จีนอัดฉีดสภาพคล่องพยุงตลาดหุ้น หลัง CSI 300 ร่วง 8.5% เร่งฟื้นความเชื่อมั่นนักลงทุน

จีนอัดฉีดสภาพคล่องพยุงตลาดหุ้น หลัง CSI 300 ร่วง 8.5% เร่งฟื้นความเชื่อมั่นนักลงทุน

สรุปประเด็น

  • ตลาดหุ้นจีนเดือน ต.ค. 2569 เผชิญแรงกดดันหนัก ดัชนี CSI 300 ร่วง 8.5% ถือเป็นการปรับลดลงรายเดือนรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2559

  • ธนาคารกลางจีนและหน่วยงานกำกับดูแลประกาศมาตรการชุดใหญ่ ทั้งเพิ่มสภาพคล่องผ่าน Swap และลดดอกเบี้ยสินเชื่อซื้อหุ้นคืนเหลือ 1%

  • ภาครัฐเร่งกระตุ้นให้บริษัทจดทะเบียนและกองทุนขนาดใหญ่เข้าซื้อหุ้นคืน เพื่อช่วยพยุงราคาและสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนในตลาดทุน

  • แม้ตลาดจะตอบรับเชิงบวกในระยะสั้น แต่ความเชื่อมั่นที่ยั่งยืนยังต้องจับตาทิศทางเศรษฐกิจจริง การบริโภค และภาคอสังหาริมทรัพย์ต่อไป

ตลาดหุ้นจีนเผชิญแรงกดดันอย่างหนักในเดือนตุลาคม 2569 หลังดัชนี CSI 300 ซึ่งสะท้อนความเคลื่อนไหวของหุ้นขนาดใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้และเซินเจิ้น ปรับลดลง 8.5% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า ถือเป็นการปรับตัวลงรายเดือนรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ต้นปี 2559

แรงขายที่เกิดขึ้นเกี่ยวข้องกับหลายปัจจัย ทั้งความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจจีนที่ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ การบริโภคภายในประเทศที่อ่อนแรง ปัญหาหนี้ในภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ยืดเยื้อ ตลอดจนการปรับฐานของหุ้นเทคโนโลยีที่เคยได้รับความสนใจจากนักลงทุน

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวส่งผลต่อความเชื่อมั่นในตลาดทุน และทำให้หน่วยงานกำกับดูแลทางการเงินของจีนต้องเร่งใช้เครื่องมือเพื่อเพิ่มสภาพคล่องและสนับสนุนการซื้อขายหุ้น

เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 ธนาคารกลางจีน (People’s Bank of China: PBOC) และหน่วยงานกำกับดูแลตลาดหลักทรัพย์จึงประกาศมาตรการสนับสนุนตลาดทุนหลายด้าน เพื่อช่วยลดแรงกดดันจากการขายหุ้นและสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน

3 มาตรการสำคัญ จีนเร่งเติมสภาพคล่องและสนับสนุนการซื้อหุ้นคืน

มาตรการของจีนไม่ได้จำกัดอยู่ที่การเพิ่มเงินเข้าสู่ระบบเพียงอย่างเดียว แต่ครอบคลุมทั้งการเพิ่มช่องทางสภาพคล่อง ลดต้นทุนทางการเงิน และกระตุ้นให้บริษัทจดทะเบียนเข้ามามีบทบาทในการพยุงราคาหุ้น

1. เพิ่มสภาพคล่องผ่านธุรกรรม Swap

ธนาคารกลางจีนเตรียมดำเนินธุรกรรม Swap ผ่านโครงการ Securities, Funds and Insurance Companies Swap Facility เพื่อเปิดทางให้บริษัทหลักทรัพย์ บริษัทประกันภัย และบริษัทจัดการกองทุนสามารถเข้าถึงสภาพคล่องสำหรับการลงทุนในตลาดหุ้นได้มากขึ้น

การดำเนินการรอบนี้เป็นครั้งที่ 3 นับตั้งแต่เริ่มใช้เครื่องมือดังกล่าว โดยมีบริษัทหลักทรัพย์และบริษัทจัดการกองทุน 31 แห่งยื่นขอทำธุรกรรมรวมมูลค่ามากกว่า 100,000 ล้านหยวน หรือประมาณ 15,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

2. ลดต้นทุนสินเชื่อสำหรับการซื้อหุ้นคืน

ธนาคารกลางจีนปรับโครงการสินเชื่อเพื่อสนับสนุนการซื้อหุ้นคืนและการซื้อหุ้นของบริษัทจดทะเบียน จากเดิมที่เป็นมาตรการชั่วคราวให้กลายเป็นกลไกระยะยาว พร้อมปรับลดอัตราดอกเบี้ยจาก 1.25% เหลือ 1%

