
Sunday Recap 21-27 ก.ค. 2568 : ข่าวธุรกิจ รอบประจำสัปดาห์ทั้งในแลต่างประเทศ
สรุปสถานการณ์เศรษฐกิจและธุรกิจที่สำคัญ: ผลกระทบและโอกาสสำหรับ SME ไทย
สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาส่งผลกระทบต่อภาคแรงงานและธุรกิจไทย แม้ ครม. จะผ่อนผันให้แรงงานกัมพูชาอยู่ในไทยได้ ขณะที่การเจรจาภาษีกับสหรัฐฯ ยังคงซับซ้อนท่ามกลางความกังวลของนักลงทุน ผู้ว่า ธปท. คนใหม่ "วิทัย รัตนากร" ได้รับการตอบรับเชิงบวก ด้านค่าเงินบาทและราคาสินค้ายังคงผันผวนเล็กน้อย สมาคมธนาคารไทยเร่งออกมาตรการช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากความไม่สงบและน้ำท่วม รัฐบาลอัดฉีดงบประมาณช่วยเหลือชาวสวนลำไยกว่า 1,000 ล้านบาท พร้อมมาตรการยั่งยืน นอกจากนี้ ไทยยังเปิดเจรจาการค้ากับรวันดาและบุรุนดีเพื่อขยายตลาดใหม่ในแอฟริกา ขณะที่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์สั่งการให้เร่งกระจายสินค้าสู่ชายแดนและห้ามฉวยโอกาสขึ้นราคา ทรัมป์ปิดดีลลดภาษีกับ EU ครอบคลุมรถยนต์ ยา และชิป สร้างโอกาสให้ SME ไทยในห่วงโซ่อุปทาน และโครงการ ASEAN Payment Connectivity Initiative 2025 กำลังสร้างโอกาสใหม่ในการชำระเงินข้ามพรมแดนสำหรับ SME ไทย
1. ความขัดแย้งไทย–กัมพูชา ผลกระทบต่อภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมม
สถานการณ์ความไม่สงบบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อภาคแรงงานกัมพูชาและภาคธุรกิจอุตสาหกรรมของไทย โดยแรงงานกัมพูชากว่า 12,000 คน เดินทางกลับประเทศผ่านด่านคลองลึก จ.สระแก้ว ภายใน 5 วัน ส่งผลให้โรงงานในภาคตะวันออกขาดแคลนแรงงานทันที โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมอาหารทะเลแปรรูปและสิ่งทอ จังหวัดที่มีแรงงานกัมพูชาทำงานจำนวนมาก
อย่างไรก็ตามในวันที่ 22 กรกฎาคม 2568 มติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้ผ่อนผันให้แรงงานชาวกัมพูชาจำนวน 47,348 คน ที่ทำงานอยู่ใน 7 จังหวัดชายแดนของไทย สามารถอยู่ในประเทศไทยและทำงานต่อไปได้เป็นระยะเวลา 6 เดือน โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 7 มิถุนายน 2568 หรือจนกว่าสถานการณ์การผ่านแดนจะกลับสู่ภาวะปกติ นอกจากนี้หากสถานการณ์ความไม่สงบบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา อาจส่งผลกระทบการภาคการท่องเที่ยวของประเทศไทยที่กำลังจะเข้าสู่ช่วง High Season และอาจให้การฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวต่างประเทศในช่วงปลายปีชะลอตัวลง
2. สถานการณ์การเจรจาภาษีตอบโต้กับสินค้านำเข้าสหรัฐฯ
ยังไม่มีการประกาศอัตราภาษีตอบโต้กับสินค้านำเข้าของไทย หลังจาการยื่นข้อเสนอสุดท้ายเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2568 ก่อนเส้นตายวันที่ 1 สิงหาคม การเจรจาครั้งนี้มีความซับซ้อนมากขึ้น เนื่องจากสหรัฐฯ เชื่อมโยงเงื่อนไขทางเศรษฐกิจกับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยเรียกร้องให้มีการ “หยุดยิง” ก่อนดำเนินการเจรจาต่อ สำหรับประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียนที่สหรัฐฯ ได้ภาษีตอบโต้ที่ลดลงได้แก่ เวียดนามที่ 20% และอินโดนีเซียที่ 19% นอกจากนี้นักลงทุนต่างชาติเริ่มแสดงความกังวลต่อความไม่แน่นอนของนโยบายภาษีสหรัฐฯ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมที่พึ่งพาการส่งออกไปยังตลาดสหรัฐฯ เช่น อิเล็กทรอนิกส์และดิจิทัล, BOI ได้ออกมาตรการ “ส่งเสริมศักยภาพผู้ประกอบการไทย” เพื่อรับมือกับผลกระทบจากสงครามการค้า และเสริมสร้าง Supply Chain ภายในประเทศ
3. ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ผู้ว่าคนใหม่
ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ผู้ว่าคนใหม่ “วิทัย รัตนากร” มีผลตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2567 โดยจะดำรงตำแหน่ง 5 ปี วิทัยเคยเป็นผู้อำนวยการธนาคารออมสินและมีบทบาทสำคัญในการช่วยเหลือ SME และประชาชนช่วงโควิด การแต่งตั้งครั้งนี้ได้รับการตอบรับเชิงบวกจากตลาดการเงิน สะท้อนความเชื่อมั่นต่อเสถียรภาพนโยบายการเงินของไทยตลาดหุ้นตอบรับเชิงบวก ซึ่งอาจส่งผลต่อทิศทางนโยบายการเงินและสินเชื่อที่ผู้ประกอบการรายย่อยควรติดตาม
4. ค่าเงินบาท ราคาทอง และน้ำมัน
ค่าเงินบาทมีการเคลื่อนไหวผันผวนในกรอบแคบๆ โดยมีแนวโน้มอ่อนค่าเล็กน้อยในช่วงต้นและปลายสัปดาห์ โดยได้รับอิทธิพลจากปัจจัยภายนอก เช่น ดัชนีเงินดอลลาร์สหรัฐฯ และนโยบายการเงินของประเทศคู่ค้าสำคัญ
ราคาทองคำไทยมีการปรับฐานลงเล็กน้อยหลังจากที่ปรับขึ้นในช่วงต้นสัปดาห์ ซึ่งอาจได้รับอิทธิพลจากความผันผวนของค่าเงินบาทและทิศทางราคาทองในตลาดโลกที่ยังคงเผชิญกับปัจจัยกดดันจากนโยบายการเงินของธนาคารกลางสำคัญราคาน้ำมันในประเทศค่อนข้างทรงตัวตลอดสัปดาห์ โดยราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกมีแนวโน้มอ่อนตัวลงเล็กน้อยจากความกังวลต่อเศรษฐกิจโลกและปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์บางประการ แต่ในประเทศไทยมีมาตรการตรึงราคาดีเซลไว้ ทำให้ราคาน้ำมันขายปลีกไม่ได้รับผลกระทบมากนัก
5. สมาคมธนาคารไทยเร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากความไม่สงบชายแดนและน้ำท่วม
สมาคมธนาคารไทย โดยนายผยง ศรีวณิช ประธานสมาคมฯ แสดงความห่วงใยต่อประชาชนและธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบชายแดนไทย-กัมพูชา และน้ำท่วมภาคเหนือ จึงได้ออกมาตรการช่วยเหลือทางการเงินอย่างเร่งด่วน โดยลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากความไม่สงบชายแดนจะได้รับการพิจารณาปรับลดผ่อนชำระขั้นต่ำบัตรเครดิต, ขยายเวลาชำระหนี้, พักชำระเงินต้น/ดอกเบี้ยชั่วคราว รวมถึงปรับโครงสร้างหนี้สำหรับสินเชื่อส่วนบุคคล และได้รับความช่วยเหลือเพิ่มเติมตามสภาพคล่องสำหรับสินเชื่อทุกประเภท ส่วนผู้ประสบภัยน้ำท่วมจะได้รับการลดภาระหนี้, สนับสนุนสภาพคล่อง และช่วยเหลือซ่อมแซมทรัพย์สิน ธนาคารสมาชิกหลายแห่งได้เริ่มดำเนินการแล้ว โดยจะพิจารณาความเหมาะสมเป็นรายบุคคล ผู้ที่ได้รับผลกระทบสามารถแจ้งความจำนงได้ที่ธนาคารที่ใช้บริการผ่านช่องทางต่างๆ สมาคมฯ ขอส่งกำลังใจให้ทุกคนผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้โดยเร็ว
