
พลิกแต้มต่อภาษีระหว่างประเทศ สู่กลยุทธ์การตั้งราคาที่สร้างความได้เปรียบ
สรุปประเด็น
-
ใช้ประโยชน์จาก FTA สร้างแต้มต่อราคาสินค้า: เปลี่ยนสิทธิประโยชน์ทางภาษีศุลกากรนำเข้าจากความตกลง FTA ให้เป็นเครื่องมือเชิงกลยุทธ์ในการตั้งราคาเพื่อขยายตลาดและเพิ่มกำไร
-
คำนวณด้วย Landed Cost เพื่อเห็นส่วนต่างที่แท้จริง: พิจารณาต้นทุนรวมถึงปลายทางเพื่อเปรียบเทียบส่วนต่างทางภาษีกับคู่แข่ง และใช้เป็น Value Proposition ในการเจรจาค้าขาย
-
วางแผนเกณฑ์ถิ่นกำเนิดสินค้าตั้งแต่ต้นน้ำ: ปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานและการจัดซื้อวัตถุดิบให้สอดคล้องกับ Rules of Origin เพื่อรับสิทธิภาษีได้อย่างถูกต้อง
-
บริหารกลยุทธ์ราคาให้สอดคล้องเป้าหมายธุรกิจ: ใช้ส่วนต่างภาษีในการปรับลดราคาเพื่อแย่งส่วนแบ่งตลาด รักษาราคาเดิมเพื่อเพิ่มกำไรต่อหน่วย หรือแบ่งปันประโยชน์ร่วมกับตัวแทนจำหน่าย
-
ยกระดับระบบเอกสารดิจิทัลและสร้างคุณค่าระยะยาว: ใช้ระบบ e-Form D หรือการรับรองตนเองเพื่อลดต้นทุนธุรการ พร้อมนำส่วนต่างต้นทุนไปลงทุนด้านความยั่งยืนและการสร้างแบรนด์
ในเวทีการค้าระหว่างประเทศ ผู้ประกอบการจำนวนมากให้ความสำคัญกับการลดต้นทุนการผลิต ค่าแรง และค่าขนส่ง แต่ยังมีอีกหนึ่งตัวแปรที่ส่งผลโดยตรงต่อ ราคาสินค้าในตลาดปลายทาง นั่นคือ ภาษีศุลกากรนำเข้า
ข้อมูลจากงานวิจัยของ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ชี้ว่า สินค้าไทยที่ส่งออกไปยังประเทศคู่ภาคีที่มีความตกลงการค้าเสรี (FTA) มี แต้มต่อทางภาษีศุลกากรเฉลี่ย 11.2% เมื่อเทียบกับสินค้าชนิดเดียวกันจากประเทศคู่แข่งที่ไม่มีความตกลงทางการค้า อย่างไรก็ตาม การใช้สิทธิประโยชน์ดังกล่าวของผู้ส่งออกไทยยังอยู่ที่ประมาณ 40–50%
แต้มต่อทางภาษีไม่ได้เป็นเพียงสิทธิประโยชน์ด้านการส่งออก แต่สามารถนำมาใช้เป็น เครื่องมือกำหนดราคา เพิ่มกำไร และสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน ได้
หากผู้ประกอบการเปลี่ยนมุมมองจากการมองภาษีและเอกสารส่งออกเป็นภาระทางธุรการ มาเป็น เครื่องมือเชิงกลยุทธ์ แต้มต่อจาก FTA ก็สามารถนำมาต่อยอดเป็นข้อเสนอทางธุรกิจที่สร้างความแตกต่างจากคู่แข่งได้
คำนวณต้นทุนถึงปลายทาง เพื่อเห็นช่องว่างราคาที่แท้จริง
การตั้งราคาส่งออกไม่ควรพิจารณาเฉพาะราคาสินค้าหน้าโรงงานหรือราคาส่งออก แต่ควรมองไปถึง ต้นทุนรวมหลังสินค้าถึงปลายทาง (Landed Cost) ซึ่งรวมราคาสินค้า ค่าระวาง ค่าประกันภัย ค่าธรรมเนียม และภาษีนำเข้า
แนวทางที่ผู้ประกอบการสามารถนำไปใช้ ได้แก่
-
ตรวจสอบพิกัดศุลกากรให้ถูกต้อง เพื่อเปรียบเทียบอัตราภาษีนำเข้าทั่วไปกับอัตราพิเศษภายใต้ FTA ที่เกี่ยวข้อง
-
คำนวณส่วนต่างทางภาษี โดยเปรียบเทียบกับประเทศคู่แข่งในตลาดเดียวกัน เช่น หากสินค้าไทยได้รับอัตราภาษี 0% ขณะที่คู่แข่งเสียภาษี 10% ส่วนต่างดังกล่าวถือเป็นต้นทุนที่สามารถนำมาประกอบการกำหนดราคาได้
