หมิ่นประมาทต้องยืนยันผู้ถูกใส่ความว่าเป็นใครหรือไม่

หมิ่นประมาทต้องยืนยันผู้ถูกใส่ความว่าเป็นใครหรือไม่

กฎหมายใหม่

สรุปประเด็น

หมิ่นประมาทต้องยืนยันผู้ถูกใส่ความว่าเป็นใครหรือไม่

คดีอาญาความผิดฐานหมิ่นประมาทมีมากขึ้นตามสื่อต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบุคคลที่มีชื่อเสียง ข้าราชการ นักการเมือง มักถูกพาดพิงจากคอลัมน์หนังสือพิมพ์ การวิพากษ์วิจารณ์ทางวิทยุและโทรทัศน์ จึงขอนำเสนอคำพิพากษาฏีกาที่น่าสนใจมาวิเคราะห์เป็นคดีตัวอย่าง ได้แก่ คำพิพากษาฎีกาที่ ๙๕๑๘/๒๕๕๗ ซึ่งมีสาระสำคัญดังต่อไปนี้

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๔ มิถุนายน ๒๕๔๖ เวลากลางคืน ถึงวันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๔๖ เวลากลางวันติดต่อกัน จำเลยซึ่งเป็นบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ ผู้โฆษณาหนังสือพิมพ์ร่วมกับผู้อื่นใส่ความผู้เสียหาย โดยลงข่าวในหนังสือพิมพ์รายวันต่อเนื่องกันมีข้อความบ่งบอกให้เห็นว่า ผู้เสียหายเป็นผู้นำองค์กร เป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในทางชู้สาวกับผู้สื่อข่าวหญิง ใช้กลไกอำนาจคุ้มครองตน ใช้อำนาจหน้าที่แสวงหาประโยชน์ทางเพศอย่างไร้จริยธรรม มีพฤติกรรมเป็นหัวงู มีเล่ห์เหลี่ยมกลอุบายหลอกลวงหญิงในทางกามารมณ์ ใช้ให้ผู้ใต้บังคับบัญชาไปฉุดกระชากผู้หญิงที่ตนสนใจหรือถูกใจมาให้โดยไม่สนใจว่าเป็นลูกเมียใคร เสียหายในเรื่องผู้หญิง ทั้งนี้ เพื่อผู้เสียหายได้รับความเสียหาย เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง

ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓, ๘๓, ๓๒๘ พระราชบัญญัติการพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๘๔ มาตรา ๔๘ ให้จำเลยลงโฆษณาคำพิพากษาทั้งหมดลงในหนังสือพิมพ์รายวัน ๑ ฉบับเป็นจำนวนหลายครั้งโดยจำเลยเป็นผู้ชำระค่าโฆษณาและริบของกลาง

จำเลยให้การปฏิเสธ

ระหว่างพิจารณา ผู้เสียหาย ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์และโจทก์ร่วมอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิจารณายืน

โจทก์ฎีกา  โดยอัยการสูงสุดรับรองให้ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย 

“ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่า ขณะเกิดเหตุคดีนี้โจทก์ร่วมเป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ จำเลยเป็นบรรณาธิการผู้พิมพ์ ผู้โฆษณาหนังสือพิมพ์รายวัน เมื่อระหว่างวัน เวลา และสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง จำเลยได้ลงพิมพ์ข้อความในหนังสือพิมพ์รายวันตามที่โจทก์บรรยายฟ้องว่า หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน ฉบับลงวันที่ ๔ มิถุนายน ๒๕๔๖ พาดหัวข่าวหน้า ๑ ตัวใหญ่ว่า “แฉบิ๊ก ตร. โฉ่ตื๊อเคลมผู้ประกาศข่าวสาว” ข่าวหน้าที่ ๕ มีข้อความเนื้อข่าวว่า “เมื่อวันที่ ๓ มิถุนายน สื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาลทั้งหนังสือพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ และสำนักข่าว ได้ร่วมกันทำหนังสือถึงนายกสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย และสมาคมนักข่าว นักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย เสนอให้ออกหนังสือเตือนภัยนักข่าวหญิงระหว่างปฏิบัติหน้าที่ เนื่องจากเกิดกรณีข้าราชการชั้นผู้ใหญ่รายหนึ่งแสดงพฤติการณ์ที่ไม่น่าไว้วางใจในทางชู้สาว พูดจาหว่านล้อมวางท่าทีเอาอกเอาใจเป็นพิเศษต่อผู้ประกาศข่าวโทรทัศน์หญิงรายหนึ่งในระหว่างประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นอกสถานที่ ที่ จ.ภูเก็ต และประชุม ครม. ๒ ประเทศ ที่ จ.อุบลราชธานี เมื่อเร็ว ๆ นี้ บ้างก็ชวนให้ไปพบที่ห้องพักเป็นการส่วนตัว ไม่เกี่ยวข้องกับหน้าที่การงานเลย เมื่อนักข่าวไม่เล่นด้วย ให้ผู้ใต้บังคับบัญชามาพูดจาหว่านล้อม บางครั้งก็ให้ผู้ใต้บังคับบัญชาโทรศัพท์ไปที่ห้องพัก เพื่อพูดคุยนัดหมายให้ไปพบ ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้เกิดขึ้นที่จังหวัดภูเก็ตและจังหวัดอุบลราชธานี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับข้าราชการระดับสูงที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมกับผู้ประกาศข่าวหญิงนับเป็นนายตำรวจระดับสูงคนหนึ่ง ในระหว่างการประชุม ครม. ที่โรงแรมภูเก็ต โดยเมื่อนายตำรวจคนดังกล่าวพบผู้ประกาศข่าวหญิงคนดังกล่าวก็รู้สึกถูกชะตา จึงสั่งให้ผู้ใต้บังคับบัญชาระดับ พล.ต.ต. เรียกตัวผู้ประกาศข่าวหญิงมานั่งคุยกันที่ลอปบี้ของโรงแรม เมื่อมาถึงนายตำรวจระดับสูงได้พูดจาสอบถามว่าชื่ออะไร ทำงานอยู่ที่ใด มีเงินเดือนพอใช้หรือไม่ และมีรถส่วนตัวและบ้านเป็นของตนเองหรือยัง พร้อมกับขอนัดหมายขอรับประทานอาหารร่วมกัน หรือยินดีที่จะให้สัมภาษณ์พิเศษ”  

นอกจากนี้ ฉบับที่ ๖, ๗ และ ๘ มิถุนายน ๒๕๔๖ ก็ลงบทความเกี่ยวเนื่องกัน ต่อมาได้ปรากฏชื่อนายพลตำรวจท่านหนึ่ง จนถึงฉบับลงวันที่ ๒๐ มิถุนายน ๒๕๔๖ ในหน้าที่ ๖ มีการพาดหัวข่าวตัวใหญ่ว่า “จากองค์กรผู้หญิงถึงนายก” ลงนามโดย เครือข่ายผู้หญิงกับรัฐธรรมนูญ มีข้อความระบุว่า “สืบเนื่องจากการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ตามด้วยข่าว ข้าราชการระดับสูงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่มีหน้าที่ดูแลความปลอดภัยให้กับคณะรัฐมนตรี แสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ส่อเจตนาในทางชู้สาวกับนักข่าวหญิงคนหนึ่งที่ข้าราชการระดับสูงพึงพอใจ เครือข่ายผู้หญิงกับรัฐธรรมนูญในฐานะองค์กร มีความคิดที่อยากจะแบ่งปันกับท่านนายกฯ ดังต่อไปนี้ ในฐานะข้าราชการระดับสูงหรือผู้นำองค์กร โดยเฉพาะองค์การที่เป็นกลไกของรัฐบาลในการดำเนินนโยบายและบังคับใช้กฎหมาย”  

มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า ข้อความที่จำเลยลงพิมพ์ดังกล่าวหมายถึงโจทก์ร่วมหรือไม่ โดยโจทก์ฎีกาว่า ข้อความที่ลงพิมพ์ในหนังสือพิมพ์รายวันฉบับลงวันที่ ๔, ๖, ๗, ๘, ๙, ๑๗, ๒๐ และ ๒๑ มิถุนายน ๒๕๔๖ ตามที่โจทก์บรรยายในคำฟ้องนั้น ผู้อ่านรู้ได้ว่าหมายความถึงโจทก์ร่วม เป็นการหมิ่นประมาทโจทก์ร่วมนั้น  

เห็นว่า การใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สามโดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นนั้นเสียชื่อเสียงถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง อันจะเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒๖ และมาตรา ๓๒๘ นั้น จะต้องได้ความว่าการใส่ความดังกล่าวได้ระบุถึงตัวบุคคลผู้ถูกใส่ความเป็นการยืนยันรู้ได้แน่นอนว่าเป็นใคร หรือหากไม่ระบุถึงผู้ที่ถูกใส่ความโดยตรง การใส่ความนั้นก็ต้องได้ความว่าหมายถึงบุคคลใดบุคคลหนึ่งโดยเฉพาะ  

