กกร. ชง Thailand Content และ Regional Value Content ดึง SME ไทยร่วมซัพพลายเชน FDI รับมือความเสี่ยงการค้าโลก

กกร. ชง Thailand Content และ Regional Value Content ดึง SME ไทยร่วมซัพพลายเชน FDI รับมือความเสี่ยงการค้าโลก

สรุปประเด็น

  • สร้างฐานข้อมูล RVC และกำหนดเกณฑ์ Thailand Content: กกร. ร่วมกับ ธปท. เร่งจัดทำฐานข้อมูลเพื่อรับมือกฎการค้าใหม่ และป้องกันความเสี่ยงการสวมสิทธิ (Transshipment)

  • พิสูจน์มูลค่าเพิ่มในประเทศ: เน้นสร้างระบบข้อมูลโครงสร้างการผลิตตั้งแต่ต้นน้ำถึงส่งออก โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยงอย่างเหล็ก อิเล็กทรอนิกส์ และยานยนต์

  • เชื่อมโยง FDI ดึง SME เข้าสู่ Supply Chain: ปรับการลงทุนต่างชาติจากการเป็นแค่ฐานผลิต สู่การจัดซื้อชิ้นส่วนและถ่ายทอดเทคโนโลยีให้ผู้ผลิตไทย

  • หนุนมาตรการทางการเงินเสริมศักยภาพ: ผลักดันกลไกสินเชื่อ เช่น SMEs Credit Boost ช่วย SME ลงทุนยกระดับมาตรฐานและเทคโนโลยีเพื่อเป็น Supplier

  • คว้าโอกาสจาก AI และเทคโนโลยีขั้นสูง: ยกระดับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยไปสู่อุตสาหกรรมมูลค่าสูง เพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันระยะยาว

ท่ามกลางภูมิทัศน์การค้าโลกที่กำลังเปลี่ยนผ่านสู่ New Trade Paradigm ประเด็นเรื่องแหล่งกำเนิดสินค้า สัดส่วนมูลค่าเพิ่มภายในประเทศ และการป้องกันการสวมสิทธิ (Transshipment) กำลังกลายเป็นปัจจัยสำคัญต่อความสามารถในการแข่งขันของผู้ส่งออกไทย

ข้อมูลจาก ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่า เกณฑ์ Regional Value Content (RVC) เป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ใช้พิจารณาสัดส่วนมูลค่าที่เกิดขึ้นภายในประเทศหรือภูมิภาคเมื่อเทียบกับวัตถุดิบที่ไม่ได้ถิ่นกำเนิด โดยในกรอบการค้าของอาเซียนมีการกำหนด RVC ขั้นต่ำที่ 40% ขณะที่วิธีการคำนวณและรายละเอียดของเกณฑ์อาจแตกต่างกันไปตามความตกลงแต่ละฉบับ

ประเด็นดังกล่าวทำให้ คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ให้ความสำคัญกับการพัฒนาฐานข้อมูลโครงสร้างการผลิตของไทย รวมถึงการกำหนดนิยามและหลักเกณฑ์ Thailand Content ที่ชัดเจน เพื่อให้ภาคธุรกิจสามารถประเมินความเสี่ยงและเตรียมตัวรับมือกับกติกาการค้าใหม่ได้อย่างเป็นระบบ

Thailand Content ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือรับมือความเสี่ยงด้านภาษี แต่สามารถใช้เป็นกลไกเชื่อมโยง FDI–ผู้ผลิตไทย–SME–เทคโนโลยี ให้เกิดมูลค่าเพิ่มภายในประเทศมากขึ้น

จากความเสี่ยง Transshipment สู่โจทย์การพิสูจน์มูลค่าในประเทศ

มาตรการตรวจสอบ Transshipment ทำให้แหล่งที่มาของวัตถุดิบและกระบวนการผลิตมีความสำคัญมากขึ้น โดยเฉพาะสินค้าที่มีการพึ่งพาวัตถุดิบนำเข้าในสัดส่วนสูง

งานศึกษาของ ธปท. พบว่า กลุ่มสินค้าที่มีความเสี่ยงจากการพึ่งพาวัตถุดิบจากต่างประเทศ ได้แก่ เหล็กและโลหะ อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องจักรและอุปกรณ์ รวมถึงยานยนต์และชิ้นส่วน ขณะที่ข้อมูลที่ใช้ประเมิน RVC ในระดับอุตสาหกรรมยังมีข้อจำกัด

