

Business Insight
จาก 4 ยูนิคอร์นสู่เวทีโลก! กรุงศรี ฟินโนเวต ลุย 3 เทคระดับท็อป
กรุงศรี ฟินโนเวต ซึ่งเป็น Corporate Venture Capital (CVC) ในเครือธนาคารกรุงศรีอยุธยา ได้ประกาศเปิดเผยพอร์ตการลงทุนสตาร์ทอัพในช่วงเจ็ดเดือนแรกของปี 2569 (มกราคม – กรกฎาคม) การลงทุนครั้งสำคัญนี้มุ่งเป้าไปที่สตาร์ทอัพชั้นนำระดับโลกจำนวน 3 ราย
รายละเอียด
-
กรุงศรี ฟินโนเวต ลงทุน 3 สตาร์ทอัพโลก: เดินหน้าลงทุนช่วง 7 เดือนแรกปี 2569 ใน 3 สตาร์ทอัพชั้นนำระดับโลกที่มีอัตราการเติบโตสูง
-
เน้น 3 กลุ่มเทคโนโลยีหลัก: มุ่งเน้นกลุ่ม AI, InsurTech และ FinTech เพื่อนำนวัตกรรมล้ำสมัยมาเสริมศักยภาพให้กลุ่มธุรกิจกรุงศรี
-
ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์เชิงรุก: เสริมความแข็งแกร่งและขยายโอกาสการเติบโตระยะยาวผ่านความร่วมมือและการลงทุนในระดับสากล
-
กระตุ้นภาคธุรกิจและ SME ไทย: ส่งสัญญาณให้องค์กรใหญ่ปรับตัวรับเทคโนโลยีใหม่ พร้อมเปิดโอกาสให้ SME พัฒนานวัตกรรมและสร้างพันธมิตร
พอร์ตการลงทุนของ กรุงศรี ฟินโนเวต (Krungsri Finnovate) ภายใต้กองทุน Finnoventure Private Equity Trust I ปัจจุบันมีมูลค่ารวมกว่า 5,000 ล้านบาท (ราว 150 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) กระจายอยู่ในสตาร์ทอัพมากกว่า 30 รายทั่วโลก และมียูนิคอร์นอยู่ในพอร์ตแล้วถึง 4 ราย (Krungsri, 2026a) ตัวเลขนี้สะท้อนว่าบริษัทเงินร่วมลงทุน (Corporate Venture Capital หรือ CVC) ของธนาคารกรุงศรีอยุธยารายนี้ ไม่ได้เป็นเพียงผู้ให้ทุนรายย่อย แต่กลายเป็นหนึ่งในผู้เล่น CVC ที่มีบทบาทชัดเจนที่สุดรายหนึ่งในภูมิภาคอาเซียน
ในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2569 (มกราคม-กรกฎาคม) กรุงศรี ฟินโนเวต เดินหน้าลงทุนในสตาร์ทอัพระดับโลก 3 ราย ครอบคลุม 3 เทคโนโลยีสำคัญ ได้แก่ ปัญญาประดิษฐ์ (AI), InsurTech และ FinTech ซึ่งเป็นการตอกย้ำกลยุทธ์ที่ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ว่าองค์กรให้ความสำคัญกับการมองหาเทคโนโลยีล้ำสมัยจากตลาดโลก เพื่อนำมาต่อยอดขีดความสามารถทางธุรกิจของเครือกรุงศรี ไม่ใช่แค่ลงทุนเพื่อผลตอบแทนทางการเงินเพียงอย่างเดียว
บทความนี้จะพาไปสำรวจรายละเอียดสตาร์ทอัพทั้ง 3 รายที่กรุงศรี ฟินโนเวตเพิ่งประกาศลงทุน ทบทวนกรณีศึกษาสตาร์ทอัพที่เคยได้รับการสนับสนุนจนเติบโตเป็นยูนิคอร์น พร้อมสรุปข้อมูลการติดต่อสำหรับสตาร์ทอัพหรือผู้ประกอบการที่สนใจโอกาสความร่วมมือกับกรุงศรี ฟินโนเวต
การลงทุนล่าสุด: เปิดตัว 3 สตาร์ทอัพระดับโลกใน AI, InsurTech และ FinTech
กรุงศรี ฟินโนเวตระบุว่าสตาร์ทอัพทั้ง 3 รายที่ได้รับการลงทุนในปีนี้ ล้วนเป็นบริษัทที่มีศักยภาพในการพลิกโฉมอุตสาหกรรมการเงินและโครงสร้างธุรกิจ (Krungsri, 2026a) ได้แก่
- AlpacaDB, Inc. (Alpaca) — สตาร์ทอัพ FinTech จากสหรัฐอเมริกา พัฒนาแพลตฟอร์มบริหารความมั่งคั่งและการซื้อขายเงินตราต่างประเทศ พร้อมให้บริการ Brokerage-as-a-Service ที่เชื่อมต่อผ่าน API และโครงสร้างพื้นฐานหลังบ้านสำหรับสถาบันการเงินและบริษัทหลักทรัพย์
- Qoala Technology PTE LTD (Qoala) — สตาร์ทอัพ InsurTech จากสิงคโปร์ ให้บริการลูกค้าในหลายตลาดอาเซียน รวมถึงประเทศไทย
- Whale Technologies Limited (Whale) — สตาร์ทอัพด้าน AI ที่มีการดำเนินงานครอบคลุมอเมริกาเหนือ ยุโรป ตะวันออกกลาง แอฟริกาเหนือ และเอเชียแปซิฟิก โดยพัฒนาแพลตฟอร์ม Enterprise AI ที่ช่วยยกระดับประสบการณ์ลูกค้า กระตุ้นยอดขาย และรักษามาตรฐานการดำเนินงานให้สม่ำเสมอ ด้วยการวิเคราะห์ข้อมูลภาพ เสียง พฤติกรรมลูกค้า และข้อมูลปฏิบัติการแบบเรียลไทม์ ดีลนี้ปิดดีลในเดือนกรกฎาคม 2569
พอร์ตการลงทุนของกรุงศรี ฟินโนเวตผ่าน Finnoventure Private Equity Trust I มีมูลค่ารวมกว่า 5,000 ล้านบาท กระจายในสตาร์ทอัพกว่า 30 รายทั่วโลก และมียูนิคอร์นอยู่ในพอร์ตแล้ว 4 ราย
กรุงศรี ฟินโนเวตยังไม่เปิดเผยมูลค่าการลงทุนเฉพาะเจาะจงในแต่ละดีลของ Alpaca และ Qoala ต่อสาธารณะ ขณะที่ดีล Whale เป็นดีลล่าสุดที่ปิดในเดือนกรกฎาคม 2569 (Krungsri, 2026a)
ทำไมกรุงศรี ฟินโนเวตเลือกเดิมพันกับสตาร์ทอัพต่างชาติ
Ms. Palida Artispong รักษาการกรรมการผู้จัดการ กรุงศรี ฟินโนเวต อธิบายทิศทางกลยุทธ์ว่า องค์กรให้ความสำคัญกับการลงทุนในสตาร์ทอัพต่างประเทศ เพื่อค้นหาและผนวกเทคโนโลยีล้ำสมัยจากตลาดโลกเข้ามาเสริมขีดความสามารถทางธุรกิจของกรุงศรี ส่งเสริมนวัตกรรม และขยายโอกาสการลงทุนในระดับนานาชาติ
ในการประกาศพอร์ตการลงทุนปี 2569 เธอระบุว่า การลงทุนทั้งหมดดำเนินการผ่าน Finnoventure Private Equity Trust I ซึ่งได้สนับสนุนสตาร์ทอัพไปแล้ว 20 รายนับตั้งแต่ปี 2564 (2021) และยังคงสร้างการเติบโตที่แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง (Krungsri, 2026a) ส่วนกรณีการลงทุนใน Whale เธอกล่าวเสริมว่า Whale เป็นหนึ่งในไม่กี่บริษัทที่มีศักยภาพจะก้าวขึ้นเป็นแพลตฟอร์ม Enterprise AI ระดับ Native ที่สามารถขับเคลื่อนผลิตภัณฑ์แบบ Omnichannel ได้ครบวงจร
กรณีศึกษา: จากเงินลงทุนสู่ยูนิคอร์นที่กรุงศรี ฟินโนเวตเคยสนับสนุน
การลงทุนในสตาร์ทอัพต่างชาติปีนี้ ไม่ใช่ครั้งแรกที่กรุงศรี ฟินโนเวตแสดงให้เห็นว่าการสนับสนุนสตาร์ทอัพตั้งแต่ระยะเริ่มต้นสามารถต่อยอดสู่ความสำเร็จระดับภูมิภาคได้ ปัจจุบันพอร์ตของกรุงศรี ฟินโนเวตมียูนิคอร์น 4 ราย ได้แก่ Flash Express, Grab, Klook และ Ascend Money (Krungsri, 2026b)
กรณีที่ชัดเจนที่สุดคือ Flash Express ผู้ให้บริการโลจิสติกส์เอกชนอันดับ 1 ของไทย ซึ่งจัดส่งพัสดุมากกว่า 2 ล้านชิ้นต่อวัน กรุงศรี ฟินโนเวตร่วมกับ MUFG เข้าลงทุนใน Flash Group ผ่านรอบระดมทุน Series D และ Series E ในปี 2563-2564 โดยจัดสรรเงินทุนรวมกว่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วงปี 2564-2565 สำหรับความร่วมมือ 3 ด้านหลัก ได้แก่ การสนับสนุนอีคอมเมิร์ซ อีโลจิสติกส์ และโซลูชันด้านการชำระเงิน พร้อมวางตำแหน่งกรุงศรีเป็นพันธมิตรธนาคารหลักของ Flash (Krungsri, n.d.) นายแซม ตันสกุล กรรมการผู้จัดการ กรุงศรี ฟินโนเวต ในขณะนั้น กล่าวถึงความร่วมมือนี้ว่า "The outstanding potentials and commitments of Flash Group contribute to Krungsri Finnovate's accomplishment of its goal to drive Thai startups to become the unicorn startups" (Krungsri, n.d.)