การลดต้นทุนเงินกู้ช่วยเพิ่มแรงจูงใจให้บริษัทจดทะเบียนเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อนำไปซื้อหุ้นคืนหรือซื้อหุ้นเพิ่มเติม ซึ่งเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่บริษัทสามารถใช้บริหารโครงสร้างเงินทุนและส่งสัญญาณความเชื่อมั่นต่อธุรกิจของตนเอง

3. ส่งเสริมบริษัทขนาดใหญ่เข้าซื้อหุ้นของตนเอง

คณะกรรมการกำกับดูแลหลักทรัพย์จีน (China Securities Regulatory Commission: CSRC) เรียกร้องให้บริษัทที่มีน้ำหนักสูงในดัชนีหลักและบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำพิจารณาซื้อหุ้นคืนอย่างจริงจัง เพื่อช่วยรักษาเสถียรภาพของราคาหุ้น

นอกจากนี้ ยังส่งเสริมให้กองทุน ETF ที่จัดตั้งใหม่เร่งเพิ่มสัดส่วนการลงทุน และสนับสนุนให้ผู้จัดการกองทุนพิจารณาเข้าซื้อหุ้นในช่วงที่ตลาดปรับตัวลดลง

จีนกำลังใช้มาตรการหลายด้านพร้อมกัน ทั้งเพิ่มสภาพคล่อง ลดต้นทุนการซื้อหุ้นคืน และส่งเสริมแรงซื้อจากบริษัทจดทะเบียน เพื่อช่วยลดแรงกดดันในตลาดทุน

ตลาดหุ้นฟื้นตัวระยะสั้น แต่ความเชื่อมั่นยังเป็นโจทย์สำคัญ

หลังการประกาศมาตรการ ดัชนี Shanghai Composite ปรับเพิ่มขึ้น 1.1% ในวันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นรายวันมากที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 27 สิงหาคม สะท้อนการตอบรับเชิงบวกของตลาดต่อความเคลื่อนไหวจากภาครัฐ

อย่างไรก็ตาม แรงฟื้นตัวไม่ได้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงต้นการซื้อขายวันที่ 3 พฤศจิกายน ดัชนี CSI 300 และ Shanghai Composite กลับปรับลดลง ก่อนจะลดช่วงการขาดทุนลงในเวลาต่อมา ขณะที่หุ้นเทคโนโลยีบางกลุ่มยังเผชิญแรงขาย

สถานการณ์นี้แสดงให้เห็นว่า มาตรการเพิ่มสภาพคล่องสามารถช่วยสนับสนุนแรงซื้อและลดแรงกดดันบางส่วนได้ แต่ไม่ได้ทำให้ความกังวลของนักลงทุนหมดไปโดยทันที

ปัจจัยพื้นฐานของบริษัทจดทะเบียน แนวโน้มผลประกอบการ ความสามารถในการทำกำไร และทิศทางเศรษฐกิจจีนยังคงเป็นองค์ประกอบสำคัญต่อการตัดสินใจลงทุน

เศรษฐกิจจีนยังเผชิญแรงกดดันจากการบริโภคและอสังหาริมทรัพย์

ความอ่อนแอของตลาดหุ้นจีนมีความเชื่อมโยงกับภาพเศรษฐกิจในวงกว้าง โดยเฉพาะการบริโภคภายในประเทศที่ยังไม่แข็งแกร่ง และปัญหาหนี้ในภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ยืดเยื้อ

ภาคอสังหาริมทรัพย์มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจจีนทั้งในด้านการลงทุน การจ้างงาน และความเชื่อมั่นของครัวเรือน เมื่อภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เผชิญข้อจำกัดทางการเงิน ก็อาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและการใช้จ่ายภายในประเทศตามมา

ขณะเดียวกัน หุ้นเทคโนโลยีที่เคยเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของตลาดก็เผชิญการปรับฐาน ทำให้นักลงทุนต้องประเมินมูลค่าหุ้นและแนวโน้มผลตอบแทนจากการลงทุนใหม่

ในวันที่ 3 พฤศจิกายน Reuters ยังรายงานว่า มีข่าวเกี่ยวกับการให้คำแนะนำแก่ธนาคารลงทุนให้ชะลอการยื่น IPO และระงับการขายหุ้นขนาดใหญ่ของผู้ถือหุ้นเดิมชั่วคราวจนกว่าตลาดจะฟื้นตัว โดยอ้างอิงรายงานของ Financial Times อย่างไรก็ตาม Reuters ระบุว่ายังไม่สามารถตรวจสอบข้อมูลดังกล่าวได้อย่างเป็นอิสระ จึงควรติดตามการยืนยันจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนนำไปสรุปเป็นมาตรการอย่างเป็นทางการ

