
BGRIM จับมือ AMATA ทุ่ม 1.2 พันล้าน ลุยโซลาร์ลอยน้ำใน EEC
สรุปประเด็น
-
ผนึกกำลังร่วมทุน 1,200 ล้านบาท: อมตะ (AMATA) ร่วมกับ บี.กริม เพาเวอร์ (BGRIM) ลงทุนโครงการโซลาร์ลอยน้ำ (Floating Solar) ขนาด 42.5 MWp ในนิคมฯ อมตะซิตี้ ชลบุรี (EEC) ผ่านบริษัทร่วมทุน อมตะ บี.กริม รีนิวเอเบิล เอ็นเนอร์ยี่ (AMATA ถือ 75%, BGRIM ถือ 25%)
-
เริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์และรับรู้รายได้แล้ว: โครงการดำเนินหน้าจริงแล้ว โดยเปิด COD เฟสแรก 17 MWp สามารถรับรู้รายได้ทันที และเตรียมพัฒนาเฟสต่อๆ ไปเพื่อสร้างมูลค่าทางธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม
-
ยกระดับโครงสร้างพื้นฐานและดึงดูด FDI: การเพิ่มพลังงานสะอาดในนิคมฯ ช่วยยกระดับโครงสร้างพื้นฐานไทยให้ได้มาตรฐานความยั่งยืนสากล ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ (FDI) และตอบโจทย์มาตรฐาน ESG ของบริษัทข้ามชาติ
-
หนุนยุทธศาสตร์ Energy Tech และรองรับ AI/Data Center: สอดคล้องกับแผน PDP2026 ของ BGRIM ที่มุ่งสู่ Energy Tech Company โดยขยายพอร์ตพลังงานสะอาดเพื่อรองรับดีมานด์ไฟฟ้าสูงและเสถียรภาพจากกลุ่มธุรกิจ AI และ Data Center
-
สร้างโอกาสแข่งขันให้ SME ในซัพพลายเชน: ช่วยให้ผู้ประกอบการ SME ในนิคมฯ เข้าถึงพลังงานสะอาดในราคาที่แข่งขันได้ ตอบโจทย์เงื่อนไขด้านความยั่งยืนขององค์กรใหญ่ และเพิ่มโอกาสการเป็นคู่ค้ากับบริษัทข้ามชาติ
ความร่วมมือครั้งใหม่ระหว่างสองยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมนิคมอุตสาหกรรมและพลังงานของไทย กำลังตอกย้ำทิศทางการลงทุนด้านพลังงานสะอาดที่จริงจังมากขึ้นในภาคอุตสาหกรรม เมื่อ บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) และ บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) ประกาศเดินหน้าโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนทุ่นลอยน้ำ หรือ Floating Solar มูลค่าการลงทุนรวม 1,200 ล้านบาท กำลังการผลิตรวม 42.5 เมกะวัตต์พีค ในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ชลบุรี ซึ่งตั้งอยู่ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)
โครงการนี้ดำเนินงานภายใต้ บริษัท อมตะ บี.กริม รีนิวเอเบิล เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนที่มีโครงสร้างผู้ถือหุ้นชัดเจน โดย อมตะ ยู จำกัด ถือหุ้นในสัดส่วน 75% และ บี.กริม เพาเวอร์ สมาร์ท โซลูชั่น ถือหุ้นอีก 25% สะท้อนรูปแบบการร่วมทุนที่ผสานจุดแข็งของทั้งสองฝ่ายเข้าด้วยกัน ฝั่งอมตะในฐานะ ผู้พัฒนาและบริหารนิคมอุตสาหกรรมรายใหญ่ ที่มีที่ดินและฐานลูกค้าโรงงานจำนวนมาก ขณะที่บี.กริม เพาเวอร์ มีความเชี่ยวชาญด้าน การผลิตและบริหารจัดการพลังงาน มายาวนาน

