าช่วงใดทีมควรเร่ง ช่วงใดควรประคอง และช่วงใดควรหยุดเพื่อฟื้นพลัง การสร้างวัฒนธรรมที่คาดหวังให้ทุกคนตอบข้อความหรือทำงานตลอด 24 ชั่วโมง อาจไม่ใช่สูตรสำหรับการสร้างองค์กรที่ยั่งยืน
สี่ — จดจ่อกับก้าวที่อยู่ตรงหน้า
เมื่อเกิดวิกฤต ผู้นำไม่จำเป็นต้องแก้ทุกปัญหาในครั้งเดียว เช่นเดียวกับนักวิ่งที่ไม่จำเป็นต้องคิดถึงระยะทางทั้งหมดที่เหลืออยู่ แต่ควรกลับมาถามว่า “ก้าวต่อไปที่สำคัญที่สุดคืออะไร”
ผู้นำที่วิ่งไกล ต้องรู้จักรักษาพลังให้ไกลกว่าเป้าหมาย
การวิ่งระยะไกลไม่ได้สอนเพียงเรื่องความอดทน แต่สอนเรื่อง การจัดสรรพลังงาน
นักวิ่งที่ดีไม่ได้ใช้พลังทั้งหมดในช่วงแรก แต่รู้จักแบ่งแรงให้เหมาะสมกับระยะทางที่เหลืออยู่ เช่นเดียวกับผู้นำที่ต้องบริหารทั้งพลังของตัวเองและพลังของทีมให้สามารถเดินหน้าต่อได้แม้สถานการณ์จะเปลี่ยนแปลง
ในเกมธุรกิจระยะยาว ความได้เปรียบไม่ได้อยู่ที่ใครวิ่งเร็วที่สุด แต่อยู่ที่ใครสามารถรักษาคุณภาพของการตัดสินใจและพลังของทีมไว้ได้ตลอดเส้นทาง
ท้ายที่สุด Energy Management อาจเป็นทักษะสำคัญไม่แพ้ Time Management เพราะเมื่อเวลาไม่สามารถเพิ่มขึ้นได้ สิ่งที่ผู้นำทำได้คือทำให้แต่ละชั่วโมงมีคุณภาพมากขึ้น ด้วยการรู้จักใช้พลังอย่างมีจังหวะ ฟื้นฟูเมื่อจำเป็น และเลือกทุ่มพลังให้กับเรื่องที่มีความหมายต่อเป้าหมายขององค์กรจริง ๆ
เพราะการเป็นผู้นำที่ดีไม่ใช่เพียงการพาองค์กรไปถึงเส้นชัย แต่คือ การทำให้ทั้งผู้นำและทีมยังมีพลังพอที่จะเดินหน้าต่อไปได้หลังจากข้ามเส้นชัยนั้นแล้ว
ข้อมูลอ้างอิง:
- Limbach, P., & Sonnenburg, F. (2015). CEO Fitness and Firm Value. Centre for Financial Research (CFR). https://content.lesaffaires.com/LAF/lacom/CEO_fitness.pdf
- Loehr, J., & Schwartz, T. (2001, January). The Making of a Corporate Athlete. Harvard Business Review. https://hbr.org/2001/01/the-making-of-a-corporate-athlete
- Schwartz, T., & McCarthy, C. (2007, October). Manage Your Energy, Not Your Time. Harvard Business Review. https://hbr.org/2007/10/manage-your-energy-not-your-time
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ผสานหลากหลายศาสตร์ความรู้ สู่การตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ที่รอบด้าน
ก้าวข้ามการบริหารแบบแยกส่วนด้วยการผสานหลากหลายศาสตร์จากสถาบันการศึกษาระดับสากล ทั้งเทคโนโลยี เศรษฐศาสตร์ และพฤติกรรมศาสตร์ พร้อมเสนอแนวทางปฏิบัติแก่ผู้นำในการถอดรหัสปัญหาอย่างรอบด้าน สร้างระบบนิเวศการทำงานข้ามสายงาน และประเมินผลด้วยตัวชี้วัดความยั่งยืนเพื่อการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ที่แม่นยำ

4 เทรนด์องค์ความรู้และทักษะที่ต้องมีในปี 2025 เพื่อไม่ให้ธุรกิจตกขบวน
ปี 2025 เป็นปีที่ผู้ประกอบการต้องเร่งปรับตัวตาม 4 เทรนด์การพัฒนาทักษะใหม่ ได้แก่ เทคโนโลยีการผลิตและซัพพลายเชน, ความยั่งยืน (Sustainability & ESG), สุขภาพและสุขภาวะ (Health & Wellness) และ AI ในการบริหารธุรกิจ ซึ่งล้วนเป็นองค์ความรู้สำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจสามารถแข่งขันได้ในยุคดิจิทัล

ศิลปะการคุมทีมข้างสนามสู่การขับเคลื่อนองค์กรให้คว้าชัยชนะ
ถอดบทเรียนการบริหารจากข้างสนามสู่การขับเคลื่อนองค์กร โดยเปรียบเทียบผู้นำกับการเป็นผู้จัดการทีมกีฬาที่ไม่เพียงแต่กำหนดแผน แต่ต้องถอยออกมามองภาพใหญ่เพื่อเห็นแนวทางทั้งหมด พร้อมสร้างเป้าหมายร่วมและพื้นที่ปลอดภัย (Psychological Safety) ในทีมที่มีความหลากหลาย เพื่อขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืน

ไอศกรีมละมุด 100 ปี บ้านใหม่ อยุธยา: โมเดลการพัฒนาสินค้าชุมชนจากฐานรากสู่เวทีโลก
ไอศกรีมละมุด 100 ปี โมเดล OTOP ไทยสู่ตลาดโลก พลิกเศรษฐกิจฐานรากด้วยภูมิปัญญา นวัตกรรม และ Storytelling สร้างแบรนด์ระดับพรีเมียม ภายใต้แนวคิด LOCAL สู่เลอค่า

รักษ์ป่าน่าน: บนเส้นทางสู่การแก้ปัญหาป่าต้นน้ำอย่างยั่งยืน
ถอดบทเรียน 30 ปี โครงการรักษ์ป่าน่าน การแก้ปัญหาวิกฤตป่าต้นน้ำเจ้าพระยาผ่านมุมมองเศรษฐศาสตร์ปากท้อง ผสานพลังภาวะผู้นำ 3 ระดับ จากวิสัยทัศน์ ร.9 สู่การทรงงานต่อเนื่องของกรมสมเด็จพระเทพฯ และการบริหารวัดผลได้จริงของ บัณฑูร ล่ำซำ เพื่อสร้างกลไกส่งไม้ต่อความยั่งยืนข้ามรุ่น

การออกแบบจังหวะชีวิตยามเช้าเพื่อสร้างสมดุลและความมั่นคงทางอารมณ์
การเริ่มต้นวันด้วยความเร่งรีบและข้อมูลที่ถาโถม อาจเพิ่มความตึงเครียดให้คนทำงานตั้งแต่เช้า การออกแบบกิจวัตรยามเช้าที่เหมาะกับตัวเอง ตั้งแต่การพักจากหน้าจอ ฝึกสติ ไปจนถึงกำหนดเป้าหมายสำคัญ ช่วยสร้างพื้นที่ให้พร้อมรับมือกับงานและความเปลี่ยนแปลงตลอดวัน