การพยุงตลาดหุ้นอาจช่วยประคองความเชื่อมั่นในระยะสั้น แต่การฟื้นตัวอย่างยั่งยืนยังต้องอาศัยการปรับตัวดีขึ้นของเศรษฐกิจจริงและผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน

ผลต่อภาคธุรกิจและนักลงทุนที่เชื่อมโยงกับจีน

ความเคลื่อนไหวของตลาดทุนจีนมีความสำคัญต่อธุรกิจต่างชาติที่มีความสัมพันธ์ทางการค้า การลงทุน หรือห่วงโซ่อุปทานกับจีน เนื่องจากตลาดทุนเป็นหนึ่งในช่องทางระดมทุนและสะท้อนความเชื่อมั่นต่อแนวโน้มเศรษฐกิจ

สำหรับผู้ประกอบการไทยที่มีคู่ค้า นักลงทุน หรือแหล่งจัดหาวัตถุดิบจากจีน ควรติดตามสถานะทางการเงินของคู่ค้าและความต่อเนื่องของแผนลงทุน โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี อิเล็กทรอนิกส์ และอุตสาหกรรมที่พึ่งพากำลังซื้อภายในจีน

ส่วนผู้ลงทุนในตลาดต่างประเทศควรพิจารณาความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาดจีน ทั้งด้านราคาหุ้น สภาพคล่อง และความสามารถในการทำกำไรของบริษัท ไม่ควรใช้การประกาศมาตรการภาครัฐเป็นปัจจัยตัดสินใจเพียงด้านเดียว

ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการที่มีแผนขยายตลาดหรือร่วมลงทุนในจีนควรประเมินความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจและการเงินควบคู่กับโอกาสทางธุรกิจ เพื่อให้การตัดสินใจลงทุนสอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง

จับตาว่ามาตรการพยุงตลาดจะสร้างความเชื่อมั่นได้มากแค่ไหน

การประกาศมาตรการสนับสนุนตลาดทุนของจีนสะท้อนความพยายามของภาครัฐในการลดแรงกดดันจากตลาดหุ้นที่ปรับตัวลงอย่างรวดเร็ว โดยใช้เครื่องมือด้านสภาพคล่องและแรงจูงใจทางการเงินเพื่อสนับสนุนการซื้อหุ้น

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ต้องติดตามต่อไปคือมาตรการเหล่านี้จะช่วยฟื้นความเชื่อมั่นได้ต่อเนื่องเพียงใด รวมถึงทิศทางการบริโภค ภาคอสังหาริมทรัพย์ และผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยที่มีผลต่อการประเมินมูลค่าหุ้นในระยะยาว

สำหรับภาคธุรกิจและนักลงทุนไทย ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็นอีกหนึ่งสัญญาณที่ควรติดตาม เพราะจีนยังมีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจและตลาดการเงินโลก การเปลี่ยนแปลงของนโยบายการเงินและตลาดทุนจีนจึงอาจส่งผลต่อบรรยากาศการลงทุน กระแสเงินทุน และความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจในภูมิภาคได้

ข้อมูลอ้างอิง:

  • Reuters — China rolls out support measures to aid struggling stocks เผยแพร่วันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 — รายงานมาตรการเพิ่มสภาพคล่องผ่าน Swap Facility การลดดอกเบี้ยสินเชื่อซื้อหุ้นคืน และการสนับสนุนจากหน่วยงานกำกับดูแล

  • Channel News Asia — China rolls out support measures to aid struggling stocks — สรุปมาตรการและข้อมูลการยื่นขอทำธุรกรรม Swap ของบริษัทหลักทรัพย์และกองทุน 31 แห่ง

  • Reuters — China regulator tells banks to pause IPOs, FT reports เผยแพร่วันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 — รายงานเพิ่มเติมเกี่ยวกับข่าวการชะลอ IPO และการขายหุ้นขนาดใหญ่ โดย Reuters ระบุว่ายังไม่สามารถตรวจสอบข้อมูลได้อย่างเป็นอิสระ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘เรือเลี้ยงปลาอัจฉริยะ’ ในทะเลลึก ขนาด 1.5 แสนตัน ส่งมอบแล้วในชิงเต่า

‘เรือเลี้ยงปลาอัจฉริยะ’ ในทะเลลึก ขนาด 1.5 แสนตัน ส่งมอบแล้วในชิงเต่า

ชิงเต่า, 18 เม.ย. (ซินหัว) — เรือเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอัจฉริยะในทะเลลึก ขนาด 1.5 แสนตัน ถูกส่งมอบให้กับชิงเต่า คอนซัน (Qingdao Conson) ในเมืองชิงเต่า มณฑลซานตงทางตะวันออกของจีน เมื่อวันพฤหัสบดี (17 เม.ย.) โดยตัวเรือมีระวางขับน้ำ 1.5 แสนตัน ยาว 244.9 เมตร และห้องเพาะพันธุ์ 15 ห้องที่มีความจุน้ำรวมเกือบ 1 แสนลูกบาศก์เมตร