มาตรการช่วยเหลือครอบคลุม 2 ส่วนหลัก:
- สำหรับลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา:
- สินเชื่อบัตรเครดิต: พิจารณาปรับลดอัตราการผ่อนชำระขั้นต่ำ
- สินเชื่อส่วนบุคคล: พิจารณาขยายระยะเวลาการชำระหนี้, พักชำระเงินต้นหรือดอกเบี้ยชั่วคราว, และปรับโครงสร้างหนี้ให้สอดคล้องกับความสามารถในการชำระหนี้
- สินเชื่อทุกประเภท: พิจารณาให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติมตามสภาพคล่องของลูกหนี้
- สำหรับลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม:
- ลดภาระในการชำระหนี้
- สนับสนุนทางการเงินเพื่อเสริมสภาพคล่องในการดำรงชีพและการประกอบธุรกิจ
- ช่วยเหลือในการฟื้นฟูซ่อมแซมที่อยู่อาศัยและทรัพย์สินที่เสียหาย
สมาคมธนาคารไทยได้ประสานงานกับธนาคารสมาชิกเพื่อให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน โดยหลายธนาคารได้เริ่มดำเนินการแล้ว และที่เหลืออยู่ระหว่างการพิจารณาเพิ่มเติม การให้ความช่วยเหลือจะพิจารณาเป็นรายกรณีตามความเหมาะสมและความจำเป็นของลูกค้า เพื่อให้สามารถกลับมาดำเนินชีวิตและธุรกิจได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด
ผู้ที่ได้รับผลกระทบสามารถแจ้งความประสงค์ขอรับความช่วยเหลือได้ที่ธนาคารที่ใช้บริการอยู่ ผ่านทางสาขา, เจ้าหน้าที่ดูแลสินเชื่อ, หรือ Call Center ของแต่ละธนาคารได้ทันที
6. รัฐบาลอัดงบช่วยชาวสวนลำไย: ยกระดับคุณภาพ สร้างเสถียรภาพราคาผลผลิต
ในช่วงเดือนกรกฎาคม 2568 ประเทศไทยเผชิญกับปัญหาผลผลิตลำไยล้นตลาด โดยเฉพาะในภาคเหนือที่มีผลผลิตมากถึง 120,000–140,000 ตัน ส่งผลให้ราคาลำไยตกต่ำและเกษตรกรได้รับผลกระทบอย่างหนัก เพื่อแก้ไขปัญหานี้ รัฐบาลโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ภายใต้การนำของรัฐมนตรี นายอรรถกร ศิริลัทธยากร ได้ประกาศมาตรการช่วยเหลืออย่างเป็นรูปธรรม ด้วยงบประมาณรวมกว่า 1,000 ล้านบาท
นโยบายหลักประกอบด้วยการสนับสนุนเงินช่วยเหลือ ไร่ละ 1,400 บาท แบ่งเป็น 1,000 บาทสำหรับการตัดแต่งทรงพุ่มและกิ่ง และอีก 400 บาทสำหรับค่าปัจจัยการผลิต โดยจำกัดไม่เกิน 10 ไร่ต่อครัวเรือน เพื่อยกระดับคุณภาพผลผลิตให้ได้มาตรฐานเกรด AA เพิ่มโอกาสในการส่งออกและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับลำไยไทย นอกจากนี้ รัฐบาลยังวาง 3 มาตรการเสริมเพื่อแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน ได้แก่
• สนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ สำหรับผู้ประกอบการที่รับซื้อลำไยไปแปรรูป
• กระจายผลผลิต ผ่านเครือข่ายสหกรณ์ โรงเรียน และสถานที่ท่องเที่ยว
• อำนวยความสะดวกด้านแรงงาน โดยประสานหน่วยงานความมั่นคงเพื่อรองรับแรงงานช่วงฤดูเก็บเกี่ยว
มาตรการเหล่านี้สะท้อนถึงความตั้งใจของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างของภาคเกษตรไทย โดยไม่เพียงช่วยเหลือในระยะสั้น แต่ยังวางรากฐานเพื่อความมั่นคงและยั่งยืนของอุตสาหกรรมลำไยในระยะยาว
7. ไทยเปิดเจรจารวันดา-บุรุนดี ขยายตลาดสินค้าเกษตรและโครงสร้างพื้นฐาน
