
SCB EIC ชี้เศรษฐกิจไทยและความท้าทายในครึ่งปีหลัง พร้อมผลกระทบต่อ SME
สรุปประเด็น
-
SCB EIC ปรับประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 ขึ้นเป็น 2.0% จากแรงหนุนของสถานการณ์ตะวันออกกลางที่คลี่คลายและมาตรการรัฐ
-
เศรษฐกิจยังฟื้นตัวแบบ K-Shaped คือโตไม่เท่ากัน โดยได้แรงจากท่องเที่ยว ส่งออก และการลงทุนบางส่วน
-
ความเสี่ยงหลักยังมาจากหนี้ครัวเรือนและ SME ที่สูง ทำให้กำลังซื้อในประเทศอ่อน และปี 2570 คาดโตชะลอเหลือ 1.9%
SCB EIC ปรับเพิ่มประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 เป็น 2.0% จากเดิม 1.7% โดยมีปัจจัยหนุนจากการคลี่คลายสถานการณ์ในตะวันออกกลางและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐ ทว่า การฟื้นตัวยังคงเป็นแบบ "K-Shaped" หรือกระจุกตัวในบางภาคส่วน ขณะที่หนี้ครัวเรือนและภาคธุรกิจ SME ยังคงเป็นความเปราะบางสำคัญที่ฉุดรั้งกำลังซื้อในประเทศ ส่งผลให้การเติบโตในปี 2570 คาดว่าจะชะลอลงเหลือ 1.9% ซึ่งผู้บริหารและนักลงทุนต้องจับตาการบริหารความเสี่ยงและโอกาสอย่างใกล้ชิด
SCB EIC (ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์) ได้ปรับเพิ่มประมาณการเศรษฐกิจไทยสำหรับปี 2569 ขึ้นเป็น 2.0% จากเดิมที่ 1.7% โดยปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้มีการปรับประมาณการในทิศทางที่ดีขึ้น มาจากการที่สถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลางเริ่มคลี่คลายลง ทำให้ราคาพลังงานมีแนวโน้มปรับตัวลดลง ซึ่งจะช่วยบรรเทาภาระต้นทุนให้กับภาคธุรกิจและครัวเรือนโดยรวม นอกจากนี้ แรงสนับสนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ โดยเฉพาะ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ก็จะเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการประคองเศรษฐกิจผ่านการลดค่าครองชีพ การกระตุ้นการใช้จ่าย และการลงทุนในบางส่วน ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นข้อสรุปที่นำเสนอโดย นายยรรยง ไทยเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานวิจัยเศรษฐกิจและความยั่งยืน SCB EIC
แม้จะมีการปรับประมาณการเศรษฐกิจให้ดีขึ้น แต่ SCB EIC ยังคงชี้ให้เห็นว่า เศรษฐกิจไทยยังคงเผชิญกับการฟื้นตัวในลักษณะที่เรียกว่า "K-Shaped" ซึ่งหมายถึงการฟื้นตัวที่ไม่เท่าเทียมกัน โดยแรงขับเคลื่อนหลักยังคงกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่บางกลุ่มที่ได้รับอานิสงส์จากการปรับตัวดีขึ้นของ ภาคการท่องเที่ยว การฟื้นตัวของ การส่งออก และ การลงทุนที่เพิ่มขึ้นในบางอุตสาหกรรม เช่น อุตสาหกรรมที่มีศักยภาพในการแข่งขันและดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ สิ่งนี้สะท้อนถึงการเติบโตที่ไม่ทั่วถึงและอาจสร้างความท้าทายในการบริหารจัดการสำหรับองค์กรที่ไม่ได้อยู่ในกลุ่มธุรกิจหลักเหล่านี้
อย่างไรก็ตาม SCB EIC ยังคงเตือนถึงความเปราะบางเชิงโครงสร้างที่สำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจาก หนี้ครัวเรือน และ ภาระหนี้ของธุรกิจ SME ที่ยังคงอยู่ในระดับสูง ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่จำกัดกำลังซื้อภายในประเทศ ครัวเรือนที่มีรายได้ต่ำ-ปานกลาง และผู้ประกอบการ SMEs ยังคงเผชิญกับแรงกดดันจากรายได้ที่ฟื้นตัวช้า ควบคู่ไปกับต้นทุนและค่าครองชีพที่ยังคงสูงอยู่ สถานการณ์นี้ส่งผลให้การบริโภคภายในประเทศฟื้นตัวได้อย่างจำกัด และอาจเป็นอุปสรรคต่อการขยายตัวของธุรกิจขนาดใหญ่ที่พึ่งพิงตลาดในประเทศเป็นหลัก นี่คือความเสี่ยงที่องค์กรขนาดใหญ่และนักลงทุนจำเป็นต้องพิจารณาอย่างจริงจัง เนื่องจากมันส่งผลกระทบต่อภาพรวมของอุปสงค์ภายในประเทศและการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาว
สำหรับแนวโน้มในปี 2570 นั้น SCB EIC คาดการณ์ว่าแรงส่งทางเศรษฐกิจจะเริ่มแผ่วลง ส่งผลให้ประมาณการการเติบโตของ GDP ชะลอตัวลงเหลือ 1.9% การคาดการณ์ดังกล่าวสะท้อนถึงความท้าทายที่ยังคงอยู่และความจำเป็นที่ภาครัฐและภาคเอกชนจะต้องร่วมกันหาแนวทางแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างเพื่อส่งเสริมการเติบโตที่ยั่งยืนและทั่วถึงมากขึ้น สำหรับผู้บริหารระดับสูงและนักลงทุนในองค์กรขนาดใหญ่ การทำความเข้าใจถึงพลวัตของเศรษฐกิจแบบ K-Shaped และการจัดการกับความเสี่ยงจากหนี้สินภาคครัวเรือนและธุรกิจ เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการวางแผนกลยุทธ์การลงทุน การขยายธุรกิจ และการบริหารความเสี่ยงให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่ยังคงมีความไม่แน่นอนสูงในครึ่งหลังของปีนี้และต่อเนื่องไปจนถึงปีหน้า
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ราคาเกษตรหดตัว พลังงานลง ฉุดดัชนีราคาผู้ผลิต ธ.ค.68 ลด 1.8%
ดัชนีราคาผู้ผลิต เดือน ธ.ค.68 ลดลง 1.8% จากการหดตัวของราคาสินค้าเกษตร ที่มีการแข่งขันสูงในตลาดโลก ราคาปิโตรเลียมลดลงจากอุปทานส่วนเกิน ค่าเงินบาทแข็งค่า กระทบต่อราคาที่ผลิตเพื่อส่งออก และเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ทำให้ความต้องการลด คาดดัชนีปี 69 มีแนวโน้มลดลงและทรงตัว

