ก.ล.ต. ไฟเขียวกรอบกำกับ Bitcoin-Ether ETF มีผล 16 ต.ค. เปิดทางผู้ลงทุนไทยเข้าถึงคริปโตผ่านตลาดหลักทรัพย์

ก.ล.ต. ไฟเขียวกรอบกำกับ Bitcoin-Ether ETF มีผล 16 ต.ค. เปิดทางผู้ลงทุนไทยเข้าถึงคริปโตผ่านตลาดหลักทรัพย์

สรุปประเด็น

  • ก.ล.ต. ไฟเขียว crypto ETF: ก.ล.ต. ประกาศใช้กรอบกำกับดูแล crypto ETF 11 ฉบับ มีผล 16 ต.ค. 2569 เปิดทางให้จัดตั้งกองทุนบนตลาดหลักทรัพย์ (SET)

  • จำกัดเฉพาะ Bitcoin และ Ether: ระยะแรกอนุญาตเฉพาะ Bitcoin และ Ether บริหารแบบ Passive ติดตามสินทรัพย์เดียว และคงสัดส่วนลงทุนสุทธิไม่น้อยกว่า 80%

  • มาตรการคุ้มครองและห้ามมาร์จิน: ผู้ลงทุนต้องรับทราบความเสี่ยงก่อนซื้อขาย พร้อมกำหนดห้ามให้สินเชื่อมาร์จินเพื่อซื้อกองทุน และใช้ผู้รับฝากทรัพย์สินที่ได้รับอนุญาต

  • เปิดกว้างลงทุนกองทุนในประเทศ: ขยายขอบเขตให้กองทุนรวมและกองทุนส่วนบุคคลของไทยสามารถลงทุนใน crypto ETF ในประเทศได้ ภายใต้ข้อจำกัดที่กำหนด

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ประกาศใช้กรอบกำกับดูแลกองทุนรวมอีทีเอฟที่ลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล (crypto ETF) ครบถ้วนแล้ว ประกอบด้วยประกาศ 11 ฉบับ มีผลบังคับใช้ 16 ตุลาคม 2569 เบื้องต้นอนุญาตเฉพาะ Bitcoin และ Ether โดยกองทุนต้องบริหารแบบ passive ติดตามสินทรัพย์เดียว คงสัดส่วนการลงทุนสุทธิเฉลี่ยอย่างน้อย 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (NAV) และจดทะเบียนซื้อขายเฉพาะในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ทั้งนี้ 16 ตุลาคมเป็นวันที่กฎมีผลบังคับใช้ ไม่ใช่วันเริ่มซื้อขายกองทุนจริง

ก.ล.ต. แถลงเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2569 ว่า กฎที่ประกาศกำหนดเงื่อนไขด้านการดำเนินงานของกองทุน การบริหารการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล และการแต่งตั้งผู้รับฝากทรัพย์สินดิจิทัล (digital asset custodian) ที่มีคุณสมบัติ รวมถึงผู้ประกอบธุรกิจรายอื่นให้เป็นผู้ดูแลผลประโยชน์ของกองทุนรวม (mutual fund supervisor)

หน่วยงานกำกับระบุว่ามาตรการเหล่านี้จะ ขยายการเข้าถึงการลงทุนในคริปโตของผู้ลงทุน เสริมความแข็งแกร่งให้ผู้ประกอบการในประเทศ และสนับสนุนการพัฒนาตลาด crypto ETF ของไทยภายใต้มาตรการคุ้มครองผู้ลงทุน

กรอบดังกล่าวประกอบด้วยประกาศ 11 ฉบับ ที่ออกหลังรับฟังความเห็นสาธารณะ 2 รอบ คือรอบหลักการในช่วงเดือนเมษายน–พฤษภาคม และรอบร่างกฎในเดือนสิงหาคม–กันยายน 2569 โดยผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่สนับสนุนหลักการและร่างกฎที่เสนอ

เงื่อนไขสำคัญสำหรับ crypto ETF

กองทุนที่จะออกภายใต้กรอบนี้ต้องปฏิบัติตามกฎเดิมของ ETF และกองทุนรวมที่ลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล ควบคู่กับมาตรการเพิ่มเติมสำหรับบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ดังนี้

  • ความพร้อมของผู้ออกกองทุน: บริษัทที่ต้องการออกกองทุนต้องแสดงให้เห็นว่ามีบุคลากร โครงสร้างพื้นฐานด้านการดำเนินงาน และผู้ให้บริการที่เกี่ยวข้องอย่างเพียงพอ
  • กลยุทธ์การลงทุน: ต้องบริหารแบบ passive ติดตามสินทรัพย์ดิจิทัลเพียงสกุลเดียว และคงสัดส่วนการลงทุนสุทธิเฉลี่ยอย่างน้อย 80% ของ NAV ในแต่ละรอบปีบัญชี
  • สินทรัพย์ที่ลงทุนได้: ระยะแรกมีเพียง Bitcoin และ Ether ส่วนสินทรัพย์อื่นในอนาคตจะพิจารณาจากสภาพคล่อง การยอมรับในตลาด ความปลอดภัยของเครือข่าย และการคุ้มครองผู้ลงทุน
  • การเก็บรักษา: ต้องใช้ผู้รับฝากทรัพย์สินดิจิทัลที่ ก.ล.ต. กำกับดูแล และจดทะเบียนซื้อขายเฉพาะใน SET โดยทรัพย์สินต้องอยู่ในความดูแลของผู้รับฝากที่ได้รับใบอนุญาต แม้ถือผ่านผู้รับฝากช่วง (sub-custodian) ก็ตาม ก.ล.ต. ระบุว่าอาจพิจารณาอนุญาตผู้รับฝากทรัพย์สินดิจิทัลต่างประเทศที่มีคุณสมบัติในอนาคตตามความเหมาะสม

