
วิจัยกรุงศรีประเมินเศรษฐกิจไทยปี 2569 เข้าสู่ปีแห่งการประคองตัว ท่องเที่ยวหนุนฟื้น แต่ส่งออกเสี่ยงหดตัว
สรุปประเด็น
-
วิจัยกรุงศรีประเมินเศรษฐกิจไทยปี 2569 โต 2.0% เข้าสู่ปีแห่งการประคองตัว ท่ามกลางแรงกดดันจากเศรษฐกิจโลกและข้อจำกัดเชิงโครงสร้าง
-
ภาคส่งออกเสี่ยงหดตัว 0.4% จากอุปสงค์โลกที่อ่อนแอและความไม่แน่นอนของมาตรการภาษีนำเข้าจากสหรัฐฯ
-
เผชิญภาวะ "Twin Influx" สินค้าจีนและสหรัฐฯ ทะลักตลาด เพิ่มแรงกดดันด้านราคาต่อผู้ผลิตและผู้ประกอบการไทย
-
ภาคท่องเที่ยวยังเป็นแรงพยุงหลัก คาดมีนักท่องเที่ยวต่างชาติ 35.5 ล้านคน โดยต้องเน้นเพิ่มมูลค่าการใช้จ่ายต่อคน
-
SME ต้องเร่งบริหารความเสี่ยง กระจายตลาด ควบคุมต้นทุน และสร้างความแตกต่างเพื่อรับมือกับกำลังซื้อที่ยังเปราะบาง
วิจัยกรุงศรีประเมินเศรษฐกิจไทยโต 2.0% จับตาภาษีสหรัฐฯ และภาวะ “Twin Influx” สินค้าจีน–สหรัฐฯ ทะลักตลาด เพิ่มแรงกดดันผู้ผลิตไทย
วิจัยกรุงศรีประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจไทยปี 2569 ภายใต้ภาพ “ปีแห่งการประคองตัว” โดยคาดการณ์ว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) จะขยายตัว 2.0% ชะลอลงจาก 2.4% ในปี 2568 สะท้อนแรงกดดันจากเศรษฐกิจโลกที่อ่อนแรง ความไม่แน่นอนของนโยบายการค้า และข้อจำกัดเชิงโครงสร้างภายในประเทศ
ท่ามกลางความท้าทายดังกล่าว ภาคท่องเที่ยวยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ ขณะที่ภาคส่งออกและผู้ผลิตไทยต้องเตรียมรับมือกับการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น ทั้งจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ และสินค้านำเข้าที่มีต้นทุนแข่งขันได้มากกว่า
ปี 2569 เป็นช่วงที่ธุรกิจต้องให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยง ควบคู่กับการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ไม่ใช่พึ่งพาการฟื้นตัวของตลาดเพียงด้านเดียว
ส่งออกไทยเสี่ยงหดตัว รับแรงกดดันภาษีสหรัฐฯ
หนึ่งในประเด็นที่ต้องจับตาคือ การส่งออกไทย ซึ่งวิจัยกรุงศรีในบทวิเคราะห์ช่วงต้นปีคาดว่าจะหดตัว 0.4% หลังจากขยายตัวสูงถึง 12.7% ในปี 2568 โดยมีแรงกดดันจากอุปสงค์โลกที่อ่อนแอลง และความไม่แน่นอนของมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ที่ส่งผลต่อการค้าและห่วงโซ่อุปทานระหว่างประเทศ
สำหรับผู้ประกอบการส่งออก ความเสี่ยงดังกล่าวทำให้การพึ่งพาตลาดหลักเพียงไม่กี่แห่งอาจเพิ่มความเปราะบางให้ธุรกิจ การกระจายตลาดส่งออก การพัฒนาสินค้าให้มีมูลค่าเพิ่ม และการติดตามกฎระเบียบการค้าของประเทศคู่ค้า จึงเป็นประเด็นที่ควรนำมาประกอบการวางแผนธุรกิจ
ขณะเดียวกัน ความต้องการสินค้าในกลุ่มเทคโนโลยีและ AI อาจเป็นโอกาสสำหรับผู้ประกอบการบางกลุ่ม แต่การเข้าไปแข่งขันจำเป็นต้องพิจารณาความพร้อมด้านผลิตภัณฑ์ มาตรฐาน ต้นทุน และความต้องการของตลาดเป้าหมายอย่างรอบคอบ
“Twin Influx” สินค้าจีน–สหรัฐฯ เพิ่มแรงกดดันผู้ผลิตไทย
อีกหนึ่งความเสี่ยงเชิงโครงสร้างคือภาวะ “Twin Influx” หรือการไหลทะลักของสินค้านำเข้าสองทางพร้อมกัน ได้แก่ สินค้าจีนที่มีอุปทานส่วนเกิน และสินค้าจากสหรัฐฯ ที่อาจเพิ่มขึ้นภายใต้กรอบข้อตกลงทางการค้า
วิจัยกรุงศรีประเมินว่าปรากฏการณ์นี้อาจเพิ่มแรงกดดันต่อภาคการผลิตไทย โดยเฉพาะธุรกิจที่แข่งขันกับสินค้านำเข้าโดยตรงในด้านราคาและต้นทุน หากผู้ผลิตไทยไม่สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตหรือสร้างความแตกต่างของสินค้าได้เพียงพอ ก็อาจเผชิญแรงกดดันต่อส่วนต่างกำไรและส่วนแบ่งตลาดในระยะยาว
ผู้ประกอบการจึงควรติดตามแนวโน้มสินค้านำเข้าและพฤติกรรมผู้บริโภคอย่างใกล้ชิด พร้อมทบทวนโครงสร้างต้นทุน ยกระดับคุณภาพและมาตรฐานสินค้า ตลอดจนพิจารณากลยุทธ์สร้างความแตกต่าง แทนการใช้ราคาเป็นเครื่องมือแข่งขันเพียงอย่างเดียว
ความเสี่ยงจาก Twin Influx ไม่ได้จำกัดอยู่ที่ปริมาณสินค้านำเข้า แต่ยังเกี่ยวข้องกับความสามารถของผู้ผลิตไทยในการรักษาความสามารถในการแข่งขันและสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้า
ท่องเที่ยวเป็นแรงพยุงเศรษฐกิจ แต่ต้องเน้นมูลค่าต่อการใช้จ่าย