ดังนั้น ความท้าทายของไทยจึงไม่ได้อยู่เฉพาะการตอบคำถามว่า “สินค้าไทยผลิตในประเทศมากเพียงใด” แต่รวมถึงการมี ระบบข้อมูลที่สามารถตรวจสอบและอธิบายโครงสร้างมูลค่าของสินค้าได้อย่างน่าเชื่อถือ

หากภาครัฐและเอกชนมีฐานข้อมูลวัตถุดิบ การผลิต และมูลค่าเพิ่มในแต่ละอุตสาหกรรมที่ละเอียดเพียงพอ ก็จะช่วยให้ไทยสามารถประเมินความเสี่ยงของสินค้าแต่ละกลุ่มและออกแบบมาตรการรองรับได้ตรงจุดมากขึ้น

สร้างฐานข้อมูล RVC ให้เป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านการค้า

หนึ่งในโจทย์สำคัญคือ ข้อมูลโครงสร้างการผลิตระดับอุตสาหกรรม โดยเฉพาะข้อมูลวัตถุดิบต้นน้ำและกลางน้ำ ซึ่งจำเป็นต่อการประเมินสัดส่วนมูลค่าในประเทศ

ฐานข้อมูลดังกล่าวควรเชื่อมโยงข้อมูลจากหลายหน่วยงาน ทั้งภาครัฐ ผู้ผลิต ผู้ส่งออก และสมาคมอุตสาหกรรม เพื่อให้สามารถเห็นภาพตั้งแต่ วัตถุดิบ → กระบวนการผลิต → มูลค่าเพิ่ม → สินค้าส่งออก

การมีข้อมูลที่เป็นระบบจะช่วยทั้งในด้านการกำหนดนโยบายและการเจรจาการค้า ขณะเดียวกันผู้ประกอบการก็สามารถนำข้อมูลไปใช้ประเมินว่า สินค้าของตนมีความเสี่ยงต่อมาตรการด้านถิ่นกำเนิดหรือการตรวจสอบ Transshipment มากน้อยเพียงใด

ในโลกการค้ายุคใหม่ “ข้อมูลแหล่งกำเนิดสินค้า” กำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของ โครงสร้างพื้นฐานด้านความสามารถในการแข่งขัน ไม่ต่างจากโลจิสติกส์หรือโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล

เปลี่ยน FDI จากฐานผลิต สู่การสร้างห่วงโซ่อุปทานในประเทศ

การดึงดูด Foreign Direct Investment (FDI) ไม่ควรพิจารณาเฉพาะมูลค่าเงินลงทุนหรือจำนวนโครงการ แต่ควรมองต่อไปถึง มูลค่าเพิ่มที่เกิดขึ้นในประเทศ และการเชื่อมโยงกับผู้ผลิตไทย

งานวิเคราะห์ของ ธปท. ชี้ว่า FDI มีบทบาทเพิ่มขึ้นต่อเศรษฐกิจไทย แต่การใช้วัตถุดิบและชิ้นส่วนจากต่างประเทศในบางอุตสาหกรรมมีสัดส่วนสูง โดยเฉพาะ อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งมีการพึ่งพาชิ้นส่วนจากต่างประเทศในสัดส่วนมากกว่าครึ่งหนึ่งของมูลค่าสินค้าในข้อมูลที่ ธปท. นำเสนอ

โจทย์สำคัญจึงอยู่ที่การสร้าง Local Supply Chain ให้เข้มแข็งขึ้น โดยเปิดโอกาสให้ SME ไทยสามารถเข้าไปเป็นผู้ผลิตชิ้นส่วน ผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยี ผู้พัฒนาวัตถุดิบ หรือผู้ให้บริการเฉพาะทางแก่บริษัทข้ามชาติ

แนวทางดังกล่าวจะช่วยให้ FDI เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจไทยในวงกว้างขึ้น และเพิ่มโอกาสในการถ่ายทอด เทคโนโลยี องค์ความรู้ และมาตรฐานการผลิต สู่ผู้ประกอบการในประเทศ

Thailand Content กับโอกาสยกระดับผู้ผลิตไทย

หากมีการออกแบบเกณฑ์ Thailand Content อย่างเหมาะสม เกณฑ์ดังกล่าวสามารถทำหน้าที่มากกว่าการวัดสัดส่วนวัตถุดิบในประเทศ แต่สามารถเป็นหนึ่งในเครื่องมือสร้างแรงจูงใจให้บริษัทต่างชาติเพิ่มการจัดซื้อจากผู้ผลิตไทย

อย่างไรก็ตาม การกำหนดเกณฑ์จำเป็นต้องคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างอุตสาหกรรม เพราะโครงสร้างการผลิตของอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงและพึ่งพาชิ้นส่วนนำเข้า ย่อมแตกต่างจากอุตสาหกรรมที่มีฐานวัตถุดิบภายในประเทศอยู่แล้ว

