ไทย–เนเธอร์แลนด์หนุน FTA ไทย–EU เร่งเปิดตลาดข้าว ไก่ และทูน่ากระป๋อง จับตาโอกาสส่งออกไทยปี 2569

ไทย–เนเธอร์แลนด์หนุน FTA ไทย–EU เร่งเปิดตลาดข้าว ไก่ และทูน่ากระป๋อง จับตาโอกาสส่งออกไทยปี 2569

สรุปประเด็น

  • ไทยเร่งเจรจา FTA ไทย–EU: ตั้งเป้าสรุปผลภายในปี 2569 พร้อมขอแรงสนับสนุนเนเธอร์แลนด์เปิดตลาดสินค้าเกษตรสำคัญ เช่น ข้าว เนื้อไก่ และทูน่ากระป๋อง

  • เนเธอร์แลนด์พันธมิตรการค้าสำคัญ: ปี 2568 การค้ารวมมูลค่า 7,967 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยไทยส่งออกสินค้าไอทีและอาหาร พร้อมต่อยอดความร่วมมือเศรษฐกิจระดับทวิภาคี

  • ดึงดูดลงทุนเทคโนโลยีขั้นสูง: มุ่งเน้นอุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) พลังงานสะอาด และเกษตรอัจฉริยะ เพื่อสร้างความเติบโตทางเศรษฐกิจระยะยาว

  • แนวทางเตรียมความพร้อมผู้ส่งออก: ผู้ประกอบการควรตรวจสอบต้นทุน ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยอาหาร และเตรียมข้อมูลแหล่งกำเนิดสินค้าเพื่อรับมือการแข่งขัน

ไทยเดินหน้าเจรจา FTA กับสหภาพยุโรป ตั้งเป้าสรุปผลภายในปี 2569 พร้อมขอแรงสนับสนุนจากเนเธอร์แลนด์ในการเปิดตลาดสินค้าเกษตรสำคัญ ควบคู่การดึงดูดการลงทุนด้านเทคโนโลยีขั้นสูง ยานยนต์ไฟฟ้า และพลังงานสะอาด

การเจรจาความตกลงการค้าเสรีระหว่างไทยกับสหภาพยุโรป (Thai–EU FTA) กำลังเป็นประเด็นสำคัญที่ภาคธุรกิจไทยต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะความตกลงดังกล่าวอาจส่งผลต่อเงื่อนไขการเข้าถึงตลาด ต้นทุนการค้า และความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไทยในระยะยาว

นายวีระพงษ์ ประภา ผู้แทนการค้าไทย ได้หารือกับนาย Sjoerd Sjoerdsma รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้าต่างประเทศและความร่วมมือเพื่อการพัฒนาแห่งราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับการเร่งรัดการเจรจา FTA ไทย–EU และแนวทางขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศ

ทั้งสองฝ่ายสนับสนุนเป้าหมายการสรุปผลการเจรจาภายในปี 2569 โดยให้ความสำคัญกับทั้งความรวดเร็ว คุณภาพของความตกลง และการยอมรับจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ขณะที่ฝ่ายไทยขอให้เนเธอร์แลนด์ช่วยสนับสนุนการเปิดตลาดสินค้าเกษตรสำคัญ ได้แก่ ข้าวขาว เนื้อไก่ และปลาทูน่ากระป๋อง เพื่อสร้างประโยชน์ที่เป็นรูปธรรมแก่ผู้ประกอบการไทย

1. FTA ไทย–EU กับโจทย์สำคัญของสินค้าเกษตรไทย

การเปิดตลาดสินค้าเกษตรเป็นหนึ่งในประเด็นที่ไทยให้ความสำคัญในการเจรจา เพราะสินค้าแต่ละกลุ่มมีเงื่อนไขการแข่งขันและข้อจำกัดในการเข้าสู่ตลาดแตกต่างกัน

ข้าวขาว เนื้อไก่ และปลาทูน่ากระป๋องเป็นสินค้าที่ฝ่ายไทยต้องการผลักดันให้ได้รับโอกาสทางการค้ามากขึ้น อย่างไรก็ตาม ผลประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นจริงยังขึ้นอยู่กับรายละเอียดของความตกลง เช่น เงื่อนไขการลดภาษี ปริมาณการนำเข้าในกรณีที่มีโควตา ตลอดจนข้อกำหนดด้านมาตรฐานและความปลอดภัยอาหาร

