
ก.ล.ต. ประสานกระทรวงดิจิทัลฯ เดินหน้าปิดกั้นแอปพลิเคชัน Holdstation และ UNO สกัดแพลตฟอร์มสินทรัพย์ดิจิทัลไร้ใบอนุญาต
สรุปประเด็น
-
ก.ล.ต. กล่าวโทษ 6 ราย คดีแอปฯ สินทรัพย์ดิจิทัลไร้ใบอนุญาต: ส่งเรื่อง บก.ปอศ. ฟ้องผู้พัฒนา Holdstation และ UNO พร้อมผู้สนับสนุน เข้าข่ายเป็นนายหน้าซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลโดยไม่ได้รับอนุญาต
-
จับมือกระทรวง DE ปิดกั้นการเข้าถึงตั้งแต่ 1 ต.ค. 69: บังคับใช้ พ.ร.ก. มาตรการป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เพื่อจำกัดการเข้าถึงแอปฯ และลดความเสี่ยงฟอกเงิน
-
เตือนผู้ลงทุนเร่งตรวจสอบและโอนย้ายสินทรัพย์: แนะนำให้ผู้ใช้งานเร่งโอนย้ายสินทรัพย์ไปยัง Personal Wallet หรือผู้ประกอบการที่ได้รับอนุญาตก่อนถูกปิดกั้นช่องทางเข้าถึง
-
บทเรียนธุรกิจดิจิทัล เน้นย้ำการบริหารความเสี่ยงกฎหมาย: ผู้ประกอบการและ SME ต้องตรวจสอบใบอนุญาตแพลตฟอร์ม และวางแผนดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างรัดกุม
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เดินหน้าบังคับใช้กฎหมายกับผู้ให้บริการแพลตฟอร์มสินทรัพย์ดิจิทัลที่ไม่ได้รับอนุญาต โดยกล่าวโทษผู้ให้บริการแอปพลิเคชัน Holdstation และ UNO พร้อมผู้สนับสนุน รวม 6 ราย ต่อกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) กรณีเข้าข่ายประกอบธุรกิจนายหน้าซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลโดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมประสานกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (กระทรวง DE) ให้ดำเนินการปิดกั้นช่องทางการเข้าถึงแพลตฟอร์มดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569
กรณีนี้สะท้อนแนวทางกำกับดูแลที่ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองผู้ลงทุนและการบังคับใช้กฎหมายกับบริการที่ให้ประชาชนซื้อขายหรือแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัล โดยไม่จำกัดอยู่เฉพาะผู้ประกอบธุรกิจที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย แต่พิจารณาถึงลักษณะการให้บริการที่เกี่ยวข้องกับผู้ใช้งานในประเทศด้วย
เจาะเหตุผลทางกฎหมาย ทำไม Holdstation และ UNO จึงถูกดำเนินการ
ตามข้อมูลของ ก.ล.ต. ผู้พัฒนาและผู้ดำเนินการแอปพลิเคชัน Holdstation รวมถึงผู้พัฒนาแอปพลิเคชัน UNO ให้บริการแพลตฟอร์มสำหรับซื้อขายหรือแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัลแก่บุคคลทั่วไป โดยมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียม นอกจากนี้ ยังพบการให้บริการภาษาไทยภายในแอปพลิเคชันและการเผยแพร่คำอธิบายบริการเป็นภาษาไทยในช่องทางที่เกี่ยวข้อง ซึ่ง ก.ล.ต. พิจารณาว่าเข้าข่ายประกอบธุรกิจนายหน้าซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลโดยไม่ได้รับอนุญาตตามมาตรา 26 แห่งพระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561
ในส่วนของ Tools for Humanity Corporation (TFH) และผู้บริหาร ก.ล.ต. ระบุว่าเกี่ยวข้องกับการสนับสนุนและอำนวยความสะดวกในการประชาสัมพันธ์บริการของแอปพลิเคชัน UNO จึงได้กล่าวโทษผู้เกี่ยวข้องรวม 6 ราย เพื่อเข้าสู่กระบวนการดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ทั้งนี้ การกล่าวโทษเป็นการนำเรื่องเข้าสู่กระบวนการบังคับใช้กฎหมาย ไม่ใช่คำพิพากษาถึงที่สุดว่าผู้ถูกกล่าวโทษมีความผิด โดยขั้นตอนหลังจากนี้จะเป็นไปตามกระบวนการสอบสวน การพิจารณาของพนักงานอัยการ และการพิจารณาคดีของศาลตามลำดับ
กลไกปิดกั้นแพลตฟอร์มตามกฎหมาย เพิ่มเครื่องมือคุ้มครองผู้ลงทุน
การดำเนินการครั้งนี้อาศัยอำนาจตาม พระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 13 เมษายน 2568 และให้อำนาจกระทรวง DE สั่งปิดกั้นการเข้าถึงแพลตฟอร์มซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลที่ไม่ได้รับอนุญาตได้
ก.ล.ต. ระบุว่าได้นำส่งข้อมูลช่องทางการเข้าถึงที่เกี่ยวข้องกับ Holdstation และ UNO ให้กระทรวง DE เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2569 ก่อนกำหนดปิดกั้นตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 โดยมีเป้าหมายเพื่อคุ้มครองผู้ลงทุนและป้องกันการใช้แพลตฟอร์มที่ไม่ได้รับอนุญาตเป็นช่องทางที่เกี่ยวข้องกับการฟอกเงินหรืออาชญากรรมทางการเงิน
