
จับตาความเสี่ยงส่งออกสินค้าไทย พึ่งพาตลาดสหรัฐสูงขึ้น
กระทรวงพาณิชย์ รายงานสถานการณ์การส่งออกสินค้าของไทย เดือน ม.ค.2568 ที่ยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นช่วงที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา สมัยที่ 2 โดยเข้าพิธีสาบานตนในวันที่ 20 ม.ค.2568 ท่ามกลางความกังวลของการออกมาตรการทางภาษีเพื่อกีดกันสินค้านำเข้า
การส่งออกสินค้าของไทยไปสหรัฐอเมริกาในเดือน ม.ค.2568 มีมูลค่า 4,777 ล้านดอลลาร์ เทียบช่วงเดียวกันกับปีที่แล้วไทยส่งออกไปสหรัฐอเมริกา เพิ่มขึ้น 22.4% ซึ่งถือเป็นอัตราการส่งออกที่ขยายตัวค่อนข้างสูง รวมถึงเมื่อพิจารณาสัดส่วนการส่งออกไปตลาดสหรัฐอเมริกาต่อการส่งออกรวมของไทยอยู่ที่ 18.9% ถือว่าเป็นสัดส่วนที่สูงมากเมื่อพิจารณาเป็นรายประเทศ โดยรองลงมาเป็นตลาดจีนที่มีสัดส่วน 10.0% เป็นสัดส่วนที่ลดลง
ทั้งนี้ หากพิจารณาสัดส่วนการส่งออกสินค้าไปตลาดสหรัฐอเมริกาย้อนหลังพบว่าในเดือน ธ.ค.2567 มีสัดส่วน 18.9% และการส่งออกสินค้ารวมไปตลาดสหรัฐอเมริกาในปี 2567 สัดส่วน 18.3% ในขณะที่ตลาดจีนมีสัดส่วน 11.7%
สำหรับการส่งออกไปสหรัฐอเมริกาในช่วงที่ผ่านมาสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจากช่วงปลายปี 2567 จากการเร่งรัดนำเข้าสินค้าของผู้นำเข้าที่ประเมินสถานการณ์ว่าทรัมป์จะชนะการเลือกตั้งและนำมาสู่การขึ้นภาษีนำเข้าสินค้า โดยการส่งออกสินค้าไปตลาดสหรัฐอเมริกาเดือน ม.ค.2568 ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 16
ขณะที่การส่งออกในเดือน ธ.ค.2567 ไทยส่งออกสินค้าไปสหรัฐอเมริกามูลค่า 4,658 ล้านดอลลาร์ รวมแล้วในช่วงเดือน ม.ค.-ธ.ค.2567 ไทยส่งออกสินค้าไปสหรัฐ
ส่วนสินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ และอัญมณีและเครื่องประดับ สินค้าสำคัญที่หดตัว เช่น อุปกรณ์ กึ่งตัวนำทรานซิสเตอร์ และไดโอด เครื่องโทรสาร โทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ และเหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์
มองในแง่ดุลการค้าพบว่าไทยยังคงได้ดุลการค้าตลาดสหรัฐอเมริกาอย่างต่อเนื่อง โดยในเดือน ม.ค.2568 ไทยได้ดุลการค้าสหรัฐอเมริกา 3,032 ล้านดอลลาร์ เทียบช่วงเดียวกันกับปีที่แล้วเพิ่มขึ้นถึง 15.78% จึงเป็นอีกปัจจัยที่ไทยจะต้องเตรียมความพร้อมในการเจรจากับสหรัฐในฐานะประเทศที่ได้ดุลการค้า ซึ่งในปี 2567 ไทยอยู่ในอันดับ 11 ของประเทศที่ได้ดุลการค้าสหรัฐอเมริกา
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า
แนวโน้มการส่งออกในปี 2568 กระทรวงพาณิชย์คาดการณ์ว่าจะมีอัตราการขยายตัวที่ 2-3% โดยมีปัจจัยสนับสนุน หลายประการ ได้แก่
- แนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่คาดว่าจะเติบโตตามการขยายตัวของภาคการผลิต สถานการณ์ความขัดแย้งในยูเครน และตะวันออกกลางที่เริ่มคลี่คลาย
- ดัชนีราคาอาหารโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งสะท้อนความต้องการสินค้าเกษตรและอาหารที่เพิ่มขึ้น รวมถึงโอกาสการส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกาที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากการทดแทนสินค้านำเข้าจากจีน
ส่วนปัจจัยท้าทาย ที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ประกอบด้วย
- สถานการณ์การค้าโลกที่ยังคงตึงเครียด และมีความเสี่ยงของการเกิดวิกฤตเงินเฟ้อรอบใหม่ในสหรัฐอเมริกา
- ผลกระทบจากมาตรการจำกัดการส่งออกน้ำมันของรัสเซียที่อาจส่งผลต่อราคาพลังงานและค่าระวางเรือ
- ผลกระทบจากมาตรการจำกัดการส่งออกน้ำมันของรัสเซียที่อาจส่งผลต่อราคาพลังงานและค่าระวางเรือ
"ประเทศไทยจำเป็นต้องรักษาสมดุลทางการค้า กระจายความเสี่ยงด้านตลาด และกำหนดมาตรการที่เหมาะสมเพื่อบรรเทาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น พร้อมทั้งแสวงหาโอกาสเพื่อสร้างประโยชน์สูงสุดจากสถานการณ์ที่ท้าทาย" นายพูนพงษ์ กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ล้นหลาม! รายได้ ‘Mar-a-Lago’ และธุรกิจในเครือทรัมป์ พุ่งทะยาน หลังมหาเศรษฐี-นักลงทุน แห่ใช้บริการหวัง “เข้าถึงตัวประธานาธิบดี”
พลิกหน้าประวัติศาสตร์ผู้นำสหรัฐฯ! เจาะลึกโมเดล "Access Marketplace" เมื่อ 'โดนัลด์ ทรัมป์' เปลี่ยนอิทธิพลทางการเมืองให้เป็นขุมทรัพย์มหาศาล สวนทางอดีตประธานาธิบดีส่วนใหญ่ที่ทรัพย์สินลดลงระหว่างดำรงตำแหน่ง โมเดลนี้ทำเงินอย่างไร และทำไมความมั่งคั่งของเขาถึงพุ่งทะยานอย่างไม่เคยมีใครทำได้มาก่อน?