สำหรับผู้ประกอบการ การติดตาม FTA จึงไม่ควรจำกัดอยู่เพียงคำถามว่าจะมีการลดภาษีหรือไม่ แต่ต้องพิจารณาด้วยว่าผลิตภัณฑ์ของตนเข้าเงื่อนไขการใช้สิทธิได้อย่างไร และมีต้นทุนในการปฏิบัติตามข้อกำหนดของตลาดยุโรปมากน้อยเพียงใด

หากความตกลงช่วยลดอุปสรรคทางการค้าได้อย่างเหมาะสม ผู้ส่งออกไทยก็อาจมีโอกาสเพิ่มความสามารถในการแข่งขันด้านราคาและขยายตลาดได้ แต่ยังต้องอาศัยคุณภาพสินค้า ความน่าเชื่อถือของผู้ผลิต และการพัฒนาช่องทางจัดจำหน่ายควบคู่กันไป

2. เนเธอร์แลนด์ พันธมิตรการค้าที่มีบทบาทต่อการเชื่อมโยงตลาดยุโรป

เนเธอร์แลนด์เป็นคู่ค้าอันดับที่ 19 ของไทย และเป็นคู่ค้าอันดับที่ 2 ของไทยในสหภาพยุโรป ตามข้อมูลที่รายงานโดยกรุงเทพธุรกิจ

ในปี 2568 การค้าระหว่างไทยกับเนเธอร์แลนด์มีมูลค่ารวม 7,967.56 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แบ่งเป็นการส่งออกของไทยไปเนเธอร์แลนด์ 7,019.53 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และการนำเข้าจากเนเธอร์แลนด์ 948.03 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

สินค้าส่งออกสำคัญของไทย ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ หม้อแปลงไฟฟ้า เครื่องใช้ไฟฟ้า แผงวงจรไฟฟ้า และเนื้อสัตว์ที่บริโภคได้ ขณะที่สินค้านำเข้าสำคัญประกอบด้วยแผงวงจรไฟฟ้า เครื่องจักรกล เคมีภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์เวชกรรมและเภสัชกรรม รวมถึงเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์และการแพทย์

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนความเชื่อมโยงทางการค้าที่มีอยู่แล้วระหว่างสองประเทศ และเป็นพื้นฐานสำหรับการต่อยอดความร่วมมือในสาขาอื่น

อย่างไรก็ตาม การสนับสนุนจากเนเธอร์แลนด์เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทางการทูตและการเจรจาระหว่างไทยกับ EU ไม่ได้หมายความว่าเนเธอร์แลนด์สามารถกำหนดเงื่อนไขของความตกลงได้เพียงประเทศเดียว เพราะการเจรจาและการเห็นชอบต้องเป็นไปตามกระบวนการของสหภาพยุโรปและไทย

3. ไม่ใช่แค่สินค้าเกษตร แต่ยังมุ่งดึงดูดการลงทุนเทคโนโลยีขั้นสูง

นอกจากประเด็น FTA ทั้งสองฝ่ายยังแลกเปลี่ยนมุมมองกับเครือข่ายภาคธุรกิจไทยและเนเธอร์แลนด์ ซึ่งมีบริษัทจากหลายอุตสาหกรรมเข้าร่วม อาทิ FrieslandCampina, East-West Seed, Signify, KLM, Central Group, Indorama Ventures, SCG และ Thai Union

ฝ่ายไทยเน้นย้ำถึงเป้าหมายการเป็นพันธมิตรทางการค้าที่เกื้อหนุนกัน การส่งเสริมกติกาการค้าที่โปร่งใสและคาดการณ์ได้ รวมถึงการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน

อุตสาหกรรมที่ไทยต้องการดึงดูดการลงทุน ได้แก่

  • เทคโนโลยีขั้นสูง เพื่อยกระดับศักยภาพการผลิตและนวัตกรรม

  • การท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ เพื่อเพิ่มมูลค่าบริการสุขภาพ

  • ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมยานยนต์

  • เกษตรและอาหาร เพื่อยกระดับห่วงโซ่มูลค่าและเพิ่มมูลค่าสินค้า

  • พลังงานสะอาด เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจที่ใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ

การดึงดูดการลงทุนในสาขาเหล่านี้มีความสำคัญต่อการเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจในระยะยาว โดยเฉพาะเมื่อการค้าโลกให้ความสำคัญกับเทคโนโลยี ประสิทธิภาพการผลิต และมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

