
สินค้าเกษตรนวัตกรรมไทยบุกตลาดความงามตะวันออกกลาง ทำยอดเจรจา–ขายกว่า 8 ล้านบาท ผ่าน Beautyworld Middle East 2026
สรุปประเด็น
-
ลุยตลาด Beautyworld Middle East 2026: กรมการค้าต่างประเทศนำ 22 ผู้ประกอบการไทยร่วมงานที่ดูไบ กวาดยอดขายและมูลค่าเจรจากว่า 8 ล้านบาท
-
ชูจุดเด่นวัตถุดิบเกษตรนวัตกรรม: ยกระดับสินค้าจากวัตถุดิบดั้งเดิมสู่ผลิตภัณฑ์สปา ผิว เส้นผม และเครื่องหอมมูลค่าสูงตอบโจทย์ตลาดต่างประเทศ
-
เปิดประตูการค้าตะวันออกกลางผ่าน UAE: ใช้ความตกลง CEPA เป็นฐานขยายเครือข่ายคู่ค้าและกระจายสินค้าไทยสู่ภูมิภาคตะวันออกกลางอย่างยั่งยืน
-
แนะ 4 แนวทางสู่ความสำเร็จแบรนด์ไทย: เน้นพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่าง, สร้างมาตรฐานและแบรนด์, เตรียมเอกสารส่งออก และต่อยอดเครือข่ายคู่ค้าต่อเนื่อง
กรมการค้าต่างประเทศ โดยสถาบันส่งเสริมสินค้าเกษตรนวัตกรรม (APi) นำผู้ประกอบการไทย 22 บริษัท ร่วมงาน Beautyworld Middle East 2026 ที่ดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ระหว่างวันที่ 6–8 ตุลาคม 2569 สร้างมูลค่าการเจรจาและยอดขายรวมกว่า 8 ล้านบาท พร้อมต่อยอดวัตถุดิบเกษตรไทยสู่อุตสาหกรรมสุขภาพและความงามมูลค่าสูง
ตลาดสุขภาพและความงามเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าเกษตรไทย จากเดิมที่จำหน่ายในรูปวัตถุดิบ สู่ผลิตภัณฑ์ที่มีนวัตกรรม เอกลักษณ์ และมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ดูแลผิว เส้นผม สปา สมุนไพร และเครื่องหอม ซึ่งสามารถต่อยอดวัตถุดิบและภูมิปัญญาไทยให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคในตลาดต่างประเทศได้
กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ จึงเดินหน้าขยายโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยเข้าสู่ตลาดความงามตะวันออกกลาง ผ่านการเข้าร่วมงาน Beautyworld Middle East 2026 ณ เมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ระหว่างวันที่ 6–8 ตุลาคม 2569 โดยนำผู้ประกอบการสินค้าเกษตรนวัตกรรมไทย 22 บริษัท เข้าร่วมจัดแสดงสินค้าและเจรจาการค้ากับคู่ค้าต่างชาติ
ผลจากการเข้าร่วมงานสามารถสร้างมูลค่าการเจรจาและยอดขายรวมกว่า 8 ล้านบาท สะท้อนความสนใจของตลาดต่างประเทศต่อผลิตภัณฑ์สุขภาพและความงามที่นำวัตถุดิบทางการเกษตรของไทยมาพัฒนาด้วยองค์ความรู้ ภูมิปัญญา และนวัตกรรม
สินค้าเกษตรไทยต่อยอดสู่ตลาด Beauty & Wellness
การเข้าร่วมงานครั้งนี้ดำเนินการโดยสถาบันส่งเสริมสินค้าเกษตรนวัตกรรม (APi) ภายใต้กรมการค้าต่างประเทศ โดยมุ่งประชาสัมพันธ์สินค้าเกษตรนวัตกรรมไทยให้เป็นที่รู้จักในตลาดสากล พร้อมสร้างโอกาสทางธุรกิจและเครือข่ายคู่ค้าระหว่างประเทศ
ผลิตภัณฑ์ที่นำเสนอครอบคลุมหลายกลุ่ม ได้แก่
-
ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวและเส้นผม ที่พัฒนาจากวัตถุดิบทางการเกษตรและส่วนผสมที่มีเอกลักษณ์