ในด้านบวก วิจัยกรุงศรีคาดการณ์ในบทวิเคราะห์ช่วงต้นปีว่า จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะเพิ่มขึ้นเป็น 35.5 ล้านคนในปี 2569 และขยับสู่ช่วง 37.5–39.5 ล้านคนในปี 2570–2571 โดยมีแรงสนับสนุนจากการเพิ่มเที่ยวบินและการเปิดเส้นทางบินใหม่จากจีนและอินเดีย
อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวยังมีข้อจำกัด ทั้งจากการแข่งขันของประเทศท่องเที่ยวในภูมิภาค โดยเฉพาะเวียดนาม ตลอดจนความเชื่อมั่นและรูปแบบการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวที่เปลี่ยนแปลงไป
สำหรับธุรกิจท่องเที่ยวและบริการ การเติบโตจึงไม่ควรวัดจากจำนวนผู้เดินทางเพียงอย่างเดียว แต่ควรให้ความสำคัญกับ มูลค่าการใช้จ่ายต่อคน ระยะเวลาพำนัก คุณภาพบริการ และการสร้างประสบการณ์ที่แตกต่าง เพื่อเพิ่มโอกาสสร้างรายได้อย่างยั่งยืน
SME เผชิญแรงกดดันทั้งต้นทุน การแข่งขัน และกำลังซื้อ
ผู้ประกอบการ SME ต้องรับมือกับความท้าทายที่แตกต่างกันตามประเภทธุรกิจ กลุ่มผู้ผลิตและค้าปลีกอาจเผชิญการแข่งขันด้านราคาจากสินค้านำเข้าต้นทุนต่ำ ขณะที่ธุรกิจบริการและท่องเที่ยวอาจได้รับประโยชน์จากการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยว แต่ยังต้องประเมินกำลังซื้อในประเทศและพฤติกรรมการใช้จ่ายอย่างระมัดระวัง
ภาระหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูงยังเป็นปัจจัยกดดันการบริโภค ทำให้ผู้ประกอบการควรวางแผนรายได้และกระแสเงินสดบนสมมติฐานที่รอบคอบ พร้อมติดตามต้นทุนวัตถุดิบ ค่าใช้จ่ายดำเนินงาน และความสามารถในการชำระหนี้ของธุรกิจ
ในเชิงกลยุทธ์ SME อาจพิจารณากระจายช่องทางจำหน่าย พัฒนาสินค้าเฉพาะกลุ่ม ใช้เทคโนโลยีเพื่อลดต้นทุน และสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าให้แข็งแรงขึ้น โดยเลือกลงทุนให้เหมาะกับขนาดธุรกิจและผลตอบแทนที่คาดหวัง
4 แนวทางที่ธุรกิจควรเตรียมรับมือ
1. กระจายตลาดและฐานลูกค้า ลดการพึ่งพาตลาดส่งออกหรือลูกค้ากลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง พร้อมประเมินโอกาสในตลาดใหม่อย่างเป็นระบบ
2. ทบทวนต้นทุนและกระแสเงินสด ประเมินความสามารถในการรับมือกับยอดขายที่ผันผวน ต้นทุนที่เปลี่ยนแปลง และการแข่งขันด้านราคา
3. สร้างความแตกต่างให้สินค้าและบริการ เพิ่มคุณภาพ มาตรฐาน นวัตกรรม และประสบการณ์ลูกค้า เพื่อหลีกเลี่ยงการแข่งขันด้วยราคาเพียงอย่างเดียว
4. ติดตามนโยบายการค้าและข้อมูลตลาด ประเมินผลกระทบจากมาตรการภาษี การเปลี่ยนแปลงของห่วงโซ่อุปทาน และสินค้านำเข้า เพื่อนำไปปรับแผนธุรกิจได้ทันเวลา
ปีแห่งการประคองตัว ต้องบริหารความเสี่ยงควบคู่กับการหาโอกาส
ภาพเศรษฐกิจไทยปี 2569 ตามประมาณการในบทวิเคราะห์ช่วงต้นปีสะท้อนความท้าทายจากหลายทิศทาง ทั้งการส่งออกที่เสี่ยงอ่อนตัว แรงกดดันจากสินค้านำเข้า และการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวที่ยังไม่เต็มศักยภาพ
สำหรับผู้บริหารและนักลงทุน การติดตามตัวเลขเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ แต่ต้องนำข้อมูลเหล่านั้นมาประเมินผลกระทบต่อรายได้ ต้นทุน สภาพคล่อง และความสามารถในการแข่งขันขององค์กรด้วย
การกระจายความเสี่ยง เพิ่มประสิทธิภาพ และสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าและบริการ จึงเป็นแนวทางสำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจเตรียมพร้อมต่อความไม่แน่นอน และมองหาโอกาสเติบโตได้แม้ในช่วงที่เศรษฐกิจขยายตัวอย่างจำกัด
ข้อมูลอ้างอิง:
- วิจัยกรุงศรี. (2569). แนวโน้มธุรกิจและอุตสาหกรรมไทย ปี 2569-2571. ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน). https://www.krungsri.com/th/research/industry/summary-outlook/2026-2028
- ไทยพับลิก้า. (2569, กุมภาพันธ์). วิจัยกรุงศรีประเมินเศรษฐกิจไทยปี 2569 เจอแรงปะทะรอบด้าน โตแบบประคองตัว 2% ต้องบริหารอย่างระมัดระวัง. สำนักข่าวไทยพับลิก้า. https://thaipublica.org/2026/02/krungsri_econ_outlook_2026
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เบื้องหลังตัวเลข GDP ไตรมาส 1 ของไทย: สัญญาณเตือนภัยที่ซ่อนอยู่ในความเติบโต
GDP ไทยไตรมาสแรกปี 2568 ขยายตัว 3.1% แต่ซ่อนความไม่สมดุล ส่งออกพึ่งพาอิเล็กทรอนิกส์ ขณะที่การบริโภคชะลอ การลงทุนเอกชนลดลง และสภาพัฒน์ปรับลดคาดการณ์ทั้งปีเหลือ 1.8% พร้อมเผยข้อเสนอแนะนโยบายรับมือช่วงเวลาท้าทายที่รออยู่