สำหรับภาคธุรกิจไทย โอกาสไม่ได้จำกัดอยู่ที่การส่งออกสินค้าไปยังยุโรปเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการสร้างพันธมิตรทางธุรกิจ การเข้าถึงองค์ความรู้ และการเชื่อมโยงกับห่วงโซ่อุปทานระหว่างประเทศด้วย ทั้งนี้ ผลลัพธ์จะขึ้นอยู่กับเงื่อนไขการลงทุนและความร่วมมือที่เกิดขึ้นจริง

4. ผู้ส่งออกไทยควรเตรียมตัวอย่างไรระหว่างรอความตกลง

แม้การเจรจา FTA ไทย–EU จะมีเป้าหมายสรุปผลภายในปี 2569 แต่ผู้ประกอบการไม่ควรรอให้ความตกลงเสร็จสิ้นก่อนจึงเริ่มเตรียมความพร้อม เพราะการเข้าสู่ตลาดยุโรปต้องอาศัยการวางแผนทั้งด้านสินค้า ต้นทุน และการปฏิบัติตามกฎระเบียบ

แนวทางที่ผู้ส่งออกสามารถเริ่มดำเนินการได้ ได้แก่

ตรวจสอบโครงสร้างต้นทุนและภาษี ศึกษาอัตราภาษีที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน รวมถึงเงื่อนไขที่อาจเกี่ยวข้องกับสินค้าแต่ละประเภท เพื่อประเมินว่าการเปลี่ยนแปลงภาษีจะส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขันอย่างไร

ยกระดับมาตรฐานสินค้า โดยเฉพาะสินค้าเกษตรและอาหารที่ต้องให้ความสำคัญกับความปลอดภัย การตรวจสอบย้อนกลับ และข้อกำหนดของประเทศปลายทาง

เตรียมข้อมูลแหล่งกำเนิดสินค้า เพื่อให้สามารถตรวจสอบคุณสมบัติการใช้สิทธิทางการค้าได้ หากความตกลงมีผลบังคับใช้และสินค้านั้นเข้าเงื่อนไขที่กำหนด

สำรวจคู่ค้าและช่องทางจำหน่าย ติดต่อผู้นำเข้า ผู้จัดจำหน่าย และพันธมิตรในตลาดเป้าหมาย พร้อมประเมินความต้องการของผู้บริโภคและคู่แข่งในแต่ละกลุ่มสินค้า

การเตรียมความพร้อมล่วงหน้าจะช่วยให้ธุรกิจประเมินโอกาสและความเสี่ยงได้ดีขึ้น โดยไม่ต้องพึ่งพาสมมติฐานว่าการลดภาษีเพียงอย่างเดียวจะทำให้ยอดส่งออกเพิ่มขึ้นโดยอัตโนมัติ

บทสรุป: FTA ไทย–EU เป็นทั้งโอกาสทางการค้าและโจทย์ยกระดับขีดความสามารถแข่งขัน

การหารือระหว่างไทยกับเนเธอร์แลนด์สะท้อนความพยายามของไทยในการผลักดัน FTA ไทย–EU ให้เกิดความคืบหน้า พร้อมแสวงหาโอกาสเปิดตลาดสินค้าเกษตรและขยายความร่วมมือด้านการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย

สำหรับผู้ส่งออกไทย ข้าวขาว เนื้อไก่ และทูน่ากระป๋องเป็นกลุ่มสินค้าที่ควรติดตามความคืบหน้าของการเจรจาอย่างใกล้ชิด ขณะที่ธุรกิจเทคโนโลยี อาหาร พลังงานสะอาด และอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่องอาจมีโอกาสจากความร่วมมือทางเศรษฐกิจที่กว้างขึ้น

อย่างไรก็ตาม เป้าหมายการสรุปผลการเจรจาภายในปี 2569 ยังไม่ใช่การยืนยันว่าความตกลงมีผลบังคับใช้แล้ว ผู้ประกอบการจึงควรติดตามเงื่อนไขฉบับสรุปและกระบวนการที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง

โอกาสจาก FTA จะเปลี่ยนเป็นผลลัพธ์ทางธุรกิจได้จริง เมื่อผู้ส่งออกไทยเตรียมพร้อมทั้งด้านต้นทุน คุณภาพ มาตรฐาน และพันธมิตรทางการค้า ไม่ใช่เพียงรอให้เงื่อนไขภาษีเปลี่ยนแปลงเท่านั้น