2 นาที
กฎหมายทหารฉบับแก้ไขของอินโดนีเซีย: จุดเริ่มต้นยุคใหม่แห่งการปกครองแบบทหารภายใต้ประธานาธิบดีปราโบโว

กฎหมายทหารฉบับแก้ไขของอินโดนีเซีย: จุดเริ่มต้นยุคใหม่แห่งการปกครองแบบทหารภายใต้ประธานาธิบดีปราโบโว

การแก้ไขกฎหมายทหารครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของประชาธิปไตยอินโดนีเซีย เพราะเป็นการขยายอำนาจกองทัพในกิจการพลเรือน เพิ่มอายุราชการนายทหารระดับสูง และให้อำนาจประธานาธิบดีในการแต่งตั้งมากขึ้น ซึ่งนักวิชาการและภาคประชาสังคมเห็นว่าอาจนำไปสู่การถอยหลังกลับสู่ระบอบอำนาจนิยมแบบทหาร

4 นาที
สหรัฐฯ จ่อคุมเงินลงทุนเทคโนโลยีในจีนเพิ่ม จับตาผลกระทบทุนโลกและห่วงโซ่อุปทาน

สหรัฐฯ จ่อคุมเงินลงทุนเทคโนโลยีในจีนเพิ่ม จับตาผลกระทบทุนโลกและห่วงโซ่อุปทาน

ความขัดแย้งทางเศรษฐกิจระหว่างสหรัฐฯ และจีนกำลังขยายจากการควบคุมการส่งออกเทคโนโลยี ไปสู่การจำกัดการไหลเวียนของเงินทุนที่อาจสนับสนุนอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ หลังรัฐบาลสหรัฐฯ เสนอขยายข้อจำกัดการลงทุนของภาคเอกชนอเมริกันในเทคโนโลยีที่มีความอ่อนไหว

9 นาที
SCB เปิดหลักสูตร SCB IEP 20 ยกระดับ SME วางระบบเตรียมพร้อมเข้า IPO

SCB เปิดหลักสูตร SCB IEP 20 ยกระดับ SME วางระบบเตรียมพร้อมเข้า IPO

ธนาคารไทยพาณิชย์เปิดตัวหลักสูตร SCB IEP 20 ช่วย SME วางรากฐานองค์กรและเตรียมความพร้อมเข้าสู่ตลาดทุน ผ่านการเรียนรู้ระบบบัญชี-การเงิน ธรรมนูญครอบครัว และการประยุกต์ใช้ ESG พร้อมทั้งมีบทบาทสำคัญในการบ่มเพาะธุรกิจ ลดความเสี่ยงในระบบนิเวศการลงทุน

4 นาที
จีนจัดพิธีฌาปนกิจร่าง 'จูหรงจี' อดีตนายกฯ ในกรุงปักกิ่ง

จีนจัดพิธีฌาปนกิจร่าง 'จูหรงจี' อดีตนายกฯ ในกรุงปักกิ่ง

จีนจัดพิธีฌาปนกิจร่าง 'จูหรงจี' อดีตนายกรัฐมนตรีจีน ณ สุสานการปฏิวัติปาเป่าซาน กรุงปักกิ่ง หลังเสียชีวิตในวัย 98 ปี โดยมีประธานาธิบดีสีจิ้นผิง พร้อมด้วยผู้นำระดับสูงของพรรคคอมมิวนิสต์จีนและรัฐบาล ร่วมเดินทางมาคารวะศพและแสดงความไว้อยาลัยเป็นครั้งสุดท้าย ยกย่องเป็นนักปฏิวัติและรัฐบุรุษผู้โดดเด่น

5 นาที
จีนเพิ่มเงินสำรองเงินตราต่างประเทศเป็น 6% สกัดเงินหยวนแข็งค่า กระทบธุรกิจไทย

จีนเพิ่มเงินสำรองเงินตราต่างประเทศเป็น 6% สกัดเงินหยวนแข็งค่า กระทบธุรกิจไทย

ธนาคารกลางจีน (People’s Bank of China: PBOC) ประกาศปรับเพิ่มอัตราสำรองเงินฝากเงินตราต่างประเทศของสถาบันการเงิน จาก 4% เป็น 6% โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 15 พฤศจิกายน 2569 มาตรการนี้มีเป้าหมายเพื่อบริหารสภาพคล่องเงินตราต่างประเทศในระบบธนาคาร และลดแรงกดดันจากการแข็งค่าของเงินหยวนที่อาจเกิดขึ้นรวดเร็วเกินไป

7 นาที

แท็กที่เกี่ยวข้อง