-
ผลิตภัณฑ์สปาและสมุนไพร ที่ต่อยอดองค์ความรู้และภูมิปัญญาไทย
-
ผลิตภัณฑ์เครื่องหอม ที่สร้างมูลค่าเพิ่มผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการออกแบบ
จุดเด่นของสินค้าเหล่านี้อยู่ที่การนำวัตถุดิบเกษตรไทยมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูงขึ้น ช่วยเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการสร้างความแตกต่างจากการแข่งขันด้านราคา และเชื่อมโยงภาคเกษตรเข้ากับอุตสาหกรรมสุขภาพและความงาม
สำหรับประเทศไทย การพัฒนาสินค้าในลักษณะนี้ยังช่วยเพิ่มทางเลือกในการใช้ประโยชน์จากวัตถุดิบภายในประเทศ และสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองความต้องการเฉพาะของตลาดเป้าหมาย
ผู้ซื้อจากหลายประเทศสนใจสินค้าไทย สร้างโอกาสขยายตลาดส่งออก
ภายในงานมีผู้ประกอบการ ผู้นำเข้า และผู้ซื้อจากหลายประเทศให้ความสนใจสินค้าเกษตรนวัตกรรมไทย อาทิ อินเดีย ปากีสถาน ซาอุดีอาระเบีย โอมาน เม็กซิโก อียิปต์ และฟิลิปปินส์
ความสนใจจากคู่ค้าหลากหลายประเทศช่วยเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยขยายเครือข่ายทางการค้า และลดการพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่งมากเกินไป อย่างไรก็ตาม การต่อยอดจากการเจรจาไปสู่คำสั่งซื้อจริงยังขึ้นอยู่กับเงื่อนไขทางการค้า ความพร้อมด้านกำลังผลิต และการปฏิบัติตามข้อกำหนดของตลาดปลายทาง
นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ ระบุว่า การนำผู้ประกอบการเข้าร่วมงานครั้งนี้สะท้อนแนวทางการสร้างโอกาสทางการค้าและเสริมความเข้มแข็งให้ธุรกิจไทย โดยเชื่อมโยงศักยภาพการผลิตภายในประเทศเข้ากับความต้องการของตลาดต่างประเทศ ควบคู่กับการใช้นวัตกรรมเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรและสร้างเครือข่ายคู่ค้าในระยะยาว
ผลจากงานจึงไม่ได้มีเพียงมูลค่าการเจรจาและยอดขาย แต่ยังเป็นโอกาสให้ผู้ประกอบการเรียนรู้ความต้องการของผู้ซื้อ สร้างความคุ้นเคยกับตลาด และพัฒนาความสัมพันธ์ทางธุรกิจเพื่อรองรับการส่งออกในอนาคต
Agri Plus Award เชื่อมผลงานนวัตกรรมสู่โอกาสทางธุรกิจ
อีกประเด็นสำคัญคือการต่อยอดผลงานจากโครงการประกวดสินค้าเกษตรนวัตกรรมไทย หรือ Agri Plus Award สู่เวทีการค้าระหว่างประเทศ โดยผู้ประกอบการที่ผ่านการคัดเลือกได้รับโอกาสนำเสนอผลิตภัณฑ์ต่อผู้ซื้อและผู้นำเข้าจากต่างประเทศโดยตรง
แนวทางดังกล่าวช่วยเชื่อมโยงการพัฒนานวัตกรรมเข้ากับการใช้งานเชิงพาณิชย์ เพราะผลิตภัณฑ์ที่มีแนวคิดหรือเทคโนโลยีที่น่าสนใจจำเป็นต้องได้รับการทดสอบกับความต้องการของตลาด เพื่อประเมินความเหมาะสมของราคา บรรจุภัณฑ์ คุณสมบัติสินค้า และรูปแบบการจัดจำหน่าย