Reinvent Thailand เชื่อม 7 กลุ่มธุรกิจ สู่แผนปฏิบัติการฟื้นเศรษฐกิจไทย
รองนายกฯ ฝ่ายเศรษฐกิจ ร่วมมือกับ กกร. ผลักดันโครงการ Reinvent Thailand ผ่านกลไก กรอ. เพื่อยกระดับภาคเอกชนสู่การร่วมกำหนดนโยบาย มุ่งแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง ตั้งเป้าดัน GDP โตไม่น้อยกว่า 3% และการลงทุนแตะ 30% ของ GDP ชู 7 กลุ่มธุรกิจเป้าหมาย และการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจ

ภารกิจหนักหนา: โจทย์เศรษฐกิจที่รัฐบาลอนุทิน-เอกนิติ ต้องเผชิญ
รัฐบาลไทยเผชิญโจทย์เศรษฐกิจหนัก จากเศรษฐกิจ"โตช้า แข่งขันไม่ได้ เหลื่อมล้ำ" GDP หดเหลือ 1.8-2.2% ภาษีสหรัฐฯกระทบ 3 ล้านคน หนี้ครัวเรือน 540,000 บาท/คน SMEs ล้มละลาย

ทำความรู้จักกับ วิทัย รัตนากร ผู้ว่าแบงก์ชาติ คนที่ 22
นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธปท. คนที่ 22 มีประสบการณ์ครบเครื่องทั้งภาครัฐและเอกชน พร้อมภารกิจฟื้นฟูเศรษฐกิจไทยในยุคเปราะบาง ด้วยนโยบายแก้หนี้ครัวเรือนแบบยั่งยืน ส่งเสริม FinTech และเพิ่มการเข้าถึงแหล่งทุน โดยได้รับความเชื่อมั่นจากภาคธุรกิจและนักลงทุน

หนี้ครัวเรือนลุกลาม เศรษฐกิจไทยซึมลึก: BAM ส่งสัญญาณเตือนวิกฤติเรื้อรัง
BAM เตือนวิกฤติหนี้ครัวเรือนที่แทรกซึมทั่วสังคมไทย ส่งผลให้เศรษฐกิจซบเซาและฟื้นตัวยาก ต่างจากวิกฤติปี 2540 ที่จำกัดอยู่ในธุรกิจใหญ่และสถาบันการเงิน ยอดหนี้ครัวเรือนพุ่งแตะ 16.2 ล้านล้านบาท บั่นทอนกำลังซื้อและความมั่นใจของประชาชนอย่างรุนแรง

ไทยเที่ยวไทยพลัส เฟส 3: รัฐพนัน 3,500 ล้านบาทกับโจทย์ที่ซับซ้อนกว่าแค่ "กระตุ้นการใช้จ่าย"
เจาะลึกโครงการไทยเที่ยวไทยพลัส เฟส 3 วงเงิน 3,500 ล้านบาท 1 ล้านสิทธิ์ พร้อมวิเคราะห์ความคุ้มค่า นัยต่อธุรกิจท่องเที่ยว และกลยุทธ์สำคัญที่ผู้ประกอบการต้องเตรียมพร้อมรับมือ ทั้งระบบดิจิทัลและการบริหารจัดการ เพื่อคว้าโอกาสฟื้นฟูธุรกิจช่วงไฮซีซั่นปลายปี 2569
