

Industry Insight
KTC ชี้ Digital Payment เป็นแต้มต่อใหม่ หนุน SME ไทยเข้าถึงตลาดท่องเที่ยวโลก
เคทีซี (Krungthai Card PCL) ได้เน้นย้ำถึงบทบาทที่เปลี่ยนแปลงไปของระบบชำระเงินดิจิทัล โดยระบุว่า Digital Payment ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมืออำนวยความสะดวกอีกต่อไป แต่ได้กลายเป็น "แต้มต่อใหม่" ที่สำคัญสำหรับธุรกิจที่ต้องการสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันในตลาดโลก
รายละเอียด
-
Digital Payment คือแต้มต่อเชิงกลยุทธ์: การชำระเงินดิจิทัลไม่ใช่แค่ความสะดวก แต่เป็นกุญแจสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของธุรกิจไทยในตลาดโลก
-
ยกระดับภาคการท่องเที่ยวไทย: ช่วยลดข้อจำกัดในการทำธุรกรรม เพิ่มความรวดเร็ว ปลอดภัย และมอบประสบการณ์การชำระเงินที่ไร้รอยต่อแก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ
-
เปิดประตูให้ SME เข้าถึงตลาดโลก: ช่วยให้ SME รับชำระเงินจากต่างชาติได้สะดวก ขจัดอุปสรรคเรื่องสกุลเงิน และช่วยกระจายรายได้สู่เศรษฐกิจท้องถิ่น
-
การลงทุนที่คุ้มค่าในระยะยาว: การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลช่วยเพิ่มประสิทธิภาพองค์กร สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า และส่งเสริมระบบนิเวศทางการเงินที่แข็งแกร่ง
นักท่องเที่ยวหนึ่งคนไม่ได้สร้างรายได้ให้เฉพาะสายการบินหรือโรงแรมเท่านั้น แต่ยังส่งต่อเม็ดเงินไปถึงร้านอาหาร คาเฟ่ ร้านของฝาก และธุรกิจชุมชนตลอดเส้นทางการเดินทาง ข้อมูลจากรายงาน Thailand Travel Pulse 2026 ของ Visa ที่เปิดเผยในงาน Visa Connect Bangkok 2026 ระบุว่ายอดใช้จ่ายผ่านบัตร Visa ของนักท่องเที่ยวข้ามพรมแดนในไทยเติบโตถึง 14% จากปีก่อน และกลุ่มนักท่องเที่ยวที่กลับมาเยือนซ้ำ (Repeat Visitors) แม้มีสัดส่วนเพียง 20% ของผู้ถือบัตร แต่กลับสร้างยอดใช้จ่ายสูงถึง 34% ของการใช้จ่ายขาเข้าทั้งหมด [1][2]
คำถามสำคัญสำหรับผู้ประกอบการไทยจึงไม่ใช่ "นักท่องเที่ยวมาไทยมากแค่ไหน" แต่คือ "ผู้ประกอบการไทยเข้าถึงกำลังซื้อเหล่านั้นได้มากเพียงใด" — และคำตอบส่วนหนึ่งอยู่ที่ระบบการชำระเงิน เคทีซี (บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน)) ระบุว่า Digital Payment ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมืออำนวยความสะดวกอีกต่อไป แต่ได้กลายเป็น "แต้มต่อใหม่" ที่สำคัญสำหรับธุรกิจที่ต้องการสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันบนเวทีโลก โดยเฉพาะในภาคการท่องเที่ยวที่มีการเชื่อมโยงกับตลาดต่างประเทศสูง
บทความนี้จะพาไปดูว่าช่องว่างระหว่างความพร้อมใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวกับความพร้อมรับชำระเงินของร้านค้าไทยอยู่ตรงไหน เหตุใด Digital Payment จึงกลายเป็นปัจจัยเชิงกลยุทธ์สำหรับ SME และมีเครื่องมือใดบ้างที่ผู้ประกอบการรายเล็กเข้าถึงได้จริงในวันนี้
ช่องว่างระหว่างนักท่องเที่ยวที่พร้อมจ่ายกับร้านค้าที่ยังไม่พร้อมรับ
