ไทยปรับเกมดึง FDI จากฐานต้นทุนต่ำสู่เศรษฐกิจเทคโนโลยี โจทย์ใหญ่คือทำอย่างไรให้ธุรกิจไทยได้ประโยชน์

ไทยปรับเกมดึง FDI จากฐานต้นทุนต่ำสู่เศรษฐกิจเทคโนโลยี โจทย์ใหญ่คือทำอย่างไรให้ธุรกิจไทยได้ประโยชน์

สรุปประเด็น

  • ปรับยุทธศาสตร์ FDI: ไทยเปลี่ยนเป้าดึงดูดการลงทุนจากฐานต้นทุนต่ำ สู่ฐานธุรกิจพร้อมโครงสร้างพื้นฐานและโลจิสติกส์เชื่อมโยงอาเซียน

  • เน้นการถ่ายทอดเทคโนโลยี: เงินลงทุนต้องช่วยพัฒนาทักษะแรงงาน ยกระดับความสามารถผู้ประกอบการไทย และสร้างมูลค่าเพิ่มในประเทศระยะยาว

  • เชื่อมโยง Supply Chain: ผลักดันให้ SMEs และผู้ผลิตไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานระดับสูง ผ่านมาตรฐานคุณภาพและการพัฒนาเทคโนโลยี

  • วัดผลลัพธ์ในระยะยาว: ประเมินความสำเร็จของ FDI จากการถ่ายทอดเทคโนโลยี การจัดซื้อในประเทศ การยกระดับตำแหน่งงาน และนวัตกรรมที่เกิดขึ้นจริง

ประเทศไทยกำลังส่งสัญญาณปรับยุทธศาสตร์ดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ หรือ FDI (Foreign Direct Investment) จากเดิมที่อาจถูกมองเป็นฐานการผลิตที่ได้เปรียบด้านต้นทุน ไปสู่การเป็นฐานธุรกิจที่มีความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน โลจิสติกส์ บุคลากร และการเชื่อมโยงตลาดระดับภูมิภาค โดยรัฐบาลต้องการให้การลงทุนจากต่างชาติสร้างประโยชน์ต่อเศรษฐกิจไทยมากกว่าการเพิ่มเม็ดเงินลงทุนเพียงอย่างเดียว

เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงทิศทางการดึงดูดการลงทุนว่า ไทยมีจุดแข็งด้านสาธารณูปโภค โครงข่ายคมนาคม และระบบโลจิสติกส์ที่เชื่อมโยงตลาดอาเซียน ซึ่งมีประชากรรวมกว่า 700 ล้านคน พร้อมย้ำว่าการลงทุนจากต่างชาติต้องมีส่วนช่วยพัฒนาเศรษฐกิจและถ่ายทอดเทคโนโลยีให้คนไทยด้วย

ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่าไทยจะดึงเงินลงทุนเข้าประเทศได้มากแค่ไหน แต่คือเงินลงทุนเหล่านั้นจะช่วยยกระดับทักษะแรงงาน เพิ่มขีดความสามารถของผู้ประกอบการไทย และสร้างมูลค่าเพิ่มในประเทศได้มากเพียงใด

 

FDI ยุคใหม่ แข่งขันด้วยความพร้อม ไม่ใช่ค่าแรงเพียงอย่างเดียว

ในอดีต ต้นทุนแรงงานและค่าใช้จ่ายในการดำเนินธุรกิจเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้นักลงทุนเลือกประเทศสำหรับตั้งฐานการผลิต แต่ในยุคที่ห่วงโซ่อุปทานโลกเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว การตัดสินใจลงทุนยังเกี่ยวข้องกับความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน ความน่าเชื่อถือของระบบธุรกิจ ความสามารถของบุคลากร และการเข้าถึงตลาดปลายทาง

รัฐบาลไทยจึงต้องการนำเสนอจุดแข็งที่มีอยู่ ทั้งโครงข่ายคมนาคม ระบบราง การเชื่อมโยงเส้นทางขนส่งระหว่างประเทศ และทำเลที่เอื้อต่อการกระจายสินค้าไปยังตลาดอาเซียน เพื่อดึงดูดบริษัทต่างชาติที่ต้องการใช้ไทยเป็นฐานดำเนินธุรกิจในระดับภูมิภาค ไม่ใช่เพียงตลาดสำหรับจำหน่ายสินค้าในประเทศ

