
สร้างผู้นำและวัฒนธรรมองค์กร: พลังขับเคลื่อนสู่ความยั่งยืนในอุตสาหกรรมสุขภาพ
ฟังบทความนี้โดย AI
Business Leader Podcast
สรุปประเด็น
ในยุคที่อุตสาหกรรมสุขภาพต้องเผชิญกับความท้าทายรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นภาวะขาดแคลนและภาวะเหนื่อยล้าสะสมของบุคลากรด่านหน้า การเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัลอย่างก้าวกระโดด ตลอดจนวิกฤตการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ การบริหารจัดการสถานพยาบาลและธุรกิจสุขภาพในปัจจุบันจึงไม่สามารถมุ่งเน้นเพียงผลกำไรระยะสั้นหรือความเป็นเลิศทางการแพทย์แต่เพียงอย่างเดียวได้อีกต่อไป แต่จำเป็นต้องขับเคลื่อนองค์กรไปสู่ "ความยั่งยืนทางการแพทย์" (Medical Sustainability) อย่างแท้จริง
หัวใจสำคัญที่จะช่วยให้อุตสาหกรรมสุขภาพเติบโตได้อย่างมั่นคง ไม่ใช่เพียงแค่การลงทุนในเครื่องมือแพทย์ราคาแพงหรือการสร้างอาคารประหยัดพลังงานเท่านั้น หากแต่เริ่มต้นจากรากฐานที่สำคัญที่สุดนั่นคือ "ผู้นำและวัฒนธรรมองค์กร" ที่พร้อมปรับตัวและเห็นอกเห็นใจเพื่อนมนุษย์ จากข้อมูลระดับโลกของ S&P Global พบว่าองค์กรด้านสุขภาพชั้นนำของไทยอย่าง บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS สามารถครองอันดับหนึ่งดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ (DJSI) ในกลุ่มบริการทางการแพทย์ได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งความสำเร็จระดับโลกนี้เกิดจากการวางรากฐานทางวัฒนธรรมและบทบาทของผู้นำที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกล บทความนี้จะพาทุกท่านไปเจาะลึกแนวทางการสร้างผู้นำและวัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแกร่ง เพื่อเป็นเข็มทิศนำทางอุตสาหกรรมสุขภาพไทยสู่ความยั่งยืนในระยะยาว
การเปลี่ยนผ่านสู่ภาวะผู้นำที่ยั่งยืนและมีความเกื้อกูล
ผู้นำในอุตสาหกรรมสุขภาพยุคใหม่ต้องเปลี่ยนบทบาทจากการเป็นผู้สั่งการเพียงอย่างเดียว มาเป็น "ผู้นำแบบสร้างการเปลี่ยนแปลงและมีความเกื้อกูล" ซึ่งให้ความสำคัญกับสุขภาพจิตและความเป็นอยู่ที่ดีของทีมงาน ควบคู่ไปกับผลลัพธ์การรักษาพยาบาลที่มีคุณภาพ
- สร้างพื้นที่ปลอดภัยทางใจ: ผู้นำต้องเปิดโอกาสให้บุคลากรด่านหน้า เช่น พยาบาล เภสัชกร และแพทย์ สามารถเสนอความคิดเห็นหรือรายงานข้อผิดพลาดจากการปฏิบัติงานได้โดยไม่ต้องกลัวการลงโทษ แต่เน้นการร่วมมือเพื่อปรับปรุงระบบและป้องกันความผิดพลาดซ้ำ
- สื่อสารแบบสองทางและโปร่งใส: จัดให้มีการประชุมร่วมกันอย่างสม่ำเสมอเพื่อชี้แจงเป้าหมายความยั่งยืนขององค์กร และรับฟังปัญหาจากผู้ปฏิบัติงานจริงโดยตรงเพื่อนำไปแก้ไขอย่างทันท่วงที
- พัฒนาทักษะการฟังและจิตวิทยาหัวหน้างาน: จัดฝึกอบรมหลักสูตรการฟังอย่างใส่ใจ และการบริหารจัดการความเครียดสำหรับหัวหน้างานทุกระดับ เพื่อให้เข้าใจและสามารถเยียวยาจิตใจของลูกทีมในสภาวะกดดันได้
การฝังรากค่านิยมหลักสู่การบริการด้วยความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง
วัฒนธรรมองค์กรที่ยั่งยืนต้องถูกหล่อหลอมจากค่านิยมหลักที่พนักงานทุกคนยึดถือร่วมกัน ตัวอย่างที่ชัดเจนคือแนวคิดค่านิยมหลักของ BDMS หรือที่รู้จักกันในชื่อ B-D-M-S ซึ่งประกอบด้วย ความเป็นเลิศที่เหนือกว่ามาตรฐาน (Beyond Excellence) ความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง (Deep Empathy) การยึดมั่นในศีลธรรม (Moral Commitment) และการบริการด้วยไมตรีจิตแบบไทย (Service with Thai Hospitality) การทำให้ค่านิยมเหล่านี้แปรเปลี่ยนเป็นการปฏิบัติจริงคือสิ่งสำคัญที่สุด
- คัดเลือกคนที่มีค่านิยมตรงกัน: ในขั้นตอนการสัมภาษณ์งาน ควรมีการประเมินทัศนคติและความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น เพื่อให้มั่นใจว่าจะได้บุคลากรที่พร้อมส่งมอบการดูแลด้วยหัวใจเข้ามาร่วมทีม
- แปลงค่านิยมให้เป็นพฤติกรรมที่จับต้องได้: กำหนดพฤติกรรมตัวอย่างที่ชัดเจน เช่น การสบตาและทักทายผู้ป่วยด้วยความอบอุ่น หรือการประสานงานข้ามแผนกด้วยความสุภาพ แล้วนำมาใช้เป็นเกณฑ์ส่วนหนึ่งในการประเมินผลงาน
- สร้างระบบยกย่องชื่นชมพนักงานเด่น: จัดกิจกรรมมอบรางวัลให้แก่บุคลากรที่เป็นแบบอย่างในการปฏิบัติตามค่านิยมองค์กร เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและส่งเสริมให้เกิดพฤติกรรมเชิงบวกในวงกว้าง
การดูแลและพัฒนาทุนมนุษย์เพื่อลดวิกฤตความเหนื่อยล้าสะสม
ความยั่งยืนในอุตสาหกรรมสุขภาพจะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากบุคลากรซึ่งเป็นฟันเฟืองหลักต้องเผชิญกับ ภาวะเหนื่อยล้าสะสม จากการทำงานหนัก การสร้างวัฒนธรรมที่ใส่ใจสุขภาพและความสุขของพนักงานจึงเป็นวาระเร่งด่วนที่องค์กรต้องให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก
- จัดระบบการทำงานและตารางเวรที่ยืดหยุ่น: ทบทวนภาระงานและชั่วโมงการทำงานของพยาบาลและแพทย์ไม่ให้หนักหน่วงจนเกินไป พร้อมทั้งนำระบบเทคโนโลยีมาช่วยลดขั้นตอนงานเอกสาร เพื่อเพิ่มเวลาในการพักผ่อนของบุคลากร
- ตั้งศูนย์สนับสนุนสุขภาพจิตบุคลากร: จัดหาช่องทางการปรึกษาจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาแบบปิดบังตัวตนสำหรับพนักงาน เพื่อดูแลสุขภาพจิตจากความเครียดในการรักษาพยาบาล
- ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต: สนับสนุนทุนการศึกษาและการฝึกอบรมทักษะใหม่ๆ ทั้งด้านเทคโนโลยีการแพทย์และการบริหารจัดการ เพื่อให้พนักงานรู้สึกว่าตนเองเติบโตและมีความก้าวหน้าในสายอาชีพอย่างมั่นคง
การขับเคลื่อนนวัตกรรมและกระบวนการรักษาสีเขียว
การเป็นผู้นำด้านสุขภาพที่ยั่งยืนต้องครอบคลุมถึงความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม เนื่องจากสถานพยาบาลเป็นหน่วยงานที่ใช้พลังงานสูงและสร้างขยะทางการแพทย์จำนวนมาก วัฒนธรรมองค์กรจึงต้องปลูกฝังจิตสำนึกรักษ์โลกและส่งเสริมการสร้างสรรค์นวัตกรรมสีเขียวในทุกขั้นตอน
- จัดตั้งคณะทำงานด้านสิ่งแวดล้อมข้ามสายงาน: ดึงตัวแทนจากฝ่ายแพทย์ พยาบาล วิศวกรรม และฝ่ายบริหาร มาร่วมกันกำหนดเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและพัฒนากระบวนการรักษาสีเขียว