แม้ประเทศไทยจะมีความพร้อมด้านการท่องเที่ยวในระดับสากล แต่ด้านการชำระเงินยังเป็นพื้นที่ที่มีช่องว่างอยู่มาก รายงาน Data-Driven Insights into Tourist Payment Behaviours ซึ่งจัดทำร่วมกันโดยธนาคารแห่งประเทศไทยและ Visa ระบุว่าในปี 2567 เงินสดยังคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 78% ของมูลค่าการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติในไทย ขณะที่การชำระผ่านบัตรมีสัดส่วนเพียง 20% และ e-Money อยู่ที่ 2% เท่านั้น [3][2]
ขณะเดียวกัน ผลสำรวจ Visa Global Travel Intentions Study พบว่า 81% ของนักท่องเที่ยวมีความกังวลเรื่องการชำระเงินก่อนเดินทางมาไทย และ 58% เคยประสบปัญหาด้านการชำระเงินจริงระหว่างการท่องเที่ยว ส่วนหนึ่งเป็นเพราะร้านค้าไม่รองรับช่องทางการชำระเงินที่นักท่องเที่ยวคุ้นเคย [4][2]
Highlight: เงินสดยังครองสัดส่วนถึง 78% ของการใช้จ่ายนักท่องเที่ยวต่างชาติในไทย ขณะที่นักท่องเที่ยว 81% กังวลเรื่องการชำระเงินตั้งแต่ก่อนเดินทาง — ช่องว่างนี้คือโอกาสทางธุรกิจที่ SME ไทยยังเติมเต็มได้อีกมาก
ตัวเลขเหล่านี้ไม่ใช่สัญญาณของข้อจำกัด แต่คือ "ช่องว่างของโอกาส" ที่รอการเติมเต็ม เพราะทุกครั้งที่ธุรกิจเพิ่มทางเลือกในการรับชำระเงิน ก็เท่ากับลดอุปสรรคในการตัดสินใจซื้อของลูกค้า โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวต่างชาติที่คุ้นเคยกับการใช้บัตรหรือดิจิทัลเพย์เมนต์ในชีวิตประจำวันอยู่แล้ว
Digital Payment: จากเครื่องมืออำนวยความสะดวก สู่แต้มต่อทางธุรกิจ
การที่ Digital Payment ก้าวขึ้นมาเป็นปัจจัยเชิงกลยุทธ์มีนัยสำคัญต่อภาคธุรกิจในภาพรวม การนำระบบชำระเงินดิจิทัลมาใช้อย่างครอบคลุมช่วยลดข้อจำกัดในการทำธุรกรรม เพิ่มความรวดเร็วและปลอดภัย รวมถึงมอบความสะดวกสบายให้นักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการดึงดูดและสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้ากลุ่มนี้
ข้อมูลจากเครือข่ายร้านค้าสมาชิกของเคทีซีเองก็สะท้อนแนวโน้มเดียวกัน นางสาวเนาวรัตน์ กีรติเกษมสุข ผู้บริหารสูงสุด สายงานบริหารร้านค้าสมาชิก เคทีซี กล่าวว่า "พฤติกรรมการใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงในเครือข่ายร้านค้าสมาชิกเคทีซี สะท้อนแนวโน้มเดียวกัน โดยในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 มูลค่าการใช้จ่ายผ่านระบบ Digital Payment ของร้านค้าสมาชิกเติบโต 7% ขณะที่ยอดใช้จ่ายจากลูกค้าต่างชาติเติบโตสูงถึง 20%" [2]
ยอดใช้จ่ายผ่าน Digital Payment ในเครือข่ายร้านค้าสมาชิกเคทีซีโต 7% ในครึ่งปีแรกของ 2569 แต่ยอดใช้จ่ายจากลูกค้าต่างชาติโตเร็วกว่าเกือบ 3 เท่า ที่ 20% สะท้อนว่านักท่องเที่ยวต่างชาติคือแรงขับเคลื่อนหลักของการเติบโตนี้
นางสาวเนาวรัตน์ยังระบุเพิ่มเติมว่าความพร้อมในการรับชำระเงินไม่ใช่เพียงเรื่องของธุรกรรม แต่เป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ลูกค้า และเป็นปัจจัยที่ช่วยให้ SME เข้าถึงกำลังซื้อจากนักท่องเที่ยวทั่วโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะปัจจุบันนักท่องเที่ยวสามารถค้นหาร้านอาหาร ร้านค้าชุมชน หรือกิจกรรมท่องเที่ยวผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลได้ง่ายขึ้น รวมถึงจองและชำระเงินล่วงหน้าได้ก่อนเดินทาง [2]
โอกาสของ SME ไทย: ตลาดท่องเที่ยวไม่ได้จำกัดอยู่แค่เมืองใหญ่
สำหรับกลุ่มผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ของไทย Digital Payment นับเป็นเครื่องมือที่ช่วย "เปิดประตู" สู่ตลาดท่องเที่ยวโลก การเข้าถึงระบบการชำระเงินที่เป็นสากลและหลากหลายทำให้ SME สามารถรับชำระเงินจากนักท่องเที่ยวต่างชาติได้อย่างไร้รอยต่อ ขจัดอุปสรรคด้านสกุลเงินและวิธีการชำระเงินแบบดั้งเดิม ซึ่งเดิมเคยเป็นข้อจำกัดสำคัญในการเข้าถึงฐานลูกค้าต่างประเทศ
ที่น่าสนใจคือ การใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวไม่ได้กระจุกตัวอยู่เฉพาะโรงแรมหรือศูนย์การค้าขนาดใหญ่เท่านั้น แต่กระจายไปยังร้านอาหาร ธุรกิจอาหารและของชำ กิจกรรมไลฟ์สไตล์ รวมถึงประสบการณ์ท้องถิ่นมากขึ้น สะท้อนว่าการท่องเที่ยวยุคใหม่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายเล็กเข้าถึงนักท่องเที่ยวได้โดยตรงมากกว่าที่เคย เม็ดเงินจากนักท่องเที่ยวจึงไม่ได้หยุดอยู่ที่เมืองหลักหรือธุรกิจขนาดใหญ่ แต่สามารถไหลไปสู่ร้านอาหาร คาเฟ่ ที่พักขนาดเล็ก ร้านค้าชุมชน ธุรกิจเวลเนส หรือกิจกรรมเชิงประสบการณ์ในเมืองรองได้เช่นกัน [2]
การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่เพียงช่วยเพิ่มยอดขายให้ SME แต่ยังส่งเสริมให้เกิดการหมุนเวียนของเศรษฐกิจในระดับท้องถิ่น และกระจายรายได้จากการท่องเที่ยวให้ทั่วถึงมากยิ่งขึ้น
เครื่องมือ Digital Payment ที่ SME เข้าถึงได้จริงในวันนี้
ปัจจุบันการเข้าสู่ระบบ Digital Payment ไม่จำเป็นต้องลงทุนสูงเหมือนในอดีต ผู้ประกอบการสามารถเริ่มต้นจากการเลือกเครื่องมือที่เหมาะสมกับลักษณะธุรกิจ ได้แก่ [2]:
- Contactless Payment — รองรับการแตะบัตรหรืออุปกรณ์เพื่อชำระเงินได้อย่างรวดเร็ว สะดวก และปลอดภัย
- การรับชำระผ่านบัตรต่างประเทศและ Alipay+ — ช่วยให้นักท่องเที่ยวใช้ช่องทางที่คุ้นเคยจากประเทศต้นทางได้ทันที
- Link Pay — รองรับการส่งลิงก์ชำระเงินล่วงหน้าสำหรับธุรกิจที่มีการจองก่อนใช้บริการ เช่น โรงแรม ร้านอาหาร ทัวร์ และกิจกรรมท่องเที่ยว
- บริการผ่อนชำระ — เพิ่มทางเลือกด้านการเงินสำหรับสินค้าและบริการมูลค่าสูง ช่วยเพิ่มโอกาสในการตัดสินใจซื้อของลูกค้า
เมื่อการชำระเงินกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานของการเติบโต
จากมุมมองเชิงกลยุทธ์ การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน Digital Payment จึงไม่ใช่แค่ค่าใช้จ่าย แต่เป็นการลงทุนที่สร้างผลตอบแทนระยะยาว ทั้งด้านการขยายตลาด การเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า การที่ประเทศไทยได้รับเลือกเป็นตลาดแรกในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกสำหรับโครงการ Visa Destinations สะท้อนว่าการแข่งขันด้านการท่องเที่ยวในปัจจุบันไม่ได้อยู่ที่การดึงนักท่องเที่ยวให้เดินทางเข้าประเทศเพียงอย่างเดียว แต่คือการสร้างระบบนิเวศที่ช่วยให้ผู้เดินทางค้นพบและเข้าถึงธุรกิจท้องถิ่นได้อย่างราบรื่นตลอดทั้งทริป [1][2]
สิ่งนี้กระตุ้นให้ผู้บริหารองค์กรและนักลงทุนพิจารณาความร่วมมือกับผู้ให้บริการทางการเงินที่มีความเชี่ยวชาญด้าน Digital Payment เพื่อนำเสนอโซลูชันที่ครบวงจรและตอบสนองความต้องการของธุรกิจในทุกขนาด ซึ่งจะเป็นการสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจที่แข็งแกร่งและเอื้อต่อการเติบโตในยุคดิจิทัล
