
สองประเทศ หนึ่งจุดหมายปลายทาง ฉายภาพใหม่ความร่วมมือท่องเที่ยวไทย–เวียดนาม
สรุปประเด็น
ในวาระครบรอบ 50 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–เวียดนาม สายสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศไม่ได้สะท้อนแค่ตัวเลขบนปฏิทิน แต่กำลังถูกยกขึ้นมาเป็น “แพลตฟอร์มใหม่” ของการร่วมมือด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในระดับภูมิภาคอย่างชัดเจน หนึ่งในสัญญาณสำคัญคือรายงานของสื่อเวียดนามและต่างประเทศที่จับตาแนวคิด ‘Two Countries, One Destination’ (สองประเทศ หนึ่งจุดหมายปลายทาง) ซึ่งถูกหยิบยกขึ้นมาระหว่างการเยือนเวียดนามอย่างเป็นทางการของผู้นำไทยเมื่อบ่ายวันที่ 9 มิถุนายน 2026 และกำลังถูกมองว่าอาจกลายเป็น “ต้นแบบ” ของการเชื่อมเส้นทางท่องเที่ยวในอาเซียนรอบใหม่
เบื้องหลังข้อเสนอนี้ ไม่ได้มาจากโต๊ะเจรจาระดับรัฐบาลอย่างเดียว แต่มีภาคเอกชนเวียดนามอย่าง Sun Group เป็นตัวละครหลักที่เข้ามา "ปูภูมิทัศน์ความร่วมมือด้านท่องเที่ยวชุดใหม่" ระหว่างสองประเทศ ในการเข้าพบหารือกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีไทย ประธานกรรมการบริหาร Sun Group นายดั่ง มินห์ เจื่อง (Dang Minh Truong) ได้นำเสนอไอเดียเชื่อม ‘เกาะฟู้โกว๊ก–ภูเก็ต–เกาะสมุย’ ให้กลายเป็นเส้นทางท่องเที่ยวเดียวกัน คล้ายการสร้าง “สามเหลี่ยมเกาะท่องเที่ยว” ใหม่ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
หากมองในมิติธุรกิจ นี่ไม่ใช่แค่การจับมือทำแพ็กเกจท่องเที่ยว แต่เป็นการ “ผูกสินทรัพย์ท่องเที่ยว” ของสองประเทศเข้าด้วยกัน ทั้งสนามบิน รีสอร์ต และโครงสร้างพื้นฐานด้านบริการ โดยมี Sun Group ใช้พอร์ตอสังหาฯและโครงการท่องเที่ยวในฟู้โกว๊กเป็นตัวตั้ง แล้วต่อเชื่อมเข้ากับสินทรัพย์ด้านการท่องเที่ยวของไทยในภูเก็ตและสมุยที่มีแบรนด์ระดับโลกอยู่แล้ว สำหรับเวียดนาม นี่คือโอกาสยกระดับฟู้โกว๊กจากเดสติเนชันดาวรุ่งให้กลายเป็น “เพื่อนร่วมเวที” กับภูเก็ต–สมุยอย่างเต็มตัว ส่วนไทยเองก็ได้พันธมิตรในภูมิภาคมาช่วยขยายฐานตลาดและเสริมพอร์ตฝั่งอ่าวไทย–อันดามันให้แน่นขึ้นไปอีก
กลยุทธ์ “บินตรง + ฟรีวีซ่า” จับกลุ่ม Long-haul
หัวใจเชิงยุทธศาสตร์ของโมเดลนี้อยู่ที่การผสมกันของ 3 องค์ประกอบสำคัญ
-
การขยายเส้นทางบินตรงรายวัน (Daily Route)
-
การใช้สิทธิฟรีวีซ่าของเกาะฟู้โกว๊ก
-
การออกแบบประสบการณ์แบบ “เที่ยวสองประเทศในทริปเดียว” สำหรับนักท่องเที่ยวระยะไกล (Long-haul)
Sun Group ระบุชัดว่าบริษัทลูกด้านการบิน Sun PhuQuoc Airway มีแผนขยายเครือข่ายจากเกาะฟู้โกว๊ก ดานัง และโฮจิมินห์ สู่ภูเก็ตและเชียงใหม่ และต่อไปไกลกว่านั้น พร้อมต่อยอดจากเส้นทางบินฟู้โกว๊ก–กรุงเทพฯ ที่เปิดให้บริการแล้ว เมื่อประกบกับนโยบายฟรีวีซ่าของเกาะฟู้โกว๊ก ที่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวต่างชาติหลายสัญชาติเดินทางเข้าได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า แนวคิด “Two Countries, One Destination” จึงมีจุดขายที่จับต้องได้ทันทีสำหรับกลุ่มนักท่องเที่ยวยุโรปและกลุ่ม CIS ที่มองหาเส้นทางใหม่ๆ นอกเหนือจากยุโรปและเมดิเตอร์เรเนียน
ในมุมของประสบการณ์ผู้บริโภค นักท่องเที่ยวกลุ่ม Long-haul สามารถบินตรงมาฟู้โกว๊ก ใช้สิทธิฟรีวีซ่า ก่อนต่อเครื่องไปภูเก็ตหรือสมุย แล้ววนกลับมาขึ้นเรือหรือเครื่องจากอีกประเทศกลับบ้านในเที่ยวเดียว โดยไม่รู้สึกว่ากำลัง “เปลี่ยนประเทศ” แต่รู้สึกว่าเป็นการเปลี่ยนฉากของทริปเดียวกัน โมเดลนี้สะท้อนเทรนด์สำคัญของตลาดท่องเที่ยวโลกที่นักเดินทางมองหาทริปแบบ multi-country, multi-stop มากขึ้น แต่ต้องการความลื่นไหลด้านเอกสาร เดินทาง และการจองตั๋วให้ง่ายเหมือนอยู่ในโซนเดียวกัน

การบ้านของไทย: สล็อตการบิน การตลาดร่วม และการวางตัวในเกมภูมิภาค
แม้แนวคิดนี้จะฟังดูสวยงาม แต่ฝั่งไทยเองก็มีโจทย์เชิงนโยบายและเชิงปฏิบัติอยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะใน 3 ประเด็นหลัก
-
การจัดสรรสล็อตการบิน (slot allocations) ในสนามบินหลักอย่างภูเก็ต เชียงใหม่ และกรุงเทพฯ
-
การออกแบบแคมเปญการตลาดร่วม (co-marketing) ที่ทำให้ “ไทย–เวียดนาม” ถูกมองเป็นเดสติเนชันเดียวในสายตาโลก
-
การประสานยุทธศาสตร์ระหว่างกรอบ ‘Two Countries, One Destination’ กับโครงการระดับภูมิภาคอย่าง ‘Six Countries, One Destination’ ที่ไทยเป็นเจ้าภาพผลักดันอยู่แล้ว
ฝั่งเวียดนามและ Sun Group ส่งสัญญาณชัดว่าคาดหวังการสนับสนุนจากไทยทั้งในเรื่องสล็อตบินช่วงพีคไทม์ในสนามบินหลัก และการร่วมมือกันโปรโมตภาพลักษณ์สองประเทศในฐานะ “แกนกลางการท่องเที่ยวของภูมิภาค” แทนที่จะทำการตลาดแยกกันคนละฝั่ง สำหรับไทย นี่คือโอกาสจะยกระดับบทบาทจาก “ประเทศปลายทางยอดนิยม” ไปสู่การเป็น “ฮับดีไซน์เส้นทางท่องเที่ยวอาเซียน” ที่เชื่อมเพื่อนบ้านรอบข้างเข้ากับตัวเอง ทั้งในกรอบสองประเทศและกรอบหกประเทศที่รัฐบาลไทยใช้เป็นเครื่องมือด้านการทูตเศรษฐกิจอยู่แล้ว
ในอีกมุมหนึ่ง แนวคิด “Two Countries, One Destination” ระหว่างไทย–เวียดนาม ยังอาจทำหน้าที่เป็น “แซนด์บ็อกซ์” ทดสอบความพร้อมของระบบ ทั้งเรื่องวีซ่า ดิจิทัลแพลตฟอร์มการจอง การเชื่อมโยงข้อมูล และมาตรฐานบริการ ก่อนขยายไปสู่กรอบความร่วมมือขนาดใหญ่แบบ “Six Countries, One Destination” ที่ครอบคลุมประเทศอื่นๆ ในอาเซียน
จากท่องเที่ยวสู่เศรษฐกิจ–การทูต: พรมแดนใหม่ของความร่วมมือไทย–เวียดนาม
สิ่งที่น่าสนใจคือ ความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวระหว่างไทย–เวียดนามกำลังค่อยๆ เปลี่ยนจาก “การแลกนักท่องเที่ยว” ไปเป็น “การออกแบบระบบเศรษฐกิจร่วมกัน” มากขึ้น การเชื่อมเกาะฟู้โกว๊ก–ภูเก็ต–สมุย ไม่ได้จบแค่โรงแรมและสายการบิน แต่ลากยาวไปถึงซัพพลายเชนอาหาร แรงงานบริการ โลจิสติกส์ การพัฒนาเมืองท่องเที่ยว และการลงทุนข้ามแดนของทั้งสองฝ่าย