-
จัดทำต้นทุนเปรียบเทียบให้คู่ค้าเห็นภาพ ว่าการนำเข้าสินค้าจากไทยและใช้สิทธิ FTA สามารถลดต้นทุนต่อตู้หรือต่อหน่วยได้เท่าใด
แนวทางนี้ช่วยเปลี่ยน “สิทธิทางภาษี” ให้กลายเป็น Value Proposition ที่ใช้ประกอบการเจรจาและตัดสินใจซื้อได้อย่างเป็นรูปธรรม
วางแผนวัตถุดิบและกระบวนการผลิตให้ผ่านเกณฑ์ถิ่นกำเนิด
การได้รับสิทธิภาษีพิเศษไม่ได้เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ สินค้าต้องเป็นไปตาม กฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้า (Rules of Origin) ที่กำหนดไว้ในความตกลงแต่ละฉบับ ดังนั้น การวางแผนตั้งแต่การจัดซื้อวัตถุดิบจนถึงกระบวนการผลิตจึงมีความสำคัญ
แนวทางสำคัญ ได้แก่
-
วิเคราะห์เกณฑ์ถิ่นกำเนิดสินค้า ของตลาดเป้าหมาย เช่น เกณฑ์สัดส่วนมูลค่าที่เกิดขึ้นภายในภูมิภาค หรือเกณฑ์การเปลี่ยนพิกัดศุลกากร
-
ปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทาน โดยพิจารณาเพิ่มการใช้วัตถุดิบภายในประเทศหรือวัตถุดิบจากประเทศภาคี เพื่อให้สามารถสะสมถิ่นกำเนิดตามเงื่อนไขของความตกลงได้
-
ใช้มาตรการทางศุลกากรที่เหมาะสม สำหรับวัตถุดิบนำเข้าที่จำเป็น เช่น คลังสินค้าทัณฑ์บน หรือมาตรการคืนอากรสำหรับวัตถุดิบที่นำมาใช้ผลิตเพื่อส่งออก
การวางแผนถิ่นกำเนิดไม่ควรเริ่มต้นเมื่อสินค้าพร้อมส่งออก แต่ควรเริ่มตั้งแต่ การออกแบบผลิตภัณฑ์ การจัดซื้อ และการวางโครงสร้างการผลิต
เปลี่ยนแต้มต่อภาษีเป็นกลยุทธ์การตั้งราคา
เมื่อสินค้าได้รับสิทธิภาษีในอัตราต่ำหรือ 0% ขณะที่คู่แข่งยังมีภาระภาษี ผู้ประกอบการสามารถเลือกใช้ประโยชน์จากส่วนต่างดังกล่าวได้หลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับเป้าหมายทางธุรกิจ
1. ใช้ราคาเพื่อขยายตลาด
สำหรับสินค้าที่แข่งขันด้วยปริมาณ ผู้ประกอบการสามารถนำส่วนต่างทางภาษีบางส่วนมาใช้ในการ ปรับราคาขายให้แข่งขันได้มากขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องลดกำไรลงในสัดส่วนเดียวกับราคาที่ลด
2. รักษาราคาและเพิ่มกำไรต่อหน่วย
หากสินค้าไทยมีจุดแข็งด้านคุณภาพ แบรนด์ หรือมาตรฐาน ผู้ประกอบการอาจเลือก รักษาระดับราคาสินค้า และใช้ประโยชน์จากต้นทุนภาษีที่ลดลงเพื่อเพิ่มอัตรากำไรต่อหน่วย ซึ่งสามารถนำกลับไปลงทุนด้านผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี หรือการตลาด
3. แบ่งปันประโยชน์กับคู่ค้า
อีกทางเลือกคือการนำแต้มต่อทางภาษีมาเป็น เครื่องมือในการเจรจากับตัวแทนจำหน่าย เช่น แบ่งประโยชน์จากต้นทุนที่ลดลงบางส่วน เพื่อให้คู่ค้ามีงบประมาณเพิ่มขึ้นสำหรับการทำตลาด การส่งเสริมการขาย หรือการสร้างแบรนด์ในประเทศปลายทาง
ยกระดับระบบเอกสารและดิจิทัล ลดต้นทุนการใช้สิทธิ
หนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ผู้ประกอบการใช้สิทธิประโยชน์จาก FTA ได้ไม่เต็มที่ คือ ความซับซ้อนของกฎถิ่นกำเนิดและเอกสารประกอบการขอใช้สิทธิ