เมื่ออ่านข้อความตามที่โจทก์กล่าวอ้างโดยตลอดแล้วไม่มีตอนใดระบุว่าเป็นโจทก์ร่วม หรือทำให้เข้าใจว่าหมายถึงโจทก์ร่วม ประกอบกับพยานโจทก์และโจทก์ร่วมเบิกความว่าได้อ่านหนังสือพิมพ์แล้วขณะนั้นยังไม่เข้าใจว่าเป็นการกล่าวหาใคร ดังนี้ การที่โจทก์นำข้อความที่ลงพิมพ์ในหนังสือพิมพ์รายวัน ฉบับลงวันที่ ๔, ๖, ๗, ๘, ๙, ๑๗, ๒๐ และ ๒๑ มิถุนายน ๒๕๔๖ มารวมเข้าด้วยกันแล้วสรุปว่าเป็นการหมิ่นประมาทโจทก์ร่วมนั้น ก็เป็นเพียงความเข้าใจของโจทก์ร่วมเท่านั้น หาใช่เป็นความเข้าใจของบุคคลทั่วไปไม่  

บุคคลทั่วไปที่อ่านข้อความย่อมไม่ทราบหรือไม่เข้าใจได้ว่า ข้อความที่โจทก์และโจทก์ร่วมอ้างมานั้นหมายถึงผู้ใด และเป็นเรื่องจริงตามที่ลงพิมพ์หรือไม่ หากต้องการรู้ความหมายว่าเป็นผู้ใดก็ต้องสืบเสาะหาเพิ่มเติม ทั้งไม่แน่ว่าหลังจากสืบเสาะค้นหาเพิ่มเติมแล้วจะเป็นตัวโจทก์ร่วมจริงหรือไม่ และในกรณีที่ทำการสืบเสาะค้นหาแล้วจึงทราบว่าหมายความถึงโจทก์ร่วมก็เป็นการทราบจากการที่บุคคลนั้นได้สืบเสาะค้นหาข้อเท็จจริงมาเองในภายหลัง หาได้ทราบโดยอาศัยข้อความที่ลงพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ตามคำฟ้องไม่ เมื่อโจทก์ร่วมยึดถือความรู้สึกนึกคิดของตนเองเป็นสำคัญ ทั้ง ๆ ที่บุคคลทั่วไปมิได้มีการรับรู้หรือเข้าใจในข้อความดังกล่าวว่าเป็นตัวโจทก์ร่วม การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นการหมิ่นประมาทโจทก์ร่วมตามฟ้อง ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องมานั้นชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น”  

พิพากษายืน
          

ความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้

ความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒๖ และมาตรา ๓๒๘ จะต้องได้ความว่าการใส่ความได้ระบุถึงตัวบุคคลผู้ถูกใส่ความเป็นการยืนยันรู้ได้แน่นอนว่าเป็นใคร หรือหากไม่ระบุถึงผู้ที่ถูกใส่ความโดยตรง การใส่ความจะต้องได้ความว่าหมายถึงบุคคลใดบุคคลหนึ่งโดยเฉพาะ

ข้อความที่โจทก์กล่าวอ้างไม่มีตอนใดระบุว่าเป็นโจทก์ร่วม หรือทำให้เข้าใจว่าหมายถึงโจทก์ร่วม ประกอบกับพยานโจทก์และโจทก์ร่วมอ่านหนังสือพิมพ์ตามที่โจทก์ร่วมกล่าวหาว่าข้อความที่หมิ่นประมาทนั้นหมายถึงโจทก์ร่วม หรือทำให้เข้าใจว่าหมายถึงโจทก์ร่วม ขณะนั้นก็ยังไม่เข้าใจว่าเป็นการกล่าวหาใคร การที่โจทก์นำข้อความที่ลงพิมพ์ในหนังสือพิมพ์รายวัน ฉบับลงวันที่ ๔, ๖, ๗, ๘, ๙, ๑๗, ๒๐ และ ๒๑ มิถุนายน ๒๕๔๖ มารวมเข้าด้วยกันแล้วสรุปว่าเป็นการหมิ่นประมาทโจทก์ร่วม จึงเป็นเพียงความเข้าใจของโจทก์ร่วมเท่านั้น หาใช่เป็นความเข้าใจของบุคคลทั่วไปไม่  

