
การค้าชายแดน–ผ่านแดนไทย 9 เดือนแตะ 1.76 ล้านล้านบาท รับอานิสงส์ส่งออกอิเล็กทรอนิกส์
สรุปประเด็น
-
การค้าชายแดนและผ่านแดน 9 เดือนแรกปี 2569 โต 18.8% มีมูลค่ารวม 1.76 ล้านล้านบาท ขับเคลื่อนโดยสินค้าเทคโนโลยีและอิเล็กทรอนิกส์
-
การค้าผ่านแดนโตเด่น 39.3% โดยมีตลาดหลักอย่างจีน สิงคโปร์ และเวียดนาม หนุนด้วยความต้องการโทรศัพท์ คอมพิวเตอร์ และฮาร์ดดิสก์
-
ผู้ประกอบการต้องบริหารความเสี่ยงรอบด้าน ทั้งต้นทุนโลจิสติกส์ เส้นทางขนส่งที่มีความยืดหยุ่น และกฎระเบียบศุลกากรของประเทศปลายทาง
มูลค่าการค้าชายแดนและการค้าผ่านแดนของไทยในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 เติบโตต่อเนื่อง โดยมีมูลค่ารวม 1.76 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แรงขับเคลื่อนสำคัญมาจากการค้าผ่านแดนไปยังประเทศที่สาม โดยเฉพาะสินค้ากลุ่มเทคโนโลยีและอิเล็กทรอนิกส์ที่มีความต้องการสูงในตลาดภูมิภาค
ข้อมูลจากกรมการค้าต่างประเทศ ซึ่งรายงานโดย The Nation Thailand ระบุว่า การค้าผ่านแดนมีมูลค่า 1.09 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 39.3% ขณะที่การค้าชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน 4 ประเทศมีมูลค่า 672,124 ล้านบาท ลดลง 4.2% ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า แม้ภาพรวมการค้าจะขยายตัว แต่การเติบโตยังขึ้นอยู่กับตลาดและเส้นทางการค้าที่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ
การค้าผ่านแดนโต 39.3% โทรศัพท์ คอมพิวเตอร์ และฮาร์ดดิสก์เป็นสินค้าหลัก
ในช่วงเดือนมกราคม–กันยายน 2569 การค้าชายแดนและผ่านแดนของไทยมีมูลค่ารวม 1,764,313 ล้านบาท แบ่งเป็นการส่งออก 978,105 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.6% และการนำเข้า 786,207 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.6% ส่งผลให้ไทยเกินดุลการค้าชายแดนและผ่านแดนรวม 191,898 ล้านบาท
เมื่อพิจารณาเฉพาะการค้าผ่านแดนไปยังประเทศที่สาม พบว่ามีมูลค่า 1,092,189 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39.3% โดยการส่งออกขยายตัว 41.8% อยู่ที่ 602,855 ล้านบาท ส่วนการนำเข้าเพิ่มขึ้น 36.3% อยู่ที่ 489,334 ล้านบาท
สินค้าส่งออกผ่านแดนที่มีมูลค่าสูงในเดือนกันยายน ได้แก่ เครื่องรับโทรศัพท์และอุปกรณ์ มูลค่า 15,977 ล้านบาท เครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์อื่น ๆ มูลค่า 12,704 ล้านบาท และฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ มูลค่า 9,642 ล้านบาท สะท้อนบทบาทของสินค้าเทคโนโลยีในฐานะหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญของการค้าผ่านแดนไทย
การเติบโตของการค้าผ่านแดนสะท้อนโอกาสของไทยในการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานอิเล็กทรอนิกส์ในภูมิภาค แต่ผู้ประกอบการต้องพิจารณาทั้งความต้องการของตลาด ต้นทุนขนส่ง และข้อกำหนดของประเทศปลายทางควบคู่กัน
สิงคโปร์–เวียดนามขยายตัวแรง ขณะที่จีนยังเป็นตลาดสำคัญ
ตลาดการค้าผ่านแดนในเดือนกันยายนมีการเติบโตโดดเด่น โดยจีนมีมูลค่าการค้าผ่านแดนสูงสุดที่ 59,365 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37.5% ตามด้วยสิงคโปร์ 37,023 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 150.8% และเวียดนาม 15,556 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 102.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
การเติบโตของสิงคโปร์และเวียดนามสัมพันธ์กับความต้องการสินค้าเทคโนโลยีและอิเล็กทรอนิกส์ โดยไทยมีบทบาทเป็นจุดเชื่อมโยงการขนส่งสินค้าไปยังประเทศที่สาม อย่างไรก็ตาม ตัวเลขการค้าเพียงอย่างเดียวยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าสินค้าทั้งหมดผลิตในประเทศไทยหรือมีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้นในประเทศมากน้อยเพียงใด
สำหรับผู้ส่งออกไทย ประเด็นสำคัญจึงอยู่ที่การทำความเข้าใจบทบาทของตนในห่วงโซ่อุปทาน ไม่ว่าจะเป็นผู้ผลิตสินค้า ผู้จัดจำหน่าย ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ หรือผู้ดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการส่งต่อสินค้าไปยังตลาดปลายทาง