อย่างไรก็ตาม ความพร้อมด้านทำเลและโครงสร้างพื้นฐานเป็นเพียงจุดเริ่มต้น เพราะนักลงทุนยังพิจารณาต้นทุนรวม ประสิทธิภาพการดำเนินงาน ความชัดเจนของกฎระเบียบ ตลอดจนความพร้อมของบุคลากรและซัพพลายเออร์ในประเทศ

การแข่งขันดึงดูด FDI ไม่ควรหยุดอยู่ที่การทำให้ไทยเป็นสถานที่ลงทุนที่สะดวก แต่ต้องทำให้ไทยเป็นฐานธุรกิจที่สร้างมูลค่าเพิ่มและพัฒนาความสามารถของประเทศได้ในระยะยาว

ถ่ายทอดเทคโนโลยี เปลี่ยนเงินลงทุนให้เป็นขีดความสามารถของประเทศ

หัวใจของยุทธศาสตร์ใหม่นี้คือการทำให้การลงทุนจากต่างชาติเชื่อมโยงกับการพัฒนาคนไทยและผู้ประกอบการในประเทศอย่างเป็นรูปธรรม

การถ่ายทอดเทคโนโลยีไม่ได้หมายถึงการนำเครื่องจักรหรือระบบดิจิทัลเข้ามาติดตั้งเท่านั้น แต่ควรรวมถึงการพัฒนาทักษะบุคลากร การฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ การพัฒนากระบวนการผลิต และการเปิดโอกาสให้บุคลากรไทยมีส่วนร่วมในงานที่ต้องใช้ความเชี่ยวชาญมากขึ้น

หากการลงทุนช่วยให้แรงงานไทยสามารถทำงานกับระบบอัตโนมัติ วิเคราะห์ข้อมูล พัฒนากระบวนการผลิต หรือมีส่วนร่วมในงานวิศวกรรมและการวิจัยได้มากขึ้น ผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นก็จะไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการจ้างงานในระยะสั้น แต่สามารถต่อยอดเป็นผลิตภาพและความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทย

ทิศทางดังกล่าวสอดคล้องกับแนวทางส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ซึ่งให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะแรงงาน การเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยเข้ากับนักลงทุนรายใหม่ และการขยับไปสู่กิจกรรมที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้นในห่วงโซ่อุปทานโลก

จากผู้รับจ้างผลิตสู่ผู้ร่วมสร้างเทคโนโลยี

ความท้าทายสำคัญของไทยคือการขยับจากกิจกรรมการผลิตที่มีมูลค่าเพิ่มจำกัด ไปสู่การผลิตชิ้นส่วนที่มีความซับซ้อน การออกแบบทางวิศวกรรม การพัฒนาระบบอัตโนมัติ และบริการที่ต้องใช้ความรู้เฉพาะทาง

ตัวอย่างเช่น ในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ การดึงดูดโรงงานเข้ามาตั้งฐานการผลิตอาจสร้างการจ้างงานและเพิ่มมูลค่าการลงทุน แต่ผลประโยชน์จะขยายตัวมากขึ้นเมื่อบริษัทไทยสามารถเข้าไปเป็นผู้จัดหาชิ้นส่วนหรือบริการที่มีมาตรฐานสูง รวมถึงพัฒนาความเชี่ยวชาญเพื่อรองรับเทคโนโลยีรุ่นใหม่ได้

แนวทางนี้ต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างบริษัทข้ามชาติ ผู้ประกอบการไทย สถาบันการศึกษา และหน่วยงานภาครัฐ เพื่อให้การถ่ายทอดเทคโนโลยีเชื่อมโยงกับความต้องการจริงของอุตสาหกรรม ไม่ใช่เกิดขึ้นเฉพาะในระดับนโยบาย

เชื่อมผู้ประกอบการไทยเข้ากับ Supply Chain โลก

อีกหนึ่งเงื่อนไขที่จะกำหนดคุณภาพของ FDI คือความสามารถในการเชื่อมโยงนักลงทุนต่างชาติกับธุรกิจในประเทศ โดยเฉพาะ SMEs และผู้ผลิตชิ้นส่วนไทย ที่ต้องการยกระดับจากการรับงานทั่วไปไปสู่การเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่การผลิตที่มีมาตรฐานสูงขึ้น