บุคคลทั่วไปที่อ่านข้อความย่อมไม่ทราบหรือเข้าใจได้ว่าข้อความที่โจทก์และโจทก์ร่วมอ้างมานั้นหมายความถึงผู้ใด และเป็นเรื่องจริงตามที่ลงพิมพ์หรือไม่ หากต้องการรู้ความหมายว่าเป็นผู้ใดก็ต้องไปสืบเสาะหาเพิ่มเติม ทั้งไม่แน่ใจว่าหลังจากสืบเสาะค้นหาเพิ่มเติมแล้วจะเป็นตัวโจทก์ร่วมจริงหรือไม่ และในกรณีที่ทำการสืบเสาะค้นหาแล้วจึงทราบว่าหมายความถึงโจทก์ร่วม ก็เป็นการทราบจากการที่บุคคลนั้นได้สืบเสาะค้นหาข้อเท็จจริงมาเองในภายหลัง หาได้ทราบโดยอาศัยข้อความที่ลงพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ตามคำฟ้องไม่ เมื่อโจทก์ร่วมยึดถือความรู้สึกนึกคิดของตนเองเป็นสำคัญทั้ง ๆ ที่บุคคลทั่วไปมิได้มีการรับรู้หรือเข้าใจในข้อความนั้นว่าเป็นตัวโจทก์ร่วม การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นการหมิ่นประมาทโจทก์ร่วมตามฟ้อง ...  

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เปิดคำพิพากษา: อายุความประกันภัย

เปิดคำพิพากษา: อายุความประกันภัย

ปัจจุบันการประกันภัยเป็นที่รู้จักกันกว้างขวางมากขึ้น คนไทยส่วนใหญ่มีความรู้และความเข้าใจจากการประชาสัมพันธ์ของหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน โดยเฉพาะการประกันวินาศภัยและประกันชีวิต อย่างไรก็ตาม แม้การประกันภัยมีสัญญากำหนดสาระสำคัญไว้อย่างละเอียดชัดเจน แต่ปัญหาและข้อขัดแย้งยังปรากฏเป็นคดีความจำนวนมาก ส่วนหนึ่งคืออายุความในสัญญาประกันภัย

13 นาที
ภาษีทรัมป์กลับมาบังคับใช้หลังศาลอุทธรณ์พักคำตัดสิน

ภาษีทรัมป์กลับมาบังคับใช้หลังศาลอุทธรณ์พักคำตัดสิน

ศาลอุทธรณ์สหรัฐฯ พักคำสั่งยกเลิกภาษีทรัมป์ชั่วคราว หลังศาลชั้นต้นตัดสินเกินอำนาจ นักลงทุนจับตาศึกกฎหมายส่งผลต่อนโยบายการค้าโลก

4 นาที
กฎหมายสำหรับครูอาจารย์ วิสัยทัศน์ด้านการศึกษาระยะยาวของเวียดนาม

กฎหมายสำหรับครูอาจารย์ วิสัยทัศน์ด้านการศึกษาระยะยาวของเวียดนาม

กฎหมายสำหรับครูอาจารย์ที่ได้รับการอนุมัติในการประชุมสภาแห่งชาติครั้งที่ 9 สมัยที่ 15 เมื่อวันที่ 16 มิถุนายนไม่เพียงแต่เป็นความก้าวหน้าของกระบวนการปรับปรุงระเบียบกลไกเท่านั้น หากยังเป็นการยืนยันว่า การศึกษายังคงเป็นด้านที่เวียดนามให้ความสนใจเป็นอันดับต้นๆในยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศที่ยั่งยืนและการผสมผสานเข้ากับกระแสโลก

5 นาที
การยื่นแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.๓๐) พ้นเวลาที่กฎหมายกำหนด

การยื่นแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.๓๐) พ้นเวลาที่กฎหมายกำหนด

คดีนี้เจ้าพนักงานประเมินตรวจพบว่า โจทก์ยื่นแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.๓๐) พ้นเวลาที่กฎหมายกำหนด และแสดงภาษีขายขาดไป รวม ๓ เดือนภาษีคือ  เดือนภาษีพฤศจิกายน ๒๕๔๘ ยื่นแบบฯ เกินเวลาและนำภาษีซื้อตามใบกำกับภาษีที่ออกโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายมาหักในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม ทำให้ต้องรับผิดเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเพิ่มเติมพร้อมเบี้ยปรับและเงินเพิ่มตามกฎหมาย

10 นาที
คำพิพากษาคดีจำนำข้าว ศาลปกครองสูงสุด สั่ง 'ยิ่งลักษณ์' จ่ายค่าเสียหายหมื่นล้าน

คำพิพากษาคดีจำนำข้าว ศาลปกครองสูงสุด สั่ง 'ยิ่งลักษณ์' จ่ายค่าเสียหายหมื่นล้าน

เปิดคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดคดีจำนำข้าว สั่ง 'ยิ่งลักษณ์' จ่ายค่าเสียหายหมื่นล้าน ลดจากเดิม 35,717 ล้านบาท เหลือ 10,028 ล้านบาท หลังแยกแยะความรับผิดทางการเมืองกับการบริหาร

13 นาที

แท็กที่เกี่ยวข้อง