บทสรุป: แต้มต่อที่วัดกันที่ความพร้อม ไม่ใช่ขนาดธุรกิจ
สำหรับ SME ไทย การแข่งขันในยุคท่องเที่ยวดิจิทัลอาจไม่ได้วัดกันที่ขนาดของธุรกิจอีกต่อไป แต่วัดกันที่ความพร้อมในการเข้าถึงลูกค้า ความสามารถในการรองรับพฤติกรรมการใช้จ่ายที่เปลี่ยนไป และการลดทุกอุปสรรคที่ขวางกั้นการตัดสินใจซื้อ
ตัวเลขที่เคทีซีและ Visa เปิดเผย — เงินสดที่ยังครองสัดส่วนถึง 78% ของการใช้จ่ายนักท่องเที่ยว และนักท่องเที่ยวกว่า 8 ใน 10 คนที่กังวลเรื่องการชำระเงินก่อนเดินทาง ชี้ให้เห็นว่าช่องว่างระหว่างกำลังซื้อกับความสามารถในการรับเงินของ SME ไทยยังมีอยู่มาก และเป็นช่องว่างที่ผู้ประกอบการรายเล็กสามารถเข้าไปเติมเต็มได้โดยไม่ต้องใช้เงินลงทุนสูงเหมือนในอดีต
สำหรับผู้บริหารและนักลงทุนที่ติดตามแนวโน้มภาคการท่องเที่ยวไทย คำถามที่ควรจับตาต่อจากนี้คือ สถาบันการเงินและผู้ประกอบการจะร่วมมือกันเร่งอัตราการเข้าถึง Digital Payment ของ SME นอกเขตเมืองท่องเที่ยวหลักได้เร็วเพียงใด เพราะในวันที่นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกพร้อมเดินทางและพร้อมใช้จ่าย "Digital Payment" จึงไม่ใช่เพียงช่องทางรับเงิน แต่คือประตูสำคัญที่ช่วยให้ SME ไทยก้าวเข้าสู่ห่วงโซ่มูลค่าการท่องเที่ยวโลก และเปลี่ยนโอกาสจากผู้มาเยือนให้กลายเป็นรายได้ที่เติบโตอย่างยั่งยืน
บทถอดเสียง
สวัสดีค่ะ ต้อนรับเข้าสู่รายการ Businessleader podcast นะคะ วันนี้เราจะมาคุยกันเรื่องดิจิทัล เพย์เมนต์ ที่กลายเป็นแต้มต่อสำคัญในภาคการท่องเที่ยวไทยค่ะ
นักท่องเที่ยวต่างชาติสร้างยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเพิ่มขึ้นสิบสี่เปอร์เซ็นต์ โดยกลุ่มกลับมาซ้ำแม้มีเพียงยี่สิบเปอร์เซ็นต์ แต่ใช้จ่ายถึงสามสิบสี่เปอร์เซ็นต์ทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ในปีสองพันห้าร้อยหกสิบเจ็ด เงินสดยังคงเป็นสัดส่วนสูงถึงเจ็ดสิบแปดเปอร์เซ็นต์ของการใช้จ่ายในไทย และนักท่องเที่ยวถึงแปดสิบเอ็ดเปอร์เซ็นต์ก็กังวลเรื่องการชำระเงินค่ะ นี่คือช่องว่างสำคัญที่รอการเติมเต็มนะคะ
เคทีซีจึงชี้ว่า ดิจิทัล เพย์เมนต์ไม่ใช่แค่ความสะดวก แต่เป็นแต้มต่อใหม่ในการแข่งขันระดับโลก โดยเฉพาะสำหรับธุรกิจท่องเที่ยว ยอดใช้จ่ายจากลูกค้าต่างชาติผ่านดิจิทัล เพย์เมนต์ในเครือข่ายเคทีซี เติบโตสูงถึงยี่สิบเปอร์เซ็นต์ในครึ่งแรกของปีสองพันห้าร้อยหกสิบเก้า นี่สะท้อนว่านักท่องเที่ยวต่างชาติคือแรงขับเคลื่อนหลักค่ะ
ดิจิทัล เพย์เมนต์เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ SME เข้าถึงตลาดโลกได้อย่างไร้รอยต่อ เม็ดเงินจากการท่องเที่ยวไม่จำกัดแค่เมืองใหญ่ แต่กระจายถึงร้านค้า ชุมชน และกิจกรรมท้องถิ่นในเมืองรองมากขึ้น การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล เพย์เมนต์จึงสร้างผลตอบแทนระยะยาวและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันค่ะ
สำหรับผู้บริหารและนักลงทุน คำถามสำคัญคือ เราจะเร่งการเข้าถึงดิจิทัล เพย์เมนต์ของ SME นอกเขตเมืองท่องเที่ยวหลักได้เร็วแค่ไหน เพราะในยุคที่นักท่องเที่ยวพร้อมใช้จ่าย ดิจิทัล เพย์เมนต์คือประตูสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนของเศรษฐกิจไทยค่ะ
สำหรับวันนี้ สวัสดีค่ะ


