
ทรัมป์-มัสก์ จากพันธมิตรสู่ศัตรู เมื่อคนรวยที่สุดโลกชนคนทรงอำนาจที่สุดโลก
ความสัมพันธ์ระหว่างโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ และอีลอน มัสก์ เศรษฐีรวยที่สุดของโลก แตกสลายอย่างสิ้นเชิงเมื่อวันพฤหัสบดี (5 มิ.ย.) หลังจากที่ทั้งคู่เปิดศึกแลกคำขู่กันผ่านโซเชียลมีเดีย ส่งผลให้ราคาหุ้น Tesla ร่วงฮวบ 14.3% หรือสูญมูลค่าไปกว่า 1.5 แสนล้านดอลลาร์ในวันเดียว ขณะที่มัสก์สูญเสียทรัพย์สินส่วนตัวไป 2 หมื่นล้านดอลลaร์
ศึกเริ่มต้นจากร่างกฎหมายภาษี
จุดเริ่มต้นของความขัดแย้งเกิดจากการที่มัสก์วิจารณ์อย่างหนักร่างกฎหมายลดภาษีและเพิ่มการใช้จ่ายของทรัมป์ เรียกว่า "Big Beautiful Bill" โดยอ้างว่าจะทำให้หนี้สาธารณะของสหรัฐฯ ที่อยู่ในระดับ 36.2 ล้านล้านดอลลาร์แล้วเพิ่มขึ้นอีก 2.4-5 ล้านล้านดอลลาร์ตามการประเมินของนักวิเคราะห์อิสระ
ทรัมป์ที่เงียบมาหลายวัน ออกมาแสดงความผิดหวังในห้องทำงานรูปไข่ขณะให้สัมภาษณ์ร่วมกับฟรีดริช เมิร์ซ นายกรัฐมนตรีเยอรมนีคนใหม่ว่า "อีลอนกับผมเคยมีความสัมพันธ์ที่ดี แต่ไม่รู้ว่าจะยังคงเป็นเช่นนั้นอีกหรือไม่"
การแลกคำขู่ผ่านโซเชียลมีเดีย
หลังจากคำแถลงของทรัมป์ ความขัดแย้งได้บานปลายไปสู่การแลกคำขู่กันผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียแบบเรียลไทม์
ทรัมป์ โพสต์บน Truth Social ว่า "วิธีที่ง่ายที่สุดในการประหยัดงบประมาณหลายพันล้านดอลลาร์ คือการยกเลิกเงินอุดหนุนและสัญญาภาครัฐของอีลอน"
มัสก์ ตอบโต้ทันทีบน X (เดิมคือ Twitter) ว่า "หากไม่มีผม ทรัมป์จะแพ้การเลือกตั้ง" และเสริมว่า "ช่างเป็นคนไม่รู้คุณ" พร้อมท้าทายว่า "Go ahead, make my day"
นอกจากนี้ มัสก์ยังโพสต์ข้อความเก่าของทรัมป์เมื่อกว่าทศวรรษที่ผ่านมาที่วิจารณ์การใช้จ่ายของรัฐบาล และถามว่า "ผู้ชายที่เขียนข้อความเหล่านี้อยู่ไหน? เขาถูกแทนที่ด้วยคนตัวปลอมแล้วหรือเปล่า?"
มัสก์ขู่ถอนยานอวกาศและกล่าวหาเรื่องเอปสตีน
ในการตอบโต้ที่รุนแรงขึ้น มัสก์ประกาศว่าจะเริ่มปลดระวางยานอวกาศ Dragon ซึ่งเป็นยานเดียวของสหรัฐฯ ที่สามารถส่งนักบินอวกาศไปยังสถานีอวกาศนานาชาติได้ในปัจจุบัน
ที่น่าตกใจยิ่งกว่านั้น มัสก์ยังกล่าวอ้างโดยไม่มีหลักฐานว่า ทรัมป์ปรากฏชื่อในเอกสารที่เกี่ยวข้องกับเจฟฟรีย์ เอปสตีน อดีตนักธุรกิจที่เสียชีวิตแล้วซึ่งเคยถูกตั้งข้อหาล่วงละเมิดทางเพศ และยืนยันการสนับสนุนข้อเรียกร้องให้มีการถอดถอน (impeachment) ทรัมป์
ผลกระทบต่อตลาดทุนและธุรกิจ
การปะทะครั้งนี้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อมูลค่าหุ้น Tesla ที่ร่วงลง 14.3% เป็นการปรับตัวลงมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของบริษัท สูญมูลค่าไปประมาณ 1.5 แสนล้านดอลลาร์ ทำให้มัสก์สูญเสียทรัพย์สินส่วนตัวไปถึง 2 หมื่นล้านดอลลาร์
นักวิเคราะห์ประเมินว่าหากทรัมป์ดำเนินการตามคำขู่จริง จะกระทบต่อ SpaceX และ Starlink ซึ่งเป็นผู้รับเหมาหลักของรัฐบาลสหรัฐฯ รวมถึงธุรกิจดาวเทียมที่มีบทบาทสำคัญในโครงการอวกาศของรัฐบาล
บทบาทในรัฐบาลที่สิ้นสุดลง
มัสก์เคยดำรงตำแหน่งหัวหน้ากรมประสิทธิภาพของรัฐบาล (Department of Government Efficiency หรือ DOGE) เป็นเวลา 130 วัน โดยมีเป้าหมายปรับปรุงประสิทธิภาพและลดค่าใช้จ่ายของรัฐบาลถึง 2 ล้านล้านดอลลาร์ แต่สามารถลดได้เพียงประมาณ 0.5% ของงบประมาณรวม
เขาออกจากตำแหน่งเมื่อสัปดาห์ที่แล้วในงานแถลงข่าวที่ห้องทำงานรูปไข่ โดยมีรอยช้ำใต้ตาซึ่งอ้างว่าเกิดจากลูกชาย แต่ทรัมป์เอ่ยถึงเรื่องนี้ในการแถลงข่าววันพฤหัสบดีด้วยท่าทีเยาะเย้ย
อนาคตความสัมพันธ์การเมือง
ความขัดแย้งครั้งนี้อาจส่งผลกระทบต่อพรรครีพับลิกันในการเลือกตั้งกลางเทอมปีหน้า เนื่องจากมัสก์เป็นผู้บริจาคเงินให้พรรคและผู้สมัครรีพับลิกันประมาณ 250-300 ล้านดอลลาร์ ในการเลือกตั้งปีที่แล้ว รวมถึงมีผู้ติดตาม 2.2 ร้อยล้านคนบนแพลตฟอร์ม X
มัสก์ได้สำรวจความเห็นผู้ติดตามว่า "ถึงเวลาสร้างพรรคการเมืองใหม่ในอเมริกาที่เป็นตัวแทนของคนกลางทั้ง 80% หรือยัง?" ซึ่งส่งสัญญาณว่าอาจหันไปสนับสนุนทางการเมืองในทิศทางอื่น
โฆษกทำเนียบขาว คาโรไลน์ เลวิตต์ ออกมาแสดงจุดยืนอย่างอ่อนโยนว่า "นี่เป็นเหตุการณ์ที่น่าเสียดายจากอีลอน ซึ่งไม่พอใจกับ Big Beautiful Bill เพราะไม่รวมนโยบายที่เขาต้องการ"
มุมมองระยะยาว
ผู้เชี่ยวชาญการเมืองคาดว่าความขัดแย้งนี้จะส่งผลต่อการผ่านร่างกฎหมายภาษีของทรัมป์ในวุฒิสภา เนื่องจากมัสก์มีอิทธิพลต่อฐานเสียงและนักลงทุนจำนวนมากในซิลิคอนแวลลีย์
ทรัมป์พยายามลดความตึงเครียดในช่วงบ่ายของวันเดียวกัน โดยหลีกเลี่ยงการพูดถึงมัสก์ในงานสาธารณะ และโพสต์ข้อความบน Truth Social ว่าไม่ใส่ใจการ "หันหลังให้เขา" แต่หวังว่าเขาควรออกจากการรับราชการเมื่อหลายเดือนก่อน
อย่างไรก็ตาม มัสก์ได้ส่งข้อความท้าทายในระยะยาวว่า "ทรัมป์เหลือเวลาเป็นประธานาธิบดีอีก 3.5 ปี แต่ผมจะอยู่ต่อไปอีก 40 กว่าปี"
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ส่งออกไทยอ่วม พาณิชย์เผย ทรัมป์เก็บภาษีสินค้านำเข้าสหรัฐฯหลายเด้ง
ปลัดกระทรวงพาณิชย์เผยไทยถูกเก็บภาษีนำเข้าสหรัฐฯ 36% เพิ่มจากอัตราภาษีที่เรียกเก็บอยู่แล้ว รวมทั้งอากร ค่าธรรมเนียม และค่าใช้จ่ายอื่นๆ หลังทรัมป์ลงนามคำสั่งบริหาร เริ่ม 9 เม.ย. 2568 พร้อมเตรียมมาตรการเยียวยา เจรจาลดผลกระทบ ขยายตลาดส่งออกใหม่ทดแทน