ที่น่าสนใจคือ โครงการนี้ไม่ได้อยู่ในขั้นตอนศึกษาความเป็นไปได้เพียงอย่างเดียว แต่ได้ เริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ (COD) ไปแล้วบางส่วน โดย เฟสแรกจำนวน 17 เมกะวัตต์ สามารถ รับรู้รายได้ได้แล้ว ซึ่งถือเป็นสัญญาณบวกต่อความคืบหน้าของโครงการ และเป็นเครื่องยืนยันว่าความร่วมมือนี้กำลังเดินหน้า สร้างมูลค่าทางธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม
ในมุมมองของนักลงทุนและผู้บริหารระดับสูง โครงการนี้มีนัยสำคัญมากกว่าการเป็นเพียงโครงการผลิตไฟฟ้าขนาดกลาง เพราะมันสะท้อนถึงการ ปรับโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของนิคมอุตสาหกรรมไทย ให้สอดรับกับ มาตรฐานความยั่งยืนระดับสากล ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ บริษัทข้ามชาติและซัพพลายเชนโลก ใช้พิจารณาในการเลือกฐานการผลิต การมีแหล่ง พลังงานสะอาด ในนิคมฯ จึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการ ดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมที่ลูกค้าปลายทางกำหนดเงื่อนไขด้าน ESG อย่างเข้มงวด
การตอบโจทย์เกณฑ์ ESG: พลังงานสะอาดในพื้นที่ช่วยตอบสนองความต้องการของอุตสาหกรรมที่ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขด้าน ESG ของลูกค้าปลายทางอย่างเข้มงวด
สำหรับ บี.กริม เพาเวอร์ ดีลนี้ยังสอดคล้องกับทิศทางการปรับตัวสู่การเป็น Energy Tech Company ภายใต้กรอบ แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศฉบับใหม่ (PDP2026) ซึ่งบริษัทกำลังขยายขอบเขตธุรกิจเพื่อรองรับดีมานด์จากธุรกิจ AI และ Data Center ที่ต้องการไฟฟ้าปริมาณมากและมีเสถียรภาพ การผนวก โซลาร์ลอยน้ำ เข้ากับพอร์ตพลังงานจึงเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ กระจายแหล่งผลิตไฟฟ้า ให้มีความหลากหลายและยั่งยืนมากขึ้น
ในแง่ผลกระทบต่อ ผู้ประกอบการรายย่อย (SME) ในนิคมอุตสาหกรรม การมีพลังงานสะอาดราคาแข่งขันได้ในพื้นที่ อาจช่วยให้ SME ที่อยู่ในซัพพลายเชนของโรงงานขนาดใหญ่สามารถ ตอบโจทย์มาตรฐานความยั่งยืน ที่ลูกค้าองค์กรกำหนด และ เพิ่มโอกาสในการเป็นคู่ค้ากับบริษัทข้ามชาติ ได้มากขึ้น
ทั้งสองบริษัทยังระบุว่าจะเดินหน้าศึกษาความเป็นไปได้ในการ ขยายแหล่งพลังงานสะอาด และ พัฒนาโซลูชันพลังงานเพิ่มเติมในอนาคต ซึ่งบ่งชี้ว่าโครงการโซลาร์ลอยน้ำในอมตะซิตี้ ชลบุรี เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของ ความร่วมมือระยะยาว ท่ามกลางแรงกดดันด้านสิ่งแวดล้อมและความต้องการพลังงานสะอาดที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในภาคอุตสาหกรรมไทย
ข้อมูลอ้างอิง:
- ThaiPR.NET. (ม.ป.ป.). “อมตะ – บี.กริม เพาเวอร์” ผนึกกำลังลงทุน 1,200 ล้านบาท เดินหน้าโครงการโซลาร์ลอยน้ำขนาด 42.5 MWp ในพื้นที่ EECขับเคลื่อนพลังงานสะอาด สู่เป้าหมาย Net Zero. ThaiPR.NET. https://www.thaipr.net/energy/3759294
- ประชาชาติธุรกิจ. (2569, 31 สิงหาคม). บี.กริม เพาเวอร์ เดินหน้าจัดทัพหน่วยธุรกิจ รับ PDP2026 มุ่งสู่ Energy Tech Company. ประชาชาติธุรกิจ. https://www.prachachat.net/business/news-2060391
- ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์. (2569, 11 กันยายน). AMATA-BGRIM ทุ่ม 1.2 พันล้าน ลุยโซลาร์ลอยน้ำ 42.5 MWp หนุนนิคม EEC. ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์. https://www.kaohoon.com/news/862352
- bangkokbiznews. (2569, 1 กันยายน). บี.กริม รับ PDP2026 ปักธง Energy Tech ลุยดีล AI-Data Center พร้อมส่งไฟ 250 เมกะวัตต์. bangkokbiznews. https://www.bangkokbiznews.com/economics/1249946
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