รองปลัดกระทรวงพาณิชย์เปิดเผยการเจรจากับเอกอัครราชทูตรวันดาและบุรุนดี เพื่อส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ โดยเน้นกลุ่มสินค้าเกษตร วัสดุก่อสร้าง และอุปกรณ์ไฟฟ้า ถือเป็นการเปิดประตูสู่ตลาดใหม่ในแอฟริกา ซึ่งมีศักยภาพในการเติบโตสูง โดยเฉพาะรวันดาที่มีโครงสร้างพื้นฐานพัฒนาเร็ว และบุรุนดีที่มีทรัพยากรธรรมชาติหลากหลาย เป็นโอกาสสำหรับ SME ไทยที่ต้องการขยายตลาดส่งออกไปยังภูมิภาคใหม่
รวันดา (Rwanda) 🇷🇼
รวันดาเป็นประเทศในภูมิภาคแอฟริกาตะวันออกที่มีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอย่างรวดเร็ว มีเมืองหลวงชื่อ คิกาลี (Kigali) มีประชาก 14.5 ล้านคนมีภาษาราชการ ได้แก่ คินยารวันดา (Kinyarwanda), ฝรั่งเศส (French) และ อังกฤษ (English) มีบทบาทสำคัญในเวทีระหว่างประเทศ และเป็นพันธมิตรที่ให้การสนับสนุนไทยในหลายโอกาส มีศักยภาพในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน โดยเน้นการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม
โอกาสทางธุรกิจสำหรับไทย:
• ไทยนำเข้ากาแฟและชาจากรวันดา ซึ่งเป็นสินค้าที่มีคุณภาพสูง
• ไทยสามารถส่งออกสินค้า เช่น เคมีภัณฑ์ แผงควบคุมไฟฟ้า รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ รวมถึงวัสดุก่อสร้าง
• รวันดาสามารถเป็น “ประตูการค้า” สู่ภูมิภาคแอฟริกาตะวันออก
บุรุนดี (Burundi) 🇧🇮
บุรุนดีเป็นตลาดเกิดใหม่ในแอฟริกาตะวันออกที่มีทรัพยากรธรรมชาติหลากหลาย เช่น แร่ธาตุหายาก ทองแดง และนิกเกิล มีเมืองหลวง ชื่อ กีเตกา (Gitega) และมีเมืองบูจุมบูรา (Bujumbura) ศูนย์กลางเศรษฐกิจและเมืองใหญ่ที่สุด มีจำนวนประชากรประมาณ 13.2 ล้านคน มีภาษาราชการคิรุนดี (Kirundi) สวาฮีลี (Swahili) และ ฝรั่งเศส (French) มีความพร้อมในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและเปิดรับการลงทุนจากต่างประเทศ
โอกาสทางธุรกิจสำหรับไทย:
• ไทยสามารถส่งออกสินค้าในกลุ่มวัสดุก่อสร้าง อุปกรณ์ไฟฟ้า และเครื่องจักรกล
• บุรุนดีสามารถเป็นพันธมิตรทางการค้าในระดับภูมิภาค และเป็นช่องทางเข้าสู่ตลาดแอฟริกา
9. “สุชาติ” สั่งค้าภายในประสานห้างฯกระจายสินค้าเข้าพื้นที่ชายแดน – ห้ามฉวยโอกาสขึ้นราคาโดยเด็ดขาด
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ มอบหมายให้กรมการค้าภายใน (DIT) ติดตามสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชาอย่างใกล้ชิด พร้อมสั่งการให้เร่งกระจายสินค้าและดูแลราคาสินค้าอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะสินค้าจำเป็นในชีวิตประจำวัน และห้ามไม่ให้มีการฉวยโอกาสขึ้นราคาหรือกักตุนสินค้าโดยเด็ดขาด
โดย กรมการค้าภายในได้ประชุมร่วมกับผู้ประกอบการห้างค้าปลีกค้าส่งรายใหญ่ ได้แก่ ซีพี แอ็กซ์ตร้า (แม็คโคร โลตัส โกเฟรช) บิ๊กซี เซเว่นอีเลฟเว่น ซีเจ ซูเปอร์มาร์เก็ต และท็อปส์ เพื่อประเมินสถานการณ์และวางแผนการจัดส่งสินค้าอย่างเร่งด่วน โดยขณะนี้ผู้ประกอบการยืนยันว่ายังสามารถกระจายสินค้าไปยังสาขาใกล้เคียงและศูนย์พักพิงได้ต่อเนื่อง โดยยังจำหน่ายในราคาปกติ ไม่มีการปรับขึ้นแต่อย่างใด
