
สมดุลชีวิต: ลด Burnout ในยุคธุรกิจผันผวน
ภาวะ Burnout หรือภาวะหมดไฟ คือ ภาวะความเปลี่ยนแปลงทางจิตใจและอารมณ์ที่เกิดจากการสะสมความเครียดในที่ทำงานเป็นเวลานาน ส่งผลให้ร่างกายและจิตใจเหนื่อยล้า หมดแรงจูงใจ และประสิทธิภาพการทำงานลดลง โดยองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้รับรองให้ภาวะนี้เป็นโรคใหม่ที่เกิดจากความเครียดเรื้อรังในสถานที่ทำงาน ซึ่งควรได้รับการดูแลและป้องกันเช่นเดียวกับโรคอื่น
อัตราการเกิดภาวะ Burnout ในผู้บริหารไทย
การสำรวจสถานการณ์ในภาพรวมของวัยทำงานกรุงเทพฯ โดย CMMU พบว่า 12% อยู่ในภาวะหมดไฟ และอีก 57% มีความเสี่ยงสูงที่จะเข้าสู่ภาวะหมดไฟในการทำงาน. อย่างไรก็ตาม กลุ่มผู้บริหารระดับ C-level ในองค์กรไทยมีแนวโน้มเผชิญ Burnout สูงกว่า:
• 56% มีแผนลาออกภายใน 2 ปี จากความเครียดสะสมและปัญหาสุขภาพจิต.
• 27% มีแนวโน้มลาออกภายใน 6 เดือน โดยสาเหตุหลักมาจากภาระงานที่ล้นหลามและแรงกดดันจากองค์กร.
• ในกลุ่ม HR Leader ซึ่งเป็นผู้บริหารฝ่ายทรัพยากรบุคคล 81% ยอมรับว่าเคยพบภาวะหมดไฟในการทำงาน และ 84% ประสบความเครียดบ่อยครั้ง.
แนวทางการลดภาวะหมดไฟ
ภาวะ Burnout ของผู้นำไทยในยุคปัจจุบันเป็นปัญหาที่ทวีความรุนแรงขึ้นจากปัจจัยภายนอก เช่น เศรษฐกิจชะลอตัว สถานการณ์การเมือง และความไม่แน่นอนทางธุรกิจ ซึ่งส่งผลให้ผู้บริหารและเจ้าของธุรกิจเผชิญความเครียดสะสมและเสี่ยงต่อภาวะหมดไฟสูง การรับมือกับภาวะ Burnout ของผู้นำไทยจึงต้องอาศัยแนวทางที่รอบด้านทั้งในระดับส่วนบุคคลและองค์กร ดังนี้
1. หาที่ยึดเหนี่ยวจิตใจและสร้างเครือข่ายสนับสนุน
ผู้นำควรหาที่พึ่งทางใจ ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนร่วมงาน ที่ปรึกษา ครอบครัว หรือโค้ช เพื่อให้มีพื้นที่ปลอดภัยในการระบายความเครียดและแลกเปลี่ยนมุมมอง นอกจากนี้ การสร้างเครือข่ายสนับสนุนช่วยให้ผู้นำไม่รู้สึกโดดเดี่ยวและสามารถปรับตัวรับมือกับความท้าทายได้ดีขึ้น.
2. เพิ่มเวลาพักผ่อนและสร้างสมดุลชีวิตการทำงาน
ผู้นำต้องวางแผนให้ตนเองมีเวลาพักผ่อนอย่างเพียงพอ ไม่ทำงานล่วงเวลาจนเกินไป และกำหนดขอบเขตระหว่างงานกับชีวิตส่วนตัวอย่างชัดเจน เช่น ไม่ตอบอีเมลหรือติดต่องานนอกเวลางาน การพักผ่อนช่วยฟื้นฟูพลังกายและพลังใจให้พร้อมกลับมาทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ.
3. หลีกเลี่ยงการบริหารงานแบบ Micro-management
การควบคุมงานทุกขั้นตอนอย่างเข้มงวด (Micro-management) ส่งผลให้ผู้นำและทีมงานเกิดความเครียดสะสม ผู้นำควรมอบหมายงานและให้อิสระในการทำงานแก่ทีม เพื่อลดภาระงานและเสริมสร้างความไว้วางใจในทีมงาน.
4. ส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรที่เป็นมิตรต่อสุขภาพจิต
