
จาง เจี้ยนเว่ย พร้อมคณะ ตรวจเยี่ยม Chinauto Skill Center (Thailand)
สรุปประเด็น
การเยือนของ ฯพณฯ จาง เจี้ยนเว่ย เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย พร้อมคณะ เพื่อตรวจเยี่ยม Chinauto Skill Center (Thailand) ณ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ วิทยาเขตสุวรรณภูมิ ถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญที่สะท้อนถึงความสัมพันธ์เชิงกลยุทธ์ระหว่างไทยและจีน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริบทของการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์พลังงานใหม่ (NEV) หรือยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด การเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการเยี่ยมชมเชิงสัญลักษณ์ แต่ยังเป็นการเน้นย้ำถึงความร่วมมือที่ลึกซึ้งขึ้นในการเตรียมความพร้อมด้านทรัพยากรบุคคล ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการเปลี่ยนผ่านทางอุตสาหกรรม
ศูนย์ฝึกทักษะ Chinauto Skill Center แห่งนี้ เกิดจากความร่วมมืออันแข็งแกร่งระหว่างสถาบันการศึกษาและภาคอุตสาหกรรม โดยมีผู้เล่นระดับโลกอย่าง MG และ SAIC ซึ่งเป็นกลุ่มยานยนต์ยักษ์ใหญ่จากจีน เข้ามามีบทบาทสำคัญในการร่วมกันสร้างวิศวกรและช่างฝีมือเฉพาะทาง เพื่อป้อนเข้าสู่ระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า ความร่วมมือดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์เชิงกลยุทธ์ของบริษัทจีนที่ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการขยายส่วนแบ่งการตลาดในการขายรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการลงทุนระยะยาวในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านกำลังคน เพื่อรองรับการผลิต การบำรุงรักษา และการพัฒนาเทคโนโลยี EV ในภูมิภาค ซึ่งสอดคล้องกับแผนการลงทุนขนาดใหญ่ของบริษัทเหล่านี้ในประเทศไทย
ในระดับมหภาค การพัฒนาบุคลากรที่มีทักษะสูงในสาขายานยนต์ไฟฟ้าเป็นปัจจัยชี้ขาดต่อความสามารถของประเทศไทยในการก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางการผลิตและส่งออก EV ที่สำคัญในอาเซียน ความต้องการแรงงานที่มีความเชี่ยวชาญด้านแบตเตอรี่ ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า และซอฟต์แวร์ยานยนต์กำลังเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล การมีศูนย์ฝึกอบรมเฉพาะทางเช่นนี้จึงเข้ามาตอบโจทย์ความต้องการของภาคอุตสาหกรรมได้อย่างทันท่วงที ช่วยลดช่องว่างระหว่างภาควิชาการและความต้องการจริงของตลาดแรงงาน ลดความเสี่ยงด้านการขาดแคลนแรงงานที่อาจเป็นอุปสรรคต่อการลงทุนและขยายกำลังการผลิตของบริษัทขนาดใหญ่
การสนับสนุนจากภาครัฐจีนผ่านการเยือนของเอกอัครราชทูต ยิ่งส่งสัญญาณเชิงบวกต่อบรรยากาศการลงทุนจากต่างประเทศ โดยเฉพาะจากจีน ซึ่งเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้า การผนึกกำลังกันระหว่างไทย-จีนในมิติของการพัฒนาบุคลากรนี้ ไม่เพียงแต่จะส่งผลดีต่อบริษัทผู้ผลิต EV โดยตรง แต่ยังสร้างโอกาสในการถ่ายทอดเทคโนโลยีและองค์ความรู้ขั้นสูงเข้าสู่ประเทศไทย ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการยกระดับขีดความสามารถทางเทคนิคของอุตสาหกรรมโดยรวม รวมถึงการสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนว่าประเทศไทยมีศักยภาพและความพร้อมด้านบุคลากรที่จะรองรับการลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคตนี้ได้อย่างยั่งยืน
ดังนั้น การเยือนและสนับสนุนศูนย์ฝึกทักษะยานยนต์พลังงานใหม่โดยเอกอัครราชทูตจีนในครั้งนี้ จึงไม่ใช่แค่เหตุการณ์เชิงข่าว แต่เป็นเครื่องสะท้อนถึงวิสัยทัศน์เชิงยุทธศาสตร์ร่วมกันของทั้งสองประเทศในการสร้างรากฐานที่มั่นคงสำหรับอุตสาหกรรม EV การพัฒนาบุคลากรคือการลงทุนระยะยาวที่มีผลตอบแทนเป็นขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และการยืนหยัดในฐานะผู้เล่นสำคัญในเศรษฐกิจโลกยุคใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

มาตรการรัฐบาลไทยหนุนอุตสาหกรรมยานยนต์ไฮบริดและ EV พร้อมผลักดันไทยเป็นฐานการผลิต
ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของอุตสาหกรรมยานยนต์อย่างเต็มตัว โดยมีเป้าหมายที่ชัดเจนในการเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่สำคัญของภูมิภาค สะท้อนจากข้อมูลล่าสุดของคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ที่เปิดเผยยอดอนุมัติส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรม EV ณ เดือนพฤษภาคม 2569

งานมหกรรมความร่วมมือไทย-จีน ปี 2026 หนุนขยายความร่วมมือหลายภาคธุรกิจ
งานมหกรรมความร่วมมือไทย-จีน ปี 2026 เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ มุ่งยกระดับความสัมพันธ์สู่เวทีเชื่อมโยงการลงทุน เทคโนโลยี นวัตกรรม และเครือข่ายธุรกิจ พร้อมรับมือท้าทายเศรษฐกิจโลก และต่อยอดความร่วมมือทวิภาคีในวาระก้าวสู่ 50 ปีทองรอบใหม่ของการดำเนินความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีนอย่างยั่งยืน

ยอดการผลิตรถยนต์ไทย เดือนมกราคม 2569
อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยเริ่มต้นปี 2569 อย่างแข็งแกร่ง ด้วยยอดการผลิตรถยนต์ที่เพิ่มขึ้น 10.53% ในเดือนมกราคม โดยได้แรงหนุนจากการส่งออกและตลาดรถกระบะในประเทศ รวมถึงยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่เติบโตต่อเนื่อง.

SCG ผนึกจีนสร้างเหมืองอัจฉริยะ ลดแรงงาน เพิ่มประสิทธิภาพ
SCG ร่วมมือจีนพลิกโฉมเหมืองไทยด้วย AI และรถบรรทุกไร้คนขับ ยกระดับสู่ระบบอัตโนมัติเต็มรูปแบบ ลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพตามแนว BCG