ทรัมป์ปะทะเพนกวิน! เมื่อภาษีนำเข้าบุกถึงเกาะที่มีแต่นกในชุดสูท
เมื่อมาตรการภาษีนำเข้าของทรัมป์ครอบคลุมถึงเกาะร้างที่มีแต่เพนกวินอาศัยอยู่ การเก็บภาษี 10% จากดินแดนที่ไม่มีประชากรและไม่มีการค้ากลายเป็นเรื่องชวนอมยิ้มแห่งปี สงครามการค้าครั้งนี้ไม่เว้นแม้แต่นกในชุดสูท หมู่เกาะเฮิร์ดและแมคโดนัลด์ ซึ่งเป็นกลุ่มเกาะใกล้แอนตาร์กติกา เป็นหนึ่งในสถานที่ห่างไกลที่สุดบนโลก สามารถเข้าถึงได้เฉพาะทางเรือที่ต้องใช้เวลาเดินทางสองสัปดาห์จากออสเตรเลีย และมีเพียงเพนกวินและแมวน้ำอาศัยอยู่เป็นส่วนใหญ่ การเยี่ยมชมพื้นที่เหล่านี้มีข้อจำกัดอย่างเข้มงวดเพื่อรักษาระบบนิเวศของพื้นที่และต้องมีใบอนุญาต