ผู้นำควรเป็นแบบอย่างในการดูแลสุขภาพจิตของตนเองและทีมงาน เช่น ส่งเสริมให้ใช้วันลาพักร้อน จัดกิจกรรมผ่อนคลาย เช่น การทำสมาธิหรือโยคะ และสร้างพื้นที่ปลอดภัยที่ทุกคนสามารถแสดงความคิดเห็นได้อย่างเปิดเผย.
5. ฝึกทักษะการจัดการความเครียดและพัฒนาตัวเอง
ผู้นำควรฝึกฝนทักษะการจัดการความเครียด เช่น การทำสมาธิ โยคะ หรือการบริหารเวลา รวมถึงหมั่นพัฒนาตนเองทั้งด้านความรู้และทักษะการบริหารงาน เพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลงและสถานการณ์ที่ท้าทาย.
6. เปิดใจรับความช่วยเหลือและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ
หากรู้สึกว่าตนเองไม่สามารถรับมือกับภาวะ Burnout ได้เพียงลำพัง ผู้นำควรเปิดใจขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ เช่น นักจิตวิทยาหรือที่ปรึกษา ซึ่งจะช่วยให้ได้รับคำแนะนำที่เหมาะสมและสามารถกลับมาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกครั้ง.
การรับมือกับภาวะ Burnout ของผู้นำไทยในยุคปัจจุบันต้องอาศัยทั้งการดูแลตนเอง การบริหารงานที่มีประสิทธิภาพ และการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เอื้อต่อสุขภาพจิต เพื่อให้ผู้นำและองค์กรสามารถผ่านพ้นความท้าทายและเติบโตได้อย่างยั่งยืน.
แนวคิด ikigai สามารถช่วยแก้ปัญหาได้อย่างยั่งยืน
แนวคิด ikigai ซึ่งเป็นปรัชญาญี่ปุ่นที่เน้นการค้นหาความหมายและคุณค่าของการมีชีวิตอยู่ สามารถช่วยแก้ปัญหา burnout หรือภาวะหมดไฟได้อย่างยั่งยืนโดยอาศัยหลักสำคัญ 4 ข้อ ดังนี้ 1) สิ่งที่รัก (What you love): การทำสิ่งที่ทำให้เกิดความสุขและแรงบันดาลใจ จะช่วยให้ผู้ทำงานรู้สึกตื่นเต้นและกระตือรือร้นในทุกวัน 2) สิ่งที่ทำได้ดี (What you are good at): การใช้ทักษะหรือความสามารถที่มีอยู่จะช่วยเพิ่มความมั่นใจและประสิทธิภาพในการทำงาน 3) สิ่งที่โลกต้องการ (What the world needs): การรู้สึกว่าตนเองมีส่วนร่วมกับสังคมหรือช่วยเหลือผู้อื่นจะเพิ่มความรู้สึกมีคุณค่าและความหมายในชีวิต และ 4) สิ่งที่ได้รับค่าตอบแทน (What you can be paid for): การทำงานที่สามารถเลี้ยงชีพได้อย่างยั่งยืน ช่วยให้เกิดความมั่นคงทางจิตใจและเศรษฐกิจ
เมื่อทั้ง 4 ข้อนี้มาบรรจบกัน จะทำให้เกิดความสมดุลระหว่างความสุขส่วนตัว ความสามารถ การสร้างคุณค่าให้สังคม และความมั่นคงทางการเงิน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยป้องกันและลดภาวะหมดไฟอย่างยั่งยืน เพราะผู้ทำงานจะรู้สึกว่าตนเองมีเป้าหมาย มีความหมาย และได้รับความสุขจากงานที่ทำทุกวัน นอกจากนี้ ikigai ยังช่วยให้เกิดสมดุลระหว่างชีวิตการทำงานและชีวิตส่วนตัว ลดความเครียดสะสม และเพิ่มแรงจูงใจในการทำงานอย่างต่อเนื่อง
The Leader Academy มีหลักสูตรออนไลน์ "ikigai" ที่จะช่วยสร้างสมดุลให้ชีวิต มีความสุขในการทำงานและการใช้ชีวต คลิกที่นี่

