
กรมศุลกากรจัดเก็บรายได้ปี 2569 ทะลุ 6.3 แสนล้านบาท โต 9.9% เร่งระบบดิจิทัลลดต้นทุนการค้าไทย
สรุปประเด็น
-
รายได้ทะลุ 6.3 แสนล้าน: กรมศุลกากรเผยผลจัดเก็บรายได้ปี 2569 รวม 631,411 ล้านบาท เติบโต 9.9% สะท้อนความแข็งแกร่งของการค้าระหว่างประเทศ
-
ลุยศุลกากรดิจิทัล: เดินหน้าขับเคลื่อนระบบ e-D/O และ Customs e-Invoicing Plus ช่วยลดขั้นตอนเอกสารและต้นทุนให้ผู้ประกอบการ
-
ยกระดับโลจิสติกส์: ปรับปรุงกระบวนการขนส่งผ่านท่าเรือแหลมฉบังและระบบถ่ายลำสินค้า เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในห่วงโซ่อุปทาน
-
เข้มปราบสินค้าผิดกฎหมาย: ตรวจยึดสินค้าผิดกฎหมายมูลค่ากว่า 4,750 ล้านบาท พร้อมสกัดการหลีกเลี่ยงภาษีเพื่อสร้างความเป็นธรรมในการแข่งขัน
กรมศุลกากรรายงานผลการจัดเก็บรายได้ประจำปีงบประมาณ 2569 ณ วันที่ 21 กันยายน 2569 รวม 631,411 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 57,024 ล้านบาท หรือ 9.9% ท่ามกลางมูลค่าการค้ารวมของไทยที่สูงกว่า 24 ล้านล้านบาท สะท้อนบทบาทของกิจกรรมการค้าระหว่างประเทศต่อรายได้ภาครัฐ และความสำคัญของระบบศุลกากรที่เชื่อมโยงกับห่วงโซ่อุปทานของประเทศ
อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่ภาคธุรกิจควรจับตาไม่ได้มีเพียงการเติบโตของรายได้ แต่ยังรวมถึงการปรับปรุงระบบศุลกากรดิจิทัล การพัฒนากระบวนการขนส่งสินค้า และการบังคับใช้กฎหมายทางการค้า ซึ่งล้วนส่งผลต่อต้นทุน ระยะเวลา และความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย
การยกระดับระบบศุลกากรไม่ได้มีผลเฉพาะต่อการจัดเก็บรายได้ของรัฐ แต่ยังเกี่ยวข้องกับประสิทธิภาพการนำเข้า–ส่งออกและต้นทุนที่ผู้ประกอบการต้องแบกรับ
รายได้ศุลกากรปี 2569 โต 9.9% รายได้ส่วนใหญ่จัดเก็บแทนหน่วยงานอื่น
จากรายงานของกรมศุลกากร รายได้รวม 631,411 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้ที่จัดเก็บแทนหน่วยงานอื่นจำนวน 518,883 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% จากปีก่อน ขณะที่รายได้ศุลกากรโดยตรงอยู่ที่ 112,528 ล้านบาท เติบโต 1.2%
โครงสร้างดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าการดำเนินงานของกรมศุลกากรมีบทบาทมากกว่าการจัดเก็บอากรขาเข้าและรายได้ของหน่วยงานเอง เพราะยังทำหน้าที่จัดเก็บภาษีแทนหน่วยงานภาครัฐอื่นที่เกี่ยวข้องกับสินค้านำเข้าอีกด้วย
เมื่อพิจารณารายได้ที่จัดเก็บแทนหน่วยงานอื่น พบว่ามีองค์ประกอบสำคัญดังนี้
-
กรมสรรพากร: 411,131 ล้านบาท
-
กรมสรรพสามิต: 56,428 ล้านบาท
-
กระทรวงมหาดไทย: 51,324 ล้านบาท
ตัวเลขเหล่านี้ช่วยให้เห็นขนาดของภารกิจด้านการจัดเก็บรายได้ที่เชื่อมโยงกับการนำเข้าสินค้าและการค้าระหว่างประเทศ ขณะเดียวกัน การเติบโตของรายได้ในแต่ละหมวดยังต้องพิจารณาร่วมกับปัจจัยด้านมูลค่าการนำเข้า โครงสร้างสินค้า อัตราภาษี และภาวะเศรษฐกิจในช่วงเวลาเดียวกัน
สำหรับภาคธุรกิจ ตัวเลขรายได้จึงเป็นข้อมูลประกอบการประเมินทิศทางการค้า แต่ไม่ควรใช้เป็นตัวชี้วัดการเติบโตทางเศรษฐกิจเพียงด้านเดียว
e-D/O และ Customs e-Invoicing Plus เร่งเปลี่ยนผ่านสู่ศุลกากรดิจิทัล