ไทยติดกลุ่ม Rising Star ในห่วงโซ่อุปทานโลก รับอานิสงส์จากการลงทุน AI และการปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทาน
ประเทศไทยผงาดขึ้นเป็น "Rising Star" ในห่วงโซ่อุปทานโลก ด้วยการลงทุนในปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการปรับโครงสร้างซัพพลายเชนทั่วโลก ซึ่งช่วยหนุนการลงทุนภาคเอกชนและกลุ่มอุตสาหกรรมดิจิทัล จน InnovestX ปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP ไทยปี 2569 เป็น 1.6% บ่งชี้ถึงศักยภาพการฟื้นตัวและเติบโตที่สำคัญ

สภาพัฒน์เร่งรัฐบาลใหม่จัดการงบประมาณปี 2570 และการลงทุน
สภาพัฒน์เร่งรัดรัฐบาลใหม่ให้จัดการงบประมาณปี 2570 และเร่งลงทุน เพื่อป้องกันเศรษฐกิจปี 2569 ขยายตัวต่ำกว่า 2% หากจัดตั้งรัฐบาลล่าช้า.

พาณิชย์แนะ SMEs ใช้สิทธิ FTA เจาะตลาดใหม่ รับ FTA ไทย-EFTA
ตัวเลขล่าสุดจากกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ตอกย้ำสถานะของประเทศไทยในฐานะผู้เล่นสำคัญบนเวทีการค้าเสรีโลก โดยยอดการใช้สิทธิประโยชน์ภายใต้ความตกลงการค้าเสรี (FTA) ในช่วงเดือนมกราคมถึงมิถุนายน 2569 มีมูลค่ารวมสูงถึง 1.57 ล้านล้านบาท หรือประมาณ 48,069 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 7.33%

ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 เข้าสู่การพิจารณาของสภาฯ
คณะรัฐมนตรีอนุมัติร่าง พ.ร.บ. งบประมาณปี 2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท ซึ่งแม้เป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจ แต่ก็เผชิญข้อจำกัดทางการคลังที่อาจส่งผลต่องบลงทุนภาครัฐที่ภาคธุรกิจต้องจับตา

TISCO ESU เตือนไทยเสี่ยงผลกระทบภาษีสหรัฐฯ และนโยบาย America First
TISCO ESU เตือนนโยบาย 'America First' ของสหรัฐฯ ยังคงเป็นความเสี่ยงระยะยาวต่อการค้าและการลงทุนของไทย แม้ศาลฎีกาจะสั่งยกเลิกภาษีบางประเภทและปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP ไทยแล้วก็ตาม