สำหรับผู้ประกอบการ การได้รับความสนใจจากคู่ค้าจึงเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาธุรกิจต่อ ทั้งการปรับผลิตภัณฑ์ให้ตรงกับความต้องการของผู้ซื้อ การเตรียมเอกสารมาตรฐาน และการสร้างกำลังผลิตให้เพียงพอต่อคำสั่งซื้อ
หากสามารถเปลี่ยนความสนใจในงานแสดงสินค้าให้เป็นคำสั่งซื้อซ้ำและความร่วมมือระยะยาวได้ ก็จะช่วยให้สินค้าเกษตรนวัตกรรมไทยมีโอกาสเติบโตในตลาดต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง
UAE ประตูสู่ตะวันออกกลาง หนุนกระจายตลาดสินค้าไทย
การรุกตลาดความงามตะวันออกกลางยังเชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์การขยายตลาดและสร้างพันธมิตรทางการค้าของไทย โดยเฉพาะความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE)
กรมการค้าต่างประเทศระบุว่า ไทยและ UAE สามารถสรุปผลการเจรจาความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ (Comprehensive Economic Partnership Agreement: CEPA) ได้สำเร็จ ซึ่งเป็นความตกลงการค้าเสรีฉบับแรกของไทยกับประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลางตามข้อมูลที่หน่วยงานเปิดเผย
ทั้งสองประเทศมีจุดแข็งที่สามารถเสริมกันได้ โดยไทยมีฐานการผลิตและวัตถุดิบทางการเกษตร ขณะที่ UAE มีบทบาทเป็นศูนย์กลางการค้าและกระจายสินค้าในภูมิภาค จึงมีโอกาสใช้เป็นช่องทางขยายการเข้าถึงตลาดตะวันออกกลาง
สำหรับสินค้าเกษตรนวัตกรรม การเชื่อมโยงตลาดผ่าน UAE อาจช่วยให้ผู้ประกอบการเข้าถึงคู่ค้ารายใหม่ และพัฒนาช่องทางกระจายสินค้าไปยังประเทศอื่นในภูมิภาคได้มากขึ้น ทั้งนี้ ผู้ประกอบการยังจำเป็นต้องศึกษากฎระเบียบการนำเข้า ข้อกำหนดด้านผลิตภัณฑ์ และเงื่อนไขทางการค้าของแต่ละประเทศก่อนขยายตลาด
โอกาสของผู้ประกอบการไทย: จากวัตถุดิบสู่แบรนด์มูลค่าสูง
กรณีการเข้าร่วม Beautyworld Middle East 2026 สะท้อนให้เห็นว่า การเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรไม่ได้จำกัดอยู่ที่การแปรรูปขั้นต้น แต่ยังสามารถต่อยอดไปสู่อุตสาหกรรมสุขภาพและความงาม ซึ่งให้ความสำคัญกับคุณภาพ ส่วนผสม เอกลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ และความน่าเชื่อถือของแบรนด์
ผู้ประกอบการไทยที่ต้องการขยายตลาดในกลุ่มนี้ควรให้ความสำคัญกับ 4 เรื่องหลัก ได้แก่
-
พัฒนาผลิตภัณฑ์ให้แตกต่าง โดยใช้จุดแข็งของวัตถุดิบไทยควบคู่กับการวิจัยและพัฒนาที่เหมาะสม
-
สร้างแบรนด์และมาตรฐานสินค้า เพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นให้ผู้ซื้อและผู้บริโภคในตลาดต่างประเทศ
-
เตรียมความพร้อมด้านการส่งออก ทั้งเอกสาร คุณสมบัติผลิตภัณฑ์ ฉลาก และข้อกำหนดของประเทศปลายทาง
-
ต่อยอดเครือข่ายคู่ค้า โดยติดตามผลการเจรจาหลังงานแสดงสินค้าและพัฒนาความสัมพันธ์ให้เกิดคำสั่งซื้ออย่างต่อเนื่อง
