
สมาคมผู้ค้าปลีกไทยเสนอ 6 นโยบายฟื้นเศรษฐกิจ กระตุ้นกำลังซื้อ เสริมแกร่ง SMEs
สรุปประเด็น
-
สมาคมผู้ค้าปลีกฯ เสนอ 6 นโยบายฟื้นเศรษฐกิจ: ครอบคลุมการกระตุ้นกำลังซื้อ เที่ยวปัง ลงทุนท้องถิ่น เสริมแกร่ง SMEs พัฒนาแรงงาน และสร้างการแข่งขันที่เท่าเทียม
-
คาดสร้างเงินหมุนเวียนกว่า 2 แสนล้านบาท: ประเมินว่าหากรัฐบาลดันมาตรการสำเร็จ จะช่วยกระตุ้น GDP ให้เติบโตเพิ่มขึ้นราว 0.5–1.0%
-
มุ่งลดต้นทุนและเพิ่มขีดความสามารถ SMEs: เสนอปรับลดภาษีหัก ณ ที่จ่าย ลดค่าไฟฟ้า ทบทวนมาตรฐานสินค้า MiT และช่วยยกระดับทักษะแรงงานยุคใหม่
-
คุมเข้มแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดน: เสนอให้คัดกรองสินค้าตามกฎหมาย (อย./มอก.) ถอดสินค้าผิดเกณฑ์ใน 24 ชม. และให้แพลตฟอร์มช่วยจัดเก็บ VAT แทนผู้ขายต่างชาติ
สมาคมผู้ค้าปลีกไทยเสนอ “แพ็กเกจ 6 นโยบายฟื้นเศรษฐกิจ” ต่อรัฐบาลใหม่ เพื่อกระตุ้นการใช้จ่าย เพิ่มโอกาสทางธุรกิจ และยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย ครอบคลุมตั้งแต่การเพิ่มกำลังซื้อ การท่องเที่ยว การลงทุนในเมืองรอง การสนับสนุน SMEs การพัฒนาทักษะแรงงาน ไปจนถึงการสร้างสนามแข่งขันที่เป็นธรรม
นายณัฐ วงศ์พานิช ประธานสมาคมผู้ค้าปลีกไทย ระบุว่า หากรัฐบาลนำข้อเสนอไปดำเนินการ สมาคมฯ ประเมินว่าจะช่วยสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ มากกว่า 200,000 ล้านบาท และเพิ่มอัตราการเติบโตของ GDP ได้ราว 0.5–1.0% จากประมาณการเดิมของปี 2569 ตัวเลขดังกล่าวเป็นการประเมินของสมาคมฯ ภายใต้เงื่อนไขที่มาตรการได้รับการผลักดันให้เกิดขึ้นจริง

6 นโยบายที่ภาคค้าปลีกเสนอให้รัฐบาลพิจารณา
ข้อเสนอของสมาคมฯ มีเป้าหมายทั้งการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นและการปรับโครงสร้างเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันระยะยาว โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้
1. “ช้อปคุ้ม” กระตุ้นกำลังซื้อและเพิ่มสภาพคล่อง
สมาคมฯ เสนอให้ต่อยอดมาตรการกระตุ้นการใช้จ่าย เช่น โครงการคนละครึ่งพลัส โดยปรับเงื่อนไขให้ครอบคลุมร้านค้าปลีกหลายขนาด รวมถึงผู้ประกอบการรายใหญ่ เพื่อเพิ่มทางเลือกให้ผู้บริโภคและกระจายเม็ดเงินสู่ระบบเศรษฐกิจ
อีกข้อเสนอคือการลดอัตราภาษีหัก ณ ที่จ่าย (Withholding Tax) จาก 3% เหลือ 0–1% เป็นการชั่วคราว เพื่อช่วยลดภาระด้านกระแสเงินสดของภาคธุรกิจ พร้อมสนับสนุนการใช้ระบบ e-Tax Invoice & e-Receipt ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาระบบภาษีดิจิทัล
2. “เที่ยวปัง” เพิ่มแรงจูงใจให้นักท่องเที่ยวใช้จ่าย
สมาคมฯ เสนอแนวคิด Instant Tax Refund หรือการคืนภาษีมูลค่าเพิ่มให้นักท่องเที่ยวต่างชาติ ณ จุดขาย สำหรับการซื้อสินค้าตามเงื่อนไขที่กำหนด โดยข้อเสนอที่รายงานระบุยอดซื้อขั้นต่ำ 3,000 บาท
สมาคมฯ มองว่าการปรับขั้นตอนคืนภาษีให้ง่ายและสะดวกขึ้น อาจช่วยเพิ่มแรงจูงใจในการซื้อสินค้าและสนับสนุนการใช้จ่ายระหว่างท่องเที่ยว อย่างไรก็ตาม รายละเอียดวิธีดำเนินการและเงื่อนไขการคืนภาษียังต้องผ่านการพิจารณาของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนนำไปใช้จริง
3. “ลงทุนท้องถิ่น” กระจายโอกาสสู่เมืองรอง
ข้อเสนอด้านการลงทุนมุ่งส่งเสริมให้เกิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจในพื้นที่เมืองรอง ผ่านมาตรการจูงใจการลงทุนและการพัฒนาธุรกิจในท้องถิ่น
หากมีการออกแบบมาตรการที่เหมาะสม อาจช่วยเพิ่มโอกาสการจ้างงานและสร้างรายได้ในพื้นที่ โดยเฉพาะธุรกิจที่เชื่อมโยงกับการค้าปลีก การท่องเที่ยว และบริการ ทั้งนี้ ผลลัพธ์จะขึ้นอยู่กับหลักเกณฑ์และรูปแบบสิทธิประโยชน์ที่ภาครัฐกำหนด
4. “SMEs แข็งแรง” ลดต้นทุนและเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทาน
ผู้ประกอบการ SMEs และธุรกิจรายย่อยเป็นกลุ่มที่ต้องบริหารทั้งต้นทุนและสภาพคล่อง สมาคมฯ จึงเสนอให้ภาครัฐพิจารณามาตรการช่วยลดภาระการดำเนินงาน รวมถึงทบทวนโครงสร้างค่าไฟฟ้าภาคค้าปลีก
นอกจากนี้ การผลักดันมาตรฐาน Made in Thailand (MiT) ยังเป็นแนวทางหนึ่งในการเพิ่มโอกาสให้สินค้าไทยเข้าสู่ตลาดจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ และเชื่อมโยงผู้ผลิตในประเทศเข้ากับห่วงโซ่อุปทานของธุรกิจขนาดใหญ่
5. “แรงงานมีทักษะ” เตรียมคนให้พร้อมกับธุรกิจยุคใหม่
การเปลี่ยนแปลงของธุรกิจค้าปลีกและเทคโนโลยีทำให้ทักษะแรงงานเป็นอีกประเด็นที่ต้องให้ความสำคัญ สมาคมฯ เสนอให้ส่งเสริมการพัฒนาทักษะที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและสนับสนุนการปรับตัวของธุรกิจ
การดำเนินมาตรการในด้านนี้จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และหน่วยงานพัฒนาทักษะ เพื่อให้การฝึกอบรมเชื่อมโยงกับการใช้งานจริงในสถานประกอบการ
6. “แข่งขันอย่างเท่าเทียม” ยกระดับการกำกับดูแลแพลตฟอร์มออนไลน์
อีกหนึ่งข้อเสนอสำคัญคือการสร้างกติกาการแข่งขันที่เป็นธรรมระหว่างผู้ประกอบการในประเทศกับผู้ขายสินค้าผ่านแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดน
สมาคมฯ เสนอให้แพลตฟอร์มมีหน้าที่ตรวจสอบและคัดกรองสินค้าที่จำหน่าย โดยเฉพาะสินค้าที่ต้องมีมาตรฐานหรือฉลากตามกฎหมาย เช่น อย. และ มอก. พร้อมเสนอให้กำหนดกรอบเวลานำสินค้าที่ไม่ผ่านข้อกำหนดออกจากระบบภายใน 24 ชั่วโมง รวมถึงให้แพลตฟอร์มจัดเก็บและนำส่ง VAT สำหรับการขายสินค้าออนไลน์ข้ามพรมแดนแทนผู้ขายต่างประเทศตามแนวทางที่เสนอ
ข้อเสนอดังกล่าวสะท้อนความต้องการลดช่องว่างด้านการกำกับดูแลและภาระภาษีระหว่างผู้ประกอบการแต่ละกลุ่ม อย่างไรก็ตาม การกำหนดหน้าที่ของแพลตฟอร์มและกระบวนการบังคับใช้จำเป็นต้องพิจารณารายละเอียดทางกฎหมายและการปฏิบัติจริง
ผลต่อธุรกิจค้าปลีกและ SMEs ขึ้นอยู่กับการออกแบบมาตรการ
ข้อเสนอทั้ง 6 ด้านมีความเชื่อมโยงกัน ตั้งแต่การเพิ่มกำลังซื้อในระยะสั้น ไปจนถึงการลดต้นทุน เพิ่มทักษะแรงงาน และปรับกติกาการแข่งขันในระยะยาว หากมีการนำไปพิจารณาและดำเนินการ ผู้ประกอบการอาจได้รับผลจากมาตรการในหลายมิติ เช่น
-
กำลังซื้อและยอดขาย: มาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายอาจช่วยเพิ่มกิจกรรมทางเศรษฐกิจในช่วงเวลาที่กำหนด
-
ต้นทุนและสภาพคล่อง: การปรับภาษีหัก ณ ที่จ่ายหรือค่าใช้จ่ายด้านพลังงานอาจช่วยลดแรงกดดันด้านเงินทุนหมุนเวียน
-
โอกาสของ SMEs: การเชื่อมโยงกับตลาดจัดซื้อจัดจ้างและห่วงโซ่อุปทานอาจเพิ่มช่องทางจำหน่ายให้ผู้ผลิตรายย่อย
-
การแข่งขันในตลาดออนไลน์: การกำกับดูแลสินค้าและภาษีอาจช่วยลดความแตกต่างด้านเงื่อนไขการแข่งขันระหว่างผู้ขายในประเทศและต่างประเทศ
อย่างไรก็ตาม ผลกระทบจริงจะขึ้นอยู่กับรายละเอียดของมาตรการ กลุ่มผู้ได้รับสิทธิ ระยะเวลาดำเนินการ และความสามารถในการเข้าถึงของผู้ประกอบการแต่ละขนาด
จากข้อเสนอภาคเอกชนสู่การฟื้นเศรษฐกิจ
แพ็กเกจ 6 นโยบายของสมาคมผู้ค้าปลีกไทยเป็นข้อเสนอที่ครอบคลุมทั้งการกระตุ้นการบริโภคและการยกระดับโครงสร้างธุรกิจ โดยสมาคมฯ ประเมินว่าอาจช่วยสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนมากกว่า 200,000 ล้านบาท และเพิ่ม GDP ราว 0.5–1.0% หากได้รับการผลักดัน
สำหรับภาคธุรกิจ ประเด็นที่ควรติดตามต่อจากนี้คือแนวทางที่รัฐบาลจะพิจารณา เงื่อนไขการเข้าร่วม และรายละเอียดการดำเนินงานของแต่ละมาตรการ เพราะสิ่งเหล่านี้จะเป็นตัวกำหนดว่าข้อเสนอจะเปลี่ยนเป็นโอกาสทางธุรกิจได้มากน้อยเพียงใด
ข้อมูลอ้างอิง:
- THE STANDARD. (2569, 12 กุมภาพันธ์). สมาคมผู้ค้าปลีก ชง 6 นโยบายใหญ่ถึงรัฐบาลใหม่ เร่งปลุกกำลังซื้อ. THE STANDARD. https://thestandard.co/retailers-policies-economy-boost
