
ผู้บริโภคไทยยุคใหม่ ลงทุนสุขภาพเชิงรุก ดัน AI–อาหารสุขภาพเติบโต
สรุปประเด็น
-
พฤติกรรมผู้บริโภคไทยเปลี่ยนสู่การดูแลสุขภาพเชิงรุกในชีวิตประจำวัน ทั้งการเลือกโภชนาการ การออกกำลังกาย และการใช้เทคโนโลยีเฉพาะบุคคล
-
ผู้บริโภคไทย 85% เปิดรับการใช้ AI เพื่อช่วยดูแลสุขภาพ เช่น สร้างแผนออกกำลังกาย โภชนาการ และคาดการณ์ความเสี่ยงในอนาคต
-
ยอดซื้อสินค้าสุขภาพสูงกว่าค่าเฉลี่ยโลก โดย 80% เคยซื้ออาหารและเครื่องดื่มสูตรเฉพาะ และ 71% ซื้อวิตามินและผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
-
ผู้บริโภคมีความกังวลสูงต่อความปลอดภัยด้านอาหาร ทั้งสารเคมีตกค้าง 91% และอาหารแปรรูปขั้นสูง 87% สะท้อนความสำคัญของความโปร่งใส
PwC เผยผลสำรวจผู้บริโภคไทยปี 2569 พบ 85% เปิดรับ AI เพื่อดูแลสุขภาพ ขณะที่ 80% เคยซื้ออาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ สะท้อนโอกาสธุรกิจ Wellness ที่ขยายตัวจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน
สุขภาพกำลังเปลี่ยนจากเรื่องที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญเมื่อเกิดอาการเจ็บป่วย มาเป็นส่วนหนึ่งของการตัดสินใจในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่อาหารและผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ไปจนถึงการออกกำลังกายและเทคโนโลยีดูแลสุขภาพเฉพาะบุคคล ธุรกิจจึงต้องตอบโจทย์ทั้งประสิทธิภาพ ความปลอดภัย และความน่าเชื่อถือของข้อมูล
รายงานผลสำรวจเสียงของผู้บริโภคไทย ประจำปี 2569 ของ PwC สำรวจความคิดเห็นผู้บริโภคชาวไทย 501 คน พบแนวโน้มการดูแลสุขภาพเชิงรุกที่ชัดเจนขึ้น ทั้งการเลือกสินค้าเพื่อสุขภาพ การตระหนักถึงความเสี่ยงจากอาหาร และการเปิดรับเทคโนโลยีที่ช่วยให้การดูแลสุขภาวะเป็นเรื่องเฉพาะบุคคลมากขึ้น
แนวโน้มดังกล่าวสอดคล้องกับผลสำรวจระดับโลกของ PwC ซึ่งครอบคลุมผู้บริโภค 21,808 คน ใน 27 ประเทศและเขตเศรษฐกิจ สะท้อนว่าพฤติกรรมผู้บริโภคกำลังเปลี่ยนแปลง และสร้างโจทย์ใหม่ให้ธุรกิจในหลายอุตสาหกรรม ตั้งแต่อาหารและเครื่องดื่ม สินค้าเพื่อสุขภาพ ไปจนถึงบริการดิจิทัล
AI กับการดูแลสุขภาพเฉพาะบุคคล
หนึ่งในประเด็นที่น่าสนใจคือบทบาทของ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่กำลังขยายจากการเป็นแหล่งค้นหาข้อมูล ไปสู่การสนับสนุนการตัดสินใจด้านสุขภาพในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นคำแนะนำด้านการออกกำลังกาย โภชนาการ หรือการประเมินความเสี่ยงสุขภาพในอนาคต
ผลสำรวจพบว่า 85% ของผู้บริโภคไทยเปิดรับการใช้ AI เพื่อช่วยดูแลสุขภาพอย่างน้อยหนึ่งด้าน โดยมีความสนใจในรูปแบบการใช้งานที่หลากหลาย ได้แก่
-
48% สนใจใช้ AI เพื่อสร้างแผนการออกกำลังกายและดูแลสุขภาวะ
-
41% สนใจใช้ AI เพื่อช่วยตอบโจทย์ด้านโภชนาการ
-
36% สนใจใช้ AI เพื่อคาดการณ์ปัญหาสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนโอกาสในการพัฒนาบริการสุขภาพดิจิทัลที่ตอบสนองความต้องการเฉพาะบุคคลมากขึ้น โดยเฉพาะบริการที่ช่วยให้ผู้บริโภคเข้าใจข้อมูลของตนเองและนำไปปรับใช้กับกิจวัตรประจำวันได้ง่ายขึ้น
สำหรับภาคธุรกิจ การนำ AI มาใช้จึงไม่ใช่เพียงการเพิ่มฟังก์ชันทางเทคโนโลยี แต่เป็นการออกแบบประสบการณ์ที่เชื่อมโยงข้อมูลกับความต้องการของลูกค้า อย่างไรก็ตาม ความน่าเชื่อถือของคำแนะนำ การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และการสื่อสารข้อจำกัดของเทคโนโลยี ยังคงเป็นองค์ประกอบสำคัญในการสร้างความไว้วางใจ
ผู้บริโภคไทยพร้อมจ่ายเพื่อสุขภาพที่ดีขึ้น
การดูแลสุขภาพเชิงรุกยังสะท้อนผ่านพฤติกรรมการใช้จ่าย โดยผู้บริโภคไม่ได้จำกัดการลงทุนไว้ที่การรักษาพยาบาล แต่ขยายไปสู่สินค้าและอุปกรณ์ที่ช่วยส่งเสริมสุขภาพในชีวิตประจำวัน
ผลสำรวจระบุว่า ผู้บริโภคไทยมีสัดส่วนการซื้อสินค้าในหมวดสุขภาพบางประเภทสูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกอย่างเห็นได้ชัด
| หมวดสินค้า | ผู้บริโภคไทย | ค่าเฉลี่ยทั่วโลก |
|---|---|---|
| อาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพสูตรเฉพาะ | 80% | 35% |
| วิตามิน แร่ธาตุ และผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร | 71% | 64% |
| อุปกรณ์ออกกำลังกาย | 33% | 22% |
ที่มา: รายงานผลสำรวจเสียงของผู้บริโภค ประจำปี 2569 ของ PwC
อาหารสุขภาพขยายบทบาทจากการบริโภคสู่การดูแลเชิงป้องกัน
การที่ผู้บริโภคไทย 80% เคยซื้ออาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพสูตรเฉพาะ เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยทั่วโลกที่ 35% สะท้อนความสำคัญของอาหารในฐานะส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพ ไม่ใช่เพียงการบริโภคเพื่อความอิ่มหรือความพึงพอใจด้านรสชาติ
ขณะเดียวกัน ผู้บริโภคไทย 71% เคยซื้อวิตามิน แร่ธาตุ หรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร สูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกที่ 64% แสดงให้เห็นถึงความสนใจในผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการดูแลสุขภาพในชีวิตประจำวัน
ส่วนการใช้จ่ายกับอุปกรณ์ออกกำลังกายอยู่ที่ 33% เทียบกับค่าเฉลี่ยทั่วโลก 22% สะท้อนว่าแนวคิดเรื่องสุขภาพยังครอบคลุมถึงการเคลื่อนไหวร่างกายและการสร้างวิถีชีวิตที่กระฉับกระเฉง
สำหรับผู้ประกอบการ ตัวเลขเหล่านี้เป็นสัญญาณให้พิจารณาพัฒนาสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์การดูแลสุขภาพในแต่ละช่วงวัยและไลฟ์สไตล์ โดยต้องให้ความสำคัญกับคุณภาพ หลักฐานรองรับคุณประโยชน์ และการสื่อสารที่ไม่กล่าวอ้างเกินจริง
ความปลอดภัยด้านอาหาร กลายเป็นปัจจัยสำคัญในการเลือกซื้อ
นอกจากการมองหาผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพแล้ว ผู้บริโภคไทยยังให้ความสำคัญกับความเสี่ยงที่อาจมาจากอาหารและสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ประเด็นอย่างสารเคมีตกค้าง อาหารแปรรูปขั้นสูง และไมโครพลาสติก มีส่วนกำหนดวิธีที่ผู้บริโภคประเมินสินค้าและตัดสินใจเลือกแบรนด์
ผลสำรวจของ PwC พบว่า
-
91% กังวลเกี่ยวกับการใช้ยาฆ่าแมลงหรือสารเคมีตกค้างในอาหาร
-
87% กังวลเกี่ยวกับอาหารแปรรูปขั้นสูง (Ultra-processed Foods)
-
77% กังวลเกี่ยวกับการตรวจสอบย้อนกลับของอาหารและไมโครพลาสติก
ตัวเลขดังกล่าวนับรวมผู้ตอบที่ระบุว่ากังวลตั้งแต่ระดับเล็กน้อย ปานกลาง ไปจนถึงมากหรืออย่างยิ่ง
ความโปร่งใสและการตรวจสอบย้อนกลับเป็นโอกาสของแบรนด์
เมื่อผู้บริโภคให้ความสำคัญกับที่มาและความปลอดภัยของอาหารมากขึ้น ผู้ประกอบการอาจต้องยกระดับการสื่อสารข้อมูลสินค้าให้ชัดเจนกว่าการนำเสนอคุณประโยชน์เพียงอย่างเดียว เช่น การเปิดเผยส่วนประกอบ การให้ข้อมูลแหล่งที่มาของวัตถุดิบ การพัฒนาระบบตรวจสอบย้อนกลับ และการแสดงมาตรฐานหรือการรับรองที่เกี่ยวข้องอย่างถูกต้อง
ขณะเดียวกัน แนวคิด Clean Label หรือการสื่อสารส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์อย่างชัดเจน รวมถึงการพัฒนาสินค้าที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคซึ่งต้องการอาหารที่ผ่านการแปรรูปน้อยลง อาจเป็นแนวทางที่ธุรกิจนำไปศึกษาเพื่อสร้างความแตกต่างในตลาด
อย่างไรก็ตาม ความกังวลของผู้บริโภคไม่ควรถูกตีความว่าเป็นหลักฐานยืนยันว่าผลิตภัณฑ์หรือกระบวนการผลิตประเภทใดเป็นอันตรายโดยตรง ผู้ประกอบการควรสื่อสารด้วยข้อมูลที่ตรวจสอบได้ และอ้างอิงมาตรฐานความปลอดภัยที่เกี่ยวข้อง
ธุรกิจต้องเปลี่ยนจากการขายสินค้า สู่การสร้างความเชื่อมั่นด้านสุขภาพ
ผลสำรวจผู้บริโภคไทยปี 2569 ชี้ให้เห็นทิศทางสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ การดูแลสุขภาพเชิงรุกที่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน การเปิดรับ AI เพื่อสนับสนุนการดูแลสุขภาพเฉพาะบุคคล และความต้องการข้อมูลที่ช่วยให้ประเมินคุณภาพและความปลอดภัยของสินค้าได้ดีขึ้น
สำหรับธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ผู้ประกอบการสามารถให้ความสำคัญกับการพัฒนาสินค้าที่ตอบโจทย์โภชนาการและมีข้อมูลส่วนประกอบชัดเจน ส่วนธุรกิจสินค้าเพื่อสุขภาพและบริการ Wellness อาจพิจารณาออกแบบผลิตภัณฑ์และประสบการณ์ให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้บริโภคแต่ละกลุ่ม ขณะที่ธุรกิจเทคโนโลยีมีโอกาสพัฒนาเครื่องมือที่ช่วยให้การดูแลสุขภาพสะดวกและเข้าถึงได้มากขึ้น
สิ่งสำคัญคือ การเติบโตในตลาดสุขภาพไม่ควรอาศัยเพียงกระแสหรือคำกล่าวอ้างทางการตลาด แต่ต้องสร้างความแตกต่างผ่านคุณภาพ ความโปร่งใส ความน่าเชื่อถือ และความรับผิดชอบต่อผู้บริโภค
ในวันที่สุขภาพกลายเป็นส่วนหนึ่งของการตัดสินใจซื้อในชีวิตประจำวัน แบรนด์ที่สามารถเชื่อมโยงนวัตกรรมเข้ากับความต้องการจริง พร้อมให้ข้อมูลที่ตรวจสอบได้ ย่อมมีโอกาสสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับผู้บริโภคได้ดียิ่งขึ้น
ข้อมูลอ้างอิง:
ทรนด์การดูแลสุขภาพเชิงป้องกันในชีวิตประจำวัน https://www.pwc.com/th/en/research-and-insights/voice-of-the-consumer-survey-2026-th.html
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ประเทศไทยจะตกขบวน AI หรือไม่? เมื่อโลกแบ่งเป็นผู้ “สร้างเทคโนโลยี” และผู้ “ถูกใช้โดยเทคโนโลยี”
บทวิเคราะห์อนาคต AI โลก ชี้ไทยเสี่ยง “ตกขบวน” เมื่อขาดบุคลากรและระบบนิเวศเทคโนโลยี เทียบกับการเร่งลงทุนของ NVIDIA Google และ Microsoft ในภูมิภาค พร้อมตั้งคำถามใหญ่ ไทยจะเลือกเป็นผู้สร้างหรือผู้ถูกเปลี่ยนโดย AI

จากการค้าสู่ AI 'ไทย-จีน' ต่อยอดความร่วมมือหลากมิติ สร้างพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีไทย เยือนจีนอย่างเป็นทางการ เข้าร่วมประชุมปัญญาประดิษฐ์โลก (WAIC) 2026 ณ นครเซี่ยงไฮ้ พร้อมนำคณะเข้าเยี่ยมชมบริษัทหุ่นยนต์ชั้นนำ AgiBot เพื่อเรียนรู้เทคโนโลยีขั้นสูง มุ่งต่อยอดความร่วมมือทวิภาคีด้านการค้า การลงทุน และผลักดันไทยสู่ศูนย์กลาง AI แห่งอาเซียน

จีนเผยข้อมูล สะท้อนเศรษฐกิจครึ่งปีแรก 2026 โตต่อเนื่อง
ศูนย์ข้อมูลแห่งชาติจีน (SIC) เผยเศรษฐกิจครึ่งแรกของปี 2026 เติบโตมั่นคง การบริโภคออฟไลน์ฟื้นตัว 2.7% ขณะที่การลงทุนอุตสาหกรรมไฮเทคและเทคโนโลยีขั้นแนวหน้า เช่น AI และหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ พุ่งทะยานกว่า 118.4%

เมื่อ AI กลายเป็น “โค้ช” ของพนักงาน: เจาะลึกเคส Burger King กับการใช้ AI วัดระดับความสุภาพ
Burger King ทดลองใช้ AI ผ่านหูฟังอัจฉริยะในช่องทาง Drive‑thru เพื่อวัดความสุภาพและความเป็นมิตรของพนักงานแบบเรียลไทม์ ช่วยยกระดับมาตรฐานบริการและคุมคุณภาพทุกสาขา

เวียดนามพลิกเกมอุตสาหกรรม: โฮจิมินห์ซิตี้สู่ฐานการผลิตเทคโนโลยีอาเซียน
เวียดนามเดินหมากใหญ่ ปรับโครงสร้างนิคมอุตสาหกรรมโฮจิมินห์ ดึงทุนระดับโลก สร้างฐานการผลิตเทคโนโลยีขั้นสูง ตั้งเป้าดึงเงินลงทุนกว่า 21,000 ล้านดอลลาร์ พร้อมท้าทายความสามารถแข่งขันของไทยในทศวรรษใหม่

เครือสหพัฒน์ขยายการลงทุนและเทคโนโลยีผ่านความร่วมมือ 20 ฉบับ
การลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) มากกว่า 20 ฉบับของเครือสหพัฒน์ ซึ่งนับเป็นสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในงานสหกรุ๊ป แฟร์ & เฟส ครั้งที่ 30 แสดงให้เห็นถึงทิศทางกลยุทธ์องค์กรที่มุ่งเน้นการปรับตัวและสร้างความแข็งแกร่งอย่างมีนัยสำคัญในสภาวะตลาดที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