ท้ายที่สุด การขยายตลาดสินค้าเกษตรนวัตกรรมไทยสู่ตะวันออกกลางไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มช่องทางจำหน่าย แต่เป็นโอกาสยกระดับวัตถุดิบทางการเกษตรให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง สร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการ และเชื่อมโยงศักยภาพภาคเกษตรไทยเข้ากับอุตสาหกรรมความงามระดับโลก
ข้อมูลอ้างอิง:
กรมการค้าต่างประเทศ รุกตลาดความงามตะวันออกกลาง Beautyworld Middle East 2026 https://www.moc.go.th/th/gallery/category/detail/id/5/iid/2284
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สหรัฐฯ ครองตลาดส่งออกอันดับ 1 ของไทย มูลค่ากว่า 2 ล้านล้านบาท จับตาจีน–ญี่ปุ่น–อาเซียน
สถิติ 8 เดือนแรกปี 2569 ชี้สหรัฐฯ ยังคงครองตลาดส่งออกอันดับ 1 ของไทยด้วยมูลค่ากว่า 2.07 ล้านล้านบาท เติบโต 37.73% ขณะที่จีน ญี่ปุ่น สิงคโปร์ และออสเตรเลียเติบโตโดดเด่น สะท้อนความสำคัญของตลาดหลักและการกระจายความเสี่ยงสู่ตลาดใหม่

TISCO ESU เตือนไทยเสี่ยงผลกระทบภาษีสหรัฐฯ และนโยบาย America First
TISCO ESU เตือนนโยบาย 'America First' ของสหรัฐฯ ยังคงเป็นความเสี่ยงระยะยาวต่อการค้าและการลงทุนของไทย แม้ศาลฎีกาจะสั่งยกเลิกภาษีบางประเภทและปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP ไทยแล้วก็ตาม

DITP ปี 2569 สร้างมูลค่าการค้ากว่า 1.63 แสนล้านบาท เร่งเปิดตลาดใหม่รับความท้าทายปี 2570
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เผยผลงานปี 2569 สร้างมูลค่าการค้าผ่านกิจกรรมกว่า 163,500 ล้านบาท พร้อมเร่งกระจายตลาดสู่เอเชียใต้ ลาตินอเมริกา ตะวันออกกลาง และดันอุตสาหกรรมสร้างสรรค์–เกมสู่เวทีโลก

วิจัยกรุงศรีประเมินเศรษฐกิจไทยปี 2569 เข้าสู่ปีแห่งการประคองตัว ท่องเที่ยวหนุนฟื้น แต่ส่งออกเสี่ยงหดตัว
วิจัยกรุงศรีประเมินเศรษฐกิจไทยปี 2569 โต 2.0% เข้าสู่ปีแห่งการประคองตัว ท่องเที่ยวช่วยพยุง แต่ส่งออกเสี่ยงหดตัว 0.4% พร้อมจับตาแรงกดดันจากภาษีสหรัฐฯ และภาวะสินค้าจีน-สหรัฐฯ ทะลักตลาด

ไทย–ยูเออี สรุปเจรจา CEPA การค้าครึ่งปีแรกพุ่งกว่า 75%
ไทยและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์สรุปการเจรจาความตกลง CEPA สำเร็จ หลังมูลค่าการค้านอกภาคน้ำมันครึ่งแรกปี 2569 พุ่งสูงกว่า 75% แตะ 10.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ พร้อมเตรียมเดินหน้ากระบวนการทางกฎหมายเพื่อลงนามและผลักดันความร่วมมือใน 6 สาขายุทธศาสตร์สำคัญ

เวียดนามลงนาม FTA กับ EFTA เปิดทางลดภาษีกว่า 98% ใน 7 ปี เพิ่มโจทย์แข่งขันผู้ส่งออกไทย
เวียดนามขยายเครือข่ายการค้าหลังลงนามข้อตกลงการค้าเสรีกับ 4 ชาติยุโรปกลุ่ม EFTA เตรียมทยอยยกเลิกภาษีสินค้านอร์เวย์กว่า 98% ใน 7 ปี เปิดทางความร่วมมือรอบด้าน สร้างโจทย์ท้าทายและเพิ่มแรงกดดันให้ผู้ส่งออกไทยต้องเร่งปรับกลยุทธ์ ตรวจสอบสิทธิภาษี และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน
