ttb เปิดผลสำรวจ “SME Insight 2026” ชี้ 5 จุดล็อกฉุดธุรกิจไทย พลิกบทบาทสู่ “Growth Navigator” ปลดล็อกการเติบโตอย่างยั่งยืน

ttb เปิดผลสำรวจ “SME Insight 2026” ชี้ 5 จุดล็อกฉุดธุรกิจไทย พลิกบทบาทสู่ “Growth Navigator” ปลดล็อกการเติบโตอย่างยั่งยืน

สรุปประเด็น

  • SME ไทยเจอกำแพงเติบโต: แม้ 87% ใช้ดิจิทัล และ 59% ใช้ AI แต่ธุรกิจกว่า 58% ยังมีรายได้ทรงตัวหรือลดลง เพราะขาดการเชื่อมโยงข้อมูลกับกลยุทธ์

  • ชี้ 5 จุดล็อกฉุดศักยภาพ: SME ติดดักแด้จากการเน้นรอดไม่เน้นชนะ, ใช้ดิจิทัลแต่ไม่เกิดผลเชิงกลยุทธ์, ขาดการบริหารความเสี่ยง, โตแต่ขนาดไม่โตประสิทธิภาพ และไม่มี Roadmap ชัดเจน

  • ttb พลิกสู่ Growth Navigator: ปรับบทบาทจากการเป็นผู้ปล่อยสินเชื่อ สู่คู่คิดนำทางการเติบโตด้วย Financial Solutions, Digital Tools & Platform และ Knowledge & Advisory

  • เร่งเปลี่ยนทรัพยากรเป็นมูลค่า: เน้นสร้างสภาพคล่องผ่าน Supply Chain Finance และผลักดันให้ SME ใช้ Data-driven Decision Making เพื่อความยั่งยืนของธุรกิจและเศรษฐกิจภาพรวม

ในโครงสร้างเศรษฐกิจไทย SME มีสัดส่วนมากกว่า 90% ของจำนวนธุรกิจทั้งประเทศ แต่กลับสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้เพียงประมาณ 1 ใน 3 ของ GDP สะท้อนช่องว่างสำคัญระหว่าง “จำนวนธุรกิจ” กับ “ศักยภาพในการสร้างมูลค่า” ซึ่งเป็นโจทย์เชิงโครงสร้างที่ผู้ประกอบการไทยต้องเร่งรับมือ

ผลสำรวจ “SME Insight 2026” ของธนาคารทหารไทยธนชาต หรือ ทีทีบี (ttb) ซึ่งเก็บข้อมูลจากผู้ประกอบการ 120 รายใน 4 อุตสาหกรรมหลัก พบภาพที่น่าสนใจ แม้ 87% ของผู้ประกอบการใช้เครื่องมือดิจิทัลในการบริหารจัดการ และ 59% เริ่มนำ AI มาประยุกต์ใช้ แต่ธุรกิจมากกว่า 58% ยังมีรายได้ทรงตัวหรือลดลง ขณะที่กลุ่มที่เติบโตมีอัตราการขยายตัวราว 5–10%

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า การมีเทคโนโลยีไม่ได้แปลว่าจะเกิดการเติบโตโดยอัตโนมัติ หากธุรกิจยังขาดความสามารถในการนำข้อมูล เทคโนโลยี และเงินทุนมาเชื่อมโยงกับการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์

โจทย์ของ SME ไทยในวันนี้จึงไม่ใช่เพียง “เข้าถึงเทคโนโลยีหรือเงินทุนหรือไม่” แต่คือ “นำทรัพยากรที่มีไปเปลี่ยนเป็นผลลัพธ์ทางธุรกิจได้ดีเพียงใด”

5 จุดล็อกที่ฉุดศักยภาพ SME ไทย

จากผลสำรวจ ทีทีบีสรุป 5 จุดล็อกสำคัญ ที่กำลังจำกัดความสามารถในการเติบโตของผู้ประกอบการ SME ซึ่งสะท้อนทั้งมุมคิดและระบบบริหารภายในธุรกิจ