สำหรับไทย การมีพันธมิตรอย่างเวียดนามที่กำลังเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ (experience-based tourism) ช่วยเปิดช่องให้ภาคเอกชนไทยเข้าไปลงทุน จับมือทำโครงการร่วม หรือออกผลิตภัณฑ์ท่องเที่ยวใหม่ ขณะที่ภาครัฐสามารถใช้แพลตฟอร์มนี้ต่อยอดสู่ความร่วมมือด้านอื่น เช่น เศรษฐกิจสีเขียว การเดินเรือ การพัฒนามาตรฐานบริการในภูมิภาค
สามการบ้านใหญ่ของผู้ประกอบการไทย ในเกม ‘Two Countries, One Destination’
เมื่อไทย–เวียดนามเริ่มออกแบบเส้นทางท่องเที่ยวข้ามพรมแดนร่วมกัน ผู้ประกอบการไทยไม่อาจยืนดูอยู่ข้างสนามได้อีกต่อไป โรงแรม–รีสอร์ต บริษัททัวร์ และสายท่องเที่ยวสุขภาพ/เวิลเนส จำเป็นต้องคิดใหม่ทั้งเรื่องพันธมิตร โปรดักต์ และโครงสร้างรองรับเกมระดับภูมิภาคให้พร้อมในเวลาเดียวกัน
1) รีบจับคู่–หาพันธมิตรเวียดนาม
- มองหาโอกาสทำแพ็กเกจร่วมกับโรงแรม รีสอร์ต ทัวร์ และสายการบินฝั่งฟู้โกว๊ก–ดานัง–โฮจิมินห์ ตั้งแต่ตอนนี้
- เอาสินทรัพย์ของตัวเอง เช่น โรงแรมในภูเก็ต/สมุย/เชียงใหม่ ไปอยู่ในเส้นทาง “ฟู้โกว๊ก–ภูเก็ต–สมุย” ให้มากที่สุด เพื่อไม่ให้ตกขบวน
2) ออกแบบโปรดักต์แบบ “สองประเทศในทริปเดียว”
- พัฒนาแพ็กเกจ 7–10 วัน ที่เริ่มทริปที่ฟู้โกว๊กแล้วจบที่ภูเก็ต หรือเริ่มที่เชียงใหม่จบที่โฮจิมินห์ โดยเล่นกับดีมานด์ Long-haul ยุโรป–CIS ที่อยากเที่ยวหลายประเทศในทริปเดียว
- ปรับเนื้อหา/ประสบการณ์ให้ “ต่อกันได้” เช่น เส้นทางดำน้ำ–ชายหาด–อาหาร–สุขภาพ เพื่อให้เล่าเรื่องราวร่วมไทย–เวียดนามได้เนียน ไม่ใช่สองทริปแยกกัน
3) เตรียมโครงสร้างภายในให้พร้อมเกมภูมิภาค
- ลงทุนในระบบจองและการตลาดออนไลน์ที่รองรับลูกค้าต่างชาติแบบไร้รอยต่อ ทั้งภาษาอังกฤษ เวียดนาม และช่องทางดิจิทัลหลักๆ
- เข้าไปอยู่ในวงเสวนา สมาพันธ์ หรือคลัสเตอร์ที่เกี่ยวกับ Six Countries / Two Countries, One Destination เพื่อรับข้อมูลสล็อตบิน นโยบาย และโอกาสร่วมโปรโมตร่วมกับรัฐ–เอกชนรายใหญ่
บทสรุปผู้บริหาร
หากมองจากมุมใหญ่กว่านั้น ‘Two Countries, One Destination’ อาจเป็นมากกว่าสโลแกนท่องเที่ยว แต่คือการทดลองออกแบบ “ภูมิภาคเดียว หนึ่งประสบการณ์” ของอาเซียน ที่เริ่มต้นจากสองประเทศที่มีศักยภาพสูง ทั้งในเชิงดีมานด์นักท่องเที่ยวและความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน คำถามต่อไปจึงไม่ใช่แค่ว่า “โมเดลนี้จะดึงนักท่องเที่ยวได้เท่าไร” แต่คือ “ไทยจะใช้โอกาสนี้วางบทบาทใหม่ในภูมิทัศน์ท่องเที่ยวและเศรษฐกิจอาเซียนอย่างไร”
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ผ่าทิศทางเพิ่ม “ขีดความสามารถแข่งขันไทย” รับวิกฤต
ประเทศไทยจำเป็นต้องเร่งหาทางพัฒนาเพิ่มขีดความสามารถของประเทศ รองรับวิกฤต และแข่งขันอย่างเข้มข้น สำรวจแนวคิด ทิศทาง และทางออกของการเตรียมตัวรับปัญหาก่อสาย ผ่านข้อมูลสภาพัฒน์