สถานะ 'ไทย' หุ้นส่วน BRICS ชิงโอกาสการค้า 'ตลาดเกิดใหม่'
ไทยได้รับการแจ้งจากรัสเซียในฐานะประธานกลุ่ม BRICS ให้เป็นหุ้นส่วนของกลุ่ม BRICS อย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2568 ซึ่งเป็นไปตามแผนที่ประเทศไทยเสนอตัวเข้าเป็นสมาชิกที่เริ่มจากการเข้าเป็นหุ้นส่วนก่อนที่จะยกระดับเป็นสมาชิก

DITP วิเคราะห์ผลกระทบสงครามการค้าสหรัฐ-จีน เปิดโอกาสทองผู้ส่งออกไทย
สงครามการค้าสหรัฐ-จีน เปิดโอกาสทองให้ผู้ส่งออกไทย หลังสหรัฐฯ ขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจีนสูงถึง 145% ดันการนำเข้าจากไทยเพิ่มขึ้น 22.9% โดยเฉพาะกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ชิ้นส่วนยานยนต์ และเครื่องประดับ พร้อมกรณีศึกษา Pandora ที่ยืนยันใช้ไทยเป็นฐานผลิตหลักต่อไปแม้เผชิญภาษีตอบโต้

IMF เตือนประเทศกำลังพัฒนาเสี่ยงตกขบวน AI มากที่สุด ก่อนเวทีประชุมใหญ่จะมาเยือนกรุงเทพฯ
วิเคราะห์คำเตือนของ IMF เรื่องความเสี่ยงตกขบวน AI ของกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา ท่ามกลางแรงกดดันทางเศรษฐกิจและวิกฤตพลังงาน พร้อมเปิด 3 นัยสำคัญเชิงกลยุทธ์และโอกาสของไทยในการเปลี่ยนบทบาทสู่ผู้กำหนดวาระ ในฐานะเจ้าภาพจัดประชุมประจำปี IMF-ธนาคารโลก 2569 ที่กรุงเทพฯ

สีจิ้นผิงนำทางสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ ท่ามกลางโลกผันผวน จับตาพบทรัมป์ที่ปักกิ่ง
วิเคราะห์ทิศทางความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ ก่อนการพบกันของสีจิ้นผิงและโดนัลด์ ทรัมป์ ท่ามกลางความท้าทายด้านการค้า ไต้หวัน และเสถียรภาพโลก

ลมใต้ปีก “สารัชถ์ รัตนาวะดี” 13 ขุนพลผลักดัน มหาเศรษฐีพลังงาน สู่จุดสูงสุด
สารัชถ์ รัตนาวะดี ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF ได้ก้าวขึ้นเป็นมหาเศรษฐีอันดับ 5 ของประเทศไทยในปี 2567 ด้วยมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ 338,000 ล้านบาท ความสำเร็จอันยิ่งใหญ่นี้ไม่ได้เกิดจากความสามารถของสารัชถ์เพียงคนเดียว แต่เป็นผลงานของขุมพลังทีมผู้บริหาร 13 คนที่แข็งแกร่งที่อยู่เบื้องหลังการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของ GULF
