
โครงการ WorldNexGen 2026 เพื่อปั้นผู้นำไทย-เกาหลี และเชื่อมเศรษฐกิจอาเซียนสู่เวทีโลก
สรุปประเด็น
โครงการ WorldNexGen 2026 ประสบความสำเร็จในการปั้นผู้นำเศรษฐกิจและนวัตกรรมรุ่นใหม่จากไทยและเกาหลีใต้ โดยมีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ SNU และ KH Academy เป็นแกนนำ โครงการนี้ตอกย้ำความร่วมมือระดับภูมิภาค เพื่อเชื่อมโยงเศรษฐกิจอาเซียนสู่เวทีโลก การสร้างเครือข่ายผู้นำที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกล พร้อมความรู้ด้านกฎหมายสากลจาก Jipyong LLC จะเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนการค้าการลงทุน และเปิดโอกาสใหม่ๆ ให้กับผู้ประกอบการ SME ไทย ให้ก้าวสู่ตลาดต่างประเทศได้อย่างมั่นใจ เสริมขีดความสามารถในการแข่งขันระดับโลกในระยะยาว
โครงการ WorldNexGen 2026 ได้ปิดฉากลงอย่างสำเร็จลุล่วง ณ มหาวิทยาลัยแห่งชาติโซล (SNU) ประเทศเกาหลีใต้ โครงการนี้มีเป้าหมายหลักในการบ่มเพาะ ผู้นำเศรษฐกิจและนวัตกรรมรุ่นใหม่ จากประเทศไทยและเกาหลีใต้ เพื่อเชื่อมโยงเศรษฐกิจอาเซียนสู่เวทีโลก สะท้อนความร่วมมืออันแข็งแกร่งระหว่าง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยแห่งชาติโซล และ KH Academy โดยได้มอบประกาศนียบัตรแก่ นักศึกษา 20 คน ที่ผ่านการอบรมเพื่อเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจแห่งอนาคต นอกจากนี้ คณะนักศึกษายังได้รับประสบการณ์ตรงจากการเยี่ยมชม Jipyong LLC สำนักงานกฎหมายชั้นนำของเกาหลีใต้ เพื่อเสริมสร้างความรู้ด้านกฎหมายธุรกิจระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการดำเนินธุรกิจข้ามพรมแดน
ความสำเร็จของ WorldNexGen 2026 แม้จะเน้นการสร้างผู้นำระดับสูง แต่ก็ส่งผลดีต่อ SME ไทย อย่างมีนัยสำคัญในระยะยาว การมีผู้นำที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกลและเครือข่ายระดับสากล จะเป็นตัวขับเคลื่อนนโยบายที่เอื้อต่อการค้าและการลงทุน นำไปสู่การขยายตลาดและสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ให้กับ ผู้ประกอบการรายย่อย ในภูมิภาคอาเซียนและเกาหลีใต้ ความเข้าใจด้านกฎหมายธุรกิจระหว่างประเทศที่นักศึกษาได้รับจาก Jipyong LLC จะช่วยลดอุปสรรคและเพิ่มความมั่นใจให้ SMEs ไทย เมื่อต้องดำเนินธุรกิจกับคู่ค้าต่างชาติ พร้อมเปิดประตูสู่การสร้างพันธมิตรและเข้าถึงเทคโนโลยีใหม่ๆ ซึ่งจะช่วยยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของ SMEs สู่ระดับโลก
โครงการลักษณะนี้เป็นการลงทุนที่สำคัญในการเสริมสร้างศักยภาพของบุคลากร ซึ่งเป็นรากฐานของการพัฒนาเศรษฐกิจที่ยั่งยืน การผนึกกำลังระหว่างสถาบันการศึกษาชั้นนำอย่าง ธรรมศาสตร์ และ SNU แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการสร้าง ระบบนิเวศทางธุรกิจ ที่สนับสนุนการเติบโตและนวัตกรรม ผู้นำรุ่นใหม่เหล่านี้จะกลายเป็นฟันเฟืองสำคัญที่ช่วยให้ประเทศไทยและอาเซียนสามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลง และคว้าโอกาสในตลาดโลกได้ โครงการ WorldNexGen 2026 จึงไม่เพียงแค่สร้างผู้นำ แต่ยังเป็นการวางรากฐานที่แข็งแกร่งสำหรับการเติบโตทางเศรษฐกิจในทุกภาคส่วน โดยเฉพาะการเปิดโอกาสอันยิ่งใหญ่ให้ SMEs ไทยก้าวสู่ตลาดสากลได้อย่างมั่นคง
.png)
ความร่วมมือระดับสากลเพื่อผู้นำรุ่นใหม่
-
เครือข่ายพันธมิตร: เป็นการผนึกกำลังระหว่าง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, มหาวิทยาลัยแห่งชาติโซล (SNU) และ KH Academy
-
กลุ่มเป้าหมาย: บ่มเพาะนักศึกษา 20 คน ให้เป็น "ผู้นำเศรษฐกิจและนวัตกรรมรุ่นใหม่" เพื่อเชื่อมโยงเศรษฐกิจอาเซียนสู่เวทีโลก
-
ประสบการณ์ตรง: คณะนักศึกษาได้เยี่ยมชม Jipyong LLC สำนักงานกฎหมายชั้นนำของเกาหลีใต้ เพื่อเรียนรู้รากฐานกฎหมายธุรกิจระหว่างประเทศ
นัยสำคัญต่อ SME ไทยในระยะยาว
โครงการนี้ไม่ได้สร้างประโยชน์แค่ตัวนักศึกษา แต่ส่งผลบวกต่อระบบนิเวศธุรกิจของไทย ดังนี้:
-
การลดอุปสรรคทางการค้า: ความเข้าใจด้านกฎหมายข้ามพรมแดนช่วยให้ SME ไทยมีความมั่นใจและลดความเสี่ยงเมื่อต้องดีลธุรกิจกับเกาหลีใต้
-
การเข้าถึงเครือข่ายและเทคโนโลยี: ผู้นำรุ่นใหม่ที่มีสายสัมพันธ์ (Connection) ระดับสากล จะเป็นตัวกลางช่วยให้ SME เข้าถึงพันธมิตรและนวัตกรรมใหม่ๆ จากเกาหลีใต้ได้ง่ายขึ้น
-
นโยบายที่เอื้ออำนวย: วิสัยทัศน์ของผู้นำเหล่านี้ในอนาคตจะช่วยผลักดันนโยบายที่สนับสนุนการขยายตลาดของรายย่อยไปสู่ระดับสากล
รากฐานสู่ความยั่งยืน
-
ระบบนิเวศทางธุรกิจ: โครงการนี้เป็นการลงทุนในทรัพยากรมนุษย์ เพื่อสร้าง Ecosystem ที่เน้นนวัตกรรมและการเติบโตที่ยั่งยืน
-
ฟันเฟืองเศรษฐกิจ: ผู้นำรุ่นใหม่จะกลายเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยให้ไทยและอาเซียนรับมือกับความผันผวนของโลก และนำพา SME ก้าวสู่ตลาดโลกได้อย่างมั่นคง
บทสรุป
WorldNexGen 2026 คือการวางรากฐาน "สะพานเศรษฐกิจ" ระหว่างไทยและเกาหลีใต้ โดยใช้การศึกษาและเครือข่ายผู้นำรุ่นใหม่เป็นแรงขับเคลื่อนหลัก ซึ่งจะส่งผลดีเป็นทอดๆ มาถึงผู้ประกอบการ SME ให้มีโอกาสเติบโตในเวทีโลกได้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

