
วิจัยกรุงศรี ประเมินเศรษฐกิจไทยปี 2569 โต 1.9% จับตาส่งออกหลังหมดแรงเร่งหนีภาษีสหรัฐฯ คาด กนง. ตรึงดอกเบี้ย 1.00% ตลอดปี
สรุปประเด็น
-
ปรับลด GDP ไทยปี 69 เหลือ 1.9%: วิจัยกรุงศรีคาดเศรษฐกิจเติบโตชะลอลงจาก 2.4% ในปี 2568 เผชิญแรงกดดันจากนโยบายภาษีสหรัฐฯ ความผันผวนภูมิรัฐศาสตร์ และข้อจำกัดเชิงโครงสร้าง
-
จับตาส่งออกหลังหมดแรงเร่ง Front-loading: การส่งออกช่วงแรกโตจากผู้ประกอบการเร่งส่งออกล่วงหน้าหนีภาษีสหรัฐฯ แต่เสี่ยงชะลอตัวลงเมื่ออุปสงค์จริงลดลง พร้อมเผชิญการขาดดุลการค้า
-
คาด กนง. ตรึงดอกเบี้ย 1.00% ตลอดปี: แม้นโยบายการเงินผ่อนคลายเพื่อช่วยประคองเศรษฐกิจ แต่การส่งผ่านสินเชื่อยังจำกัด ภาคธุรกิจยังเผชิญต้นทุนการเงินและความตึงตัวในการเข้าถึงเงินทุน
-
กำลังซื้อภาคครัวเรือนยังกดดันการบริโภค: คาดการบริโภคภาคเอกชนขยายตัวเพียง 2.2% จากภาระหนี้ครัวเรือนสูงและค่าครองชีพ กระทบต่อภาคค้าปลีก บริการ และ SMEs ในการปรับราคา
-
เน้นบริหารความยืดหยุ่นและกระจายความเสี่ยง: แนะภาคธุรกิจและ SME กระจายตลาดส่งออก บริหาร Landed Cost ควบคุมกระแสเงินสด และเพิ่มผลิตภาพเพื่อรับมือเศรษฐกิจโตต่ำ
วิจัยกรุงศรี ประเมินเศรษฐกิจไทยปี 2569 อย่างระมัดระวังมากขึ้น โดยคาดว่า GDP จะขยายตัว 1.9% ลดลงจากฐานการเติบโต 2.4% ในปี 2568 สะท้อนแรงกดดันจากทั้ง นโยบายการค้าของสหรัฐฯ ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ และข้อจำกัดเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจไทย
แม้เศรษฐกิจยังมีแรงพยุงจากภาคส่งออกและมาตรการภาครัฐ แต่การฟื้นตัวมีแนวโน้มไม่สม่ำเสมอ โดยเฉพาะเมื่อแรงส่งจากการส่งออกล่วงหน้าเริ่มลดลง ขณะที่กำลังซื้อภายในประเทศยังถูกกดดันจากภาระหนี้และค่าครองชีพ
โจทย์เศรษฐกิจไทยปี 2569 จึงไม่ใช่เพียง “จะเติบโตได้เท่าไร” แต่คือ “แรงส่งที่กำลังพยุงเศรษฐกิจในวันนี้จะยั่งยืนได้แค่ไหน”
ส่งออกโตช่วงแรก แต่แรงส่งส่วนหนึ่งมาจาก Front-loading
หนึ่งในประเด็นสำคัญที่วิจัยกรุงศรีจับตาคือ ภาคการส่งออก ซึ่งในไตรมาสแรกขยายตัว 2.8% สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ อย่างไรก็ตาม การเติบโตดังกล่าวส่วนหนึ่งได้รับแรงหนุนจากการ เร่งส่งออกล่วงหน้า (Front-loading) ของผู้ประกอบการ เพื่อรับมือกับความไม่แน่นอนของมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ
พฤติกรรมดังกล่าวทำให้ผู้ประกอบการบางส่วนเร่งผลิตและจัดส่งสินค้าออกไปก่อนที่มาตรการทางการค้าจะมีผลหรือมีความชัดเจนมากขึ้น ส่งผลให้ตัวเลขการส่งออกในช่วงแรกแข็งแกร่งกว่าปกติ
แต่ในมุมมองของธุรกิจ สิ่งที่ต้องจับตาคือ เมื่อคำสั่งซื้อที่ถูกดึงมาใช้ล่วงหน้าหมดลงแล้ว จะเหลืออุปสงค์จริงมากเพียงใด
