รูปปก คลังจ่อศึกษาภาษี "ทองออนไลน์ไม่ส่งมอบจริง" เป้าหมายไม่ใช่รายได้ แต่คือการเห็นเส้นเงิน
Episode

Business Insight

คลังจ่อศึกษาภาษี "ทองออนไลน์ไม่ส่งมอบจริง" เป้าหมายไม่ใช่รายได้ แต่คือการเห็นเส้นเงิน

เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่ามอบหมายให้ปลัดกระทรวงการคลังหารือกับสมาคมค้าทองคำภายในสัปดาห์นี้ เพื่อศึกษาแนวทางจัดเก็บภาษีธุรกิจเฉพาะจากการซื้อขายทองคำออนไลน์ที่ไม่มีการส่งมอบจริง

3:36

รายละเอียด

  • คลังจ่อศึกษาภาษีซื้อขายทองออนไลน์แบบไม่ส่งมอบจริง: มอบหมายหารือสมาคมค้าทองคำสัปดาห์นี้ เพื่อศึกษาแนวจัดเก็บภาษีธุรกิจเฉพาะ เน้นติดตามเส้นทางเงิน ปิดช่องโหว่ทุนเทาและมิจฉาชีพฟอกเงิน ไม่ได้มุ่งหารายได้

  • แก้ปัญหาขาดข้อมูลธุรกรรม: ปัจจุบันภาครัฐขาดข้อมูลเชิงลึกการเก็งกำไรทองคำออนไลน์ ซึ่งติดตามยากกว่าทองรูปพรรณ การวางกลไกภาษีจะช่วยสร้างมาตรฐานรายงานและติดตามธุรกรรม (Transaction Monitoring) สากล

  • จังหวะราคาทองพุ่งสถิติใหม่: มาตรการเกิดขึ้นช่วงราคาทองคำแท่งแตะระดับกว่า 70,000 บาท ผลจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ ทำให้นักลงทุนแห่ซื้อ และปริมาณการเก็งกำไรเพิ่มขึ้นจนมีความเสี่ยงสูง

  • ขยายการกำกับดูแลสู่สินทรัพย์ดิจิทัล: รัฐบาลเตรียมใช้นโยบายยกระดับความโปร่งใสครอบคลุมสินทรัพย์ทางเลือกที่มีสภาพคล่องสูงและตรวจสอบยาก เช่น สินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่ง ก.ล.ต. และ ธปท. กำลังร่วมติดตาม

  • เตือนผู้ประกอบการและนักลงทุนเร่งรับมือ: ภาคธุรกิจต้องเตรียมระบบบันทึก-รายงานธุรกรรมให้รองรับความโปร่งใส ขณะที่นักลงทุนควรติดตามนโยบายใกล้ชิดเพื่อปรับตัวรับความน่าเชื่อถือของตลาดในอนาคต

ราคาทองคำแท่งในประเทศไทยแตะระดับกว่า 70,000 บาทต่อบาททองคำ ในช่วงปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา [1] และในจังหวะที่ตลาดกำลังคึกคักที่สุด กระทรวงการคลังก็เดินหน้าคุยเรื่องภาษีทองคำออนไลน์ทันที เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่าได้มอบหมายให้ปลัดกระทรวงการคลังหารือกับสมาคมค้าทองคำภายในสัปดาห์นี้ เพื่อศึกษาแนวทางจัดเก็บภาษีธุรกิจเฉพาะจากการซื้อขายทองคำออนไลน์ที่ไม่มีการส่งมอบจริง (Non-physical Delivery) [2]

แต่ประเด็นที่น่าสนใจที่สุดในคำแถลงครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องอัตราภาษี เอกนิติย้ำซ้ำหลายครั้งว่าเป้าหมายของมาตรการนี้ไม่ใช่การหารายได้เข้ารัฐ ซึ่งต่างจากมาตรการภาษีทั่วไปที่มักถูกมองในมิติการคลังเป็นหลัก สิ่งที่ภาครัฐต้องการจริงๆ คือการมองเห็นและติดตามธุรกรรม เพื่อปิดช่องโหว่ที่กลุ่มทุนเทาและมิจฉาชีพอาจใช้เป็นช่องทางฟอกเงิน [2]

บทความนี้จะพาไปดูว่าเหตุใดตลาดทองคำออนไลน์แบบไม่ส่งมอบจริงถึงกลายเป็นจุดบอดด้านข้อมูลของภาครัฐ ทำไมจังหวะเวลานี้จึงสมเหตุสมผล และผู้ประกอบการรวมถึงนักลงทุนควรเตรียมตัวรับมืออย่างไรกับทิศทางกำกับดูแลที่กำลังจะเปลี่ยนไป

เอกนิติระบุตรงไปตรงมาว่า "วันนี้ ไม่มีใครรู้ข้อมูลชัดเจน ว่าใครซื้อใครขายทองคำอย่างไร" สะท้อนว่าตลาดทองคำออนไลน์แบบไม่ส่งมอบจริงยังเป็นพื้นที่ที่หน่วยงานกำกับดูแลแทบไม่มีข้อมูลธุรกรรมเชิงลึกเลย

ทำไมภาครัฐถึง "มองไม่เห็น" เส้นเงินในตลาดทองคำออนไลน์

การซื้อขายทองคำแบบไม่ส่งมอบจริงในทางปฏิบัติมีลักษณะใกล้เคียงกับการเก็งกำไรราคาทองคำผ่านสัญญาหรือแพลตฟอร์มออนไลน์ มากกว่าการซื้อทองเพื่อครอบครองจริง ซึ่งเป็นรูปแบบที่ตรวจสอบเส้นทางเงินได้ยากกว่าการซื้อขายทองคำแท่งหรือทองรูปพรรณตามร้านค้าทั่วไปที่มีการส่งมอบสินค้าจริงและมีใบเสร็จชัดเจน

ความคลุมเครือของช่องทางนี้เองที่ทำให้คณะทำงานด้าน Data Bureau และการติดตามพฤติกรรมธุรกรรมของกระทรวงการคลังพบสัญญาณความพยายามใช้ช่องทางนี้เป็นส่วนหนึ่งของธุรกรรมที่อาจเกี่ยวข้องกับกลุ่มมิจฉาชีพหรือทุนเทา

จังหวะราคาทองพุ่ง ทำไมต้องจับตาช่วงนี้

ข้อเสนอนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ราคาทองคำในตลาดโลกและตลาดไทยปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรง ได้แรงหนุนจากความผันผวนของค่าเงินดอลลาร์และความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์จากสงครามในตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นปัจจัยที่ผลักดันให้นักลงทุนทั่วโลกไหลเข้าหาทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง

ราคาทองที่พุ่งสูงเช่นนี้มักมาพร้อมปริมาณการซื้อขายเก็งกำไรที่คึกคักขึ้นตามไปด้วย โดยเฉพาะในช่องทางออนไลน์ที่เข้าถึงง่ายและมีสภาพคล่องสูง นี่จึงเป็นจังหวะเวลาที่ค่อนข้างสมเหตุสมผลที่หน่วยงานกำกับดูแลจะเริ่มจับตาช่องทางนี้อย่างจริงจัง เพราะยิ่งราคาสินทรัพย์ผันผวนและปริมาณธุรกรรมเพิ่มขึ้นมากเท่าไร ความเสี่ยงที่ช่องทางนี้จะถูกใช้เป็นเครื่องมือฟอกเงินหรือเคลื่อนย้ายทุนเทาก็ยิ่งสูงขึ้นตามไปด้วย

ยังไม่มีอัตราภาษี มีแต่แนวคิดระบบติดตามธุรกรรม

จุดที่ผู้ประกอบการธุรกิจทองคำควรทำความเข้าใจให้ชัดเจนคือ ณ ขณะนี้กระทรวงการคลังยังไม่มีข้อสรุปเรื่องอัตราภาษีหรือรูปแบบการจัดเก็บใดๆ ทั้งสิ้น สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นคือขั้นตอนการหารือเพื่อออกแบบระบบติดตามธุรกรรม (Transaction Monitoring) ซึ่งเอกนิติเปรียบเทียบว่าเป็น "มาตรฐานสากล" ไม่ใช่การมุ่งเก็บภาษีในอัตราสูง

แนวทางนี้สอดคล้องกับหลักการกำกับดูแลทางการเงินที่หลายประเทศใช้กันทั่วโลก นั่นคือการใช้กลไกภาษีเป็นเครื่องมือสร้างแรงจูงใจให้เกิดการรายงานธุรกรรม มากกว่าการใช้ภาษีเพื่อวัตถุประสงค์ด้านรายได้เพียงอย่างเดียว ขอบเขตการศึกษาครอบคลุมทั้งการซื้อขายทองคำในตลาด และการนำเข้าทองคำที่ไม่ได้ถูกแปรรูปเป็นทองรูปพรรณ แต่ถูกนำมาใช้เพื่อซื้อขายหรือเก็งกำไรโดยตรง ซึ่งเป็นช่องทางที่มีความเสี่ยงสูงกว่าทองคำที่ผ่านกระบวนการแปรรูปตามปกติ

 

โจทย์ที่ท้าทาย ปิดช่องทุนเทาโดยไม่ทำลายการแข่งขัน

กระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ต้องเผชิญโจทย์ที่ท้าทายไม่น้อย นั่นคือการออกแบบมาตรการให้สมดุลระหว่างการปิดช่องโหว่ทุนเทา กับการไม่ทำลายความสามารถในการแข่งขันของไทยในฐานะศูนย์กลางการซื้อขายทองคำในภูมิภาค

หากมาตรการเข้มงวดเกินไปจนกระทบต้นทุนการทำธุรกิจของผู้ประกอบการทองคำที่ถูกกฎหมาย ก็อาจผลักดันให้ธุรกรรมย้ายไปสู่แพลตฟอร์มต่างประเทศที่ควบคุมได้ยากกว่าเดิม ซึ่งจะเป็นผลลัพธ์ที่สวนทางกับเจตนารมณ์เดิมของมาตรการนี้โดยสิ้นเชิง

ไม่ใช่แค่ทองคำ สัญญาณคุมเข้มสินทรัพย์ทางเลือกทั้งระบบ

ประเด็นสำคัญที่สุดในการแถลงครั้งนี้อาจไม่ใช่เรื่องทองคำเพียงอย่างเดียว เอกนิติระบุชัดเจนว่าการกำกับธุรกรรมลักษณะนี้จะไม่จำกัดอยู่เฉพาะตลาดทองคำ แต่รัฐบาลกำลังพิจารณาสินทรัพย์และช่องทางอื่นที่มีความเสี่ยงคล้ายกันด้วย โดยเฉพาะสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และ ธปท. กำลังทำงานร่วมกันติดตามอยู่แล้วในลักษณะเดียวกัน

นี่คือสัญญาณว่าไทยกำลังเดินหน้าสร้างกรอบการกำกับดูแล "สินทรัพย์ทางเลือกที่มีสภาพคล่องสูงและตรวจสอบยาก" (High-liquidity Alternative Assets) ในภาพรวม ไม่ว่าจะเป็นทองคำแบบไม่ส่งมอบจริงหรือสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งทั้งสองประเภทมีคุณสมบัติร่วมกันคือซื้อขายง่าย เคลื่อนย้ายเร็ว และเดิมทีตรวจสอบเส้นทางเงินได้ยากกว่าสินทรัพย์ทางการเงินแบบดั้งเดิม แนวโน้มนี้สอดคล้องกับทิศทางการกำกับดูแลทางการเงินระดับโลกที่ให้ความสำคัญกับการป้องกันฟอกเงินและทุนเทามากขึ้นเรื่อยๆ นับตั้งแต่หลังวิกฤตการเงินโลกเป็นต้นมา

เอกนิติยืนยันว่าจะไม่เก็บภาษีในอัตราสูง แต่การมีระบบติดตามธุรกรรมที่ชัดเจนขึ้นย่อมหมายถึงความโปร่งใสของการซื้อขายที่เพิ่มขึ้นตามไปด้วย — เป็นทั้งความเสี่ยงและโอกาสของตลาดทองคำไทยในเวลาเดียวกัน

3 เรื่องที่ผู้ประกอบการและนักลงทุนควรเตรียมพร้อมรับมือ

สำหรับผู้ประกอบการในธุรกิจทองคำ แพลตฟอร์มซื้อขายออนไลน์ และนักลงทุนที่เกี่ยวข้อง มีอย่างน้อย 3 ประเด็นที่ควรเตรียมพร้อมรับมือ:

  1. ผู้ประกอบการทองคำที่ถูกกฎหมาย — แม้มาตรการนี้ยังอยู่ในขั้นศึกษาและยังไม่มีข้อสรุปเรื่องอัตราภาษี แต่ทิศทางของการเพิ่มความโปร่งใสด้านธุรกรรมดูจะเป็นแนวโน้มที่หลีกเลี่ยงได้ยาก ผู้ประกอบการควรเริ่มเตรียมระบบบันทึกและรายงานธุรกรรมให้พร้อม เพื่อลดผลกระทบเมื่อมาตรการมีความชัดเจนมากขึ้นในอนาคต
  2. ธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล — ควรจับตาแนวโน้มนี้อย่างใกล้ชิดเช่นกัน เพราะเป็นสัญญาณชัดเจนว่าหน่วยงานกำกับดูแลไทยกำลังขยายกรอบการติดตามธุรกรรมไปสู่สินทรัพย์ทางเลือกในภาพกว้างขึ้น ไม่ใช่แค่มาตรการเฉพาะจุดสำหรับทองคำ
  3. นักลงทุนรายย่อยที่เก็งกำไรทองคำออนไลน์ — ควรติดตามความคืบหน้าของมาตรการนี้อย่างใกล้ชิด แม้จะไม่มีการเก็บภาษีในอัตราสูง แต่ระบบติดตามธุรกรรมที่ชัดเจนขึ้นย่อมหมายถึงธุรกรรมที่เคยไม่ถูกตรวจสอบอาจถูกจับตามากขึ้น ขณะเดียวกันก็เป็นโอกาสที่ความน่าเชื่อถือของตลาดทองคำไทยโดยรวมจะเพิ่มขึ้นจากระบบกำกับดูแลที่ทันสมัยกว่าเดิม

บทสรุป

ข้อเสนอศึกษาภาษีทองคำออนไลน์ในครั้งนี้ แม้ยังอยู่ในขั้นเริ่มต้นและไม่มีความชัดเจนเชิงตัวเลข แต่สะท้อนทิศทางเชิงนโยบายที่สำคัญของประเทศไทยในการรับมือกับปัญหาทุนเทาและการฟอกเงินยุคดิจิทัล เครื่องมือทางการเงินสมัยใหม่ทั้งทองคำแบบไม่ส่งมอบจริงและสินทรัพย์ดิจิทัล ล้วนเปิดช่องให้เงินเคลื่อนย้ายได้เร็วกว่าที่กรอบกฎหมายเดิมจะติดตามทัน

สำหรับผู้ประกอบการและนักลงทุนไทย บทเรียนสำคัญคือยุคที่ธุรกรรมทางการเงินสามารถ "มองไม่เห็น" กำลังจะหมดไป ไม่ว่าจะเป็นตลาดทองคำหรือสินทรัพย์ดิจิทัล คำถามที่ควรจับตาต่อจากนี้ไม่ใช่ว่ามาตรการนี้จะเกิดขึ้นหรือไม่ แต่เป็นว่าระบบติดตามธุรกรรมจะออกแบบมาในรูปแบบใด และภาครัฐจะรักษาสมดุลระหว่างความโปร่งใสกับความสามารถในการแข่งขันของไทยในฐานะศูนย์กลางการซื้อขายทองคำภูมิภาคได้ดีเพียงใด การเตรียมความพร้อมด้านความโปร่งใสของธุรกรรมตั้งแต่วันนี้ จะเป็นความได้เปรียบสำคัญเมื่อกรอบการกำกับดูแลใหม่มีความชัดเจนมากขึ้นในอนาคต

บทถอดเสียง

สวัสดีค่ะ ต้อนรับเข้าสู่รายการ Businessleader podcast นะคะ วันนี้เราจะมาพูดคุยถึงประเด็นร้อนที่ผู้บริหารและนักลงทุนต้องจับตามองเป็นพิเศษค่ะ เมื่อกระทรวงการคลังเตรียมศึกษาแนวทางจัดเก็บภาษีจากการซื้อขายทองคำออนไลน์แบบไม่มีการส่งมอบจริง หรือที่เรียกว่า Non-physical Delivery นะคะ

ประเด็นที่น่าสนใจที่สุดในเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องอัตราภาษีค่ะ แต่เป็นเป้าหมายที่แท้จริงของภาครัฐ ซึ่งคุณเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ย้ำชัดเจนว่ามาตรการนี้ไม่ได้มุ่งเน้นการหารายได้เข้ารัฐโดยตรงค่ะ แต่สิ่งที่ภาครัฐต้องการจริงๆ ก็คือการมองเห็นและติดตามเส้นทางการเงินในตลาดทองคำ เพื่อปิดช่องโหว่ที่กลุ่มทุนเทาและมิจฉาชีพอาจใช้เป็นช่องทางในการฟอกเงินนั่นเองค่ะ

สาเหตุที่ตลาดทองคำออนไลน์แบบไม่ส่งมอบจริงกลายเป็นจุดบอดด้านข้อมูล ก็เพราะการซื้อขายในรูปแบบนี้มีลักษณะใกล้เคียงกับการเก็งกำไรราคาทองคำผ่านสัญญาหรือแพลตฟอร์มออนไลน์ค่ะ ซึ่งแตกต่างจากการซื้อทองเพื่อครอบครองจริง ที่มีการส่งมอบสินค้าและใบเสร็จชัดเจน ทำให้การตรวจสอบเส้นทางการเงินในรูปแบบออนไลน์ทำได้ยากกว่ามากค่ะ ความคลุมเครือตรงนี้เองที่ทำให้หน่วยงานอย่างคณะทำงานด้าน Data Bureau ของกระทรวงการคลัง ตรวจพบสัญญาณการพยายามใช้ช่องทางนี้เป็นส่วนหนึ่งของธุรกรรมที่อาจเกี่ยวข้องกับมิจฉาชีพค่ะ

คำถามคือทำไมต้องเป็นช่วงเวลานี้ คำตอบก็คือเป็นช่วงที่ราคาทองคำในตลาดโลกและตลาดไทยปรับตัวสูงขึ้นอย่างร้อนแรงค่ะ ซึ่งมักจะมาพร้อมกับปริมาณการซื้อขายเก็งกำไรที่คึกคักขึ้นตามไปด้วย โดยเฉพาะในช่องทางออนไลน์ที่เข้าถึงง่ายและมีสภาพคล่องสูง ยิ่งราคาสินทรัพย์ผันผวนและปริมาณธุรกรรมเพิ่มขึ้นเท่าไหร่ ความเสี่ยงที่ช่องทางนี้จะถูกใช้เป็นเครื่องมือฟอกเงินหรือเคลื่อนย้ายทุนเทาก็ยิ่งสูงขึ้นตามไปด้วยค่ะ ทำให้จังหวะนี้เป็นเวลาที่เหมาะสมที่หน่วยงานกำกับดูแลจะเริ่มจับตาอย่างจริงจังนะคะ

สิ่งที่ผู้ประกอบการและนักลงทุนควรทำความเข้าใจให้ชัดเจนคือ ณ ตอนนี้ กระทรวงการคลังยังไม่มีข้อสรุปเรื่องอัตราภาษีหรือรูปแบบการจัดเก็บใดๆ ทั้งสิ้นค่ะ แต่สิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นคือการหารือเพื่อออกแบบระบบติดตามธุรกรรม หรือ Transaction Monitoring ซึ่งคุณเอกนิติเปรียบเทียบว่าเป็นมาตรฐานสากล ไม่ใช่การมุ่งเก็บภาษีในอัตราสูงแต่อย่างใดค่ะ

อย่างไรก็ตาม โจทย์ที่ท้าทายสำหรับกระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทยก็คือ การออกแบบมาตรการให้เกิดความสมดุลค่ะ ระหว่างการปิดช่องโหว่ทุนเทา กับการไม่ทำลายความสามารถในการแข่งขันของไทยในฐานะศูนย์กลางการซื้อขายทองคำในภูมิภาค เพราะหากมาตรการเข้มงวดเกินไปจนกระทบต้นทุนการทำธุรกิจ ก็อาจจะผลักดันให้ธุรกรรมย้ายไปสู่แพลตฟอร์มต่างประเทศที่ควบคุมได้ยากกว่าเดิมค่ะ ซึ่งจะสวนทางกับเจตนารมณ์เดิมนั่นเอง