- ปฏิวัติการจัดการขยะและการใช้พลังงาน: รณรงค์การแยกขยะติดเชื้อและขยะทั่วไปอย่างถูกต้องเพื่อลดต้นทุนการกำจัดขยะ ปรับเปลี่ยนมาใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าประหยัดพลังงาน และติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ในสถานพยาบาล
- ยกระดับสู่โรงพยาบาลดิจิทัลรักษ์โลก: ส่งเสริมการให้บริการปรึกษาแพทย์ทางไกลเพื่อลดการเดินทางของผู้ป่วย และเปลี่ยนการบันทึกเวชระเบียนเป็นระบบดิจิทัลทั้งหมดเพื่อลดการใช้กระดาษ
ถอดโมเดลความยั่งยืน (ESG): กรณีศึกษาโรงพยาบาลชั้นนำในไทยสู่ Medical Sustainability
1. กลุ่มโรงพยาบาลในเครือ BDMS (กรุงเทพดุสิตเวชการ)
เป็นผู้นำด้าน Medical Sustainability ในระดับสากล โดยได้รับการจัดอันดับความยั่งยืนระดับโลกติดอันดับ Top 1% จาก S&P Global (ดัชนี DJSI) ในกลุ่มบริการทางการแพทย์
-
BDMS Earth Healthcare & Carbon Neutrality: วาง Roadmap มุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality 2030)
-
Green Hospital & Circular Economy: ติดตั้งพลังงานหมุนเวียน (Solar Rooftop) และการจัดการขยะทางการแพทย์ นำวัสดุ/ขวดน้ำเกลือมาผ่านกระบวนการ Upcycling
-
ตัวอย่างโรงพยาบาลในเครือที่โดดเด่น: โรงพยาบาลกรุงเทพ (สำนักงานใหญ่/เชียงใหม่/พัทยา) และ เครือโรงพยาบาลพญาไท–เปาโล
2. กลุ่มโรงพยาบาลภาครัฐและโรงเรียนแพทย์
เน้นการพัฒนาระบบ Green & Clean Hospital ตามแนวทางของกระทรวงสาธารณสุข และการประหยัดพลังงานระดับโครงสร้างพื้นฐาน
-
โรงพยาบาลศิริราช / คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล: โดดเด่นด้านนวัตกรรมการบริหารจัดการพลังงานสะอาด ติดตั้งระบบ Solar Rooftop บนกลุ่มอาคารทางการแพทย์ขนาดใหญ่ และการร่วมมือพัฒนานวัตกรรมการแพทย์แม่นยำเพื่อลดความเสี่ยงจากการใช้ยา
-
โรงพยาบาลรามาธิบดี และ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์: นำเทคโนโลยีเบาบางภาระกระดาษ (Paperless Hospital), การจัดการขยะติดเชื้อแบบยั่งยืน และระบบการส่งต่อผู้ป่วยทางไกล (Telemedicine) เพื่อลดการเดินทางและลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์
3. กลุ่มโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำอื่น ๆ
-
โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ (Bumrungrad International Hospital): ขับเคลื่อนด้าน ESG ผ่านมาตรฐานสากล เน้นความยั่งยืนด้านคุณภาพชีวิต ความเท่าเทียมในการดูแลผู้ป่วย และโครงการพัฒนาประสิทธิภาพการใช้พลังงานภายในอาคาร
-
เครือโรงพยาบาลพริ้นซิเพิล (Princhealth): นำแนวคิดองค์กรยั่งยืนมาสร้างโรงพยาบาลในเมืองรอง เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการการแพทย์ของคุณภาพแก่คนในชุมชนท้องถิ่น 1
บทสรุป