Overtourism ในยุโรปใต้: บทเรียนและโอกาสของการท่องเที่ยวไทย
การประท้วง “Overtourism” ในยุโรปใต้เมื่อ 15 มิ.ย.2568 ชาวเมืองบาร์เซโลนา เวนิส มิลาน ลิสบอน รวมตัวต่อต้านนักท่องเที่ยวล้นเมือง ส่งผลให้ค่าเช่าและค่าครองชีพสูงขึ้น วิถีท้องถิ่นเปลี่ยน ไทยแม้ยังไม่รุนแรงแต่เผชิญปัญหาคล้ายในเมืองท่องเที่ยวหลัก อย่างไรก็ตามวิกฤตินี้เปิดโอกาสให้ไทยเป็นทางเลือกใหม่ เน้นการท่องเที่ยวยั่งยืน กระจายนักท่องเที่ยวสู่เมืองรอง พัฒนาผลิตภัณฑ์เฉพาะกลุ่มสุขภาพ นิเวศ และหรูหรา เพื่อลดผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม.

อนาคตท่องเที่ยวไทย: ทางรอดจากความเปราะบาง
บทความนี้สำรวจสภาพปัจจุบันและความท้าทายของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย โดยระบุว่าแม้ไทยจะเป็นประเทศที่มีรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติสูง แต่ก็กำลังเผชิญภาวะขาลงและความเปราะบางจากการพึ่งพาภาคการท่องเที่ยวมากเกินไป ซึ่งส่งผลให้ธุรกิจที่เกี่ยวข้องได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง ปัญหาหลักที่ลดศักยภาพการแข่งขันคือโครงสร้างพื้นฐาน การกระจายรายได้ ความปลอดภัย และการแข่งขันจากต่างประเทศ บทความเสนอแนวทางลดความเสี่ยงด้วยการเพิ่มมูลค่า ดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพ กระจายแหล่งท่องเที่ยว เชื่อมโยงกับภาคส่วนอื่น ส่งเสริมความยั่งยืน และพัฒนาเศรษฐกิจในมิติอื่นควบคู่กัน เพื่อสร้างความยืดหยุ่นและความมั่นคงในระยะยาว

Tomorrowland เทศกาลดนตรีระดับโลก: ความเป็นมา ความยิ่งใหญ่ และโอกาสของธุรกิจท่องเที่ยวไทย
Tomorrowland คือเทศกาลดนตรีที่สร้างประสบการณ์สุดอลังการให้กับผู้ร่วมงานจากทั่วโลก ด้วยธีมและเวทีที่เปลี่ยนไปในทุกปี ดีเจระดับโลก และบรรยากาศแห่งความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความสำเร็จของงานนี้ไม่เพียงแต่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศเจ้าภาพ แต่ยังสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจมหาศาล

Silk Road Express: เมื่อ “ขบวนรถไฟ” กลายเป็นจุดหมายปลายทาง
ถไฟลักชัวรี Silk Road Express พาผู้โดยสารออกเดินทางสู่เส้นทางสายไหมของจีนอย่างมีสไตล์ เปลี่ยนเวลาบนรางให้เป็นประสบการณ์พักผ่อน ค้นพบวัฒนธรรม และซึมซับความงดงามของการเดินทางที่ปลายทางก็สำคัญ แต่ระหว่างทางยิ่งน่าจดจำ

โอกาสธุรกิจสุขภาพสร้างสรรค์ในเศรษฐกิจเวลเนสของไทย
สุขภาพสามารถก่อให้เกิดประโยชน์และมีรายได้มหาศาลในการทำธุรกิจ ดังจะเห็นได้จากธุรกิจของโรงพยาบาล ร้านขายยา และบริการสุขภาพอีกหลายด้าน แต่ยังมีอีกหลายส่วนที่สามารถสร้างผลประโยชน์ได้อีกมาก ส่วนใหญ่อยู่ในขอบเขตของการรักษาพยาบาลและการฟื้นฟูสภาพ ธุรกิจสุขภาพสร้างสรรค์ที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันและการส่งเสริมสุขภาพจึงเป็นโอกาสใหม่ที่น่าจับตามองในเศรษฐกิจเวลเนสของไทย