ข้อมูลอ้างอิง:

กระทรวงพาณิชย์-‘ผู้แทนการค้าไทย’ หารือรัฐมนตรีการค้าเนเธอร์แลนด์ หนุนเร่งสรุปผล FTA ไทย-EU ส่งเสริมความร่วมมือ‘เทคโนโลยี-ลงทุน’ https://www.moc.go.th/th/gallery/article/detail/id/5/iid/2287

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แก๊งสแกมเมอร์-เครือข่ายฟอกเงิน ความท้าทายใหม่ของประเทศไทย

แก๊งสแกมเมอร์-เครือข่ายฟอกเงิน ความท้าทายใหม่ของประเทศไทย

ไทยเผชิญวิกฤตแก๊งสแกมเมอร์และเครือข่ายฟอกเงิน ส่งผลเสียต่อเศรษฐกิจ ดึงความเชื่อมั่นการลงทุนและภาพลักษณ์ประเทศตกต่ำ

6 นาที
เศรษฐกิจไทยในกับดัก: ข้างนอกท้าทาย ข้างในอ่อนแอ

เศรษฐกิจไทยในกับดัก: ข้างนอกท้าทาย ข้างในอ่อนแอ

เมื่อแรงกระแทกจากภายนอกชนกับความอ่อนแอภายใน ทำให้ปัญหาเชิงโครงสร้างที่สะสมมานานปรากฏชัดขึ้น ส่งผลให้เศรษฐกิจไทยมีอาการ "โตช้า แข่งขันไม่ได้ และเหลื่อมล้ำ"

17 นาที
ปลดล็อกสองโอกาสทอง ‘โซลาร์–รางรถไฟ’ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยสู่อนาคต

ปลดล็อกสองโอกาสทอง ‘โซลาร์–รางรถไฟ’ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยสู่อนาคต

ประเทศไทยยืนบนจุดเปลี่ยนสำคัญ ปลดล็อกพลังงานแสงอาทิตย์และระบบรางรถไฟ ลดต้นทุน เพิ่มขีดแข่งขัน สร้างตลาดใหม่มูลค่าล้านล้านบาท พร้อมผลักดันเศรษฐกิจไทยสู่ทศวรรษแห่งการเติบโต

5 นาที
จับตาดีลลับ กาสิโนถูกกฎหมาย ไทย-สิงคโปร์ "win-win"

จับตาดีลลับ กาสิโนถูกกฎหมาย ไทย-สิงคโปร์ "win-win"

ความพยายามในการจัดตั้งสถานบันเทิงครบวงจรในประเทศไทยกำลังเข้าสู่ขั้นตอนสำคัญ จับตาผู้มีอำนาจของไทยดึงกลุ่ม Las Vegas Sands เข้ามาพัฒนาท่าเรือคลองเตย เพื่อเปิดเส้นทางเรือสำราญเชื่อมไทย-สิงคโปร์ สร้างโมเดลความร่วมมือแบบ win-win

8 นาที
เปิดภูมิทัศน์ต่างชาติลงทุนไทยเทรนด์เปลี่ยน จากภาคผลิตสู่ภาคบริการ

เปิดภูมิทัศน์ต่างชาติลงทุนไทยเทรนด์เปลี่ยน จากภาคผลิตสู่ภาคบริการ

วิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการลงทุนจากต่างชาติในไทย (2543-2567) เผยจีนและสิงคโปร์ขึ้นแท่นผู้ลงทุนหลัก แทนที่ญี่ปุ่น พร้อมเจาะลึกการเปลี่ยนผ่านจากการลงทุนในภาคการผลิตสู่ภาคบริการ

4 นาที
ทีทีบี ชี้ไทยต้องหา 'หัวรถจักรใหม่' แก้โครงสร้างเศรษฐกิจ พร้อมยกบทบาท SME

ทีทีบี ชี้ไทยต้องหา 'หัวรถจักรใหม่' แก้โครงสร้างเศรษฐกิจ พร้อมยกบทบาท SME

ทีทีบีชี้เศรษฐกิจไทยเปรียบเสมือน "รถรางเก่า" ที่ขาดแรงขับเคลื่อน จึงเร่งเสนอแนวคิด "Reinvent Thailand" เพื่อสร้าง "หัวรถจักรใหม่" ปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจและพยุง SME ที่เผชิญวิกฤตแซนด์วิชให้เติบโตอย่างยั่งยืน

4 นาที

แท็กที่เกี่ยวข้อง