การสร้างผู้นำและหล่อหลอมวัฒนธรรมองค์กรที่ยั่งยืนไม่ใช่เรื่องที่สามารถทำสำเร็จได้ในชั่วข้ามคืน แต่เป็นกระบวนการที่ต้องอาศัยความมุ่งมั่น ความสม่ำเสมอ และวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลของหัวเรือใหญ่ในองค์กร เมื่อผู้นำปรับเปลี่ยนแนวคิดเป็นผู้สนับสนุนที่เปี่ยมด้วยความเข้าใจ และพนักงานทุกคนได้รับการหล่อหลอมผ่านค่านิยมที่มุ่งเน้นความเป็นเลิศและการสร้างคุณค่าร่วมกัน อุตสาหกรรมสุขภาพไทยจะสามารถก้าวข้ามผ่านทุกวิกฤต และยืนหยัดส่งมอบบริการทางการแพทย์ที่มีคุณภาพ ปลอดภัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืนเพื่อคนรุ่นต่อไป
ข้อมูลอ้างอิง:
- World Health Organization. (2022). Health workforce burnout: A global crisis requiring systemic solutions. World Health Organization. https://www.who.int/publications/i/item/9789240058125
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

OR คว้าอันดับ 1 Sustainability Yearbook 2026 จาก S&P Global
บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR ได้รับการยกย่องให้เป็นผู้นำด้านความยั่งยืนระดับโลกอีกครั้ง โดยได้รับการจัดอันดับเป็น อันดับ 1 ในทำเนียบบริษัทที่มีผลการดำเนินงานด้าน ESG โดดเด่น หรือ Sustainability Yearbook ประจำปี 2026 จาก S&P Global

ความร่วมมือทางธุรกิจไทย-ฝรั่งเศส สู่เศรษฐกิจสีเขียวและดิจิทัล
ภาคธุรกิจไทยและฝรั่งเศสสานสัมพันธ์สำคัญผ่านเวที FTBF ครั้งที่ 4 เพื่อผลักดันการค้า การลงทุน และเทคโนโลยีขั้นสูง มุ่งสู่เศรษฐกิจสีเขียวและดิจิทัล พร้อมเปิดโอกาสให้ SMEs ไทยเข้าถึงนวัตกรรมและร่วมสร้างห่วงโซ่มูลค่าสูง

Data Center ในไทย – คุ้มค่าต่อเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมจริงหรือ?
TDRI เตือนการลงทุน Data Center อาจได้ไม่คุ้มเสีย เหตุใช้ทรัพยากรสูงแต่จ้างงานต่ำ เสนอโมเดลพัฒนาใหม่เน้นสร้างงานคุณภาพและความยั่งยืน เพื่อก้าวข้ามโลกเก่า

ถอดกรอบคิด "Wellness Tourism" ระดับโลก ทำไมไทยเติบโตเร็วที่สุดในโลก แต่ยังไม่ติดท็อป 10
วิเคราะห์นิยาม Wellness Tourism จาก Global Wellness Institute พร้อมข้อมูลตลาดไทยที่เติบโต 36.4% เร็วที่สุดในโลก แต่ยังตามหลังในแง่ขนาดตลาด พร้อมโอกาสสำหรับผู้ประกอบการไทย

หัวใจแห่งองค์กรยั่งยืน: สร้างวัฒนธรรมที่ผูกพันและขับเคลื่อนด้วยคุณค่า
ในยุคที่โลกธุรกิจต้องเผชิญกับความผันผวนและความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ผู้นำองค์กรจำนวนมากมักมุ่งเน้นไปที่การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล การปรับปรุงตัวชี้วัดทางการเงิน หรือการนำเทคโนโลยีล้ำสมัยเข้ามาใช้ จนอาจหลงลืมไปว่า คน และ วัฒนธรรมองค์กร คือเครื่องยนต์ที่แท้จริงในการขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืน

รู้จัก “Nature Positive” เป้าหมายโลกใหม่ เพื่อธรรมชาติและเราทุกคน
แนวคิด “Nature Positive” เป้าหมายระดับโลกในการหยุดยั้งการสูญเสียและฟื้นฟูระบบนิเวศให้คืนสู่ความอุดมสมบูรณ์ภายในปี 2030 พร้อมทำความเข้าใจ 3 เครื่องมือสำคัญอย่าง GBF, TNFD, SBTN และ 4 ขั้นตอนการจัดการ (Avoid, Reduce, Restore, Offset) เพื่อปรับใช้ในภาคธุรกิจและชีวิตประจำวันในการสร้างความยั่งยืน