10. “ทรัมป์” ปิดดีล “สหภาพยุโรป” ลดภาษีเหลือ 15% ครอบคลุมรถ ยา และชิป ยุโรปยอมซื้อพลังงาน-ลงทุนเพิ่ม
ในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม 2568 ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ได้ประกาศความสำเร็จในการเจรจาข้อตกลงการค้าครั้งใหญ่กับสหภาพยุโรป ซึ่งถือเป็นหนึ่งในดีลที่ทรงอิทธิพลที่สุดในยุคของเขา โดยสาระสำคัญของข้อตกลงคือการ ลดอัตราภาษีนำเข้าสินค้าจากยุโรปลงเหลือ 15% จากเดิมที่เคยตั้งไว้สูงถึง 30% โดยครอบคลุมสินค้าหลัก ได้แก่ รถยนต์ เซมิคอนดักเตอร์ และผลิตภัณฑ์ยา
การเจรจาครั้งนี้เกิดขึ้นก่อนถึงเส้นตายวันที่ 1 สิงหาคม ซึ่งทรัมป์เคยประกาศว่าจะไม่ขยายเวลาอีกต่อไป โดยมี เออร์ซูลา ฟอน แดร์ ไลเอิน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป เดินทางไปพบทรัมป์ที่สกอตแลนด์เพื่อปิดดีลอย่างเป็นทางการ ท่ามกลางเสียงวิจารณ์จากนักเศรษฐศาสตร์และผู้ผลิตในยุโรปว่าอัตราภาษี 15% ยังสูงเกินไป และไม่ครอบคลุมสินค้าสำคัญอย่างเหล็กและอะลูมิเนียมที่ยังคงถูกเก็บภาษีในอัตรา 50% ตามนโยบายเดิมของทรัมป์
ในข้อตกลงนี้ สหภาพยุโรปยังตกลงที่จะ ซื้อพลังงานจากสหรัฐฯ มูลค่า 7.5 แสนล้านดอลลาร์ และ เพิ่มการลงทุนในสหรัฐฯ อีก 6 แสนล้านดอลลาร์ รวมถึงการซื้อยุทโธปกรณ์จากสหรัฐฯ เพื่อเสริมความมั่นคงทางยุทธศาสตร์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนลดการพึ่งพาพลังงานจากรัสเซียภายในปี 2028
แม้จะมีข้อถกเถียงในรายละเอียด แต่ข้อตกลงนี้ถือเป็นการหลีกเลี่ยงสงครามการค้าระหว่างสองมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ และเป็นสัญญาณบวกต่อเสถียรภาพของตลาดโลก โดยเฉพาะในภาคการผลิตและเทคโนโลยี ซึ่ง SME ไทยที่อยู่ในห่วงโซ่อุปทานของสินค้าส่งออกไปยุโรปหรือสหรัฐฯ ควรจับตาและปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับโครงสร้างภาษีใหม่ที่อาจส่งผลต่อราคาต้นทุนและการเข้าถึงตลาด
11. ASEAN Payment Connectivity Initiative 2025: โอกาสใหม่สำหรับ SME ไทยในยุคการเงินไร้พรมแดน
ในปี 2568 โครงการ ASEAN Regional Payment Connectivity (RPC) ได้รับการผลักดันอย่างจริงจังจากผู้นำอาเซียน โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างระบบการชำระเงินข้ามพรมแดนที่รวดเร็ว ปลอดภัย และมีต้นทุนต่ำ โดยเฉพาะสำหรับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ที่ต้องการขยายตลาดในภูมิภาคอาเซียน
โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนการรวมเศรษฐกิจอาเซียนตามกรอบ ASEAN Economic Community Blueprint 2025 ซึ่งมุ่งเน้นการสร้างเศรษฐกิจที่เชื่อมโยงกันอย่างลึกซึ้งและมีความยืดหยุ่น โดยระบบ RPC จะเชื่อมโยงระบบการชำระเงินของประเทศสมาชิกผ่านเทคโนโลยี เช่น Fast Payment Systems, API, และ ISO 20022 เพื่อให้สามารถโอนเงินระหว่างประเทศได้แบบเรียลไทม์ โดยไม่ต้องผ่านระบบ SWIFT แบบเดิม
นอกจากนี้ ยังมีการส่งเสริมการใช้ สกุลเงินท้องถิ่น (Local Currency Transactions) แทนการพึ่งพาเงินดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน และเพิ่มความคล่องตัวในการทำธุรกรรมระหว่างประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่ม SME ที่มีข้อจำกัดด้านต้นทุนและระบบการเงิน