ส่วน Ascend Money สตาร์ทอัพ FinTech สัญชาติไทยที่พัฒนาโซลูชันทางการเงินดิจิทัลสำหรับทั้งบุคคลทั่วไปและภาคธุรกิจ ก็เป็นอีกหนึ่งกรณีศึกษาที่กรุงศรี ฟินโนเวตให้การสนับสนุนจนเติบโตเป็นยูนิคอร์นในพอร์ต (Krungsri Finnovate, n.d.) เช่นเดียวกับ Grab แพลตฟอร์ม Super App ระดับภูมิภาค และ Klook แพลตฟอร์มท่องเที่ยวและกิจกรรมออนไลน์ ซึ่งทั้งคู่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มยูนิคอร์นของพอร์ตด้วยเช่นกัน (Krungsri, 2026b)
ในปี 2568 กรุงศรี ฟินโนเวตสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้ประเทศไทยราว 1.3 แสนล้านบาท สนับสนุนการจ้างงานกว่า 1 ล้านตำแหน่ง และช่วยเอสเอ็มอีกว่า 400,000 รายเข้าถึงเทคโนโลยี
ตัวเลขผลกระทบล่าสุดในปี 2568 ยังตอกย้ำภาพนี้ กรุงศรี ฟินโนเวตรายงานว่าได้สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้ประเทศไทยราว 1.3 แสนล้านบาท สนับสนุนการจ้างงานกว่า 1 ล้านตำแหน่ง ช่วยเอสเอ็มอีมากกว่า 400,000 รายเข้าถึงเทคโนโลยี ขยายการเข้าถึงบริการทางการเงินให้ประชาชนกว่า 3.2 ล้านคน และส่งต่อนวัตกรรมไปถึงผู้ใช้งานทั่วโลกกว่า 100 ล้านคน พร้อมผลักดันโครงการจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) สำเร็จแล้วกว่า 195 โครงการ (ThaiPR.NET, 2026)
ความหมายต่อธุรกิจไทยและเอสเอ็มอี
ทิศทางการลงทุนของกรุงศรี ฟินโนเวตสะท้อนเทรนด์ที่กว้างขึ้นในหมู่สถาบันการเงินรายใหญ่ของไทย ที่กำลังมองหาความได้เปรียบทางการแข่งขันผ่านเทคโนโลยีเกิดใหม่ นัยสำคัญต่อผู้เล่นในระบบเศรษฐกิจมีอย่างน้อย 3 กลุ่ม
สำหรับองค์กรขนาดใหญ่ การเข้าถึงนวัตกรรมด้าน AI, InsurTech และ FinTech จากต่างประเทศ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ยกระดับบริการทางการเงินให้ทันสมัย และพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่ฉลาดขึ้น สำหรับเอสเอ็มอีไทย ในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง ควรเร่งปรับตัว พัฒนานวัตกรรมของตนเอง หรือมองหาโอกาสร่วมมือกับเทคโนโลยีเหล่านี้ตั้งแต่เนิ่นๆ ส่วนในภาพรวมตลาด เทคโนโลยีที่พัฒนาโดยสตาร์ทอัพเหล่านี้มีแนวโน้มจะถูกปรับใช้ในตลาดไทยในอนาคต ซึ่งจะเปิดโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ตามมา
บทสรุป
กลยุทธ์การลงทุนเชิงรุกในสตาร์ทอัพระดับโลกที่มีศักยภาพสูงของกรุงศรี ฟินโนเวต แสดงให้เห็นว่าองค์กรไทยขนาดใหญ่สามารถจัดสรรเงินทุนเชิงกลยุทธ์เพื่อการเติบโตระยะยาวและเสริมความสามารถในการแข่งขันได้อย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การปั้น Flash Express ให้เป็นยูนิคอร์นรายแรกของไทย ไปจนถึงการวางเดิมพันล่าสุดกับ Alpaca, Qoala และ Whale ในสามเทคโนโลยีที่กำลังเปลี่ยนโฉมอุตสาหกรรมการเงินโลก
