
คลังจ่อศึกษาภาษี "ทองออนไลน์ไม่ส่งมอบจริง" เป้าหมายไม่ใช่รายได้ แต่คือการเห็นเส้นเงิน
ฟังบทความนี้โดย AI
Business Leader Podcast
สรุปประเด็น
ราคาทองคำแท่งในประเทศไทยแตะระดับกว่า 70,000 บาทต่อบาททองคำ ในช่วงปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา [1] และในจังหวะที่ตลาดกำลังคึกคักที่สุด กระทรวงการคลังก็เดินหน้าคุยเรื่องภาษีทองคำออนไลน์ทันที เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่าได้มอบหมายให้ปลัดกระทรวงการคลังหารือกับสมาคมค้าทองคำภายในสัปดาห์นี้ เพื่อศึกษาแนวทางจัดเก็บภาษีธุรกิจเฉพาะจากการซื้อขายทองคำออนไลน์ที่ไม่มีการส่งมอบจริง (Non-physical Delivery) [2]
แต่ประเด็นที่น่าสนใจที่สุดในคำแถลงครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องอัตราภาษี เอกนิติย้ำซ้ำหลายครั้งว่าเป้าหมายของมาตรการนี้ไม่ใช่การหารายได้เข้ารัฐ ซึ่งต่างจากมาตรการภาษีทั่วไปที่มักถูกมองในมิติการคลังเป็นหลัก สิ่งที่ภาครัฐต้องการจริงๆ คือการมองเห็นและติดตามธุรกรรม เพื่อปิดช่องโหว่ที่กลุ่มทุนเทาและมิจฉาชีพอาจใช้เป็นช่องทางฟอกเงิน [2]
บทความนี้จะพาไปดูว่าเหตุใดตลาดทองคำออนไลน์แบบไม่ส่งมอบจริงถึงกลายเป็นจุดบอดด้านข้อมูลของภาครัฐ ทำไมจังหวะเวลานี้จึงสมเหตุสมผล และผู้ประกอบการรวมถึงนักลงทุนควรเตรียมตัวรับมืออย่างไรกับทิศทางกำกับดูแลที่กำลังจะเปลี่ยนไป
เอกนิติระบุตรงไปตรงมาว่า "วันนี้ ไม่มีใครรู้ข้อมูลชัดเจน ว่าใครซื้อใครขายทองคำอย่างไร" สะท้อนว่าตลาดทองคำออนไลน์แบบไม่ส่งมอบจริงยังเป็นพื้นที่ที่หน่วยงานกำกับดูแลแทบไม่มีข้อมูลธุรกรรมเชิงลึกเลย
ทำไมภาครัฐถึง "มองไม่เห็น" เส้นเงินในตลาดทองคำออนไลน์
การซื้อขายทองคำแบบไม่ส่งมอบจริงในทางปฏิบัติมีลักษณะใกล้เคียงกับการเก็งกำไรราคาทองคำผ่านสัญญาหรือแพลตฟอร์มออนไลน์ มากกว่าการซื้อทองเพื่อครอบครองจริง ซึ่งเป็นรูปแบบที่ตรวจสอบเส้นทางเงินได้ยากกว่าการซื้อขายทองคำแท่งหรือทองรูปพรรณตามร้านค้าทั่วไปที่มีการส่งมอบสินค้าจริงและมีใบเสร็จชัดเจน
ความคลุมเครือของช่องทางนี้เองที่ทำให้คณะทำงานด้าน Data Bureau และการติดตามพฤติกรรมธุรกรรมของกระทรวงการคลังพบสัญญาณความพยายามใช้ช่องทางนี้เป็นส่วนหนึ่งของธุรกรรมที่อาจเกี่ยวข้องกับกลุ่มมิจฉาชีพหรือทุนเทา
จังหวะราคาทองพุ่ง ทำไมต้องจับตาช่วงนี้
ข้อเสนอนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ราคาทองคำในตลาดโลกและตลาดไทยปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรง ได้แรงหนุนจากความผันผวนของค่าเงินดอลลาร์และความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์จากสงครามในตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นปัจจัยที่ผลักดันให้นักลงทุนทั่วโลกไหลเข้าหาทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง
ราคาทองที่พุ่งสูงเช่นนี้มักมาพร้อมปริมาณการซื้อขายเก็งกำไรที่คึกคักขึ้นตามไปด้วย โดยเฉพาะในช่องทางออนไลน์ที่เข้าถึงง่ายและมีสภาพคล่องสูง นี่จึงเป็นจังหวะเวลาที่ค่อนข้างสมเหตุสมผลที่หน่วยงานกำกับดูแลจะเริ่มจับตาช่องทางนี้อย่างจริงจัง เพราะยิ่งราคาสินทรัพย์ผันผวนและปริมาณธุรกรรมเพิ่มขึ้นมากเท่าไร ความเสี่ยงที่ช่องทางนี้จะถูกใช้เป็นเครื่องมือฟอกเงินหรือเคลื่อนย้ายทุนเทาก็ยิ่งสูงขึ้นตามไปด้วย
ยังไม่มีอัตราภาษี มีแต่แนวคิดระบบติดตามธุรกรรม
จุดที่ผู้ประกอบการธุรกิจทองคำควรทำความเข้าใจให้ชัดเจนคือ ณ ขณะนี้กระทรวงการคลังยังไม่มีข้อสรุปเรื่องอัตราภาษีหรือรูปแบบการจัดเก็บใดๆ ทั้งสิ้น สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นคือขั้นตอนการหารือเพื่อออกแบบระบบติดตามธุรกรรม (Transaction Monitoring) ซึ่งเอกนิติเปรียบเทียบว่าเป็น "มาตรฐานสากล" ไม่ใช่การมุ่งเก็บภาษีในอัตราสูง
แนวทางนี้สอดคล้องกับหลักการกำกับดูแลทางการเงินที่หลายประเทศใช้กันทั่วโลก นั่นคือการใช้กลไกภาษีเป็นเครื่องมือสร้างแรงจูงใจให้เกิดการรายงานธุรกรรม มากกว่าการใช้ภาษีเพื่อวัตถุประสงค์ด้านรายได้เพียงอย่างเดียว ขอบเขตการศึกษาครอบคลุมทั้งการซื้อขายทองคำในตลาด และการนำเข้าทองคำที่ไม่ได้ถูกแปรรูปเป็นทองรูปพรรณ แต่ถูกนำมาใช้เพื่อซื้อขายหรือเก็งกำไรโดยตรง ซึ่งเป็นช่องทางที่มีความเสี่ยงสูงกว่าทองคำที่ผ่านกระบวนการแปรรูปตามปกติ
โจทย์ที่ท้าทาย ปิดช่องทุนเทาโดยไม่ทำลายการแข่งขัน
กระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ต้องเผชิญโจทย์ที่ท้าทายไม่น้อย นั่นคือการออกแบบมาตรการให้สมดุลระหว่างการปิดช่องโหว่ทุนเทา กับการไม่ทำลายความสามารถในการแข่งขันของไทยในฐานะศูนย์กลางการซื้อขายทองคำในภูมิภาค
หากมาตรการเข้มงวดเกินไปจนกระทบต้นทุนการทำธุรกิจของผู้ประกอบการทองคำที่ถูกกฎหมาย ก็อาจผลักดันให้ธุรกรรมย้ายไปสู่แพลตฟอร์มต่างประเทศที่ควบคุมได้ยากกว่าเดิม ซึ่งจะเป็นผลลัพธ์ที่สวนทางกับเจตนารมณ์เดิมของมาตรการนี้โดยสิ้นเชิง
ไม่ใช่แค่ทองคำ สัญญาณคุมเข้มสินทรัพย์ทางเลือกทั้งระบบ
ประเด็นสำคัญที่สุดในการแถลงครั้งนี้อาจไม่ใช่เรื่องทองคำเพียงอย่างเดียว เอกนิติระบุชัดเจนว่าการกำกับธุรกรรมลักษณะนี้จะไม่จำกัดอยู่เฉพาะตลาดทองคำ แต่รัฐบาลกำลังพิจารณาสินทรัพย์และช่องทางอื่นที่มีความเสี่ยงคล้ายกันด้วย โดยเฉพาะสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และ ธปท. กำลังทำงานร่วมกันติดตามอยู่แล้วในลักษณะเดียวกัน