ผลกระทบต่อ SME ไทย:
• ลดต้นทุนการโอนเงินและค่าธรรมเนียมระหว่างประเทศ
• เพิ่มความเร็วในการรับ-จ่ายเงินกับคู่ค้าในอาเซียน
• ขยายโอกาสในการทำธุรกิจข้ามพรมแดน เช่น e-commerce, logistics, และบริการดิจิทัล
• ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีการเงิน (Fintech) และการเชื่อมโยงกับระบบธนาคารในภูมิภาค
วิดีโอที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘ทรัมป์’ เก็บภาษีนำเข้ารถ 25% กระทบลูกโซ่ ไทย - อาเซียน เสี่ยงถูกภาษีตอบโต้
ทำเนียบขาวประกาศมาตรการเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์ต่างชาติ 25% มีผล 3 เม.ย.นี้ อ้างปกป้องความมั่นคงอุตสาหกรรมยานยนต์อเมริกัน ส่อส่งผลกระทบลูกโซ่ถึงภูมิภาคอาเซียน ไทยเสี่ยง เพราะส่งออกรถยนต์และชิ้นส่วนไปสหรัฐฯ สูงถึง 1.9 พันล้านดอลลาร์

GUNKUL จับมือกระทรวงพลังงานฟิลิปปินส์ ลุยโซลาร์ลอยน้ำ Laguna Lake ใหญ่สุดในอาเซียน 784.1 MW
GUNKUL เดินหน้ารุกตลาดพลังงานสะอาดระดับภูมิภาค ลงนาม LOI ร่วมกับกระทรวงพลังงานฟิลิปปินส์ พัฒนาโครงการโซลาร์เซลล์ลอยน้ำ Laguna Lake Floating Solar ขนาดใหญ่ที่สุดในอาเซียน กำลังการผลิต 784.1 เมกะวัตต์ พร้อมสัญญาซื้อขายไฟฟ้า 20 ปี ล็อกราคาคงที่ หนุนการรับรู้กำไรเต็มปีตั้งแต่ปี 2571

ถอดรหัสความสำเร็จญี่ปุ่น พลิกโฉมโคเนื้อไทย
นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า สนค. ได้ศึกษาความสำเร็จของอุตสาหกรรมโคเนื้อของญี่ปุ่น โดยเฉพาะเนื้อวากิว ที่ถือเป็นตัวอย่างความสำเร็จของการพัฒนาสินค้าเกษตรมูลค่าสูงที่ได้รับการยอมรับในตลาดโลก

Sunday Recap 30 มิ.ย – 4 ก.ค. 2568 : สรุปสถานการณ์เด่นรอบสัปดาห์ในไทยและต่างประเทศ
บาทแข็ง, หุ้นผันผวน, GDP ชะลอตัว: เงินบาทแข็งค่าสุดรอบ 9 เดือน ตลาดหุ้นไทย SET ปิดที่ 1,119.94 จุด นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ กกร. ลดคาดการณ์ GDP ปี 68 เหลือ 1.5-2.0% ชี้ปัจจัยเสี่ยงจากภาษีสหรัฐฯ และการเมืองในประเทศ ศาลรัฐธรรมนูญสั่ง "แพทองธาร" หยุดปฏิบัติหน้าที่นายกฯ ชั่วคราว

รายงาน Supply Chain Financing ของซิตี้และเทรนด์การค้าโลกยุค AI
รายงานของ Citi เผยการค้าโลกกำลังเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ โดยประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นฮับซัพพลายเชนแห่งใหม่ที่ธุรกิจทั่วโลกจับตา ผู้ประกอบการไทยจึงควรคว้าโอกาสและปรับตัวรับเทรนด์ AI

จากคู่แข่งสู่คู่ค้าอันดับหนึ่ง: เจาะลึกแผนยุทธศาสตร์ร่วมไทย-เวียดนามเพื่อครองตลาดอาเซียนในทศวรรษหน้า
ในโลกการค้ายุคใหม่ที่เผชิญกับความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ รูปแบบการแข่งขันแบบแพ้-ชนะ (Zero-Sum Game) กำลังถูกแทนที่ด้วยแนวคิด "การร่วมมือเพื่อเติบโต" (Co-opetition) ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดในภูมิภาคอาเซียนคือ ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่าง ไทย และ เวียดนาม
