
ไทย-เวียดนาม ยกระดับสู่ "หุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้าน" เปิดโอกาสธุรกิจใหม่ เป้าการค้า 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์
สรุปประเด็น
ไทย-เวียดนามลงนามแผนหุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้าน 2569–2574 ตั้งเป้าการค้า 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์ เปิดโอกาสธุรกิจ EV เซมิคอนดักเตอร์ โลจิสติกส์ และ FinTech นักธุรกิจต้องรู้อะไรบ้าง อ่านที่นี่
กรุงเทพฯ, 31 พฤษภาคม 2569 — การเยือนไทยอย่างเป็นทางการของนายโต เลิม ประธานาธิบดีเวียดนาม ระหว่างวันที่ 27–29 พฤษภาคม 2569 ปิดฉากด้วยการลงนามแผนปฏิบัติการความร่วมมือ 5 ปี (2569–2574) ระหว่างนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีไทย และผู้นำเวียดนาม ซึ่งนักธุรกิจและผู้บริหารองค์กรต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เพราะนี่ไม่ใช่แค่เอกสารทางการทูต แต่คือ "โรดแมปเปิดตลาด" ที่จะเปลี่ยนภูมิทัศน์ธุรกิจในภูมิภาคอย่างมีนัยสำคัญ

เป้าหมายการค้า 25,000 ล้านดอลลาร์ภายในปี 2570
สิ่งที่ผู้บริหารควรขีดเส้นใต้ก่อนเลยคือตัวเลขที่สองประเทศตั้งเป้าร่วมกัน นั่นคือ มูลค่าการค้าทวิภาคี 25,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2570 ซึ่งหมายความว่ายังมีช่องว่างที่ต้องเร่งเติมให้เต็มอีกมาก กลไกหลักที่จะขับเคลื่อนตัวเลขนี้คือคณะกรรมการร่วมทางการค้า (JTC) ที่จะทำหน้าที่ลดอุปสรรคนำเข้า-ส่งออก เร่งกระบวนการอนุญาต และสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการลงทุนในทั้งสองทิศทาง
"Three Connects" — หัวใจของโอกาสธุรกิจ
ยุทธศาสตร์ที่เป็นเอกลักษณ์ของแผนงานนี้คือแนวคิด Three Connects ซึ่งเชื่อมสามมิติเข้าหากัน
1. เชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain Connect) นี่คือโอกาสทองของภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะในกลุ่ม เซมิคอนดักเตอร์ ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งสองประเทศมีแผนเชื่อมสายการผลิตให้เกื้อหนุนกัน — ไทยแข็งแกร่งด้านการผลิตและประกอบ เวียดนามโดดเด่นด้านชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และแรงงานเทคนิค นอกจากนี้ยังมีการประสาน ยุทธศาสตร์ China+2 ร่วมกัน เพื่อดึงดูดการลงทุนต่างชาติที่กำลังมองหาฐานผลิตนอกจีน
2. เชื่อมโยงเศรษฐกิจท้องถิ่น (Local Economy Connect) ธุรกิจ SME และสินค้าท้องถิ่นจะได้ประโยชน์โดยตรง แผนงานระบุชัดว่าจะผลักดันสินค้า OTOP ของไทย เทียบคู่กับ OCOP ของเวียดนาม พร้อมจัดงาน Thai Connect ในเวียดนามและขยายเส้นทางบินเชื่อมเมืองรองเพื่อกระตุ้นการค้าและการท่องเที่ยวระหว่างกัน
3. เชื่อมโยงยุทธศาสตร์การพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Connect) ธุรกิจด้านพลังงานสะอาด FinTech และเศรษฐกิจดิจิทัลจะเป็นกลุ่มแรกที่ได้รับอานิสงส์ ทั้งสองประเทศมีแผนขยาย ระบบชำระเงินข้ามแดนผ่าน QR Code และส่งเสริม Green Finance ผ่านสถาบันการเงินทั้งสองฝ่าย
5 ธุรกิจที่ควรเตรียมรับมือตั้งแต่วันนี้
1. อุตสาหกรรมยานยนต์ EV และอิเล็กทรอนิกส์ การเชื่อมสายการผลิตสองประเทศ รับอานิสงส์ China+2
2. โลจิสติกส์และขนส่ง พัฒนาเส้นทางหมายเลข 9 และ 12 ขยายการขนส่งชายฝั่ง
3. เกษตร อาหาร และประมง ลดอุปสรรคมาตรฐาน SPS เปิดตลาดสินค้าเกษตรและอาหารทะเล
4. FinTech และธนาคาร ขยาย QR Payment ข้ามแดน นวัตกรรมการเงิน Green Finance
5. การท่องเที่ยวและบริการ เพิ่มเที่ยวบินเชื่อมเมืองรอง เส้นทางท่องเที่ยวทางถนนตามแนว EWEC
โครงสร้างพื้นฐานที่จะเปลี่ยนเกมโลจิสติกส์
แผนงานระบุการพัฒนา ระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก–ตะวันตก (EWEC) โดยเฉพาะเส้นทางหมายเลข 9 และ 12 ที่เชื่อมภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทยผ่านลาวสู่ภาคกลางของเวียดนาม รวมถึงการใช้กลไก CBTA อำนวยความสะดวกการขนส่งข้ามแดนอย่างเสรี สำหรับธุรกิจที่วางฐานการผลิตในภูมิภาคนี้ นี่คือสัญญาณบวกที่ชัดเจน