แม้บริษัทต่างชาติจะเข้ามาลงทุนในไทย แต่หากสามารถจัดซื้อวัตถุดิบ ชิ้นส่วน และบริการจากต่างประเทศเป็นหลัก ผลประโยชน์ที่กระจายไปยังธุรกิจไทยก็อาจมีข้อจำกัด ในทางกลับกัน หากผู้ประกอบการไทยผ่านมาตรฐานที่กำหนดและสามารถแข่งขันด้านคุณภาพ ต้นทุน และการส่งมอบได้ ก็มีโอกาสได้รับคำสั่งซื้อและพัฒนาความสัมพันธ์ทางธุรกิจในระยะยาว

BOI ระบุถึงการทำงานเพื่อเชื่อมโยงผู้ซื้อและผู้ผลิตผ่านโครงการอย่าง Subcon Thailand รวมถึงการสนับสนุนให้ธุรกิจไทยพัฒนาความสามารถเพื่อเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานที่ใช้เทคโนโลยีสูงขึ้น

สำหรับผู้ประกอบการไทย โอกาสจากการลงทุนจึงไม่ได้จำกัดอยู่ที่การเป็นผู้รับจ้างผลิต แต่ยังรวมถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์เฉพาะทาง การให้บริการด้านวิศวกรรม การบำรุงรักษาระบบอัตโนมัติ การพัฒนาซอฟต์แวร์ และการให้บริการสนับสนุนโรงงานอุตสาหกรรม

อย่างไรก็ดี การเชื่อมโยงดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ ผู้ประกอบการต้องลงทุนพัฒนามาตรฐานการผลิต ระบบควบคุมคุณภาพ บุคลากร และเทคโนโลยีของตนเอง ขณะที่ภาครัฐควรช่วยลดข้อจำกัดในการเข้าถึงเงินทุน ข้อมูลตลาด และโอกาสจับคู่ธุรกิจ

ลดอุปสรรคการลงทุน ต้องเปลี่ยนนโยบายให้เกิดผลจริง

นอกจากการถ่ายทอดเทคโนโลยีแล้ว ความรวดเร็วและความแน่นอนของกระบวนการภาครัฐยังเป็นปัจจัยสำคัญต่อการตัดสินใจลงทุน

รัฐบาลระบุถึงการใช้คณะกรรมการด้านเศรษฐกิจที่เปิดให้ภาคเอกชนสะท้อนปัญหา เพื่อส่งต่อไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเร่งแก้ไขอุปสรรคในการดำเนินธุรกิจ โดยมีเป้าหมายเพื่อลดขั้นตอนราชการและทำให้การตัดสินใจด้านการลงทุนรวดเร็วขึ้น

ในมุมของนักลงทุน การอนุมัติที่คาดการณ์ได้ ความชัดเจนของกฎเกณฑ์ และการประสานงานระหว่างหน่วยงานมีผลต่อทั้งต้นทุนและระยะเวลาเริ่มดำเนินโครงการ ส่วนผู้ประกอบการไทยก็ได้รับประโยชน์จากสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เอื้อต่อการขยายกิจการเช่นเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของนโยบายไม่ควรวัดจากจำนวนโครงการที่ได้รับอนุมัติหรือมูลค่าการลงทุนที่ประกาศไว้เพียงอย่างเดียว แต่ต้องพิจารณาด้วยว่าโครงการเหล่านั้นเกิดขึ้นจริงตามแผนหรือไม่ สร้างงานที่มีคุณภาพเพียงใด และเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจในประเทศมากน้อยแค่ไหน

4 ตัวชี้วัดที่ไทยควรใช้วัดคุณภาพของ FDI

หากไทยต้องการเปลี่ยนจากฐานการผลิตต้นทุนต่ำไปสู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี การประเมินความสำเร็จของการลงทุนควรให้ความสำคัญกับผลลัพธ์ในระยะยาวควบคู่กับมูลค่าเงินลงทุน

1. การถ่ายทอดเทคโนโลยีที่วัดผลได้
ติดตามจำนวนบุคลากรไทยที่ได้รับการพัฒนาทักษะ ระดับความเชี่ยวชาญที่เพิ่มขึ้น และความสามารถในการนำเทคโนโลยีไปใช้จริงในกระบวนการทำงาน

2. สัดส่วนการจัดซื้อจากผู้ประกอบการไทย
ประเมินว่าบริษัทต่างชาติสร้างโอกาสให้ธุรกิจไทยเป็นผู้จัดหาชิ้นส่วน วัตถุดิบ และบริการมากน้อยเพียงใด รวมถึงมูลค่าเพิ่มที่เกิดขึ้นในประเทศ

3. การยกระดับตำแหน่งงานและผลิตภาพแรงงาน
พิจารณาว่าการลงทุนสร้างงานที่มีทักษะสูงขึ้นหรือไม่ และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตต่อแรงงานได้เพียงใด แทนที่จะมองเฉพาะจำนวนการจ้างงาน

4. การพัฒนานวัตกรรมและขีดความสามารถของธุรกิจไทย
ติดตามการลงทุนด้านวิจัยและพัฒนา การออกแบบผลิตภัณฑ์ การพัฒนากระบวนการผลิต และการขยายบทบาทของบริษัทไทยไปสู่กิจกรรมที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น

ตัวชี้วัดเหล่านี้เป็นข้อเสนอเชิงวิเคราะห์สำหรับการประเมินคุณภาพของ FDI ไม่ใช่ตัวชี้วัดที่รัฐบาลประกาศใช้ตามข่าวต้นฉบับ แต่ช่วยให้เห็นว่าการดึงดูดการลงทุนควรเชื่อมโยงกับเป้าหมายการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างไร

บทสรุป: ดึงทุนให้ได้ ต้องทำให้คนไทยเติบโตไปพร้อมกัน

การปรับยุทธศาสตร์ดึงดูด FDI เป็นโอกาสที่ไทยจะใช้ความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานและทำเลที่ตั้งต่อยอดไปสู่การพัฒนาอุตสาหกรรมที่มีเทคโนโลยีสูงขึ้น แต่การเปลี่ยนผ่านนี้ต้องอาศัยมากกว่าการนำเสนอจุดแข็งของประเทศหรือการให้สิทธิประโยชน์แก่นักลงทุน

โจทย์สำคัญคือการทำให้บริษัทต่างชาติเห็นว่าไทยเป็นฐานธุรกิจที่มีศักยภาพ ขณะเดียวกันก็ต้องสร้างเงื่อนไขให้ผู้ประกอบการไทยและแรงงานไทยสามารถเรียนรู้ พัฒนาทักษะ และก้าวขึ้นไปอยู่ในตำแหน่งที่สร้างมูลค่าเพิ่มได้มากกว่าเดิม

ท้ายที่สุด ความสำเร็จของ FDI ไม่ได้อยู่ที่เงินทุนไหลเข้าเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ว่าเมื่อเงินทุนเข้ามาแล้ว ประเทศไทยมีเทคโนโลยี บุคลากร ธุรกิจ และอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่งขึ้นมากเพียงใด

ข้อมูลอ้างอิง:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ปลดล็อกสองโอกาสทอง ‘โซลาร์–รางรถไฟ’ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยสู่อนาคต

ปลดล็อกสองโอกาสทอง ‘โซลาร์–รางรถไฟ’ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยสู่อนาคต

ประเทศไทยยืนบนจุดเปลี่ยนสำคัญ ปลดล็อกพลังงานแสงอาทิตย์และระบบรางรถไฟ ลดต้นทุน เพิ่มขีดแข่งขัน สร้างตลาดใหม่มูลค่าล้านล้านบาท พร้อมผลักดันเศรษฐกิจไทยสู่ทศวรรษแห่งการเติบโต

5 นาที
FTA ไทย–EU เข้าสู่โค้งสำคัญ จับตาเงื่อนไขเปิดตลาด–มาตรฐานสีเขียว โอกาสและความท้าทายของผู้ประกอบการไทย

FTA ไทย–EU เข้าสู่โค้งสำคัญ จับตาเงื่อนไขเปิดตลาด–มาตรฐานสีเขียว โอกาสและความท้าทายของผู้ประกอบการไทย

การเจรจา FTA ไทย–EU เข้าสู่โค้งสำคัญในการหาข้อสรุปภายในปี 2569 ท่ามกลางความท้าทายเรื่องการเปิดตลาดสินค้าและบริการ เงื่อนไขทรัพย์สินทางปัญญา UPOV 1991 และมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม ผู้ประกอบการไทยจึงต้องเร่งประเมินโอกาส ตรวจสอบกฎถิ่นกำเนิดสินค้า และปรับตัวรับมือมาตรฐานสากล

12 นาที
SCB EIC ปรับเพิ่มประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 แตะ 2.2% รับแรงส่ง AI–ดิจิทัล–อิเล็กทรอนิกส์ คาดดอกเบี้ย 1% ยาวถึงปี 2570

SCB EIC ปรับเพิ่มประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 แตะ 2.2% รับแรงส่ง AI–ดิจิทัล–อิเล็กทรอนิกส์ คาดดอกเบี้ย 1% ยาวถึงปี 2570

SCB EIC ปรับเพิ่มประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 ขึ้นแตะ 2.2% และปี 2570 ที่ 2.1% รับอานิสงส์วัฏจักรลงทุน AI โลก หนุนการส่งออกดิจิทัล-อิเล็กทรอนิกส์พุ่ง 16% ขณะที่ฟื้นตัวยังเป็นรูปแบบ K-shaped กระจุกตัวเฉพาะกลุ่ม คาด กนง. ตรึงดอกเบี้ย 1.00% พยุงกลุ่มเปราะบางและ SMEs

8 นาที
ไทยหลังเวที IMF–World Bank 2026: เร่งปฏิรูปเศรษฐกิจ ยกระดับอุตสาหกรรม สร้างการเติบโตระยะยาว

ไทยหลังเวที IMF–World Bank 2026: เร่งปฏิรูปเศรษฐกิจ ยกระดับอุตสาหกรรม สร้างการเติบโตระยะยาว

ต่อยอดความสำเร็จจากการเป็นเจ้าภาพประชุม IMF–World Bank 2026 สู่โจทย์ใหญ่ในการปฏิรูปเศรษฐกิจไทย ปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมสู่อุตสาหกรรมมูลค่าสูง พัฒนาทักษะแรงงานรองรับสังคมสูงวัยและ AI พร้อมขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนเพื่อก้าวข้ามกับดักรายได้ปานกลาง

10 นาที
กกร. ชง Thailand Content และ Regional Value Content ดึง SME ไทยร่วมซัพพลายเชน FDI รับมือความเสี่ยงการค้าโลก

กกร. ชง Thailand Content และ Regional Value Content ดึง SME ไทยร่วมซัพพลายเชน FDI รับมือความเสี่ยงการค้าโลก

กกร. และ ธปท. เร่งผลักดันการจัดทำฐานข้อมูล Regional Value Content (RVC) และกำหนดเกณฑ์ Thailand Content ที่ชัดเจน เพื่อป้องกันความเสี่ยง Transshipment และรับมือกฎระเบียบการค้าโลก พร้อมใช้เป็นกลไกเชื่อมโยงการลงทุนจากต่างประเทศ (FDI) ดึง SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทาน

9 นาที
สยามพิวรรธน์ผนึกกำลังจัดเวที Future-ready Economy 2026 รับประชุม IMF–World Bank ชูไทยสู่ฮับเศรษฐกิจและ MICE ระดับโลก

สยามพิวรรธน์ผนึกกำลังจัดเวที Future-ready Economy 2026 รับประชุม IMF–World Bank ชูไทยสู่ฮับเศรษฐกิจและ MICE ระดับโลก

สยามพิวรรธน์ ผนึก BRANDi เตรียมจัดงาน Future-ready Economy 2026 ขับเคลื่อนเวทีเสวตานานาชาติรับการประชุม IMF–World Bank Group 2026 ชูความพร้อมศูนย์การค้าแลนด์มาร์กในการยกระดับประเทศไทยสู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจและ MICE ระดับโลกอย่างเต็มรูปแบบ

6 นาที

แท็กที่เกี่ยวข้อง