1. คิดเพื่ออยู่รอด แต่ไม่คิดเพื่อชนะในเกม

ผู้ประกอบการจำนวนหนึ่งยังให้ความสำคัญกับการรักษากระแสเงินสดและแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเป็นหลัก ซึ่งเป็นเรื่องจำเป็นในภาวะเศรษฐกิจที่มีความไม่แน่นอน แต่หากธุรกิจมุ่งเพียงการ “อยู่รอด” โดยไม่มีแผนว่าจะสร้างความแตกต่างหรือเพิ่มมูลค่าอย่างไร ก็อาจทำให้ธุรกิจติดอยู่ในวงจรการแข่งขันด้านราคาและต้นทุน

โจทย์จึงอยู่ที่การขยับจาก Survival Mindset สู่ Growth Mindset ด้วยการตอบให้ได้ว่าธุรกิจต้องการเติบโตจากอะไร ลูกค้ากลุ่มใดคือเป้าหมาย และความได้เปรียบที่คู่แข่งเลียนแบบได้ยากคืออะไร

2. ใช้ดิจิทัล แต่ไม่พลิกเกมธุรกิจ

แม้ SME จำนวนมากจะเริ่มใช้ Digital Tools และ AI แล้ว แต่การใช้เทคโนโลยีเพื่อทำงานให้เร็วขึ้นหรือสะดวกขึ้น อาจยังไม่เพียงพอที่จะสร้างความได้เปรียบทางธุรกิจ

สิ่งสำคัญกว่าคือการนำข้อมูลมาใช้ตอบคำถามเชิงกลยุทธ์ เช่น สินค้าใดทำกำไรจริง ลูกค้ากลุ่มใดมีมูลค่าสูง ต้นทุนส่วนใดเพิ่มขึ้น และช่องทางใดสร้างผลตอบแทนดีที่สุด

เทคโนโลยีจึงควรขยับจาก เครื่องมือปฏิบัติการ (Operational Tool) ไปสู่ เครื่องมือสนับสนุนการตัดสินใจ (Decision Tool)

3. รู้กำไรขาดทุน แต่ไม่บริหารความเสี่ยง

การเห็นตัวเลขกำไรในงบการเงินไม่ได้หมายความว่าธุรกิจมีสุขภาพทางการเงินที่แข็งแรงเสมอไป เพราะผู้ประกอบการยังต้องบริหารทั้ง กระแสเงินสด ลูกหนี้ เจ้าหนี้ ต้นทุนทางการเงิน และความผันผวนของต้นทุน

โดยเฉพาะธุรกิจที่กำลังขยายตัว หากเร่งเพิ่มยอดขายโดยไม่ได้วางแผนเงินทุนหมุนเวียนให้สอดคล้อง อาจเกิดสถานการณ์ที่ “ยอดขายโต แต่เงินสดไม่พอ” ได้

ดังนั้น การบริหารความเสี่ยงควรกลายเป็นส่วนหนึ่งของการวางแผนธุรกิจ ไม่ใช่สิ่งที่ทำเมื่อเกิดปัญหาแล้ว

4. โตที่ขนาด แต่ไม่โตที่ประสิทธิภาพ

การเพิ่มยอดขายหรือขยายจำนวนสาขาไม่ได้รับประกันว่าธุรกิจจะสร้างกำไรเพิ่มขึ้น หากต้นทุนและกระบวนการทำงานขยายตัวเร็วกว่า Revenue

SME จึงต้องมอง Productivity และ Unit Economics ควบคู่กับการเติบโต เช่น ต้นทุนต่อหน่วย กำไรต่อสินค้า ต้นทุนการได้มาซึ่งลูกค้า หรือผลตอบแทนจากการลงทุนในแต่ละช่องทาง