การพัฒนาระบบจัดเก็บข้อมูลต้นทุน วัตถุดิบ และกระบวนการผลิตให้เป็นระบบ จึงช่วยให้การขอรับรองถิ่นกำเนิดมีประสิทธิภาพมากขึ้น
แนวทางที่ควรพิจารณา ได้แก่
-
ตรวจสอบและเตรียมข้อมูลต้นทุนล่วงหน้า เพื่อให้สามารถยืนยันคุณสมบัติของสินค้าได้อย่างถูกต้อง
-
ใช้ระบบหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ในความตกลงที่รองรับ เพื่อลดขั้นตอนและระยะเวลาในการจัดทำเอกสาร
-
ศึกษาระบบการรับรองถิ่นกำเนิดด้วยตนเอง สำหรับผู้ส่งออกที่มีคุณสมบัติตามเงื่อนไข เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการส่งออก
การลงทุนในระบบข้อมูลจึงไม่ได้เป็นเพียงการลดงานเอกสาร แต่เป็นการสร้าง ระบบบริหารสิทธิทางการค้า ที่ช่วยให้ธุรกิจสามารถใช้ประโยชน์จาก FTA ได้ต่อเนื่อง
สร้างความได้เปรียบระยะยาวเหนือกว่าเรื่องราคา
แม้แต้มต่อทางภาษีจะช่วยสร้างความสามารถในการแข่งขันด้านราคา แต่ นโยบายการค้าและอัตราภาษีสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามบริบทเศรษฐกิจและกติกาการค้าระหว่างประเทศ การใช้ประโยชน์จาก FTA จึงควรดำเนินควบคู่กับการยกระดับศักยภาพของสินค้า
สิ่งที่ผู้ประกอบการสามารถต่อยอดได้ ได้แก่
-
นำส่วนต่างต้นทุนไปลงทุนด้านความยั่งยืน เช่น การลดการปล่อยคาร์บอน การใช้วัสดุรีไซเคิล หรือการยกระดับมาตรฐานการผลิต
-
สร้างแบรนด์และเอกลักษณ์สินค้า เพื่อให้ผู้บริโภคตัดสินใจจากคุณภาพและคุณค่าของสินค้า ไม่ใช่จากราคาเพียงอย่างเดียว
-
ขยายช่องทางผ่าน Cross-border E-commerce เพื่อเข้าถึงผู้บริโภคโดยตรง และเพิ่มทางเลือกในการบริหารตลาดและช่องทางจำหน่าย
แต้มต่อจาก FTA จะสร้างมูลค่าสูงสุดเมื่อผู้ประกอบการนำไปเชื่อมโยงทั้ง ต้นทุน–ราคา–ห่วงโซ่อุปทาน–เอกสาร–แบรนด์ ไม่ใช่พิจารณาเฉพาะอัตราภาษี
จาก “สิทธิทางภาษี” สู่เครื่องมือสร้างกำไร
การส่งออกที่แข่งขันได้ไม่จำเป็นต้องเกิดจากการลดราคาจนกำไรหายไป แต่สามารถเกิดจากการ บริหารต้นทุนและสิทธิประโยชน์ทางการค้าอย่างเป็นระบบ
การนำแต้มต่อจาก FTA มาวิเคราะห์ร่วมกับ Landed Cost กลยุทธ์การตั้งราคา กฎถิ่นกำเนิด ห่วงโซ่อุปทาน และการสร้างแบรนด์ จะช่วยให้ผู้ประกอบการมองเห็นมูลค่าที่แท้จริงของสิทธิทางการค้า และเลือกได้ว่าจะนำส่วนต่างดังกล่าวไปใช้เพื่อ ขยายตลาด เพิ่มกำไร หรือสร้างความแข็งแกร่งให้ธุรกิจในระยะยาว
ท้ายที่สุด “ภาษี” จึงไม่ควรถูกมองเป็นเพียงต้นทุนที่ต้องจ่าย แต่สามารถเป็นหนึ่งใน ตัวแปรเชิงกลยุทธ์ที่ช่วยให้สินค้าไทยแข่งขันได้ทั้งด้านราคาและคุณค่า ในตลาดต่างประเทศ
ข้อมูลอ้างอิง:
- สุนทร ตันมันทอง และคณะ. (2561). รายงานการศึกษาการประเมินผลกระทบและความคุ้มค่าของความตกลงการค้าเสรีของไทย. สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI). https://tdri.or.th/wp-content/uploads/2018/01/wb130.pdf
- สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย. (2569, 15 มกราคม). นโยบายการค้า-การลงทุนใหม่เพื่อสร้างการเติบโต. TDRI. https://tdri.or.th/2026/01/ac-2025-session3
