
EXIM BANK ออกมาตรการ "มีทรัพย์ มีทุน" วงเงิน 10,000 ล้านบาท ช่วย SMEs รับผลกระทบเศรษฐกิจ
ฟังบทความนี้โดย AI
Business Leader Podcast
สรุปประเด็น
ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย หรือ EXIM BANK ได้เปิดตัวมาตรการ "มีทรัพย์ มีทุน" ด้วยวงเงินสูงถึง 10,000 ล้านบาท เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้ก้าวผ่านความท้าทายในปัจจุบัน มาตรการนี้ถือเป็นการขานรับนโยบายของ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่มุ่งเน้นการสร้างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ และแสดงให้เห็นถึงบทบาทเชิงรุกของ EXIM BANK ในฐานะ Export Co-pilot ที่พร้อมเป็นหลักประกันและผู้สนับสนุนการดำเนินธุรกิจของภาคเอกชนไทย
การเคลื่อนไหวเชิงกลยุทธ์ครั้งนี้เกิดขึ้นในบริบทที่เศรษฐกิจโลกยังคงเผชิญกับความไม่แน่นอนจากปัจจัยต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นความตึงเครียดทางการค้า มาตรการกีดกันทางการค้าที่ยังคงมีอยู่ ความผันผวนของราคาพลังงานที่ส่งผลต่อต้นทุนการผลิต และผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เริ่มส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก ปัจจัยเหล่านี้ล้วนสร้างแรงกดดันต่อขีดความสามารถในการแข่งขันและการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มที่พึ่งพาการส่งออกและกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ที่เป็นรากฐานสำคัญของระบบเศรษฐกิจ
มาตรการ "มีทรัพย์ มีทุน" มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเสริมสภาพคล่องและช่วยแบ่งเบาภาระต้นทุนธุรกิจที่เพิ่มขึ้น โดยให้สินเชื่อสูงสุด 50 ล้านบาทต่อราย การเติมทุนในลักษณะนี้ไม่เพียงแต่ช่วยให้ผู้ประกอบการ SMEs สามารถประคับประคองธุรกิจให้อยู่รอดได้ แต่ยังเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ห่วงโซ่อุปทานโดยรวมของประเทศ ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญที่เชื่อมโยงกับธุรกิจขนาดใหญ่และภาคการส่งออก หาก SMEs มีความแข็งแกร่งและสภาพคล่องเพียงพอ จะช่วยลดความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังภาคส่วนอื่นๆ ในระบบเศรษฐกิจได้
ยิ่งไปกว่านั้น การที่มาตรการนี้สอดคล้องกับนโยบายของ ธปท. ยังบ่งชี้ถึงความพยายามร่วมกันของสถาบันการเงินภาครัฐและหน่วยงานกำกับดูแลในการสนับสนุนเสถียรภาพและการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ นี่คือสัญญาณที่สำคัญสำหรับนักลงทุนและผู้นำองค์กรขนาดใหญ่ว่าภาครัฐตระหนักถึงความท้าทายและพร้อมใช้เครื่องมือทางการเงินเพื่อรักษาเสถียรภาพและเสริมสร้างความยืดหยุ่นของระบบเศรษฐกิจโดยรวม
ในภาพรวม มาตรการ "มีทรัพย์ มีทุน" ของ EXIM BANK ไม่ได้เป็นเพียงแค่การให้สินเชื่อ แต่เป็นสัญลักษณ์ของการลงทุนเชิงกลยุทธ์เพื่อรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจไทยในตลาดโลก และเป็นการตอกย้ำถึงบทบาทของ EXIM BANK ในการเป็นส่วนหนึ่งของกลไกภาครัฐที่คอยสร้างหลักประกันความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และส่งเสริมการเติบโตอย่างยั่งยืนของภาคธุรกิจท่ามกลางภูมิทัศน์เศรษฐกิจโลกที่ผันผวน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บสย. Quick Big Win วงเงิน 5 หมื่นล้าน อัดฉีด SMEs หนุนเศรษฐกิจฐานราก
มาตรการ “Fast Pass” เร่งปลดล็อกลงทุนผ่าน BOI คาดดันเม็ดเงินกว่า 3 แสนล้านบาท ควบคู่โครงการ “บสย. Quick Big Win” วงเงิน 5 หมื่นล้าน เสริมสภาพคล่อง SMEs ไทยและหนุนเศรษฐกิจฐานรากปี 2568

บสย. เผยผลดำเนินงานค้ำประกันสินเชื่อ SMEs ไตรมาส 1/2569 เติบโต 2.87 เท่า
บสย. โชว์ผลงานค้ำประกันสินเชื่อไตรมาสแรกปี 2569 เติบโตถึง 2.87 เท่า หนุนผู้ประกอบการ SMEs เข้าถึงแหล่งเงินทุน ช่วยรักษาการจ้างงาน และสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจกว่า 9.6 หมื่นล้านบาท

ภาวะตลาดหุ้นกู้ไทย: บริษัทเครดิตต่ำระดมทุนยาก
ตลาดหุ้นกู้ไทยเผชิญความท้าทายจากต้นทุนการระดมทุนที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะบริษัทเครดิตต่ำและ SME ทำให้การเข้าถึงแหล่งทุนยากขึ้นและต้องปรับโครงสร้างหนี้เป็นความปกติใหม่

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ออกมาตรการเฉพาะจุดหนุน SMEs เข้าถึงสินเชื่อและบรรเทาผลกระทบจากราคาพลังงาน
ธนาคารแห่งประเทศไทยออกมาตรการ 'SMEs Credit Boost' และ 'Secure Plus' เพื่อหนุน SMEs เข้าถึงสินเชื่อใหม่และลดภาระทางการเงิน ท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจและราคาพลังงานที่สูงขึ้น

EXIM Bank แนะปรับสมดุลภาคส่งออกไทย เพิ่มบทบาท SME-กระจายตลาด
EXIM Bank ผนึกกำลัง สสว. และ SME D Bank ออกมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพียง 1% ต่อปี วงเงินสูงสุด 10 ล้านบาทต่อราย รวม 1,200 ล้านบาท หนุน SME ไทยปรับสมดุลภาคส่งออก เพิ่มขีดความสามารถสู่ตลาดโลก

ไทยเครดิตปักหมุด Quality Growth หลังโกยกำไรสูงสุด หนุน Micro SMEs เข้าถึงสินเชื่อดิจิทัล
ธนาคารไทยเครดิตเดินหน้ากลยุทธ์ "Quality Growth" และ "Digital Core Banking" ยกระดับการเข้าถึงสินเชื่อและบริการทางการเงินแก่ SMEs และ Micro SMEs หลังทำกำไรสูงสุดเป็นประวัติการณ์