การเลือกตลาดเป้าหมายควรพิจารณาความต้องการสินค้าในแต่ละประเทศ ความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการ ต้นทุนการขนส่ง และความพร้อมด้านเอกสารการค้าระหว่างประเทศ เพื่อให้การขยายธุรกิจสอดคล้องกับโอกาสที่เกิดขึ้นจริง
การค้าชายแดนยังเผชิญแรงกดดัน แม้ภาพรวมเติบโต
ในทางกลับกัน การค้าชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน 4 ประเทศ ได้แก่ มาเลเซีย สปป.ลาว เมียนมา และกัมพูชา มีมูลค่ารวมในช่วง 9 เดือนแรกอยู่ที่ 672,124 ล้านบาท ลดลง 4.2% โดยการส่งออกลดลง 9.3% เหลือ 375,250 ล้านบาท ขณะที่การนำเข้าเพิ่มขึ้น 3.2% อยู่ที่ 296,873 ล้านบาท
สำหรับเดือนกันยายน มาเลเซียเป็นตลาดการค้าชายแดนที่มีมูลค่าสูงสุด 39,972 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 49.6% ตามด้วย สปป.ลาว 24,539 ล้านบาท และเมียนมา 16,230 ล้านบาท ขณะที่การค้าชายแดนไทย–กัมพูชายังคงมีมูลค่าเป็นศูนย์ตามรายงานข่าว
ข้อมูลนี้ชี้ให้เห็นว่า การค้าชายแดนและการค้าผ่านแดนมีเงื่อนไขและความเสี่ยงต่างกัน แม้การค้าผ่านแดนจะได้รับแรงหนุนจากตลาดสินค้าเทคโนโลยี แต่การค้ากับประเทศเพื่อนบ้านยังต้องคำนึงถึงสถานการณ์บริเวณชายแดน ความต่อเนื่องของเส้นทางขนส่ง และขั้นตอนการผ่านแดน
ตัวเลขการค้ารวมที่เพิ่มขึ้นไม่ควรทำให้ผู้ประกอบการมองข้ามความเสี่ยงรายตลาด การกระจายเส้นทางขนส่งและการเตรียมแผนสำรองช่วยลดผลกระทบเมื่อการค้าบางพื้นที่สะดุดลง
โอกาสของผู้ส่งออกไทย ต้องมาพร้อมการบริหารโลจิสติกส์และความเสี่ยง
การเติบโตของการค้าผ่านแดนเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยพัฒนาธุรกิจที่เชื่อมโยงกับห่วงโซ่อุปทานระดับภูมิภาค โดยเฉพาะผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่ายสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์สื่อสาร และสินค้าที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี
อย่างไรก็ตาม การใช้ไทยเป็นฐานเชื่อมโยงการค้าไม่ได้หมายความว่าผู้ประกอบการทุกรายจะได้รับประโยชน์โดยอัตโนมัติ การแข่งขันด้านราคาและต้นทุนโลจิสติกส์อาจกระทบต่ออัตรากำไร ขณะที่ข้อกำหนดด้านศุลกากร ถิ่นกำเนิดสินค้า และเอกสารประกอบการส่งออกยังเป็นเรื่องที่ต้องตรวจสอบตามลักษณะสินค้าและประเทศปลายทาง
ผู้ประกอบการจึงควรให้ความสำคัญกับ 3 แนวทาง ได้แก่
-
วางแผนเส้นทางขนส่งอย่างยืดหยุ่น ประเมินทางเลือกด้านขนส่งและจุดผ่านแดน เพื่อลดการพึ่งพาเส้นทางใดเส้นทางหนึ่งมากเกินไป
-
ตรวจสอบข้อกำหนดการค้าให้ครบถ้วน ศึกษากฎระเบียบศุลกากร เอกสารส่งออก และข้อกำหนดของประเทศปลายทางก่อนรับคำสั่งซื้อ
-
ประเมินกำไรหลังหักต้นทุนจริง รวมค่าขนส่ง ค่าประกันภัย ค่าใช้จ่ายบริเวณด่าน และความเสี่ยงจากความล่าช้าไว้ในต้นทุนการดำเนินงาน
ในระยะยาว การเติบโตของการค้าผ่านแดนจะสร้างประโยชน์ให้เศรษฐกิจไทยได้มากเพียงใด ขึ้นอยู่กับความสามารถในการเชื่อมโยงโอกาสทางการค้ากับการสร้างมูลค่าเพิ่มในประเทศ ทั้งการผลิต การจัดจำหน่าย บริการโลจิสติกส์ และการพัฒนาผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้อง
ยอดการค้า 1.76 ล้านล้านบาทจึงเป็นสัญญาณเชิงบวกของการเชื่อมโยงตลาดในภูมิภาค แต่โจทย์สำคัญต่อจากนี้คือการทำให้การเติบโตดังกล่าวมีความต่อเนื่อง กระจายโอกาสสู่ผู้ประกอบการไทย และรับมือกับความเสี่ยงด้านเส้นทางขนส่งและกฎระเบียบการค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ข้อมูลอ้างอิง:
- กรมการค้าต่างประเทศ / ข่าวที่เผยแพร่ผ่านข่าวสด — รายงานตัวเลขการค้าชายแดนและผ่านแดนเดือนกันยายนและช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 เผยแพร่ 31 ตุลาคม 2569 อ่านรายละเอียดตัวเลขการค้า
- กรุงเทพธุรกิจ — รายงานภาพรวมการค้าชายแดนและผ่านแดนไทย 9 เดือนแรกปี 2569 เผยแพร่ช่วงปลายเดือนตุลาคม 2569 อ่านรายงานเพิ่มเติม
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