หนึ่งในทิศทางสำคัญของกรมศุลกากรคือการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ปรับปรุงกระบวนการทำงาน โดยเฉพาะ ระบบสั่งปล่อยสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ (e-D/O) และ โครงการ Customs e-Invoicing Plus ซึ่งมีเป้าหมายสนับสนุนการจัดการข้อมูลและเอกสารทางการค้าให้สะดวกขึ้น
การเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัลมีความสำคัญต่อผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจนำเข้า–ส่งออกเป็นประจำ โดยเฉพาะบริษัทที่มีปริมาณธุรกรรมสูงและต้องประสานงานกับหลายหน่วยงาน เพราะขั้นตอนด้านเอกสารและการตรวจปล่อยสินค้าเป็นส่วนหนึ่งของต้นทุนการดำเนินงาน
หากระบบสามารถลดการทำงานซ้ำซ้อน เพิ่มความรวดเร็วในการแลกเปลี่ยนข้อมูล และทำให้ผู้ประกอบการตรวจสอบสถานะธุรกรรมได้สะดวกขึ้น ก็จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารสินค้าและการวางแผนโลจิสติกส์ได้
ศุลกากรดิจิทัลเป็นมากกว่าการเปลี่ยนเอกสารกระดาษให้เป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ แต่เป็นการวางรากฐานให้กระบวนการค้าระหว่างประเทศเชื่อมโยงกันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริงยังขึ้นอยู่กับความพร้อมของระบบ การเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงาน และความสามารถของผู้ประกอบการในการปรับกระบวนการทำงานให้สอดคล้องกับระบบใหม่
ยกระดับการขนส่งผ่านท่าเรือแหลมฉบัง ลดข้อจำกัดในห่วงโซ่อุปทาน
นอกจากการพัฒนาระบบดิจิทัลแล้ว กรมศุลกากรยังให้ความสำคัญกับการปรับปรุงกระบวนการขนส่งสินค้า โดยมีแนวทางพัฒนาระบบถ่ายลำสินค้าทางเรือแบบอิเล็กทรอนิกส์ และปรับปรุงหลักเกณฑ์เกี่ยวกับเรือขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ทางแม่น้ำให้สามารถแวะรับตู้สินค้าเพื่อส่งออกผ่าน ท่าเรือแหลมฉบัง ได้สะดวกยิ่งขึ้น
การพัฒนากระบวนการดังกล่าวมีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับประสิทธิภาพของห่วงโซ่อุปทาน เพราะการขนส่งสินค้าระหว่างจุดรวบรวมสินค้า ท่าเรือ และตลาดปลายทางต้องอาศัยการประสานงานหลายขั้นตอน หากสามารถลดข้อจำกัดด้านเอกสารและกระบวนการขนส่งได้ ก็มีโอกาสช่วยลดระยะเวลารอคอยและเพิ่มความคล่องตัวในการส่งออก
สำหรับผู้ส่งออก โดยเฉพาะธุรกิจที่ต้องบริหารกำหนดส่งมอบสินค้าอย่างเคร่งครัด ความแน่นอนของระยะเวลาขนส่งมีความสำคัญต่อการวางแผนสต็อก การบริหารเงินทุนหมุนเวียน และการรักษาความสัมพันธ์กับคู่ค้าในต่างประเทศ
ในระยะยาว ประสิทธิภาพของระบบศุลกากรและโลจิสติกส์จึงเป็นหนึ่งในองค์ประกอบที่ช่วยสนับสนุนขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยในตลาดโลก
ปราบปรามสินค้าผิดกฎหมายกว่า 4,750 ล้านบาท สกัดการหลีกเลี่ยงภาษี
ด้านการบังคับใช้กฎหมาย กรมศุลกากรรายงานผลการจับกุมและตรวจยึดรวม 58,705 คดี คิดเป็นมูลค่ากว่า 4,750 ล้านบาท พร้อมเดินหน้ามาตรการป้องกันการหลีกเลี่ยงภาษีและการกระทำผิดทางศุลกากร
อีกประเด็นที่มีความสำคัญต่อภาคอุตสาหกรรมคือการเพิ่มความเข้มงวดต่อกรณี การสวมสิทธิ์ถิ่นกำเนิดสินค้า ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับการใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีภายใต้ความตกลงการค้าโดยไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์
การบังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงจากการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม และสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ประกอบการที่ปฏิบัติตามกฎระเบียบ อย่างไรก็ตาม การดำเนินมาตรการต้องควบคู่กับหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนและกระบวนการตรวจสอบที่โปร่งใส เพื่อให้ธุรกิจสามารถวางแผนและปฏิบัติตามข้อกำหนดได้อย่างถูกต้อง
สำหรับบริษัทที่นำเข้าและส่งออกสินค้า การตรวจสอบเอกสารแสดงถิ่นกำเนิดสินค้า การจัดทำหลักฐานประกอบการใช้สิทธิทางภาษี และการติดตามข้อกำหนดของประเทศคู่ค้า จึงเป็นส่วนสำคัญของการบริหารความเสี่ยงทางการค้า
ภาษีนำเข้าและการแข่งขันของ SME ไทย ต้องพิจารณาอย่างรอบด้าน
มาตรการจัดเก็บภาษีนำเข้าและการตรวจสอบสินค้าที่เข้าสู่ประเทศไทยยังเป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการแข่งขันระหว่างผู้ประกอบการในประเทศและสินค้าจากต่างประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าที่มีการแข่งขันด้านราคาสูง
ในมุมของ SME ไทย การบังคับใช้กฎระเบียบอย่างเท่าเทียมอาจช่วยลดความได้เปรียบที่ไม่เป็นธรรมของสินค้านำเข้าบางประเภท แต่ผลต่อการแข่งขันจริงยังขึ้นอยู่กับประเภทสินค้า อัตราภาษีที่ใช้บังคับ ช่องทางการจำหน่าย และต้นทุนของผู้ประกอบการแต่ละราย
ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการไทยยังจำเป็นต้องยกระดับคุณภาพสินค้า ควบคุมต้นทุน และพัฒนาช่องทางจำหน่ายให้เหมาะกับพฤติกรรมผู้บริโภค เพราะการกำกับดูแลการนำเข้าเพียงอย่างเดียวไม่สามารถทดแทนการพัฒนาความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจได้ทั้งหมด
สำหรับธุรกิจนำเข้า การติดตามประกาศด้านภาษี พิกัดศุลกากร หลักเกณฑ์ถิ่นกำเนิดสินค้า และข้อกำหนดเกี่ยวกับการตรวจปล่อยสินค้าอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยลดความเสี่ยงจากต้นทุนที่ไม่คาดคิดและความล่าช้าในการดำเนินงาน
3 ประเด็นที่ภาคธุรกิจควรติดตามจากทิศทางศุลกากรไทย
1. ความพร้อมของระบบศุลกากรดิจิทัล
ติดตามการขยายผลของระบบ e-D/O และ Customs e-Invoicing Plus รวมถึงการเชื่อมโยงข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เพื่อประเมินโอกาสลดขั้นตอนและต้นทุนด้านเอกสารของธุรกิจ
2. ประสิทธิภาพการขนส่งและการตรวจปล่อยสินค้า
ติดตามการปรับปรุงกระบวนการถ่ายลำสินค้าและหลักเกณฑ์การขนส่งผ่านท่าเรือ เพื่อวางแผนระยะเวลาส่งมอบสินค้าและบริหารต้นทุนโลจิสติกส์ได้แม่นยำขึ้น
3. การปฏิบัติตามกฎระเบียบและบริหารความเสี่ยงทางภาษี
ทบทวนพิกัดศุลกากร เอกสารนำเข้า–ส่งออก และหลักฐานถิ่นกำเนิดสินค้าให้ถูกต้อง โดยเฉพาะธุรกิจที่ใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีจากความตกลงการค้า
บทสรุป: จากการจัดเก็บรายได้สู่การเพิ่มขีดความสามารถทางการค้า
ผลการจัดเก็บรายได้ของกรมศุลกากรในปีงบประมาณ 2569 ที่ 631,411 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.9% จากปีก่อน สะท้อนขนาดของภารกิจด้านการจัดเก็บรายได้และความเชื่อมโยงกับกิจกรรมการค้าระหว่างประเทศของไทย ขณะเดียวกัน การพัฒนาระบบดิจิทัล การปรับปรุงกระบวนการขนส่ง และการบังคับใช้กฎหมายยังเป็นองค์ประกอบสำคัญของการยกระดับระบบการค้า