- กรมการค้าต่างประเทศ. (2567). รายงานสถานการณ์การใช้สิทธิประโยชน์ทางการค้าภายใต้ FTA และ GSP. กระทรวงพาณิชย์. https://www.dft.go.th/th-th/dft-service-data-privilege
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เปิดความเสี่ยงไทย จากมาตรการภาษีต่างตอบแทนของทรัมป์
ในขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เตรียมประกาศมาตรการภาษีศุลกากรต่างตอบแทนกับประเทศคู่ค้าเกือบทั้งหมดของสหรัฐฯ ในวันพรุ่งนี้ (2 เมษายน) รายงานของกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ได้เผยให้เห็นประเด็นปัญหาการค้าระหว่างไทยกับสหรัฐฯ ที่อาจถูกหยิบยกมาเป็นเหตุผลในการกำหนดมาตรการภาษีใหม่

ไทย–ยูเออี สรุปเจรจา CEPA การค้าครึ่งปีแรกพุ่งกว่า 75%
ไทยและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์สรุปการเจรจาความตกลง CEPA สำเร็จ หลังมูลค่าการค้านอกภาคน้ำมันครึ่งแรกปี 2569 พุ่งสูงกว่า 75% แตะ 10.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ พร้อมเตรียมเดินหน้ากระบวนการทางกฎหมายเพื่อลงนามและผลักดันความร่วมมือใน 6 สาขายุทธศาสตร์สำคัญ

มูดีส์ หั่นแนวโน้มเครดิตเรตติ้งไทยเป็นลบ จับตาภาษีสหรัฐ-หนี้สาธารณะทะยาน
มูดีส์ปรับลดแนวโน้มอันดับเครดิตของไทยเป็น "เชิงลบ" แต่คงเรตติ้ง Baa1 เหตุกังวลผลกระทบจากนโยบายภาษีศุลกากรของสหรัฐและภาระหนี้สาธารณะที่พุ่งแตะ 56% ของ GDP พร้อมหั่นคาดการณ์เศรษฐกิจไทยปี 2568 เหลือ 2%

ศาสตร์แห่งการเลือกคู่ค้าต่างแดน เพื่อการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน
แนวทางการเลือกคู่ค้าต่างประเทศเชิงกลยุทธ์สำหรับผู้ส่งออกไทย โดยเน้นการตรวจสอบสถานะ (Due Diligence) การยกระดับมาตรฐานและความยั่งยืน การกระจายความเสี่ยงผ่านพอร์ตคู่ค้าที่หลากหลาย รวมถึงการประยุกต์ใช้ดิจิทัลและพัฒนาสัญญาการค้าสู่ความร่วมมือระยะยาว เพื่อสร้างความยืดหยุ่นและการเติบโตอย่างยั่งยืน

จีน-สหภาพยุโรปตั้ง 'กลไกหารือการค้า-ลงทุน' มุ่งปรับสมดุล คุมส่งออก ปฏิรูป WTO
จีนและสหภาพยุโรปจัดตั้งกลไกหารือการค้า-ลงทุนอย่างเป็นทางการ ครอบคลุม 4 ด้านหลัก ทั้งปรับสมดุลการค้า คุมส่งออกแรร์เอิร์ธ ทรัพย์สินทางปัญญา และปฏิรูป WTO

ไทย-เวียดนาม ยกระดับสู่ "หุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้าน" เปิดโอกาสธุรกิจใหม่ เป้าการค้า 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์
ไทยและเวียดนามลงนามแผนหุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้าน 2569–2574 ตั้งเป้ามูลค่าการค้าทวิภาคี 25,000 ล้านดอลลาร์ภายในปี 2570 ผลักดันยุทธศาสตร์ Three Connects เชื่อมโซ่อุปทาน เศรษฐกิจท้องถิ่น และการพัฒนาที่ยั่งยืน หนุนโอกาสธุรกิจ EV เซมิคอนดักเตอร์ โลจิสติกส์ FinTech และการท่องเที่ยวในภูมิภาค