หากการส่งออกในช่วงแรกมีแรงหนุนจากการเร่งส่งออกเป็นสำคัญ การส่งออกในช่วงต่อไปจึงมีความเสี่ยงชะลอตัวลงตามภาวะอุปสงค์โลกและความไม่แน่นอนด้านนโยบายการค้าของสหรัฐฯ
ดุลการค้าเป็นอีกสัญญาณที่ต้องติดตาม
นอกจากทิศทางการส่งออกแล้ว วิจัยกรุงศรียังชี้ให้เห็นการเปลี่ยนแปลงของ ดุลการค้า โดยไทยกลับมาขาดดุลการค้าเป็นครั้งแรกในรอบ 14 ไตรมาส
ประเด็นนี้มีความสำคัญต่อภาคธุรกิจ เพราะดุลการค้าไม่ได้สะท้อนเพียงความสามารถในการส่งออก แต่ยังสะท้อนโครงสร้างการนำเข้าและการพึ่งพาวัตถุดิบ สินค้าทุน และชิ้นส่วนจากต่างประเทศด้วย
สำหรับผู้ประกอบการที่อยู่ในห่วงโซ่การผลิตเพื่อส่งออก จึงจำเป็นต้องมองมากกว่ายอดคำสั่งซื้อ โดยควรประเมิน ต้นทุนวัตถุดิบ แหล่งจัดซื้อ ระยะเวลาส่งมอบ และความเสี่ยงจากมาตรการทางการค้า ควบคู่กัน
ในภาวะที่นโยบายการค้าเปลี่ยนเร็ว “ตลาดส่งออก” อย่างเดียวอาจไม่ใช่ตัวแปรเดียวที่ต้องบริหาร แต่ต้องบริหารทั้งตลาด แหล่งวัตถุดิบ และโครงสร้างต้นทุนไปพร้อมกัน
กนง. มีแนวโน้มคงดอกเบี้ย 1.00% ตลอดปี
ด้านนโยบายการเงิน วิจัยกรุงศรีคาดว่า กนง. จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.00% ตลอดปี 2569 เพื่อช่วยประคองภาวะเศรษฐกิจท่ามกลางความไม่แน่นอนจากปัจจัยภายนอก
อย่างไรก็ตาม อัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ลดลงไม่ได้หมายความว่าภาคธุรกิจทุกกลุ่มจะสามารถเข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายขึ้นทันที เพราะการส่งผ่านนโยบายการเงินยังขึ้นอยู่กับทั้ง ความสามารถในการชำระหนี้ คุณภาพสินทรัพย์ ความเสี่ยงของผู้กู้ และความต้องการสินเชื่อ
ดังนั้น สำหรับภาคธุรกิจ ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่เพียง “ดอกเบี้ยลดหรือไม่” แต่คือ ต้นทุนทางการเงินที่แท้จริงและความสามารถในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน
ผู้ประกอบการจึงควรทบทวนโครงสร้างหนี้ กระแสเงินสด และแผนการลงทุนให้สอดคล้องกับรายได้ที่คาดว่าจะเกิดขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจที่อยู่ในอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของคำสั่งซื้อ
กำลังซื้อในประเทศยังเป็นข้อจำกัด
อีกแรงกดดันสำคัญคือ การบริโภคภาคเอกชน ซึ่งวิจัยกรุงศรีคาดว่าจะขยายตัวเพียง 2.2% สะท้อนข้อจำกัดด้านกำลังซื้อของครัวเรือน
ปัจจัยสำคัญมาจากทั้ง ภาระหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง ค่าครองชีพ และรายได้ของบางกลุ่มที่ยังฟื้นตัวได้จำกัด ส่งผลให้ผู้บริโภคมีแนวโน้มระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น
ผลกระทบจึงไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะภาคครัวเรือน แต่ส่งต่อไปยังธุรกิจค้าปลีก บริการ และ SME ที่ต้องบริหารสมดุลระหว่าง ยอดขาย ราคาสินค้า และต้นทุนการดำเนินงาน
ในภาวะเช่นนี้ การขึ้นราคาอาจไม่ใช่ทางเลือกที่ทำได้ง่าย เพราะกำลังซื้อที่จำกัดทำให้ผู้บริโภคไวต่อราคา ธุรกิจจึงจำเป็นต้องมองหาแนวทางเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุนที่ไม่จำเป็น และสร้างความแตกต่างของสินค้าและบริการควบคู่กัน
SME ส่งออกต้องเตรียมรับ “หลังหมดแรงเร่ง”
สำหรับ SME ในห่วงโซ่การส่งออก สิ่งที่ต้องเตรียมรับมือเป็นพิเศษคือช่วงหลังจากแรงส่งจาก Front-loading ลดลง เพราะคำสั่งซื้อที่เร่งเข้ามาในช่วงก่อนหน้าอาจไม่ได้สะท้อนระดับความต้องการปกติของตลาดทั้งหมด
กลยุทธ์สำคัญจึงควรอยู่ที่การ กระจายตลาดส่งออก ลดการพึ่งพาลูกค้าหรือประเทศใดประเทศหนึ่งมากเกินไป และเพิ่มความยืดหยุ่นของ Supply Chain
ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการควรใช้ช่วงเวลานี้ทบทวน Landed Cost ของสินค้าอย่างละเอียด ตั้งแต่ต้นทุนวัตถุดิบ ค่าขนส่ง ภาษี มาตรการทางการค้า ไปจนถึงต้นทุนทางการเงิน เพื่อให้สามารถประเมินความสามารถในการแข่งขันของสินค้าในแต่ละตลาดได้จริง
เศรษฐกิจปี 2569 กับโจทย์ “ประคองตัวพร้อมปรับโครงสร้าง”
ภาพรวมจากวิจัยกรุงศรีสะท้อนว่าเศรษฐกิจไทยปี 2569 มีแนวโน้มอยู่ในภาวะ “เติบโตต่ำท่ามกลางความไม่แน่นอนสูง” แม้ยังมีแรงสนับสนุนจากภาคส่งออกและมาตรการภาครัฐ แต่แรงส่งบางส่วนเป็นปัจจัยชั่วคราว ขณะที่ภาคครัวเรือนและธุรกิจบางกลุ่มยังเผชิญข้อจำกัดด้านกำลังซื้อและการเข้าถึงเงินทุน
สำหรับภาคธุรกิจ สิ่งที่สำคัญจึงไม่ใช่เพียงการรอให้เศรษฐกิจฟื้นตัว แต่คือการเตรียมองค์กรให้สามารถรับมือกับความผันผวนได้ดีขึ้น ทั้ง การกระจายตลาด การบริหารต้นทุน การจัดการกระแสเงินสด การบริหาร Supply Chain และการเพิ่มผลิตภาพ
ในปีที่เศรษฐกิจเติบโตแบบประคองตัว ความสามารถในการ “รักษาความยืดหยุ่น” อาจมีความสำคัญไม่แพ้ความสามารถในการ “เร่งการเติบโต”
ท้ายที่สุดแล้ว ทิศทางเศรษฐกิจไทยปี 2569 ยังขึ้นอยู่กับหลายตัวแปร โดยเฉพาะ นโยบายภาษีของสหรัฐฯ ทิศทางการค้าโลก กำลังซื้อในประเทศ และประสิทธิผลของมาตรการภาครัฐ สำหรับผู้บริหาร การติดตามตัวเลข GDP เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ แต่ควรติดตามตัวชี้วัดที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจโดยตรง เพื่อให้สามารถปรับแผนการผลิต การลงทุน และตลาดได้อย่างทันท่วงที
ข้อมูลอ้างอิง:
- วิจัยกรุงศรี. (2569). วิจัยกรุงศรีปรับลดเศรษฐกิจไทยปี 2569 เหลือ 1.9% ท่ามกลางความเสี่ยง. ธนาคารกรุงศรีอยุธยา. https://www.krungsri.com/th/newsandactivities/krungsri-banking-news/krungsri-research-cuts-thailand-2026-gdp