แต่ประเด็นสำคัญที่สุดอาจไม่ใช่แค่เรื่องทองคำค่ะ คุณเอกนิติระบุชัดเจนว่า การกำกับธุรกรรมลักษณะนี้จะไม่จำกัดอยู่เฉพาะตลาดทองคำ แต่รัฐบาลกำลังพิจารณาสินทรัพย์และช่องทางอื่นที่มีความเสี่ยงคล้ายกันด้วยค่ะ โดยเฉพาะสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ ก ล ต และธนาคารแห่งประเทศไทยก็กำลังทำงานร่วมกันติดตามอยู่แล้วค่ะ นี่จึงเป็นสัญญาณว่าประเทศไทยกำลังเดินหน้าสร้างกรอบการกำกับดูแลสินทรัพย์ทางเลือกที่มีสภาพคล่องสูงและตรวจสอบยากในภาพรวม ไม่ว่าจะเป็นทองคำแบบไม่ส่งมอบจริง หรือสินทรัพย์ดิจิทัลค่ะ

สำหรับผู้ประกอบการในธุรกิจทองคำ แพลตฟอร์มซื้อขายออนไลน์ และนักลงทุนที่เกี่ยวข้อง จึงควรเตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงนี้นะคะ แม้มาตรการยังอยู่ในขั้นศึกษา แต่ทิศทางของการเพิ่มความโปร่งใสด้านธุรกรรมเป็นแนวโน้มที่หลีกเลี่ยงได้ยากค่ะ ผู้ประกอบการควรเริ่มเตรียมระบบบันทึกและรายงานธุรกรรมให้พร้อมค่ะ และธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลก็ควรจับตาแนวโน้มนี้อย่างใกล้ชิดเช่นกันค่ะ เพราะเป็นสัญญาณชัดเจนว่าหน่วยงานกำกับดูแลกำลังขยายกรอบการติดตามธุรกรรมไปสู่สินทรัพย์ทางเลือกในภาพกว้างขึ้นค่ะ

สรุปคือ ยุคที่ธุรกรรมทางการเงินสามารถมองไม่เห็นกำลังจะหมดไปค่ะ ไม่ว่าจะเป็นตลาดทองคำ หรือสินทรัพย์ดิจิทัล การเตรียมความพร้อมด้านความโปร่งใสของธุรกรรมตั้งแต่วันนี้ จะเป็นความได้เปรียบสำคัญเมื่อกรอบการกำกับดูแลใหม่มีความชัดเจนมากขึ้นในอนาคตนะคะ

สำหรับวันนี้ สวัสดีค่ะ

ตอนอื่นจากรายการนี้

4 ตอน
รูปปก TikTok ยอมจ่าย 400 ล้านดอลลาร์ ยุติคดีข้อมูลเด็กในสหรัฐฯ บทเรียนราคาแพงที่แพลตฟอร์มโลกต้องจำ

Episode

TikTok ยอมจ่าย 400 ล้านดอลลาร์ ยุติคดีข้อมูลเด็กในสหรัฐฯ บทเรียนราคาแพงที่แพลตฟอร์มโลกต้องจำ

3:48
รูปปก หุ้นเอเชียเปิดผสมผสาน นักลงทุนกดปุ่มรอ 3 ปัจจัยใหญ่ที่จะเขย่าตลาดสัปดาห์นี้

Episode

หุ้นเอเชียเปิดผสมผสาน นักลงทุนกดปุ่มรอ 3 ปัจจัยใหญ่ที่จะเขย่าตลาดสัปดาห์นี้

3:01
รูปปก ยุทธศาสตร์ไทยคุยจีน: ชี้ต้นทุนความขัดแย้งไทย–กัมพูชา

Episode

ยุทธศาสตร์ไทยคุยจีน: ชี้ต้นทุนความขัดแย้งไทย–กัมพูชา

3:52
รูปปก Tesla นำ AI จีน Doubao ของ ByteDance เข้าห้องโดยสาร สัญญาณที่บอกว่าสงคราม AI ในรถยนต์กำลังเปลี่ยนขั้ว

Episode

Tesla นำ AI จีน Doubao ของ ByteDance เข้าห้องโดยสาร สัญญาณที่บอกว่าสงคราม AI ในรถยนต์กำลังเปลี่ยนขั้ว

2:18