
ไทยโอบายาชิ ทุ่ม 8 พันล้าน ปักหมุด O-MESH Ratchadamri
สรุปประเด็น
การวางศิลาฤกษ์โครงการ O-MESH Ratchadamri โดยบริษัท นันทวัน จำกัด ในเครือไทยโอบายาชิ ไม่ใช่เพียงพิธีกรรมเปิดโครงการอสังหาริมทรัพย์ทั่วไป แต่สะท้อนความเชื่อมั่นของกลุ่มทุนญี่ปุ่นที่มีต่อศักยภาพทำเลไพรม์แอเรียใจกลางกรุงเทพฯ ในภาวะที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ยังต้องเผชิญความท้าทายจากอัตราดอกเบี้ยและต้นทุนก่อสร้างที่สูงขึ้น การทุ่มเม็ดเงินกว่า 8,000 ล้านบาท เพื่อพัฒนาที่ดินราว 6 ไร่ บริเวณปากซอยมหาดเล็กหลวง 3 ถนนราชดำริ ซึ่งเชื่อมต่อโดยตรงกับสถานีรถไฟฟ้า BTS ราชดำริ จึงเป็นสัญญาณบวกที่นักลงทุนสถาบันและผู้ประกอบการรายใหญ่ควรจับตา
โครงสร้างของโครงการที่ประกอบด้วยอาคารสำนักงานเกรด A โรงแรม 203 ห้องภายใต้การบริหารของ Seibu Prince Hotels Worldwide และพื้นที่ค้าปลีก พร้อมที่จอดรถกว่า 900 คัน แสดงให้เห็นถึงกลยุทธ์การกระจายความเสี่ยงด้วยรายได้หลายทาง (Diversified Revenue Stream) ซึ่งเป็นแนวทางที่ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับโลกนิยมใช้ในการรับมือกับความผันผวนของแต่ละภาคธุรกิจ ขณะเดียวกันการดึงพันธมิตรโรงแรมระดับสากลเข้ามาบริหารยังช่วยยกระดับมาตรฐานบริการและสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้เช่าพื้นที่สำนักงานในระยะยาวอีกด้วย

ประเด็นที่น่าสนใจในเชิงอุตสาหกรรมคือการนำ LRV (Left-Right-Vertical) Technology มาใช้เป็นครั้งแรกในประเทศไทย ซึ่งไทยโอบายาชิระบุชัดว่าเทคโนโลยีนี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการก่อสร้าง ควบคุมคุณภาพและระยะเวลาได้แม่นยำขึ้น พร้อมลดการใช้แรงงานและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมโดยรอบ นี่ถือเป็นการยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยที่อาจกลายเป็นต้นแบบให้ผู้พัฒนารายอื่นนำไปประยุกต์ใช้ในโครงการขนาดใหญ่ต่อไป โดยเฉพาะในยุคที่ต้นทุนแรงงานและแรงกดดันด้าน ESG เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ช่วยลดการใช้แรงงานและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมโดยรอบ ในยุคที่ต้นทุนแรงงานและแรงกดดันด้าน ESG เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ในมิติความยั่งยืน โครงการนี้วางกรอบการพัฒนาโดยยึดมาตรฐานสากลอย่าง LEED และ WELL ตั้งแต่ขั้นตอนออกแบบ ครอบคลุมทั้งระบบ Smart Building, Destination Control System และการบริหารจัดการคุณภาพอากาศภายในอาคารเพื่อรับมือปัญหา PM2.5 ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางที่นักลงทุนสถาบันทั่วโลกให้น้ำหนักกับปัจจัย ESG มากขึ้นในการตัดสินใจลงทุนหรือเช่าพื้นที่สำนักงาน แนวคิด "Keep the Green Character of Ratchadamri" ยังสะท้อนความพยายามรักษาอัตลักษณ์ของย่านควบคู่กับการสร้างมูลค่าเพิ่มใหม่ให้สอดรับบริบทเมือง
อีกหนึ่งจุดที่มีนัยสำคัญเชิงกลยุทธ์คือการขยายความร่วมมือกับ สหพัฒนาอินเตอร์โฮลดิ้ง (SPI) จากเดิมที่เป็นเพียงคู่ค้า สู่การเป็น Strategic Partners ร่วมทุนพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในส่วนโรงแรม การผสานจุดแข็งระหว่างความเชี่ยวชาญด้านธุรกิจของเครือสหพัฒน์กับศักยภาพด้านเทคโนโลยีก่อสร้างของไทยโอบายาชิ สะท้อนโมเดลความร่วมมือข้ามอุตสาหกรรมที่อาจกลายเป็นกรณีศึกษาสำหรับกลุ่มทุนไทยและต่างชาติในการพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ร่วมกันในอนาคต
สร้างโอกาสทางอ้อมทั้งในแง่งานรับเหมาช่วงด้านเทคโนโลยีก่อสร้างและวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงกำลังซื้อที่จะเพิ่มขึ้นเมื่อโครงการแล้วเสร็จ
สำหรับผู้ประกอบการรายย่อยในซัพพลายเชนก่อสร้างและธุรกิจบริการโดยรอบย่านราชดำริ โครงการนี้อาจสร้างโอกาสทางอ้อมทั้งในแง่งานรับเหมาช่วงด้านเทคโนโลยีก่อสร้างและวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงกำลังซื้อที่จะเพิ่มขึ้นเมื่อโครงการแล้วเสร็จ แม้ผลกระทบเหล่านี้จะเป็นเพียงส่วนเสริมเมื่อเทียบกับภาพรวมการลงทุนหลัก ทั้งนี้ ด้วยกำหนดเปิดให้บริการในเดือนธันวาคม 2572 O-MESH Ratchadamri จะเป็นบททดสอบสำคัญว่าโมเดลมิกซ์ยูสที่ผสานเทคโนโลยีก่อสร้างล้ำสมัยเข้ากับมาตรฐานความยั่งยืนระดับโลก จะสามารถสร้างผลตอบแทนและยกระดับภาพลักษณ์ย่านธุรกิจใจกลางกรุงเทพฯ ได้มากน้อยเพียงใด
ข้อมูลอ้างอิง:
- บริษัท นันทวัน จำกัด (ไทยโอบายาชิ). (2569, 7 กันยายน). ไทยโอบายาชิ เดินหน้า “O-MESH Ratchadamri” มิกซ์ยูส 8,000 ล้านบาท ชู LRV เทคโนโลยีก่อสร้างแห่งแรกในไทย พร้อมแนวคิด Green & Smart ใจกลางราชดำริ. ThaiPR.NET. https://www.thaipr.net/estate/3757610
- Thai Obayashi Corporation Ltd. (2569, 7 กันยายน). Thai Obayashi Advances THB 8 Billion Mixed-Use Development "O-MESH Ratchadamri" in the Heart of Bangkok, Introducing Thailand's First Use of LRV Construction Technology and a "Green & Smart" Concept. Newswit. https://www.newswit.com/en/ieka3vosz3m4qz03zgov1lbk2x366oye
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

