
รู้จัก “Nature Positive” เป้าหมายโลกใหม่ เพื่อธรรมชาติและเราทุกคน
ฟังบทความนี้โดย AI
Business Leader Podcast
สรุปประเด็น
-
Nature Positive คือเป้าหมายโลก: มุ่งหยุดยั้งการสูญเสียและฟื้นคืนธรรมชาติให้ “เป็นบวก” ภายในปี ค.ศ. 2030 หลังจากมนุษย์ใช้ทรัพยากรจนธรรมชาติอยู่ในภาวะ “ติดลบ”
-
เน้นการคืนประโยชน์ให้มากกว่าที่ใช้: ต่างจากการอนุรักษ์แบบเดิมที่เน้นแค่ลดผลกระทบ แต่เป้าหมายใหม่คือการเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศอย่างเป็นรูปธรรม
-
ขับเคลื่อนด้วย 3 เครื่องมือหลัก: ใช้ GBF เป็นแม่บทระดับรัฐบาล, TNFD ให้ภาคธุรกิจประเมินความเสี่ยง และ SBTN เป็นคู่มือมาตรฐานทางวิทยาศาสตร์
-
นำไปปฏิบัติผ่าน 4 ขั้นตอนการจัดการ: ครอบคลุมการ หลีกเลี่ยง (Avoid), ลด (Reduce), ฟื้นฟู (Restore) และ ชดเชย (Offset)
-
กลยุทธ์สร้างความยั่งยืนให้ธุรกิจ: Nature Positive ไม่ใช่เพียง CSR แต่ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างความยั่งยืนควบคู่กับการฟื้นฟูระบบนิเวศ
ในยุคที่วิกฤตด้านสิ่งแวดล้อมส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตของทุกคน แนวคิด “Nature Positive” ได้กลายเป็นเป้าหมายระดับโลกฉบับใหม่ เพื่อชะลอ ฟื้นฟู และหยุดยั้งความเสื่อมโทรมของระบบนิเวศอย่างเร่งด่วน
นายสุกฤษฏิ์ชัย ธีระเริงฤทธิ์ รองผู้อำนวยการมูลนิธิสถาบันราชพฤกษ์ ในฐานะที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษามาตรการและแนวทางการบริหารจัดการแก้ไขปัญหาไฟป่า และติดตามปัญหาวิกฤตฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ในสภาผู้แทนราษฎร ให้ข้อมูลว่า ในส่วนของ Nature Positive คือเป้าหมายระดับโลกในการหยุดยั้งการสูญเสียและฟื้นคืนธรรมชาติให้ “เป็นบวก” ภายในปี ค.ศ. 2030 หลังจากการปฏิวัติอุตสาหกรรมช่วงปลายศตวรรษที่ 18 จนถึงปัจจุบันที่ใช้ทรัพยากรจนธรรมชาติ "ติดลบ" ใกล้ถึงจุดวิกฤติที่จะฟื้นคืนธรรมชาติให้ย้อนกลับมาเหมือนเดิมได้
โดยแนวคิดนี้ต่างจากแนวคิดอนุรักษ์รูปแบบเดิมที่มุ่งเน้นเพียงการ "ลดผลกระทบ" แต่เป็นการปรับเป้าหมายไปสู่การ "คืนธรรมชาติให้ได้มากกว่าที่ใช้ไป" ผ่านการเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของสิ่งมีชีวิตและพื้นที่ป่าอย่างเป็นรูปธรรม
ในการขับเคลื่อนเรื่องนี้ ประชาคมโลกได้สร้าง 3 เครื่องมือสำคัญขึ้นมาทำงานร่วมกัน ได้แก่:
-
Kunming–Montreal Global Biodiversity Framework (GBF) ที่เปรียบเหมือนกฎหมายแม่บทระดับรัฐบาล
-
กรอบ Taskforce on Nature-related Financial Disclosures (TNFD) สำหรับให้ภาคธุรกิจตรวจสอบความเสี่ยงของตนเอง
-
Science-Based Targets for Nature (SBTN) ที่เป็นคู่มือมาตรฐานทางวิทยาศาสตร์เพื่อให้นำไปลงมือทำได้จริง
จากกรอบกติกาโลกข้างต้น ทั้งภาคธุรกิจและประชาชนทั่วไปสามารถนำมาปรับใช้ในชีวิตจริงและการดำเนินงาน ผ่าน 4 ขั้นตอนการจัดการ เพื่อพลิกธรรมชาติจากลบให้เป็นบวก ดังนี้:
-
หลีกเลี่ยง (Avoid): ป้องกันผลกระทบตั้งแต่ต้นทาง เช่น หยุดใช้วัตถุดิบจากการทำลายธรรมชาติ
-
ลด (Reduce): ลดการใช้ทรัพยากร การปล่อยมลพิษ ขยะ และพลังงานในกระบวนการผลิตและการดำเนินชีวิต
-
ฟื้นฟู (Restore): ฟื้นฟูระบบนิเวศแหล่งน้ำ และเพิ่มพื้นที่สีเขียวในโครงการหรือชุมชน
-
ชดเชย (Offset): ชดเชยผลกระทบส่วนที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้เป็นทางเลือกสุดท้ายอย่างรับผิดชอบและตรวจสอบได้
Nature Positive ไม่ใช่เพียงกิจกรรม CSR แต่คือหลักคิดหลักการเพื่อบริหารงานให้สร้างความยั่งยืนต่อธุรกิจ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และฟื้นฟูระบบนิเวศไปพร้อมกัน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส: สร้างนวัตกรรมทางธุรกิจด้วยกรอบคิดความยั่งยืน
ในยุคปัจจุบันที่โลกกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศอย่างรุนแรง และกติกาทางการค้าโลกถูกออกแบบขึ้นมาใหม่โดยเอาความยั่งยืนเป็นตัวตั้ง สิ่งเหล่านี้กำลังสร้างความกังวลและแรงกดดันให้แก่ผู้ประกอบการอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