การเติบโตที่ดีไม่ใช่เพียง “ขายได้มากขึ้น” แต่ต้องทำให้ธุรกิจสามารถสร้างผลตอบแทนจากทรัพยากรที่ใช้ได้ดีขึ้นด้วย

5. อยากไปต่อ แต่ไม่มีแผนที่นำทาง

เมื่อธุรกิจต้องเผชิญทั้งเทคโนโลยีใหม่ พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนเร็ว ต้นทุนที่ผันผวน และการแข่งขันที่รุนแรง การตัดสินใจแบบวันต่อวันอาจไม่เพียงพอ

ผู้ประกอบการจึงจำเป็นต้องมี Business Roadmap ที่ระบุทั้งเป้าหมาย ตัวชี้วัด เงินทุนที่ต้องใช้ ความเสี่ยง และลำดับความสำคัญของโครงการ เพื่อให้การตัดสินใจแต่ละครั้งเชื่อมโยงกับเป้าหมายระยะยาว

จาก “ผู้ปล่อยสินเชื่อ” สู่ Growth Navigator

ภายใต้โจทย์ดังกล่าว ทีทีบีจึงวางบทบาทใหม่จากการเป็นเพียงผู้ให้บริการทางการเงิน สู่ “Growth Navigator” หรือคู่คิดที่ช่วยนำทางการเติบโตของ SME ผ่าน 3 องค์ประกอบหลัก

Financial Solutions เติมทุนให้ตรงกับจังหวะการเติบโต

องค์ประกอบแรกคือการพัฒนา Financial Solutions เพื่อสนับสนุนทั้งเงินทุนและสภาพคล่องของธุรกิจ โดยเฉพาะแนวทาง Supply Chain Finance ที่ช่วยให้คู่ค้ารายย่อยในระบบเข้าถึงเงินทุนหมุนเวียนได้คล่องตัวขึ้น

มุมมองนี้ทำให้การสนับสนุนทางการเงินไม่ได้จำกัดอยู่ที่ธุรกิจรายใดรายหนึ่ง แต่ขยายไปสู่ Ecosystem ของคู่ค้า ซึ่งมีความสำคัญต่อความต่อเนื่องของซัพพลายเชน

Digital Tools & Platform เปลี่ยนข้อมูลให้เป็นเครื่องมือสร้างการเติบโต

องค์ประกอบที่สองคือ Digital Tools & Platform โดยเป้าหมายสำคัญไม่ใช่เพียงทำให้ธุรกรรมหรือการบริหารงานสะดวกขึ้น แต่คือการช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถใช้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจได้ดีขึ้น

ตั้งแต่การมองเห็นกระแสเงินสด วิเคราะห์ต้นทุน ไปจนถึงการประเมินผลการดำเนินงาน ซึ่งจะช่วยให้ผู้ประกอบการเปลี่ยนจากการตัดสินใจบนความรู้สึกไปสู่ Data-driven Decision Making มากขึ้น

Knowledge & Advisory เติม “ความรู้” ให้ทุนสร้างผลลัพธ์

องค์ประกอบสุดท้ายคือ Knowledge & Advisory เพราะเงินทุนและเทคโนโลยีจะสร้างผลลัพธ์ได้เต็มศักยภาพก็ต่อเมื่อผู้ประกอบการมีความรู้และทักษะในการนำไปใช้

ไม่ว่าจะเป็นการบริหารกระแสเงินสด การวางแผนธุรกิจ การบริหารความเสี่ยง การใช้เทคโนโลยี หรือการเตรียมตัวสำหรับการขยายตลาด การมีที่ปรึกษาหรือองค์ความรู้ที่เหมาะสมจึงเป็นอีกส่วนสำคัญของการเปลี่ยน “ทรัพยากร” ให้กลายเป็น “ความสามารถในการแข่งขัน”

SME ไทยต้องเปลี่ยนจาก “มีทรัพยากร” สู่ “ใช้ทรัพยากรให้เกิดมูลค่า”