- สำนักข่าวไทยพับลิก้า. (2569, กุมภาพันธ์). วิจัยกรุงศรีประเมินเศรษฐกิจไทยปี 2569 เจอแรงปะทะรอบด้าน โตแบบประคองตัว 2% ต้องบริหารอย่างระมัดระวัง. ThaiPublica. https://thaipublica.org/2026/02/krungsri_econ_outlook_2026
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ผู้ส่งออกรุ่นใหม่ : Young Exporter from Local to Global (YELG) ประจำปี 2569 ภาคใต้ กระบี่
เปิดรับสมัครโครงการพัฒนา ผู้ส่งออกรุ่นใหม่ Young Exporter from Local to Global (YELG) 2569 ภาคใต้ จังหวัดกระบี่ หลักสูตรพื้นฐานการค้าระหว่างประเทศสำหรับผู้ประกอบการ 50 ราย เรียนรู้การวางแผนธุรกิจส่งออก การสร้างแบรนด์ การเจรจาธุรกิจ และการ Pitching พร้อมวิทยากรจากภาคธุรกิจชั้นนำ อบรม 14–17 กรกฎาคม 2569 ณ โรงแรมอ่าวนางวิลล่า รีสอร์ท กระบี่

ปรับเพดานเงินสมทบประกันสังคมครั้งใหญ่ในรอบ 30 ปี: สิทธิประโยชน์ใหม่และความท้าทายของระบบ
รัฐบาลไทยปรับเพดานเงินสมทบประกันสังคมครั้งใหญ่ในรอบ 30 ปี เริ่มปี 2569 เพื่อเพิ่มความมั่นคงแรงงาน แต่ภาคธุรกิจและนักวิชาการตั้งคำถามถึงความพร้อมของระบบและการปฏิรูปสิทธิประโยชน์

ส่งออกไทยอ่วม พาณิชย์เผย ทรัมป์เก็บภาษีสินค้านำเข้าสหรัฐฯหลายเด้ง
ปลัดกระทรวงพาณิชย์เผยไทยถูกเก็บภาษีนำเข้าสหรัฐฯ 36% เพิ่มจากอัตราภาษีที่เรียกเก็บอยู่แล้ว รวมทั้งอากร ค่าธรรมเนียม และค่าใช้จ่ายอื่นๆ หลังทรัมป์ลงนามคำสั่งบริหาร เริ่ม 9 เม.ย. 2568 พร้อมเตรียมมาตรการเยียวยา เจรจาลดผลกระทบ ขยายตลาดส่งออกใหม่ทดแทน

เช็กลิสต์ 12 มาตรการใหม่กระตุ้นเศรษฐกิจปี 2568 หวังปั๊ม GDP ให้โตเกิน 3%
เช็กลิสต์ 12 โครงการใหม่ กระตุ้นเศรษฐกิจไทยปี 2568 ครอบคลุมการบริโภค การลงทุน การใช้จ่ายภาครัฐ และการส่งออก หวังผลักดัน GDP โตเกิน 3% ท่ามกลางความท้าทายจากหนี้ครัวเรือน ข้อจำกัดด้านการคลัง และความเสี่ยงจากนโยบายการค้าของสหรัฐฯ

G-Token: เดิมพันอนาคตการเงิน ภายใต้เงื่อนไขและความท้าทาย
Government Token หรือ G-Token นวัตกรรมทางการเงินรูปแบบใหม่ของไทยที่อาจเปลี่ยนโฉมหน้าการระดมทุนภาครัฐทั่วโลก หรือบทเรียนราคาแพงของการเร่งก้าวในเส้นทางที่แทบไม่มีใครเดิน

กระทรวงอุตสาหกรรม ขับเคลื่อน 4 นโยบายด่วนหนุน SME ปรับตัวสู่อุตสาหกรรมยุคใหม่ อัดฉีดงบ 786 ล้านบาท
บอร์ดส่งเสริม SME อัดฉีดงบกองทุน 786 ล้านบาท มุ่งสร้าง Multiplier Effect กว่า 7.4 เท่า หรือกว่า 5.8 พันล้านบาท เพื่อยกระดับ SME ไทยกว่า 4.1 แสนราย ผ่านการส่งเสริมเทคโนโลยี นวัตกรรม การขยายตลาดสากล และการปรับตัวสู่เศรษฐกิจสีเขียว รองรับความผันผวนและการแข่งขันในห่วงโซ่อุปทานโลก