ดังนั้น สิ่งสำคัญคือการกำหนด เกณฑ์ที่ชัดเจน โปร่งใส ตรวจสอบได้ และสอดคล้องกับข้อผูกพันทางการค้า พร้อมมีช่วงเวลาให้ผู้ประกอบการสามารถปรับตัวได้

เสริมเงินทุนให้ SME ไม่หลุดจากห่วงโซ่อุปทาน

การยกระดับ Local Content ไม่สามารถเกิดขึ้นได้จากการกำหนดกฎเกณฑ์เพียงอย่างเดียว เพราะ SME จำนวนมากอาจต้องลงทุนเพิ่มเติมทั้งด้านเครื่องจักร ระบบมาตรฐาน เทคโนโลยี และบุคลากร

จึงจำเป็นต้องมี มาตรการด้านเงินทุนและการพัฒนาศักยภาพ ควบคู่กัน โดยเฉพาะกลุ่มที่มีโอกาสเชื่อมโยงกับห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมเป้าหมาย

ปัจจุบันมีตัวอย่างกลไกสนับสนุนในลักษณะ SMEs Credit Boost ซึ่ง ธปท. กระทรวงการคลัง และธนาคารพาณิชย์ร่วมกันผลักดัน เพื่อเพิ่มโอกาสเข้าถึงสินเชื่อแก่ SME ในกลุ่มห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมเป้าหมาย รวมถึงธุรกิจที่ต้องการยกระดับศักยภาพด้านดิจิทัล เทคโนโลยี สิ่งแวดล้อม และนวัตกรรม

มาตรการลักษณะนี้สามารถเป็นส่วนหนึ่งของกลไกช่วยให้ SME ลงทุนเพื่อยกระดับมาตรฐานและความสามารถในการเป็น Supplier ให้กับบริษัทข้ามชาติ ได้มากขึ้น

ใช้โอกาสจาก AI และเทคโนโลยี ยกระดับโครงสร้างเศรษฐกิจ

ขณะเดียวกัน การเปลี่ยนแปลงของการค้าโลกไม่ได้มีเพียงความเสี่ยง แต่ยังเปิดโอกาสให้ไทยปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไปสู่อุตสาหกรรมที่มี มูลค่าเพิ่มสูง เทคโนโลยีเข้มข้น และเชื่อมโยงกับห่วงโซ่อุปทานโลก

โดยเฉพาะกระแส AI อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ ดิจิทัล และเทคโนโลยีขั้นสูง ซึ่งสามารถสร้างโอกาสใหม่ทั้งด้านการลงทุน การส่งออก และการพัฒนาผู้ผลิตไทย

การดึงดูด FDI จึงควรเดินควบคู่กับการสร้างระบบนิเวศที่เอื้อให้บริษัทต่างชาติสามารถร่วมพัฒนาผู้ผลิตไทย ไม่ว่าจะผ่านการถ่ายทอดเทคโนโลยี การพัฒนาบุคลากร การวิจัยและพัฒนา หรือการจัดซื้อจาก SME ในประเทศ

จาก “Thailand Content” สู่การสร้างมูลค่าเพิ่มในประเทศ

โจทย์เรื่อง Thailand Content และ RVC จึงมีความหมายมากกว่าการรับมือมาตรการทางการค้า เพราะเป็นส่วนหนึ่งของการกำหนดว่าไทยจะสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มจากกระแส FDI และการค้าระหว่างประเทศได้มากเพียงใด

หัวใจสำคัญอยู่ที่การทำให้ ข้อมูล RVC มีความน่าเชื่อถือ กติกา Thailand Content มีความชัดเจน และ SME มีศักยภาพเพียงพอที่จะเข้าสู่ Supply Chain ของบริษัทข้ามชาติ

หากทั้งสามส่วนเดินไปพร้อมกัน ไทยจะไม่ได้เป็นเพียงฐานการผลิตเพื่อส่งออก แต่มีโอกาสพัฒนาไปสู่ ฐานการผลิตที่สร้างมูลค่าเพิ่ม ถ่ายทอดเทคโนโลยี และเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยเข้ากับห่วงโซ่อุปทานระดับโลก ซึ่งเป็นอีกหนึ่งโจทย์สำคัญของการสร้างความสามารถในการแข่งขันท่ามกลางภูมิทัศน์การค้าโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลง

ข้อมูลอ้างอิง:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กระทรวงพาณิชย์ยกระดับตรวจสินค้านำเข้าออนไลน์ ปกป้องขีดความสามารถแข่งขัน SME ไทย