ผลสำรวจ SME Insight 2026 จึงสะท้อนภาพสำคัญของการแข่งขันในยุคที่การเข้าถึงเทคโนโลยีและเงินทุนเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพออีกต่อไป สิ่งที่สำคัญขึ้นเรื่อย ๆ คือความสามารถในการเชื่อมโยง กลยุทธ์ ข้อมูล เงินทุน เทคโนโลยี และการบริหารความเสี่ยง ให้ทำงานไปในทิศทางเดียวกัน

สำหรับผู้ประกอบการ SME โจทย์จากนี้จึงไม่ใช่เพียงการเพิ่มยอดขาย แต่ต้องถามต่อว่า ยอดขายนั้นสร้างกำไรหรือไม่ กระแสเงินสดแข็งแรงหรือไม่ ความเสี่ยงอยู่ตรงไหน และโครงสร้างธุรกิจพร้อมรองรับการเติบโตหรือยัง

ขณะเดียวกัน สำหรับภาคการเงิน บทบาทของธนาคารก็มีแนวโน้มขยับจากการเป็นผู้จัดหาเงินทุนไปสู่การเป็น Business Partner ที่เข้าใจบริบทของลูกค้าและช่วยเชื่อมโยงเงินทุน ข้อมูล เครื่องมือ และองค์ความรู้เข้าด้วยกัน

หาก SME ต้องการก้าวจาก “ธุรกิจที่อยู่รอด” ไปสู่ “ธุรกิจที่เติบโต” สิ่งสำคัญไม่ใช่การมีทรัพยากรมากที่สุด แต่คือความสามารถในการจัดสรรและใช้ทรัพยากรให้สร้างมูลค่าได้สูงที่สุด

ท้ายที่สุด การปลดล็อกศักยภาพของ SME ไทยจึงเป็นโจทย์ที่ต้องเดินไปพร้อมกันทั้ง ผู้ประกอบการ สถาบันการเงิน และระบบนิเวศทางธุรกิจ เพราะเมื่อ SME สามารถเติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพ แข็งแรงด้านการเงิน และรับมือความเสี่ยงได้ดีขึ้น ผลลัพธ์ก็ไม่ได้หยุดอยู่ที่ระดับบริษัท แต่มีโอกาสส่งต่อไปยัง ความแข็งแกร่งของซัพพลายเชนและขีดความสามารถในการแข่งขันของเศรษฐกิจไทย ในภาพรวม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นโยบายการใช้ AI ที่ทุกองค์กรต้องมี ก่อนปล่อยให้พนักงานใช้ AI ทำงานจริง

นโยบายการใช้ AI ที่ทุกองค์กรต้องมี ก่อนปล่อยให้พนักงานใช้ AI ทำงานจริง

องค์กรไทยเริ่มใช้ AI ในงานประจำวันมากขึ้น แต่หากไม่มี นโยบายการใช้ AI (AI Policy) ที่กำหนดเครื่องมือที่อนุมัติ ข้อมูลที่ใช้ได้‑ไม่ได้ และความรับผิดชอบเมื่อเกิดปัญหา ความเสี่ยงเรื่องข้อมูลส่วนบุคคล ความลับทางธุรกิจ และการใช้ AI ผิดวัตถุประสงค์จะเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว บทความนี้ชวนผู้บริหารออกแบบนโยบายใช้งาน AI ให้ปลอดภัยและสอดคล้องกับ PDPA/PDPC

6 นาที
ไทยจับมือ JBIC ดึงทุนญี่ปุ่นเร่งเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว หนุน SME เข้าถึงแหล่งเงินทุน

ไทยจับมือ JBIC ดึงทุนญี่ปุ่นเร่งเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว หนุน SME เข้าถึงแหล่งเงินทุน

รัฐบาลไทยร่วมมือ JBIC ขยายการลงทุนและเทคโนโลยี หนุนภาคธุรกิจเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ พร้อมช่วย SME เข้าถึงแหล่งเงินทุนและเทคโนโลยีสะอาดเพื่อลดต้นทุนและยกระดับการแข่งขันระยะยาว

