ส.อ.ท. ดัน Made in Thailand เจาะตลาดรัฐ 3 อุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ เปิดเกมใหม่ “ผลิตไทย–ซื้อไทย” กว่า 4 แสนล้านบาท

ส.อ.ท. ดัน Made in Thailand เจาะตลาดรัฐ 3 อุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ เปิดเกมใหม่ “ผลิตไทย–ซื้อไทย” กว่า 4 แสนล้านบาท

สรุปประเด็น

  • ส.อ.ท. ดัน MiT เจาะจัดซื้อภาครัฐ มุ่งผลักดันสินค้า Made in Thailand เข้าสู่ตลาดจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ หวังเปลี่ยนงบประมาณรัฐเป็นเครื่องมือสร้าง Demand และยกระดับศักยภาพอุตสาหกรรมไทย

  • เน้น 3 อุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ โฟกัสอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ระบบราง และเครื่องมือแพทย์ ซึ่งมีมูลค่านำเข้าและงบประมาณภาครัฐรวมกันสูงกว่า 4.3 แสนล้านบาท

  • ชูเกณฑ์ MiT และสิทธิประโยชน์แต้มต่อ ใช้การรับรอง MiT ยืนยันการผลิตในประเทศ (Local Content ≥40%) พร้อมมอบแต้มต่อราคา 5% ในการเสนอราคาแข่งกับสินค้าต่างชาติ

  • หนุน SMEs เชื่อมโยง Supply Chain ช่วยกระจายโอกาสสู่ผู้ประกอบการ SMEs และผู้ผลิตชิ้นส่วนไทย ตลอดจนผลักดันข้อเสนอแต้มต่อพิเศษร่วมกับระบบ e-TAX สูงสุดถึง 20%

  • ตั้งเป้าสร้างมูลค่าเศรษฐกิจ 2 แสนล้าน ตั้งเป้าผลักดันสินค้า MiT เข้าสู่ตลาดภาครัฐไม่น้อยกว่า 40% ของวงเงินเป้าหมาย 200,000 ล้านบาท ภายในปี 2570 เพื่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ

การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐกำลังถูกวางบทบาทใหม่ จากเดิมที่เป็นเพียงกลไกจัดหาสินค้าและบริการสำหรับหน่วยงานรัฐ สู่การเป็น เครื่องมือสร้างตลาดให้กับอุตสาหกรรมไทย โดยเฉพาะสินค้าที่มีศักยภาพสูงแต่ยังต้องพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศ

ล่าสุด สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ประกาศความพร้อมผลักดัน Made in Thailand (MiT) เข้าสู่ 3 กลุ่มอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ ได้แก่ อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ระบบราง และเครื่องมือแพทย์ หลังที่ประชุมคณะกรรมการพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งชาติ (กอช.) เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 เห็นชอบในหลักการแนวทางยกระดับศักยภาพอุตสาหกรรมผ่านการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐที่ส่งเสริมการใช้สินค้าที่ผลิตในประเทศ

ประเด็นสำคัญจึงไม่ได้อยู่เพียงคำว่า “Made in Thailand” แต่คือการสร้าง Demand ภายในประเทศ ให้กับผู้ผลิตไทย ผ่านตลาดภาครัฐที่มีมูลค่าสูง และใช้ความต้องการจากภาครัฐเป็นแรงส่งให้เกิดการลงทุน พัฒนาเทคโนโลยี และยกระดับ Supply Chain ในประเทศ

3 อุตสาหกรรมเป้าหมาย กับตลาดที่มีมูลค่าสูง

เหตุผลที่ 3 กลุ่มนี้ถูกเลือกเป็นอุตสาหกรรมเป้าหมาย เพราะล้วนเป็นตลาดที่ภาครัฐมีบทบาทเป็นผู้ซื้อรายสำคัญ และมีความเชื่อมโยงทั้งกับ ความมั่นคง เศรษฐกิจ และการพัฒนาอุตสาหกรรมในประเทศ

1. อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ

ในปี 2569 งบประมาณด้านการเสริมสร้างกำลังกองทัพอยู่ที่ 34,076 ล้านบาท ขณะที่ข้อมูลปี 2568 ระบุว่าการนำเข้าสินค้ากลุ่มนี้มีมูลค่าประมาณ 83,518 ล้านบาท แต่ปัจจุบันภาครัฐจัดซื้อจากผู้ประกอบการในประเทศเพียงประมาณ 2%