BGRIM จับมือ AMATA ทุ่ม 1.2 พันล้าน ลุยโซลาร์ลอยน้ำใน EEC
อมตะ (AMATA) ร่วมมือ บี.กริม เพาเวอร์ (BGRIM) เดินหน้าโครงการโซลาร์ลอยน้ำ (Floating Solar) ในนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ชลบุรี (EEC) มูลค่า 1,200 ล้านบาท กำลังการผลิตรวม 42.5 MWp ดำเนินงานผ่านบริษัทร่วมทุน อมตะ บี.กริม รีนิวเอเบิล เอ็นเนอร์ยี่ พร้อมเปิด COD เฟสแรกแล้ว 17 MWp

“ลดค่าโอน-จำนอง 2568” เหลือ 0.01% มาตรการปลุกอสังหาฯ-เพิ่ม GDP
อัพเดทล่าสุด มติครม. 8 เม.ย. 2568 ไฟเขียว มาตรการลดค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมสำหรับที่อยู่อาศัย “ลดค่าโอน-จำนอง” เหลือ 0.01% หวังกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ เพิ่มจีดีพีประเทศ

เตรียมความพร้อมให้องค์กรเพื่อขับเคลื่อนกลยุทธ์ด้านความยั่งยืน
องค์กรยุคใหม่ต้องปรับตัวรับความผันผวนของโลก VUCA และผลักดันกลยุทธ์ ESG อย่างจริงจัง เรียนรู้ 5 ประเด็นสำคัญในการเตรียมความพร้อมด้านบุคลากร นโยบาย และการเปลี่ยนผ่านองค์กร เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจสู่ความยั่งยืนในระยะยาว

อัลฟา แคปปิตอล (ACPG) รุกขยายพอร์ตธุรกิจการเงิน ปั้น "Alpha Fin" เจาะกลุ่ม SME และเจ้าของอสังหาฯ
บริษัท อัลฟา แคปปิตอล พาร์ทเนอร์ส กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ACPG ซึ่งเป็นที่รู้จักในฐานะผู้นำด้านการบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ (NPL/NPA) ของประเทศไทย กำลังประกาศกลยุทธ์ครั้งสำคัญในการขยายพอร์ตโฟลิโอธุรกิจการเงิน

ครม. ขยายมาตรการลดค่าโอนและจดจำนองอสังหาริมทรัพย์ถึงปี 2570
คณะรัฐมนตรีมีมติขยายมาตรการลดค่าธรรมเนียมโอนและจดจำนองอสังหาริมทรัพย์เหลือเพียง 0.01% สำหรับบ้านและคอนโดราคาไม่เกิน 7 ล้านบาท ออกไปจนถึง 30 มิถุนายน 2570 การเคลื่อนไหวเชิงกลยุทธ์นี้คาดว่าจะช่วยกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์อย่างมีนัยสำคัญ ส่งเสริมกำลังซื้อของผู้บริโภค และเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ถึง 1.06% ซึ่งส่งผลดีต่อเศรษฐกิจมหภาคและความเชื่อมั่นในการลงทุนโดยรวม

รู้จัก “Nature Positive” เป้าหมายโลกใหม่ เพื่อธรรมชาติและเราทุกคน
แนวคิด “Nature Positive” เป้าหมายระดับโลกในการหยุดยั้งการสูญเสียและฟื้นฟูระบบนิเวศให้คืนสู่ความอุดมสมบูรณ์ภายในปี 2030 พร้อมทำความเข้าใจ 3 เครื่องมือสำคัญอย่าง GBF, TNFD, SBTN และ 4 ขั้นตอนการจัดการ (Avoid, Reduce, Restore, Offset) เพื่อปรับใช้ในภาคธุรกิจและชีวิตประจำวันในการสร้างความยั่งยืน