- Marketing Oops!. (ม.ป.ป.). สมาคมผู้ค้าปลีกไทย เสนอ 6 นโยบายถึงรัฐบาลใหม่ 'ช้อปคุ้ม–เที่ยวปัง–ลงทุนท้องถิ่น–SMEs แข็งแรง–แรงงานมีทักษะ–แข่งขันเท่าเทียม' หวังกระตุ้นเศรษฐกิจเร่งด่วน!. Marketing Oops!. https://www.marketingoops.com/news/biz-news/thai-retailers-association-proposes-6-policies-to-boost-economy
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ปลดล็อกขีดความสามารถ SME ไทย: ก้าวข้าม 'กับดักความขยัน' สู่การเติบโตอย่างยั่งยืน
เจาะลึกบทเรียนจาก SME Insight 2026 เผยความจริงที่น่าตกใจเมื่อเทคโนโลยีและการปรับตัวแบบเดิม ๆ กลับฉุดรั้งธุรกิจให้ติดอยู่กับ "กับดักความขยัน" ชวนผู้ประกอบการไทยร่วมถอดรหัส 5 จุดล็อกสำคัญ พร้อมแนะแนวทางทรานส์ฟอร์มองค์กรด้วยกรอบคิด 3 เสาหลักเพื่อพลิกเกมสู่การเติบโตที่ยั่งยืน

ธนาคารโลกเตือน: เศรษฐกิจไทยถึงทางตัน นี่คือ 8 ทางออกที่จะพลิกโฉมธุรกิจ
ถอดรหัสรายงานธนาคารโลก ทางออกสู่ประเทศรายได้สูงที่ทุกธุรกิจต้องรู้ ทลายกำแพงประเทศรายได้ปานกลาง: เมื่อการเติบโต 2.6% เป็นสัญญาณอันตราย และแผนปฏิรูป SMEs ที่จะเปลี่ยนโฉมหน้าเศรษฐกิจไทยตลอดกาล

Reinvent Thailand เชื่อม 7 กลุ่มธุรกิจ สู่แผนปฏิบัติการฟื้นเศรษฐกิจไทย
รองนายกฯ ฝ่ายเศรษฐกิจ ร่วมมือกับ กกร. ผลักดันโครงการ Reinvent Thailand ผ่านกลไก กรอ. เพื่อยกระดับภาคเอกชนสู่การร่วมกำหนดนโยบาย มุ่งแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง ตั้งเป้าดัน GDP โตไม่น้อยกว่า 3% และการลงทุนแตะ 30% ของ GDP ชู 7 กลุ่มธุรกิจเป้าหมาย และการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจ

SMEs Credit Boost: กลไกค้ำประกันสินเชื่อใหม่ หนุนเอสเอ็มอีโต
โครงการ “SMEs Credit Boost” กลไกค้ำประกันสินเชื่อใหม่ ช่วยให้เอสเอ็มอีเข้าถึงเงินทุนง่ายขึ้น ด้วยการลดภาระหลักประกัน ร่วมผลักดันการปล่อยสินเชื่อใหม่และฟื้นฟูธุรกิจเอสเอ็มอีไทย

SMEs ไทยเปลี่ยนฐานผลิตสู่ Medical Manufacturing Hub
SMEs ไทยกำลังปรับทิศสู่การเป็นศูนย์กลางการผลิตนวัตกรรมทางการแพทย์ระดับโลก สร้าง New S-Curve ด้วยความร่วมมือ "Triple Helix" และโอกาสจากเศรษฐกิจ Wellness เพื่อยกระดับเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืน

กระทรวงอุตสาหกรรมขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์อาหารไทย ยกระดับทักษะกำลังคน
กระทรวงอุตสาหกรรม โดยดีพร้อม เดินหน้ายกระดับซอฟต์พาวเวอร์อาหารไทยครั้งใหญ่ ปั้นเชฟมืออาชีพ 20,000 คน พร้อมสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 3,300 ล้านบาท หนุน SMEs ไทยเติบโตสู่ตลาดโลก