มาตรการนี้แสดงให้เห็นถึงการประสานงานระหว่างหน่วยงานกำกับดูแลตลาดทุนกับหน่วยงานด้านดิจิทัล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจำกัดการเข้าถึงบริการที่เข้าข่ายผิดกฎหมาย อย่างไรก็ตาม การปิดกั้นช่องทางเข้าถึงแพลตฟอร์มไม่ใช่สิ่งเดียวกับการยึดหรือโอนกรรมสิทธิ์ในสินทรัพย์ของผู้ใช้งาน
ผู้ลงทุนต้องเร่งตรวจสอบสินทรัพย์และช่องทางจัดเก็บ
ก.ล.ต. ได้เตือนผู้ใช้งาน Holdstation และ UNO ให้พิจารณาดำเนินการกับสินทรัพย์ที่ถืออยู่บนแพลตฟอร์มก่อนถึงกำหนดปิดกั้น โดยแนะนำให้ติดตามเงื่อนไขการให้บริการ และพิจารณาโอนย้ายสินทรัพย์ไปยังช่องทางจัดเก็บอื่น เช่น กระเป๋าเงินดิจิทัลส่วนตัว (Personal Wallet) หรือผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับอนุญาต
สำหรับผู้ใช้งานที่ยังมีสินทรัพย์อยู่ในระบบ ควรตรวจสอบสถานะและวิธีการเข้าถึงสินทรัพย์โดยตรงกับช่องทางบริการที่เกี่ยวข้อง พร้อมประเมินความเสี่ยงก่อนดำเนินธุรกรรมทุกครั้ง เนื่องจากการปิดกั้นอาจทำให้การเข้าถึงแพลตฟอร์มผ่านช่องทางเดิมทำได้ยากขึ้น ทั้งนี้ การปิดกั้นช่องทางเข้าถึงไม่ได้หมายความว่าสินทรัพย์จะสูญหายโดยอัตโนมัติ แต่ผู้ใช้ไม่ควรชะลอการตรวจสอบจนกว่าจะเกิดปัญหา
นอกจากนี้ นักลงทุนและผู้ประกอบการควรตรวจสอบรายชื่อผู้ให้บริการที่ได้รับอนุญาตผ่านเว็บไซต์ ก.ล.ต. และแอปพลิเคชัน SEC Check First รวมถึงตรวจสอบรายชื่อผู้ประกอบธุรกิจที่ไม่ได้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลผ่าน Investor Alert ของ ก.ล.ต. เพื่อประกอบการตัดสินใจใช้บริการ
บทเรียนสำหรับธุรกิจดิจิทัลและการบริหารความเสี่ยง
กรณี Holdstation และ UNO เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่ทำให้ผู้ประกอบการและนักลงทุนต้องให้ความสำคัญกับการตรวจสอบสถานะทางกฎหมายของแพลตฟอร์มก่อนใช้บริการ โดยเฉพาะธุรกิจที่มีการถือครองหรือทำธุรกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงาน
สำหรับ SME และสตาร์ทอัพด้านฟินเทค แนวทางบริหารความเสี่ยงที่ควรพิจารณา ได้แก่
-
ตรวจสอบใบอนุญาตและสถานะผู้ให้บริการ ก่อนเริ่มใช้แพลตฟอร์มหรือทำธุรกรรม
-
ประเมินความเสี่ยงด้านการเข้าถึงสินทรัพย์ โดยไม่พึ่งพาช่องทางหรือผู้ให้บริการเพียงรายเดียว
-
กำหนดกระบวนการดูแลสินทรัพย์ดิจิทัล ให้ชัดเจน ทั้งผู้รับผิดชอบ การเก็บรักษากุญแจส่วนตัว และแผนรับมือเมื่อระบบไม่สามารถใช้งานได้
-
ติดตามการเปลี่ยนแปลงของกฎระเบียบ เพื่อให้การดำเนินงานสอดคล้องกับข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง
สำหรับธุรกิจที่ใช้สินทรัพย์ดิจิทัล การบริหารความเสี่ยงไม่ได้จบเพียงการรักษาความปลอดภัยทางเทคนิค แต่ต้องครอบคลุมถึงสถานะใบอนุญาตของผู้ให้บริการ ความต่อเนื่องในการเข้าถึงสินทรัพย์ และแผนรองรับเมื่อเกิดข้อจำกัดทางกฎหมาย
ยกระดับความเชื่อมั่น ควบคู่กับการกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัล
กรณี Holdstation และ UNO สะท้อนความสำคัญของการกำกับดูแลบริการสินทรัพย์ดิจิทัลที่เข้าถึงผู้ใช้งานในประเทศไทย โดยเฉพาะการประสานงานระหว่างหน่วยงานเพื่อดำเนินการกับแพลตฟอร์มที่เข้าข่ายให้บริการโดยไม่ได้รับอนุญาต
สำหรับภาคธุรกิจ บทเรียนสำคัญคือการเลือกใช้บริการสินทรัพย์ดิจิทัลต้องพิจารณาทั้งความสะดวก เทคโนโลยี ความปลอดภัย และการปฏิบัติตามกฎหมายควบคู่กัน ขณะที่ผู้ลงทุนควรตรวจสอบสถานะผู้ให้บริการและติดตามประกาศจากหน่วยงานกำกับดูแลอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้สามารถบริหารความเสี่ยงและวางแผนจัดการสินทรัพย์ได้อย่างเหมาะสมในสภาพแวดล้อมทางการเงินดิจิทัลที่เปลี่ยนแปลงต่อเนื่อง
ข้อมูลอ้างอิง:
- ThaiQuest. (2569, 29 กันยายน). ก.ล.ต. ย้ำเตือนผู้ลงทุนให้ดำเนินการต่อทรัพย์สินของตนในแอปพลิเคชัน Holdstation และ UNO ก่อนการปิดกั้นในวันที่ 1 ตุลาคม 2569. ThaiQuest. https://pr.thaiquest.com/post/764295
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ก.ล.ต. ไฟเขียวกรอบกำกับ Bitcoin-Ether ETF มีผล 16 ต.ค. เปิดทางผู้ลงทุนไทยเข้าถึงคริปโตผ่านตลาดหลักทรัพย์
ก.ล.ต. ประกาศกรอบกำกับ crypto ETF 11 ฉบับ มีผล 16 ต.ค. 2569 อนุญาต Bitcoin และ Ether ก่อน ซื้อขายบน SET ห้ามมาร์จิน เปิดทางผู้ลงทุนไทยเข้าถึงคริปโตอย่างปลอดภัย