นี่คือสัญญาณว่าไทยกำลังเดินหน้าสร้างกรอบการกำกับดูแล "สินทรัพย์ทางเลือกที่มีสภาพคล่องสูงและตรวจสอบยาก" (High-liquidity Alternative Assets) ในภาพรวม ไม่ว่าจะเป็นทองคำแบบไม่ส่งมอบจริงหรือสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งทั้งสองประเภทมีคุณสมบัติร่วมกันคือซื้อขายง่าย เคลื่อนย้ายเร็ว และเดิมทีตรวจสอบเส้นทางเงินได้ยากกว่าสินทรัพย์ทางการเงินแบบดั้งเดิม แนวโน้มนี้สอดคล้องกับทิศทางการกำกับดูแลทางการเงินระดับโลกที่ให้ความสำคัญกับการป้องกันฟอกเงินและทุนเทามากขึ้นเรื่อยๆ นับตั้งแต่หลังวิกฤตการเงินโลกเป็นต้นมา
เอกนิติยืนยันว่าจะไม่เก็บภาษีในอัตราสูง แต่การมีระบบติดตามธุรกรรมที่ชัดเจนขึ้นย่อมหมายถึงความโปร่งใสของการซื้อขายที่เพิ่มขึ้นตามไปด้วย — เป็นทั้งความเสี่ยงและโอกาสของตลาดทองคำไทยในเวลาเดียวกัน
3 เรื่องที่ผู้ประกอบการและนักลงทุนควรเตรียมพร้อมรับมือ
สำหรับผู้ประกอบการในธุรกิจทองคำ แพลตฟอร์มซื้อขายออนไลน์ และนักลงทุนที่เกี่ยวข้อง มีอย่างน้อย 3 ประเด็นที่ควรเตรียมพร้อมรับมือ:
- ผู้ประกอบการทองคำที่ถูกกฎหมาย — แม้มาตรการนี้ยังอยู่ในขั้นศึกษาและยังไม่มีข้อสรุปเรื่องอัตราภาษี แต่ทิศทางของการเพิ่มความโปร่งใสด้านธุรกรรมดูจะเป็นแนวโน้มที่หลีกเลี่ยงได้ยาก ผู้ประกอบการควรเริ่มเตรียมระบบบันทึกและรายงานธุรกรรมให้พร้อม เพื่อลดผลกระทบเมื่อมาตรการมีความชัดเจนมากขึ้นในอนาคต
- ธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล — ควรจับตาแนวโน้มนี้อย่างใกล้ชิดเช่นกัน เพราะเป็นสัญญาณชัดเจนว่าหน่วยงานกำกับดูแลไทยกำลังขยายกรอบการติดตามธุรกรรมไปสู่สินทรัพย์ทางเลือกในภาพกว้างขึ้น ไม่ใช่แค่มาตรการเฉพาะจุดสำหรับทองคำ
- นักลงทุนรายย่อยที่เก็งกำไรทองคำออนไลน์ — ควรติดตามความคืบหน้าของมาตรการนี้อย่างใกล้ชิด แม้จะไม่มีการเก็บภาษีในอัตราสูง แต่ระบบติดตามธุรกรรมที่ชัดเจนขึ้นย่อมหมายถึงธุรกรรมที่เคยไม่ถูกตรวจสอบอาจถูกจับตามากขึ้น ขณะเดียวกันก็เป็นโอกาสที่ความน่าเชื่อถือของตลาดทองคำไทยโดยรวมจะเพิ่มขึ้นจากระบบกำกับดูแลที่ทันสมัยกว่าเดิม
บทสรุป
ข้อเสนอศึกษาภาษีทองคำออนไลน์ในครั้งนี้ แม้ยังอยู่ในขั้นเริ่มต้นและไม่มีความชัดเจนเชิงตัวเลข แต่สะท้อนทิศทางเชิงนโยบายที่สำคัญของประเทศไทยในการรับมือกับปัญหาทุนเทาและการฟอกเงินยุคดิจิทัล เครื่องมือทางการเงินสมัยใหม่ทั้งทองคำแบบไม่ส่งมอบจริงและสินทรัพย์ดิจิทัล ล้วนเปิดช่องให้เงินเคลื่อนย้ายได้เร็วกว่าที่กรอบกฎหมายเดิมจะติดตามทัน
สำหรับผู้ประกอบการและนักลงทุนไทย บทเรียนสำคัญคือยุคที่ธุรกรรมทางการเงินสามารถ "มองไม่เห็น" กำลังจะหมดไป ไม่ว่าจะเป็นตลาดทองคำหรือสินทรัพย์ดิจิทัล คำถามที่ควรจับตาต่อจากนี้ไม่ใช่ว่ามาตรการนี้จะเกิดขึ้นหรือไม่ แต่เป็นว่าระบบติดตามธุรกรรมจะออกแบบมาในรูปแบบใด และภาครัฐจะรักษาสมดุลระหว่างความโปร่งใสกับความสามารถในการแข่งขันของไทยในฐานะศูนย์กลางการซื้อขายทองคำภูมิภาคได้ดีเพียงใด การเตรียมความพร้อมด้านความโปร่งใสของธุรกรรมตั้งแต่วันนี้ จะเป็นความได้เปรียบสำคัญเมื่อกรอบการกำกับดูแลใหม่มีความชัดเจนมากขึ้นในอนาคต