สิ่งที่น่าจับตาต่อจากนี้คือ กรุงศรี ฟินโนเวตจะสามารถดึงเทคโนโลยีจากสตาร์ทอัพต่างชาติเหล่านี้เข้ามาปรับใช้กับตลาดไทยได้เร็วและมีประสิทธิภาพเพียงใด และรูปแบบการลงทุนที่เน้น "การเชื่อมโยง" มากกว่าแค่การให้เงินทุน ตามที่ผู้บริหารระบุไว้สำหรับทิศทางปี 2569 นี้ จะกลายเป็นต้นแบบให้ CVC รายอื่นในไทยทำตามหรือไม่ สำหรับนักลงทุนและผู้บริหารองค์กร นี่คือสัญญาณว่าการจับตาพอร์ตการลงทุนของ CVC ธนาคารใหญ่ อาจเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดล่วงหน้าที่ดีว่าเทคโนโลยีใดกำลังจะมาถึงตลาดไทยในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า
ข้อมูลติดต่อกรุงศรี ฟินโนเวต สำหรับสตาร์ทอัพและพันธมิตร
สำหรับสตาร์ทอัพหรือผู้ประกอบการที่สนใจโอกาสการลงทุนหรือความร่วมมือกับกรุงศรี ฟินโนเวต สามารถติดต่อผ่านช่องทางต่อไปนี้ (Krungsri Finnovate, n.d.)
- อีเมล: [email protected]
- ที่อยู่: อาคารกรุงศรีเพลินจิตทาวเวอร์ เลขที่ 550 ถนนเพลินจิต แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
- เว็บไซต์: www.krungsrifinnovate.com (มีแบบฟอร์มติดต่อสำหรับสอบถามโอกาสการลงทุน ความร่วมมือ หรือข้อสงสัยทั่วไป)
- Facebook: Krungsri Finnovate
- LinkedIn: Krungsri Finnovate
บทถอดเสียง
สวัสดีค่ะ ต้อนรับเข้าสู่รายการ Businessleader podcast นะคะ วันนี้เราจะมาเจาะลึกบทบาทสำคัญของกรุงศรี ฟินโนเวต ในฐานะ Corporate Venture Capital หรือซีวีซี แห่งธนาคารกรุงศรีอยุธยาค่ะ
ปัจจุบันพอร์ตการลงทุนภายใต้กองทุนฟินโนเวนเจอร์ ไพรเวท อิควิตี้ ทรัสต์ วัน ของกรุงศรี ฟินโนเวต มีมูลค่ารวมกว่าห้าพันล้านบาท กระจายอยู่ในสตาร์ทอัพมากกว่าสามสิบรายทั่วโลก และที่น่าจับตาคือมีบริษัทยูนิคอร์นอยู่ในพอร์ตแล้วถึงสี่รายด้วยกันนะคะ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า กรุงศรี ฟินโนเวต ไม่ได้เป็นเพียงผู้ให้ทุนรายย่อยอีกต่อไปแล้วค่ะ แต่กลับกลายเป็นหนึ่งในผู้เล่นซีวีซีที่มีบทบาทชัดเจนที่สุดในภูมิภาคอาเซียนเลยทีเดียว
ในช่วงเจ็ดเดือนแรกของปีสองพันหกร้อยหกสิบเก้าที่ผ่านมา กรุงศรี ฟินโนเวตได้เดินหน้าลงทุนในสตาร์ทอัพระดับโลกอีกสามราย ครอบคลุมสามเทคโนโลยีสำคัญ คือ ปัญญาประดิษฐ์ หรือ เอไอ อินชัวร์เทค และฟินเทคค่ะ ซึ่งเป็นการตอกย้ำกลยุทธ์ที่ชัดเจนว่าองค์กรให้ความสำคัญกับการมองหาเทคโนโลยีล้ำสมัยจากตลาดโลก เพื่อนำมาต่อยอดขีดความสามารถทางธุรกิจของเครือกรุงศรี ไม่ใช่แค่ลงทุนเพื่อผลตอบแทนทางการเงินเพียงอย่างเดียวนะคะ