กระทรวงพาณิชย์ยกระดับตรวจสินค้านำเข้าออนไลน์ ปกป้องขีดความสามารถแข่งขัน SME ไทย

กระทรวงพาณิชย์เดินหน้า 5 มาตรการหลัก 63 แผนปฏิบัติการ ร่วมกับ 28 หน่วยงาน เพื่อกำกับดูแลสินค้านำเข้าออนไลน์ ทั้งด้านศุลกากร ภาษี มาตรฐานสินค้า และการสนับสนุน SME ไทยให้ขยายตลาดผ่านอีคอมเมิร์ซ

7 นาที
สมุดปกน้ำเงิน SME ไทย: รัฐบาลฟัง แต่ยังไม่ "ปฏิรูป"

สมุดปกน้ำเงิน SME ไทย: รัฐบาลฟัง แต่ยังไม่ "ปฏิรูป"

สมาพันธ์ SME ไทย ยื่น “สมุดปกน้ำเงิน” ชง 5 วาระเร่งด่วนต่อรัฐบาล ดันมาตรการ “MSME Plus” เป็นวาระแห่งชาติ เพื่อปลดล็อกโอกาสทางการตลาด การเข้าถึงแหล่งทุน และนวัตกรรม พร้อมสร้างแต้มต่อให้ธุรกิจรายย่อยเชื่อมต่อห่วงโซ่อุปทานภาครัฐและเอกชนรายใหญ่ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน

9 นาที
ศาสตร์แห่งการเลือกคู่ค้าต่างแดน เพื่อการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน

ศาสตร์แห่งการเลือกคู่ค้าต่างแดน เพื่อการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน

แนวทางการเลือกคู่ค้าต่างประเทศเชิงกลยุทธ์สำหรับผู้ส่งออกไทย โดยเน้นการตรวจสอบสถานะ (Due Diligence) การยกระดับมาตรฐานและความยั่งยืน การกระจายความเสี่ยงผ่านพอร์ตคู่ค้าที่หลากหลาย รวมถึงการประยุกต์ใช้ดิจิทัลและพัฒนาสัญญาการค้าสู่ความร่วมมือระยะยาว เพื่อสร้างความยืดหยุ่นและการเติบโตอย่างยั่งยืน

8 นาที
สนค. ชี้ยุทธศาสตร์ 'New Foods' ญี่ปุ่น โอกาสทองธุรกิจอาหารไทย

สนค. ชี้ยุทธศาสตร์ 'New Foods' ญี่ปุ่น โอกาสทองธุรกิจอาหารไทย

การเคลื่อนไหวเชิงนโยบายครั้งสำคัญของรัฐบาลญี่ปุ่นกำลังเปิดหน้าประวัติศาสตร์บทใหม่ให้กับอุตสาหกรรมอาหารโลก เมื่อโตเกียวประกาศร่างแผนการลงทุนภาครัฐและเอกชน (Public-Private Investment Roadmap) ระยะยาวถึงปี ค.ศ. 2040 หรือ พ.ศ. 2583 โดยยกระดับอุตสาหกรรม "อาหารใหม่" (New Foods)

5 นาที
อิหร่านประกาศเก็บค่าธรรมเนียมช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมยึดเรือฝ่าฝืน ห่วงโซ่พลังงานโลกเผชิญความเสี่ยงใหม่

อิหร่านประกาศเก็บค่าธรรมเนียมช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมยึดเรือฝ่าฝืน ห่วงโซ่พลังงานโลกเผชิญความเสี่ยงใหม่

อิหร่านประกาศเก็บค่าธรรมเนียมบริการในช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมขู่ปรับ กักตัว ยึดเรือฝ่าฝืน 23 สิงหาคม 2569 วิเคราะห์ผลกระทบต่อราคาน้ำมัน ต้นทุนโลจิสติกส์ และห่วงโซ่อุปทานของไทย

5 นาที
ดอลลาร์แข็งค่ารับ "Economic D-Day" ถล่มอิหร่าน สงครามเศรษฐกิจรอบใหม่ที่ธุรกิจไทยต้องอ่านให้ขาด

ดอลลาร์แข็งค่ารับ "Economic D-Day" ถล่มอิหร่าน สงครามเศรษฐกิจรอบใหม่ที่ธุรกิจไทยต้องอ่านให้ขาด

ดัชนีดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้น 0.2% แตะระดับ 99.003 ในการซื้อขายที่ตลาดนิวยอร์กวันจันทร์ที่ผ่านมา (24 ส.ค.) หลังสกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ประกาศมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านระลอกใหม่ภายใต้ชื่อปฏิบัติการ "Economic Outcast"

11 นาที

แท็กที่เกี่ยวข้อง