ข้อมูลอ้างอิง:
- อินโฟเควสท์. (2569, 21 สิงหาคม). ราคาทองคำแท่งวันนี้บาทละ 70,300.00 บาท. อินโฟเควสท์. https://www.infoquest.co.th/2026/635293
- อินโฟเควสท์. (2569, 24 สิงหาคม). รมว.คลัง แย้มศึกษาภาษีธุรกิจทองออนไลน์ หวังติดตามเส้นเงิน ปิดช่องโหว่ทุนเทา-ฟอกเงิน. อินโฟเควสท์. https://www.infoquest.co.th/2026/636501
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ผลกระทบของทุนเทาและเศรษฐกิจนอกระบบต่อเศรษฐกิจไทยและ SMEs
นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้เน้นย้ำถึงความท้าทายสำคัญที่ฉุดรั้งศักยภาพเศรษฐกิจไทย นั่นคือปัญหาของ ทุนเทา และ เศรษฐกิจนอกระบบ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดการจัดสรรทรัพยากรทางเศรษฐกิจที่ผิดเพี้ยนไปจากกลไกตลาดปกติ โดยข้อมูลชี้ชัดว่าประเทศไทยมีขนาดเศรษฐกิจนอกระบบใหญ่เป็นอันดับที่ 14 ของโลก

มหากาพย์โกงคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม: ทอง 1,500 ล้านบาทที่ได้คืน คือแค่ยอดภูเขาน้ำแข็ง
1,500 ล้านบาทจากทองคำในคดีคืนภาษีมูลค่าเพิ่มสะท้อนแค่ยอดภูเขาน้ำแข็งของการทุจริตภาษี ที่บิดเบือนการแข่งขัน ทำลายความเชื่อมั่น และตอกย้ำภาพไทยในฐานะคนป่วยแห่งเอเชีย

แก๊งสแกมเมอร์-เครือข่ายฟอกเงิน ความท้าทายใหม่ของประเทศไทย
ไทยเผชิญวิกฤตแก๊งสแกมเมอร์และเครือข่ายฟอกเงิน ส่งผลเสียต่อเศรษฐกิจ ดึงความเชื่อมั่นการลงทุนและภาพลักษณ์ประเทศตกต่ำ

กอช. เปิดตัว "สลาก กอช." ครั้งแรกของไทย ชวน 100 เสียงแรกร่วมออกแบบอนาคตการออมของประเทศ
กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) เปิดตัว "สลาก กอช." สลากเพื่อการออมครั้งแรกของไทย ชวน 100 คนแรกร่วม THE FIRST VOICE ทดสอบและร่วมออกแบบ 24 สิงหาคม 2569 สมัครภายใน 20 ส.ค. 2569

ผ่า 2 ร่าง พ.ร.ก.ใหม่ ปราบภัยไซเบอร์ – คุมธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล วัดฝีมือรัฐบาลอุดรูรั่วมิจฉาชีพ
การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ครั้งล่าสุดวันที่ 8 เมษายน 2568 มีร่างกฎหมายที่น่าสนใจจำนวน 2 ฉบับ เสนอเข้ามาโดยกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และได้ผ่านการเห็นชอบจากที่ประชุมไปเป็นที่เรียบร้อย ฉบับแรกคือ ร่างพระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... และฉบับที่ 2 คือ ร่างพระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล (ฉบับที่...) พ.ศ. ...