สตาร์ทอัพทั้งสามรายที่ได้รับการลงทุนในปีนี้ ล้วนเป็นบริษัทที่มีศักยภาพในการพลิกโฉมอุตสาหกรรมการเงินและโครงสร้างธุรกิจค่ะ ได้แก่ อัลปาก้าดีบี จากสหรัฐอเมริกา ซึ่งพัฒนาแพลตฟอร์มบริหารความมั่งคั่งและการซื้อขายเงินตราต่างประเทศ คัวล่า เทคโนโลยี จากสิงคโปร์ ที่ให้บริการอินชัวร์เทคในหลายตลาดอาเซียน รวมถึงประเทศไทย และเวล เทคโนโลยี ซึ่งเป็นสตาร์ทอัพด้านเอไอ ที่มีการดำเนินงานครอบคลุมหลากหลายทวีป โดยพัฒนาแพลตฟอร์ม เอไอ สำหรับองค์กร ที่ช่วยยกระดับประสบการณ์ลูกค้า กระตุ้นยอดขาย และรักษามาตรฐานการดำเนินงานให้สม่ำเสมอค่ะ
คุณภาลิดา อรรถศิษฐ์พงศ์ รักษาการกรรมการผู้จัดการ กรุงศรี ฟินโนเวต ได้อธิบายถึงทิศทางกลยุทธ์นี้ว่า องค์กรให้ความสำคัญกับการลงทุนในสตาร์ทอัพต่างประเทศ เพื่อค้นหาและผนวกเทคโนโลยีล้ำสมัยจากตลาดโลกเข้ามาเสริมขีดความสามารถทางธุรกิจของกรุงศรี ส่งเสริมนวัตกรรม และขยายโอกาสการลงทุนในระดับนานาชาติค่ะ
ความสำเร็จของกรุงศรี ฟินโนเวตไม่ได้หยุดอยู่แค่นี้ การลงทุนในสตาร์ทอัพต่างชาติในปีนี้ยังต่อยอดจากกรณีศึกษาที่น่าสนใจ นั่นคือการสร้างยูนิคอร์นถึงสี่รายในพอร์ตการลงทุนปัจจุบัน ได้แก่ แฟลช เอ็กซ์เพรส, แกร็บ, คลุก และแอสเซนด์ มันนี่ค่ะ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แฟลช เอ็กซ์เพรส ผู้ให้บริการโลจิสติกส์เอกชนอันดับหนึ่งของไทย กรุงศรี ฟินโนเวตได้ร่วมกับเอ็มยูเอฟจี เข้าลงทุนและวางตำแหน่งตัวเองเป็นพันธมิตรธนาคารหลัก พร้อมจัดสรรเงินทุนจำนวนมาก และความร่วมมือในสามด้านหลัก คือ อีคอมเมิร์ซ อีโลจิสติกส์ และโซลูชันด้านการชำระเงินค่ะ
ผลกระทบทางเศรษฐกิจของกรุงศรี ฟินโนเวตก็ชัดเจนไม่แพ้กันนะคะ ในปีสองพันหกร้อยหกสิบแปด พวกเขาสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้ประเทศไทยราวหนึ่งแสนสามหมื่นล้านบาท สนับสนุนการจ้างงานกว่าหนึ่งล้านตำแหน่ง และช่วยให้ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็กกว่าสี่แสนรายเข้าถึงเทคโนโลยีค่ะ
ทิศทางการลงทุนเชิงรุกของกรุงศรี ฟินโนเวตนี้ สะท้อนเทรนด์สำคัญที่องค์กรขนาดใหญ่ของไทยกำลังมองหาความได้เปรียบทางการแข่งขันผ่านเทคโนโลยีเกิดใหม่ ซึ่งสำหรับผู้บริหารและผู้นำองค์กร นี่คือสัญญาณว่าการจับตาพอร์ตการลงทุนของซีวีซีธนาคารใหญ่อาจเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดล่วงหน้าที่ดีว่าเทคโนโลยีใดกำลังจะมาถึงตลาดไทยในอีกไม่กี่ปีข้างหน้านะคะ
สำหรับวันนี้ สวัสดีค่ะ