มติคณะกรรมการ กนง. คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1% และผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยและ SMEs
คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติเอกฉันท์คงอัตราดอกเบี้ยที่ ร้อยละ 1.00 ต่อปี สะท้อนแนวโน้ม เศรษฐกิจไทย ที่ขยายตัวดีกว่าคาด แต่การฟื้นตัวยังไม่ทั่วถึง โดยเฉพาะภาค SME ที่กว่า 40% ยังต้อง ปรับโครงสร้างหนี้ คาดการณ์อัตราดอกเบี้ยจะทรงตัวในระดับนี้ตลอดปี 2569 และ 2570 นัยยะสำคัญคือองค์กรธุรกิจขนาดใหญ่ต้องเตรียมรับมือกับต้นทุนที่ผันผวนและความเปราะบางในห่วงโซ่อุปทานแม้ภาพรวมเศรษฐกิจจะดีขึ้น

SCB EIC ปรับเพิ่มประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 แตะ 2.2% รับแรงส่ง AI–ดิจิทัล–อิเล็กทรอนิกส์ คาดดอกเบี้ย 1% ยาวถึงปี 2570
SCB EIC ปรับเพิ่มประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 ขึ้นแตะ 2.2% และปี 2570 ที่ 2.1% รับอานิสงส์วัฏจักรลงทุน AI โลก หนุนการส่งออกดิจิทัล-อิเล็กทรอนิกส์พุ่ง 16% ขณะที่ฟื้นตัวยังเป็นรูปแบบ K-shaped กระจุกตัวเฉพาะกลุ่ม คาด กนง. ตรึงดอกเบี้ย 1.00% พยุงกลุ่มเปราะบางและ SMEs

สนค. เผยยอดส่งออกไทยพุ่ง 24.6% รับแรงหนุนสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และกระแสความต้องการเทคโนโลยี AI ในตลาดโลก
สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ รายงานตัวเลขการส่งออกไทยประจำเดือนสิงหาคม 2569 ที่สร้างความประหลาดใจให้กับตลาด ด้วยมูลค่าสูงถึง 34,618 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 24.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ถือเป็นอัตราการเติบโตสูงสุดในรอบ 56 เดือน

ดร.สุทธิพันธ์ จิราธิวัฒน์ ประธานกรรมการ กลุ่มเซ็นทรัล เสนอแนะแนวทางแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจต่อรัฐบาลใหม่
ดร.สุทธิพันธ์ จิราธิวัฒน์ เร่งรัฐบาลแก้วิกฤตเศรษฐกิจไทยที่ขาดยุทธศาสตร์ระยะยาว ชี้ต้องดึงมืออาชีพเข้ามาบริหาร สร้างความเชื่อมั่นนักลงทุน และฟื้นฟู GDP ที่ชะลอตัวต่อเนื่อง

การคาดการณ์ GDP ไทยปี 2569 และผลจากมาตรการรัฐ
รัฐบาลมั่นใจเศรษฐกิจไทยพ้นจุดต่ำสุดแล้ว พร้อมคาดการณ์ GDP ปี 2569 เติบโตเกิน 3% ด้วยมาตรการขับเคลื่อนต่อเนื่อง แต่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยยังคงคาดการณ์ต่ำกว่าเป้าหมายที่ 1.9%.

เมื่อเงินบาท “แข็งผิดปกติ”: มาตรการคุมทองช่วยธุรกิจส่งออกไทยได้แค่ไหน
กระทรวงการคลัง, ธนาคารแห่งประเทศไทย และ ก.ล.ต. เตรียมออกมาตรการคุมเข้มการซื้อขายทองคำเพื่อสกัดการแข็งค่าของเงินบาทที่ส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจและขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจไทย.