"พาณิชย์" เจาะลึกมาตรการขึ้นภาษีรถยนต์ และอะไหล่รถยนต์ของ "ทรัมป์"
กระทรวงพาณิชย์ เจาลึก รายละเอียด ทรัมป์ปรับขึ้นภาษีรถยนต์และชิ้นส่วนรถยนต์นำเข้า 25% เพิ่มเติมจากอัตราเดิม มีผล 3 เม.ย. 2568 เพื่อปกป้องความมั่นคงและอุตสาหกรรมในประเทศ พร้อมแยกคำนวณภาษีระหว่างส่วนประกอบจากสหรัฐฯกับส่วนประกอบต่างประเทศ

‘ทรัมป์’ เก็บภาษีนำเข้ารถ 25% กระทบลูกโซ่ ไทย - อาเซียน เสี่ยงถูกภาษีตอบโต้
ทำเนียบขาวประกาศมาตรการเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์ต่างชาติ 25% มีผล 3 เม.ย.นี้ อ้างปกป้องความมั่นคงอุตสาหกรรมยานยนต์อเมริกัน ส่อส่งผลกระทบลูกโซ่ถึงภูมิภาคอาเซียน ไทยเสี่ยง เพราะส่งออกรถยนต์และชิ้นส่วนไปสหรัฐฯ สูงถึง 1.9 พันล้านดอลลาร์

ทำเนียบขาวเปิดแผน"ตาต่อตา ฟันต่อฟัน" ทรัมป์ ขึ้นภาษีนำเข้าสหรัฐฯ เขย่าเศรษฐกิจโลก
เจาะลึกคำสั่งลับของทรัมป์ที่จะปฏิวัติการค้าโลก มาตรการภาษีตอบโต้ 10-50% เริ่ม 5 เม.ย.นี้ ไทยและอาเซียนติดโผอัตราสูงสุด เบื้องหลังสงครามการค้าครั้งใหม่ที่จะเปลี่ยนห่วงโซ่อุปทานโลกไปตลอดกาล และทำไมทรัมป์ถึงมั่นใจว่า 'ภาษีได้ผล'

เปิดความเสี่ยงไทย จากมาตรการภาษีต่างตอบแทนของทรัมป์
ในขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เตรียมประกาศมาตรการภาษีศุลกากรต่างตอบแทนกับประเทศคู่ค้าเกือบทั้งหมดของสหรัฐฯ ในวันพรุ่งนี้ (2 เมษายน) รายงานของกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ได้เผยให้เห็นประเด็นปัญหาการค้าระหว่างไทยกับสหรัฐฯ ที่อาจถูกหยิบยกมาเป็นเหตุผลในการกำหนดมาตรการภาษีใหม่