วิดีโอที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Critical Thinking: ทักษะจำเป็นสำหรับองค์กรยุคใหม่ในโลกที่เปลี่ยนไป
การขาดทักษะการคิดเชิงวิพากษ์ทำให้หลายองค์กรตัดสินใจผิดพลาด ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจอย่างรุนแรง ปัญหานี้เกิดจากระบบการศึกษาไทยที่ไม่เน้นการคิดวิเคราะห์ ส่งผลให้ตลาดแรงงานขาดทักษะที่สำคัญนี้ การคิดเชิงวิพากษ์คือความสามารถในการตั้งคำถาม วิเคราะห์ข้อมูล และตัดสินใจอย่างมีเหตุผล ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นในการเผชิญกับความท้าทายทางธุรกิจในยุคที่มีข้อมูลมากมายและบิดเบือนเช่นปัจจุบัน

หลับอย่างชาญฉลาด: เกราะป้องกันความเครียดและภาวะหมดไฟสำหรับผู้นำ
ในโลกธุรกิจที่หมุนไปอย่างรวดเร็ว ผู้นำองค์กรและผู้บริหารระดับสูงหลายคนมักตกเป็นเหยื่อของความเชื่อโบราณที่ว่า "การนอนน้อย" หรือ "การอดนอนเพื่อทำงาน" คือสัญลักษณ์ของความมุ่งมั่นและหนทางสู่ความสำเร็จ ทว่าในความเป็นจริง

พลังแห่งการพักผ่อน: สร้างวงจรการนอนหลับคุณภาพเพื่อชีวิตที่ไม่หยุดนิ่ง
ในโลกธุรกิจปัจจุบันที่หมุนไปอย่างรวดเร็วและมีความกดดันสูง วัยทำงานและผู้บริหารระดับสูงมักต้องเผชิญกับภารกิจที่ถาโถมตลอด 24 ชั่วโมง ความเชื่อเดิมๆ ที่ว่า "ความสำเร็จแลกมาด้วยการอดนอน" หรือการทำงานหามรุ่งหามค่ำกำลังกลายเป็นแนวคิดที่ล้าสมัย จากผลสำรวจด้านสุขภาพ

บริหารพลังงานชีวิตผู้นำ ขับเคลื่อนองค์กรระยะยาวโดยไม่หมดไฟ
ถอดรหัสและบริหารพลังงานชีวิตสำหรับผู้นำองค์กร เปลี่ยนผ่านจากวัฒนธรรมการทำงานแข่งกับเวลารวมถึงชั่วโมงทำงานที่ยาวนาน สู่การเพิ่มผลิตภาพระยะยาว พร้อมรับมือภาวะหมดไฟและขับเคลื่อนธุรกิจอย่างยั่งยืน

ผู้นำแบบโค้ช: สร้างทีมแกร่งสู่ความสำเร็จยั่งยืน
ในโลกธุรกิจที่มีการแข่งขันสูงและเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา การมีผู้นำที่มีประสิทธิภาพคือหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืน ผู้ประกอบการหลายท่านอาจคุ้นเคยกับ "หัวหน้างานแบบสั่งการ" ซึ่งเน้นการออกคำสั่งและควบคุม แต่ในยุคปัจจุบัน แนวคิด "หัวหน้างานแบบโค้ช" กำลังเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในการสร้างทีมที่แข็งแกร่งและนวัตกรรม แล้วความแตกต่างระหว่างสองรูปแบบนี้จะส่งผลต่อธุรกิจของคุณอย่างไรบ้าง?

ทางลัดสู่การเป็นผู้นำยุคใหม่: วางแผนเรียนต่อในสาขาวิชาแห่งอนาคตที่ต่างประเทศ
การตัดสินใจเรียนต่อต่างประเทศเป็นการลงทุนครั้งสำคัญในชีวิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่โลกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในปี 2024 และ 2025 นี้ การเลือกสาขาวิชาที่ตอบโจทย์อนาคตและพัฒนาทักษะความเป็นผู้นำจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยเปิดประตูสู่ความสำเร็จในเส้นทางอาชีพ