การเพิ่มสัดส่วนการผลิตในประเทศจึงมีความหมายมากกว่าการลดการนำเข้า เพราะยังเกี่ยวข้องกับ ความสามารถในการซ่อมบำรุง การผลิตอะไหล่ และการพัฒนาเทคโนโลยีภายในประเทศ โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ห่วงโซ่อุปทานโลกมีความไม่แน่นอน

2. อุตสาหกรรมระบบราง

ด้านระบบราง กระทรวงคมนาคมมีแผนความต้องการจัดซื้อในช่วงปี 2567–2577 ทั้งหัวรถจักร ตู้โดยสาร และตู้สินค้า รวมมูลค่าประมาณ 203,860 ล้านบาท

ตลาดดังกล่าวจึงเป็นโอกาสสำคัญสำหรับการพัฒนา Local Manufacturing และ Local Supply Chain ตั้งแต่การประกอบรถไฟ ชิ้นส่วน อุปกรณ์ระบบราง ระบบควบคุม ไปจนถึงงานซ่อมบำรุง

การมีฐานการผลิตในประเทศยังช่วยลดการพึ่งพาผู้ผลิตต่างชาติในระยะยาว และเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยสะสมองค์ความรู้จากโครงการภาครัฐ ก่อนต่อยอดไปยังตลาดระบบรางในต่างประเทศ

3. อุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์

สำหรับเครื่องมือแพทย์ ปี 2568 ไทยมีมูลค่าการนำเข้าสูงถึง 95,185 ล้านบาท ขณะที่มีฐานงบประมาณจากการเบิกจ่ายของ 3 กองทุนหลักประกันสุขภาพภาครัฐประมาณ 35,000–42,000 ล้านบาทต่อปี ในช่วงปี 2565–2569

การผลักดันการผลิตในประเทศจึงเชื่อมโยงทั้ง ความมั่นคงด้านสาธารณสุข การลดการพึ่งพาการนำเข้า และการสร้างฐานผู้ผลิตเทคโนโลยีทางการแพทย์ของไทย

3 อุตสาหกรรมเป้าหมายมีตลาดรวมจากตัวเลขงบประมาณและมูลค่านำเข้าที่เกี่ยวข้องมากกว่า 4.3 แสนล้านบาท ในคนละช่วงเวลาและคนละฐานการวัด จึงควรมองเป็น “ขนาดโอกาสของตลาด” มากกว่าการนำตัวเลขมารวมเป็นมูลค่าตลาดเดียวกันโดยตรง

MiT ไม่ใช่แค่ตราสินค้า แต่เป็น “หลักฐานการผลิตในประเทศ”

หัวใจของมาตรการอยู่ที่ระบบ Made in Thailand Certification ซึ่งทำหน้าที่รับรองว่าสินค้าที่ผลิตในประเทศไทยผ่านหลักเกณฑ์ที่กำหนด ไม่ใช่เพียงการนำเข้าสินค้าสำเร็จรูปแล้วนำมาประกอบหรือเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ในประเทศ

ปัจจุบัน ส.อ.ท. กำหนดหลักเกณฑ์การพิจารณา MiT เป็น 4 วิธี โดยระบบจะพิจารณาตามลำดับ ครอบคลุมการคำนวณมูลค่าต้นทุน/วัตถุดิบภายในประเทศ การพิจารณาพิกัดศุลกากร หรือ HS Code และเงื่อนไขด้าน Substantial Transformation (ST)

สำหรับวิธีคำนวณตามเกณฑ์ MiT มูลค่ารวมของวัตถุดิบ วัสดุ หรือชิ้นส่วนที่ผลิตจากโรงงานในประเทศไทย ต้องมีผลตามเกณฑ์ที่กำหนด โดยในกรณีวิธีคำนวณที่ใช้ Local Content กำหนดสัดส่วนไม่น้อยกว่า 40%

ระบบดังกล่าวจึงมีบทบาทสำคัญต่อความน่าเชื่อถือของนโยบาย เพราะช่วยให้หน่วยงานรัฐมีข้อมูลอ้างอิงว่า สินค้าไทยเกิดจากกระบวนการผลิตในประเทศในระดับที่เข้าเกณฑ์ ไม่ใช่เพียงการใช้คำว่า “Made in Thailand” ทางการตลาด

แต้มต่อ MiT เปิดประตูตลาดรัฐ

อีกแรงจูงใจสำคัญคือ สินค้าที่ได้รับการรับรอง MiT สามารถได้รับสิทธิประโยชน์ด้านการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ โดยข้อมูลล่าสุดระบุว่าสินค้า MiT ได้รับ แต้มต่อด้านราคา 5% ในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ

ขณะเดียวกัน มีข้อเสนอเพิ่มเติมสำหรับการยกระดับโอกาสของ SMEs ในตลาดภาครัฐ โดยมีการหารือเรื่องแต้มต่อสำหรับ SMEs ที่ได้รับการรับรอง MiT และเข้าสู่ระบบ e-TAX ซึ่งอาจทำให้แต้มต่อรวมเพิ่มขึ้นได้ถึง 20% แต่ประเด็นนี้เป็น ข้อเสนอเชิงนโยบาย ไม่ควรสื่อว่าเป็นสิทธิที่ผู้ประกอบการได้รับโดยอัตโนมัติในปัจจุบัน

จุดสำคัญของ MiT จึงมี 2 ชั้น คือ “การรับรองแหล่งผลิต” และ “การสร้างโอกาสเข้าสู่ตลาดภาครัฐ” ส่วนมาตรการแต้มต่อเพิ่มเติมสำหรับ SMEs ยังต้องแยกออกจากสิทธิประโยชน์ MiT พื้นฐานอย่างชัดเจน

จาก Government Procurement สู่ Industrial Policy

สิ่งที่น่าสนใจของนโยบายนี้คือการใช้ Government Procurement เป็นเครื่องมือกำหนดทิศทางอุตสาหกรรม

ในหลายอุตสาหกรรม การสร้างโรงงานหรือพัฒนาเทคโนโลยีไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเพราะมีผู้ผลิตพร้อมลงทุน แต่ต้องมี ตลาดรองรับ ในระดับที่มากพอที่จะทำให้การลงทุนคุ้มค่า

เมื่อภาครัฐเป็นผู้ซื้อรายใหญ่ การกำหนดให้สินค้าไทยสามารถเข้าถึงตลาดดังกล่าวได้มากขึ้น จึงอาจช่วยสร้าง Demand ที่มีความแน่นอนในระดับหนึ่ง และเปิดทางให้เอกชนลงทุนเพิ่มใน Production Capacity, Technology และ R&D

ผลที่ต้องการจึงไม่ได้หยุดอยู่ที่การเปลี่ยนจาก “นำเข้า” เป็น “ซื้อของไทย” แต่คือการทำให้เกิด Industrial Capability ภายในประเทศ

โอกาสใหม่ของ SMEs และ Supply Chain ไทย

อีกมิติที่น่าจับตาคือผลต่อ ผู้ประกอบการ SMEs และผู้ผลิตชิ้นส่วน เพราะ 3 อุตสาหกรรมเป้าหมายไม่ได้ประกอบด้วยผู้ผลิตรายใหญ่เพียงไม่กี่ราย แต่มีห่วงโซ่อุปทานจำนวนมากอยู่เบื้องหลัง

ระบบรางต้องใช้ทั้งชิ้นส่วน เครื่องจักร ระบบไฟฟ้า ระบบควบคุม และงานซ่อมบำรุง ขณะที่เครื่องมือแพทย์มีตั้งแต่อุปกรณ์พื้นฐานไปจนถึงผลิตภัณฑ์ที่ต้องใช้เทคโนโลยีและมาตรฐานสูง ส่วนอุตสาหกรรมป้องกันประเทศก็มีความต้องการด้านอะไหล่ วัสดุ ระบบอิเล็กทรอนิกส์ และงานบำรุงรักษา

ดังนั้น หากนโยบาย MiT เชื่อมโยงกับการพัฒนาผู้ผลิตในแต่ละ Tier ได้จริง ผลที่เกิดขึ้นอาจขยายจาก ผู้รับเหมาหลัก → ผู้ผลิตชิ้นส่วน → SMEs → ผู้ให้บริการเทคโนโลยี เป็นห่วงโซ่

นี่คือจุดที่ Government Procurement สามารถเปลี่ยนจาก “งบประมาณเพื่อจัดซื้อ” ไปสู่ Demand ที่ช่วยสร้างตลาดและยกระดับ Supply Chain ได้

เป้าหมาย 200,000 ล้านบาท กับโจทย์การสร้างตลาด

ส.อ.ท. ตั้งเป้าผลักดันให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจจากการส่งเสริมสินค้า Made in Thailand มากกว่า 200,000 ล้านบาท โดยมีข้อเสนอให้ภาครัฐจัดซื้อสินค้า MiT ไม่น้อยกว่า 40% ของวงเงินเป้าหมายดังกล่าวภายในปี 2570

ตัวเลขนี้สะท้อนแนวคิดสำคัญว่า การสร้างตลาดให้ผู้ผลิตไทยไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการอุดหนุนผู้ผลิตโดยตรงเสมอไป แต่สามารถใช้ กำลังซื้อของภาครัฐ เป็นตัวสร้าง Demand และกระตุ้นให้ภาคเอกชนลงทุนพัฒนาศักยภาพการผลิต

อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของมาตรการจะขึ้นอยู่กับรายละเอียดในขั้นปฏิบัติ ทั้งการกำหนด TOR, มาตรฐานสินค้า, Local Content, การตรวจสอบ MiT และความสามารถของผู้ผลิตไทยในการส่งมอบสินค้าได้ตามข้อกำหนด

จาก “Made in Thailand” สู่ “Made by Thai Industry”

ภาพใหญ่ของนโยบาย MiT จึงอาจไม่ได้อยู่ที่การเพิ่มจำนวนสินค้าที่มีตรารับรองเพียงอย่างเดียว แต่คือการสร้าง ตลาดภายในประเทศที่ช่วยให้ผู้ผลิตไทยมีโอกาสเติบโตและสะสมขีดความสามารถ

สำหรับ 3 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ทั้ง ป้องกันประเทศ ระบบราง และเครื่องมือแพทย์ ตลาดภาครัฐมีความสำคัญในระดับที่สามารถสร้าง Demand ให้กับผู้ผลิตได้ ขณะเดียวกันผู้ประกอบการเองก็ต้องยกระดับจากการพึ่งพาสิทธิประโยชน์ ไปสู่การพัฒนา คุณภาพ เทคโนโลยี ต้นทุน และมาตรฐานสากล

หากกลไกดังกล่าวเดินหน้าได้ครบตั้งแต่ การรับรอง MiT → การกำหนดเงื่อนไขจัดซื้อ → การเชื่อมโยง Supply Chain → การพัฒนาเทคโนโลยี → การต่อยอดสู่ตลาดเอกชนและต่างประเทศ การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐก็จะไม่ได้เป็นเพียงตลาดปลายทาง แต่สามารถกลายเป็นหนึ่งในเครื่องมือสร้าง Industrial Competitiveness ของไทยในระยะยาว

ข้อมูลอ้างอิง:

  • ฐานเศรษฐกิจ. (2569, 20 กันยายน). ส.อ.ท. เดินหน้าผลักดันสินค้า Made in Thailand (MiT) ใน 3 กลุ่มเป้าหมาย... เพื่อเพิ่มโอกาสผู้ผลิตไทยเข้าถึงตลาดจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐที่มีมูลค่าสูง. ฐานเศรษฐกิจ. https://www.instagram.com/p/Ddh272GDeCd/ 
  • สำนักข่าวอินโฟเควสท์. (2569, 20 กันยายน). ส.อ.ท. ขานรับมติ กอช. ประกาศความพร้อมรับรอง Made in Thailand ชู 3 อุตสาหกรรมยุทธศาสตร์. สำนักข่าวอินโฟเควสท์. https://www.infoquest.co.th/2026/651469 
  • ประชาชาติธุรกิจ. (2569, กันยายน 7). ส.อ.ท. ดัน MiT สู่ Buy Thai เป้าหมายขาย 2 แสนล้าน. prachachat.net. https://www.prachachat.net/economic/news-2061855 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เปิดยุทธศาสตร์ 5I จาก ส.อ.ท. ดันนโยบาย Buy Thai ยกระดับ SMEs

เปิดยุทธศาสตร์ 5I จาก ส.อ.ท. ดันนโยบาย Buy Thai ยกระดับ SMEs

สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เดินหน้ายุทธศาสตร์ 5I เพื่อยกระดับภาคอุตสาหกรรมไทย เร่งผลักดันนโยบาย Buy Thai ปฏิรูปโครงสร้างราคาพลังงานลดต้นทุนการผลิต พร้อมเสริมความแข็งแกร่งให้ SMEs และ Supply Chain ไทย เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันและขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

6 นาที
ESPR & Digital Product Passport: "หนังสือเดินทาง" ใหม่ที่สินค้าไทยต้องมีเพื่อเข้าตลาดยุโรป

ESPR & Digital Product Passport: "หนังสือเดินทาง" ใหม่ที่สินค้าไทยต้องมีเพื่อเข้าตลาดยุโรป

กฎระเบียบใหม่ของสหภาพยุโรปที่มีผลบังคับใช้แล้ว กำลังเปลี่ยนเงื่อนไขการส่งออกสินค้าไทยอย่างถาวร ผู้ประกอบการที่เตรียมตัวก่อนจะได้เปรียบ ส่วนใครที่รอดูอาจสายเกินแก้

5 นาที

แท็กที่เกี่ยวข้อง