Cross‑Border Transport Facilitation Agreement (GMS CBTA) หรือ “ความตกลงว่าด้วยการอำนวยความสะดวกการขนส่งข้ามพรมแดนในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง” ซึ่งเป็นกรอบกติกาและกลไกเพื่อให้รถบรรทุกและผู้โดยสารวิ่งข้ามแดนได้สะดวกขึ้นในประเทศ GMS เช่น ไทย ลาว เวียดนาม เป็นต้น
ความมั่นคงทางธุรกิจ — รัฐหนุนหลังทั้งสองฝั่ง
สิ่งที่นักธุรกิจมักมองข้ามในเอกสารประเภทนี้คือกลไกสนับสนุนระดับรัฐ แผนงานนี้ผูกพันหน่วยงานหลักทั้งสองประเทศโดยตรง ตั้งแต่ BOI ของไทย กระทรวงพาณิชย์ ธนาคารแห่งประเทศไทย ไปจนถึง EXIM Bank โดยมีการทบทวนความคืบหน้าอย่างน้อยปีละครั้ง ซึ่งหมายความว่าความตกลงนี้มีกลไกติดตามผลที่เป็นรูปธรรม ไม่ใช่แค่คำประกาศเจตนา

มุมมองบรรณาธิการ
ความสัมพันธ์ไทย-เวียดนามเพิ่งครบ 50 ปีในปีนี้ แต่การยกระดับสู่ Comprehensive Strategic Partnership ครั้งนี้ถือเป็นการเปลี่ยนเกียร์ครั้งใหญ่ที่สุด บริบทที่ขาดไม่ได้คือกระแส China+1 และ China+2 ที่ทำให้นักลงทุนทั่วโลกมองอาเซียนด้วยสายตาต่างออกไป ไทยและเวียดนามต่างตระหนักดีว่าการแข่งขันกันเองเพื่อแย่งชิงการลงทุนนั้น ได้ผลน้อยกว่าการ "จับมือ" แล้วนำเสนอตัวเองในฐานะ แพ็กเกจภูมิภาคเดียว อย่างมีนัยสำคัญ
สำหรับผู้บริหารและนักธุรกิจ คำถามที่ควรถามตัวเองตอนนี้ไม่ใช่ "จะรอดูอะไร" แต่คือ "บริษัทของเราอยู่ตรงไหนในห่วงโซ่นี้ และจะเข้าไปอยู่ได้อย่างไร"
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สองประเทศ หนึ่งจุดหมายปลายทาง ฉายภาพใหม่ความร่วมมือท่องเที่ยวไทย–เวียดนาม
นวาระ 50 ปีความสัมพันธ์ไทย–เวียดนาม แนวคิดสองประเทศ หนึ่งจุดหมายปลายทาง (Two Countries, One Destination) กำลังเปิดเกมใหม่ให้สองประเทศออกแบบเส้นทางท่องเที่ยวข้ามพรมแดนร่วมกัน ผ่านการเชื่อมเกาะฟู้โกว๊ก–ภูเก็ต–สมุย เส้นทางบินตรง และนโยบายฟรีวีซ่า พร้อมโยนการบ้านสำคัญให้ผู้ประกอบการไทยต้องเร่งหาพันธมิตร ออกแบบแพ็กเกจ “สองประเทศในทริปเดียว” และเตรียมโครงสร้างธุรกิจให้พร้อมกับการแข่งขันระดับภูมิภาค

Chery International เปิดโรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในจังหวัดระยอง
Chery International และ OMODA & JAECOO เปิดโรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้าแห่งใหม่ที่ระยอง ตั้งเป้าผลิต 80,000 คันต่อปีภายในปี 2573 ตอกย้ำไทยสู่ศูนย์กลาง EV อาเซียน พร้อมสร้างโอกาสให้ SMEs และแรงงานไทย

เวียดนามแซงไทย: บทเรียนศตวรรษ เมื่อ “การศึกษา” คือคำตอบของเศรษฐกิจ
เวียดนามแซงไทยในตัวชี้วัด GDP (PPP) ไม่ใช่เพราะค่าแรงถูก แต่เพราะ “ลงทุนกับคน” อย่างจริงจัง ผ่านระบบการศึกษา STEM คุณภาพสูง การพัฒนาครู และการเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมโลก บทความนี้ชี้ให้เห็นรากลึกของความสำเร็จ และคำถามสำคัญที่ไทยต้องตอบ

Autonomous Vehicles: ยานยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติกำลังเปลี่ยนโลก ไทยอยู่ตรงไหนในสมการนี้
วิเคราะห์ตลาด Autonomous Vehicles โลกที่เติบโต 19.90% ต่อปี พร้อมโอกาสของผู้ประกอบการไทยในห่วงโซ่อุปทานยานยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ ตั้งแต่ชิ้นส่วนถึงโลจิสติกส์

Neta จากดาวเด่นรถไฟฟ้าจีน สู่วิกฤตล้มละลายในยุคทองของรถยนต์ EV
วิเคราะห์ปัจจัยนำสู่ความล้มเหลวของ Hozon Auto เจ้าของแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้า "เนต้า" (Neta) ที่ได้เข้าสู่กระบวนการล้มละลายอย่างเป็นทางการ และผลกระทบต่ออุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าโลก

Tesla นำ AI จีน Doubao ของ ByteDance เข้าห้องโดยสาร สัญญาณที่บอกว่าสงคราม AI ในรถยนต์กำลังเปลี่ยนขั้ว
ออสเตรเลียผ่านกฎหมาย News Bargaining Incentive บังคับบิ๊กเทคอย่าง Meta, Google, TikTok และ LinkedIn ทำข้อตกลงจ่ายเงินให้สำนักข่าวท้องถิ่น หรือต้องจ่ายภาษีจากรายได้โฆษณาดิจิทัล ชวนวิเคราะห์บทเรียน ช่องโหว่ และผลกระทบต่อทิศทางนโยบายสื่อดิจิทัลในไทยและอาเซียน