WHAUP ขยายการลงทุนธุรกิจสาธารณูปโภคและพลังงาน ชูระบบ Reclamation Water และ Direct PPA
ถอดกลยุทธ์ WHAUP ทุ่มงบ 2,900 ล้านบาท ปักหมุดโครงสร้างพื้นฐานยุคเปลี่ยนผ่าน ชูไฮไลต์เทคโนโลยี Reclamation Water ตอบโจทย์ Water Positive ควบคู่เตรียมพร้อม Direct PPA รับกระแส Data Center และ New S-Curve ตอกย้ำบทบาทผู้ขับเคลื่อนพลังงานหมุนเวียนและมาตรฐาน ESG สู่ระดับสากล

Data Center ในไทย – คุ้มค่าต่อเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมจริงหรือ?
TDRI เตือนการลงทุน Data Center อาจได้ไม่คุ้มเสีย เหตุใช้ทรัพยากรสูงแต่จ้างงานต่ำ เสนอโมเดลพัฒนาใหม่เน้นสร้างงานคุณภาพและความยั่งยืน เพื่อก้าวข้ามโลกเก่า

ถอดรหัสการเปลี่ยนผ่านสู่ "ผู้นำสีเขียว"
คู่มือสำหรับ CEO และเจ้าของธุรกิจยุคใหม่ ถอดบทเรียนการบริหารงานสู่ความยั่งยืนของเครือเจริญโภคภัณฑ์ ปรับเปลี่ยนองค์กรเพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero พร้อมเคล็ดลับการสร้างสมดุลระหว่างผลกำไรและความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม

SME ไทยปรับตัวสู่ ESG เพื่อความยั่งยืน
ESG คือโอกาสทองสำหรับ SME ไทยในการปรับตัวสู่ธุรกิจสีเขียว สร้างความได้เปรียบ และเติบโตอย่างยั่งยืนท่ามกลางกระแสความยั่งยืนที่ทั่วโลกมุ่งสู่ Net Zero

ไทยโอบายาชิ ทุ่ม 8 พันล้าน ปักหมุด O-MESH Ratchadamri
ไทยโอบายาชิ โดยบริษัท นันทวัน จำกัด ทุ่มงบกว่า 8,000 ล้านบาท วางศิลาฤกษ์โครงการมิกซ์ยูส O-MESH Ratchadamri บนทำเลศักยภาพใจกลางราชดำริ ชูการนำเทคโนโลยีก่อสร้าง LRV มาใช้ครั้งแรกในไทย พร้อมยกระดับมาตรฐานอาคารเขียวและความยั่งยืนด้วยแนวคิด Green & Smart มุ่งตอบโจทย์นักลงทุนสถาบันและผู้ประกอบการยุคใหม่