สำหรับภาคธุรกิจ สิ่งที่ควรติดตามต่อจากนี้ไม่ใช่เพียงตัวเลขรายได้ของรัฐ แต่รวมถึงผลลัพธ์ของการปรับปรุงกระบวนการศุลกากรที่เกิดขึ้นจริง ทั้งระยะเวลาการตรวจปล่อยสินค้า ต้นทุนเอกสาร ความสะดวกในการปฏิบัติตามกฎระเบียบ และประสิทธิภาพของระบบโลจิสติกส์
หากการปฏิรูปสามารถเปลี่ยนเป็นกระบวนการนำเข้า–ส่งออกที่รวดเร็ว โปร่งใส และคาดการณ์ได้มากขึ้น ก็จะเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยเสริมความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยในระยะยาว
ข้อมูลอ้างอิง:
- กรุงเทพธุรกิจ. (2569, 21 กันยายน). 'ศุลกากร' จัดเก็บรายได้ทะลุ 6 แสนล้าน เดินหน้าภาษีนำเข้าตั้งแต่บาทแรก หนุน SME ในประเทศ. กรุงเทพธุรกิจ. https://www.bangkokbiznews.com/economics/1253232
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ไทย-เวียดนาม ยกระดับสู่ "หุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้าน" เปิดโอกาสธุรกิจใหม่ เป้าการค้า 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์
ไทยและเวียดนามลงนามแผนหุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้าน 2569–2574 ตั้งเป้ามูลค่าการค้าทวิภาคี 25,000 ล้านดอลลาร์ภายในปี 2570 ผลักดันยุทธศาสตร์ Three Connects เชื่อมโซ่อุปทาน เศรษฐกิจท้องถิ่น และการพัฒนาที่ยั่งยืน หนุนโอกาสธุรกิจ EV เซมิคอนดักเตอร์ โลจิสติกส์ FinTech และการท่องเที่ยวในภูมิภาค

จีน-สหภาพยุโรปตั้ง 'กลไกหารือการค้า-ลงทุน' มุ่งปรับสมดุล คุมส่งออก ปฏิรูป WTO
จีนและสหภาพยุโรปจัดตั้งกลไกหารือการค้า-ลงทุนอย่างเป็นทางการ ครอบคลุม 4 ด้านหลัก ทั้งปรับสมดุลการค้า คุมส่งออกแรร์เอิร์ธ ทรัพย์สินทางปัญญา และปฏิรูป WTO

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ร่วงหนัก ดาวโจนส์ทรุด 1,679 จุด S&P 500 และ Nasdaq ร่วงแรงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2563
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ร่วงหนัก สูญเสียมูลค่า 81.6 ล้านล้านบาท เหตุทรัมป์ประกาศขึ้นภาษีนำเข้า 10% ทั่วโลก Nike-Apple ดิ่ง 14-9% ส่ง S&P 500 กลับสู่เขตปรับฐาน ต่ำกว่าระดับสูงสุด 12% นับเป็นวันที่แย่ที่สุดนับตั้งแต่ปี 2563

พลิกแต้มต่อภาษีระหว่างประเทศ สู่กลยุทธ์การตั้งราคาที่สร้างความได้เปรียบ
แนะแนวทางการเปลี่ยนสิทธิประโยชน์ทางภาษีจากความตกลงการค้าเสรี (FTA) ให้เป็นกลยุทธ์การตั้งราคาเชิงรุก โดยการคำนวณต้นทุนรวมถึงปลายทาง (Landed Cost) บริหารกฎถิ่นกำเนิดสินค้า และยกระดับระบบเอกสารดิจิทัล เพื่อเพิ่มอัตรากำไร ขยายตลาด และสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันอย่างยั่งยืน

Customs Trader Portal: ระบบลงทะเบียนออนไลน์เพื่อการนำเข้า-ส่งออก
“Customs Trader Portal” คือบริการออนไลน์เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ประกอบการในการลงทะเบียนและดำเนินพิธีการศุลกากรผ่านช่องทางออนไลน์แบบไร้เอกสาร (Paperless) โดยไม่ต้องเดินทางไปที่กรมศุลกากรหรือด่านศุลกากรอีกต่อไป โดยกรมศุลกากร และ ธนาคารกรุงไทย

เช็กลิสต์สินค้าสหรัฐฯ ที่ไทยเตรียมซื้อเพิ่ม ต่อรองภาษีทรัมป์
รัฐบาล พุ่งเป้านำเข้ากากถั่วเหลือง ข้าวโพด เครื่องบินโบอิ้ง น้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติ จากสหรัฐเพิ่ม เพื่อต่อรองกับมาตรการภาษีนำเข้า 36% ของทรัมป์ที่ส่งผลกระทบต่อสินค้าส่งออกไทย