9 นาที
เชิญร่วมงาน FutureBuild Asia 2026 ฟังสัมมนา AI โดรน หุ่นยนต์ พลิกโฉมก่อสร้าง 12 พ.ย. นี้ ที่ BITEC

เชิญร่วมงาน FutureBuild Asia 2026 ฟังสัมมนา AI โดรน หุ่นยนต์ พลิกโฉมก่อสร้าง 12 พ.ย. นี้ ที่ BITEC

FutureBuild Asia 2026 เปิดเวทีสัมมนาธีม AI, Robotics, Drones & Technological Disruption ในวันที่ 12 พฤศจิกายน 2569 ที่ Stage B งาน BITEC กรุงเทพฯ มี 2 เซสชันช่วงบ่าย ว่าด้วยการยกระดับซัพพลายเชนก่อสร้างด้วยเทคโนโลยีขนส่งอัจฉริยะ และการใช้แบบจำลองดิจิทัลกับไอทีเพื่อก่อสร้างอย่างยั่งยืน

4 นาที
ถอดรหัสเศรษฐกิจโลก "กรณ์ จาติกวณิช" ชี้สัญญาณผิดปกติ "หุ้น-ทองคำ" และทางรอด SME ไทย 

ถอดรหัสเศรษฐกิจโลก "กรณ์ จาติกวณิช" ชี้สัญญาณผิดปกติ "หุ้น-ทองคำ" และทางรอด SME ไทย 

ถอดรหัสเศรษฐกิจโลกผ่านมุมมอง ‘กรณ์ จาติกวณิช’ กับสัญญาณผิดปกติในตลาดหุ้น-ทองคำ ยุคยุทธศาสตร์ AI และ ‘Mag 7’ เปลี่ยนโลก เผยโจทย์สำคัญของเศรษฐกิจไทยที่ขาดการเติบโต และเสนอ ‘ธนูดอกที่ 3’ ปฏิรูปโครงสร้าง เผยแนวทางฟื้น SME และสร้างสนามแข่งขันเสรี ยกระดับศักยภาพเศรษฐกิจไทยสู่ความยั่งยืน

7 นาที
คู่มือเลือกสถาปัตยกรรม AI ที่ปลอดภัยสำหรับองค์กร

คู่มือเลือกสถาปัตยกรรม AI ที่ปลอดภัยสำหรับองค์กร

คู่มือสำหรับผู้บริหารไทยในการเลือกสถาปัตยกรรม AI ที่ปลอดภัย มองครบทั้งข้อมูล โมเดล แพลตฟอร์ม และธรรมาภิบาล แยกใช้ Public, Enterprise, On‑premise และ Hybrid ให้ตรงระดับความเสี่ยงของข้อมูล พร้อมชุดคำถาม 5 ข้อช่วยเช็คความพร้อมด้านความปลอดภัย กฎระเบียบ และกลยุทธ์องค์กร ก่อนตัดสินใจลงทุนระบบ AI ระยะยาว

11 นาที
อัลฟา แคปปิตอล (ACPG) รุกขยายพอร์ตธุรกิจการเงิน ปั้น "Alpha Fin" เจาะกลุ่ม SME และเจ้าของอสังหาฯ

อัลฟา แคปปิตอล (ACPG) รุกขยายพอร์ตธุรกิจการเงิน ปั้น "Alpha Fin" เจาะกลุ่ม SME และเจ้าของอสังหาฯ

บริษัท อัลฟา แคปปิตอล พาร์ทเนอร์ส กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ACPG ซึ่งเป็นที่รู้จักในฐานะผู้นำด้านการบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ (NPL/NPA) ของประเทศไทย กำลังประกาศกลยุทธ์ครั้งสำคัญในการขยายพอร์ตโฟลิโอธุรกิจการเงิน

6 นาที

แท็กที่เกี่ยวข้อง