ธปท. ปักธง Bangkok Blueprint ผนึกแบงก์สกัดทุนเทา-ภาษีทอง 0.01%
ธปท. เตรียมยกระดับการปราบปราม "ทุนเทา" และธุรกรรมฟอกเงิน โดยผนึกกำลังธนาคารพาณิชย์และ Non-bank กำหนดพันธกิจสกัดการทุจริตทางการเงินพร้อมกันในวันที่ 10 ก.ย. 2569 ภายใต้กรอบ Bangkok Blueprint เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุน ต่างชาติ พร้อมหนุนแนวคิดเก็บภาษีทองคำ 0.01% เพิ่มความโปร่งใสในระบบการเงิน

คลังจ่อศึกษาภาษี "ทองออนไลน์ไม่ส่งมอบจริง" เป้าหมายไม่ใช่รายได้ แต่คือการเห็นเส้นเงิน
เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่ามอบหมายให้ปลัดกระทรวงการคลังหารือกับสมาคมค้าทองคำภายในสัปดาห์นี้ เพื่อศึกษาแนวทางจัดเก็บภาษีธุรกิจเฉพาะจากการซื้อขายทองคำออนไลน์ที่ไม่มีการส่งมอบจริง

ก.ล.ต. เปิดแผนยุทธศาสตร์ 3 ปี “Building Trust, Powering Growth” ดัน TISA–PVD สกัดภัยลงทุน พร้อมยกระดับตลาดทุนไทย
ก.ล.ต. กางแผนยุทธศาสตร์ 3 ปี (2569–2571) มุ่งสร้างความเชื่อมั่นและขับเคลื่อนตลาดทุนไทยเติบโตอย่างยั่งยืน ชูไฮไลท์ผลักดันบัญชีลงทุนส่วนบุคคล ยกระดับ PVD และมาตรการป้องกันสแกมเมอร์เชิงรุก พร้อมปรับปรุงเกณฑ์ IPO ดึงธุรกิจศักยภาพสูงเสริมแกร่งเศรษฐกิจประเทศ

ก.ล.ต. เดินหน้าตลาดทุนดิจิทัล รองรับ Tokenized Fund พร้อมออกเกณฑ์ Travel Rule สกัดความเสี่ยงฟอกเงิน
ก.ล.ต. เดินหน้าปรับโครงสร้างตลาดทุนไทย ผลักดัน Securities Tokenization และ Tokenized Fund เพื่อเพิ่มความรวดเร็วในการซื้อขายด้วยระบบ T+0 พร้อมเตรียมบังคับใช้เกณฑ์ Travel Rule ในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลตามมาตรฐานสากล เพื่อยกระดับความโปร่งใสและสกัดความเสี่ยงฟอกเงิน

ก.ล.ต. ยกระดับเกณฑ์ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ เพิ่มการกำกับดูแล “ผู้ให้เงินทุนสำคัญ”
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้ประกาศปรับปรุงหลักเกณฑ์การพิจารณาบุคคลที่เป็น "ผู้ให้เงินทุนสำคัญ" แก่ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของผู้ประกอบธุรกิจ