DBD SMEs360 แพลตฟอร์มดิจิทัล พลังสำคัญขับเคลื่อนธุรกิจ SME ไทยสู่ความสำเร็จในยุคดิจิทัล
DBD SMEs360 คือแพลตฟอร์มดิจิทัลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ที่รวบรวมเครื่องมือและซอฟต์แวร์บริหารจัดการธุรกิจ SME ครบวงจร ช่วยเสริมศักยภาพและเพิ่มโอกาสในการแข่งขันของ SMEs ไทยผ่านการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในด้านการตลาด การเงิน การวิเคราะห์ข้อมูล และทรัพยากรบุคคล เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจไทยสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืนในยุคดิจิทัล

โอกาสสำหรับสตาร์ทอัพและ SME ในโลกยุคดิจิทัลและการเงินดิจิทัลในประเทศไทย
ภาครัฐและเอกชนไทยผนึกกำลังขับเคลื่อน SMEs และสตาร์ทอัพสู่ยุคดิจิทัลด้วยนโยบายบูรณาการและการลงทุน เพื่อเป้าหมายเพิ่มส่วนแบ่งทางเศรษฐกิจของ SMEs เป็น 50%

สยาม โคโคเพลลิ เปิดตัวแพลตฟอร์ม BIG ADVANCE GLOBAL หนุน SME ไทยสู่ตลาดสากล โดยเฉพาะญี่ปุ่น
บริษัท สยาม โคโคเพลลิ จำกัด ก่อตั้งปี 2568 ผนึกธนาคารกรุงไทยและสภาหอการค้าฯ เปิดตัวแพลตฟอร์ม BIG ADVANCE GLOBAL ใช้ AI จับคู่ธุรกิจไทย-ญี่ปุ่น เชื่อมคู่ค้ากว่า 60,000 ราย พร้อมโซลูชันการเงินครบวงจรและระบบ KYC คัดกรองความน่าเชื่อถือ หนุน SME ไทยบุกตลาดสากลอย่างมั่นใจและยั่งยืน

SME ไทยปรับตัวสู่ ESG เพื่อความยั่งยืน
ESG คือโอกาสทองสำหรับ SME ไทยในการปรับตัวสู่ธุรกิจสีเขียว สร้างความได้เปรียบ และเติบโตอย่างยั่งยืนท่ามกลางกระแสความยั่งยืนที่ทั่วโลกมุ่งสู่ Net Zero

ตลาดค้าปลีกไทย 7.1 ล้านล้านบาท และกลยุทธ์ขยายธุรกิจออนไลน์สำหรับ SME
SME ไทยต้องเร่งปรับตัวสู่การค้าปลีกออนไลน์ที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลอย่างชาญฉลาด เพื่อคว้าโอกาสในตลาดมูลค่า 7.1 ล้านล้านบาท และยืนหยัดท่ามกลางการแข่งขันที่เข้มข้น.

ราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงขึ้นกว่า 110 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะ SMEs
วิกฤตตะวันออกกลางดันราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงจนถึงระดับ "Code RED" ส่งผลให้เงินเฟ้อทั่วโลกและเงินบาทอ่อนค่าลงอย่างมาก ทำให้ SMEs ไทยต้องเร่งปรับตัวเพื่อรับมือต้นทุนพลังงานและโลจิสติกส์ที่เพิ่มขึ้นอย่างรุนแรง