LEO Global Logistics เดินหน้าสู่ Green Logistics อย่างยั่งยืน พร้อมสร้างผู้นำ ESG ภายใต้โครงการ JUMP+
LEO Global Logistics แต่งตั้งที่ปรึกษา ESG และเปิดตัววิสัยทัศน์ “LEO Sustainable Green Logistics Vision” มุ่งสู่การเป็นผู้นำด้านโลจิสติกส์สีเขียวในภูมิภาค พร้อมขับเคลื่อนกลยุทธ์ ESG อย่างเป็นรูปธรรมภายใต้โครงการ JUMP+ ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

แร่แรร์เอิร์ธ" ขุมทรัพย์อนาคต: ทำไมไทยต้องเร่งพัฒนา และการลงนาม MOU กับสหรัฐฯ มีนัยยะอย่างไรต่อ SME ไทย?
ในยุคที่เทคโนโลยีและพลังงานสะอาดกำลังขับเคลื่อนโลกอย่างรวดเร็ว แร่แรร์เอิร์ธ (Rare Earth Elements - REEs) หรือแร่หายาก ได้กลายเป็น "ขุมทรัพย์อนาคต" ที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ต่อเศรษฐกิจโลกและอุตสาหกรรมไฮเทค ความเคลื่อนไหวล่าสุดของรัฐบาลไทยในการศึกษาและพัฒนาศักยภาพแร่ชนิดนี้

ความสำเร็จของ ETC ในการพัฒนาพลังงานหมุนเวียนอย่างยั่งยืน และการได้รับคัดเลือกสู่กลุ่มหลักทรัพย์ ESG100
บริษัท เอิร์ธ เท็ค เอนไวรอนเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ ETC ซึ่งเป็นผู้นำในธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน ได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในกลุ่มหลักทรัพย์ ESG100 ประจำปี พ.ศ. 2569

ยุทธศาสตร์ Supply Chain พลังงานสะอาดและดึงทุน AI: เมื่อกระทรวงการคลังและตลาดหลักทรัพย์ฯ ประกาศทิศทางประเทศ
กระทรวงการคลัง (MoF) และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ได้ร่วมกันประกาศทิศทางยุทธศาสตร์เชิงรุกที่มุ่งเป้าไปที่การพัฒนาห่วงโซ่อุปทานและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจและตลาดทุนไทย

ส.อ.ท. แนะรัฐบาลลงทุนงบปี 70 เน้นอนาคตดิจิทัล พลังงานสะอาด และพัฒนาแรงงาน-SME
ส.อ.ท. ชี้รัฐบาลต้องใช้งบประมาณปี 2570 อย่างมีประสิทธิภาพภายใต้ข้อจำกัดทางการคลัง พร้อมเสนอ 5 แนวทางปฏิรูปงบประมาณที่มุ่งเน้นการลงทุนในอนาคต โดยเฉพาะด้าน ดิจิทัล พลังงานสะอาด และการพัฒนา ทรัพยากรมนุษย์ รวมถึงการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมไทยผ่านนวัตกรรมและการเชื่อมโยงสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก นับเป็นทิศทางสำคัญที่ภาคธุรกิจขนาดใหญ่และนักลงทุนควรจับตามอง เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงและคว้าโอกาสทางเศรษฐกิจ

กระทรวงพลังงานเร่งเครื่องแผน PDP หนุน Direct PPA ดึงดูดการลงทุน
กระทรวงพลังงานกำลังเร่งขับเคลื่อนแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP 2026) ฉบับใหม่ โดยมีวาระสำคัญในการสร้างสมดุลเชิงกลยุทธ์ระหว่างความมั่นคงทางพลังงาน ต้นทุนค่าไฟฟ้าที่เหมาะสม และการส่งเสริมพลังงานสะอาด การปรับปรุงแผนครั้งนี้