มาตรการคุ้มครองผู้ลงทุนรายย่อย

ก่อนซื้อขาย ผู้ลงทุนต้องได้รับความรู้เกี่ยวกับลักษณะและความเสี่ยงของ crypto ETF และยืนยันว่าเข้าใจความเสี่ยงนั้น บริษัทหลักทรัพย์ต้องส่งเสริมการจัดสรรสินทรัพย์ที่เหมาะสมและการตัดสินใจลงทุนตามระดับความเสี่ยงที่รับได้ของลูกค้า และ ห้ามให้สินเชื่อมาร์จินเพื่อซื้อ crypto ETF

เปิดทางผู้ดูแลผลประโยชน์รายใหม่

กฎใหม่ยังเปิดให้ผู้รับฝากทรัพย์สินดิจิทัลและผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลรายอื่นที่มีความพร้อมเพียงพอ ยื่นขอเป็นผู้ดูแลผลประโยชน์ของกองทุนรวมสำหรับ crypto ETF ได้ โดยต้องมีคุณสมบัติด้านการเงิน บุคลากร และการดำเนินงาน รักษามาตรฐานเหล่านั้นอย่างต่อเนื่อง และจำกัดบทบาทการเป็นผู้ดูแลผลประโยชน์ไว้เฉพาะ crypto ETF

กองทุนไทยลงทุนใน crypto ETF ในประเทศได้

ในอีกด้านหนึ่ง ก.ล.ต. ขยายขอบเขตการลงทุนของกองทุนรวมและกองทุนส่วนบุคคลของไทยให้ลงทุนใน crypto ETF ในประเทศได้ ภายใต้ข้อจำกัดการลงทุนเดิม ก่อนหน้านี้ กองทุนเหล่านี้ลงทุนได้เฉพาะ crypto ETF ต่างประเทศ

ในช่วงแรก ก.ล.ต. จะยังไม่อนุญาตผลิตภัณฑ์ทางเลือกที่อ้างอิง crypto ETF ต่างประเทศ เช่น ใบแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศ (depositary receipt) และไม่อนุญาตให้บริษัทหลักทรัพย์อำนวยความสะดวกลูกค้าลงทุนใน crypto ETF ต่างประเทศ ยกเว้นผู้ลงทุนสถาบันและผู้ลงทุนที่มีความมั่งคั่งสูงมาก (ultra-high-net-worth) นัยคือผู้ลงทุนรายย่อยจะเข้าถึงได้ผ่านกองทุนที่จัดตั้งในประเทศบน SET เป็นหลัก

ประเด็นที่ต้องจับตา

ตามที่สื่อคริปโตหลายแห่งรายงาน ประกาศของ ก.ล.ต. เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม ยังไม่ระบุผู้ออกกองทุนที่ได้รับอนุมัติ วันเริ่มซื้อขายที่ยืนยันแล้ว หรือชื่อย่อหลักทรัพย์ของกองทุนแรก (ที่มา: crypto.news) ดังนั้นสิ่งที่ต้องติดตามต่อไปมี 3 เรื่อง คือ บลจ. รายใดจะยื่นขอจัดตั้งกองทุนเป็นรายแรก ผู้รับฝากทรัพย์สินดิจิทัลรายใดจะได้รับแต่งตั้ง และการออกแบบผลิตภัณฑ์ภายใต้ข้อจำกัดที่ห้าม DR ในระยะเริ่มต้น

สำหรับนักลงทุน กรอบนี้เป็นช่องทางเข้าถึง Bitcoin และ Ether ผ่านตลาดหุ้นภายใต้การกำกับดูแล แต่ขอบเขตยังแคบทั้งในแง่สินทรัพย์และโครงสร้างกองทุน และสินทรัพย์ดิจิทัลยังเป็นสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูง ซึ่งเป็นเหตุผลที่ ก.ล.ต. กำหนดให้ผู้ลงทุนต้องรับทราบความเสี่ยงก่อนซื้อขาย

ข้อมูลอ้างอิง:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ก.ล.ต. ยกระดับเกณฑ์ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ เพิ่มการกำกับดูแล “ผู้ให้เงินทุนสำคัญ”

ก.ล.ต. ยกระดับเกณฑ์ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ เพิ่มการกำกับดูแล “ผู้ให้เงินทุนสำคัญ”

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้ประกาศปรับปรุงหลักเกณฑ์การพิจารณาบุคคลที่เป็น "ผู้ให้เงินทุนสำคัญ" แก่ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของผู้ประกอบธุรกิจ

6 นาที
Webull เข้าซื้อกิจการ บล.พาย เพื่อเสริมแพลตฟอร์มดิจิทัลในไทย

Webull เข้าซื้อกิจการ บล.พาย เพื่อเสริมแพลตฟอร์มดิจิทัลในไทย

Webull ทุ่มเกือบ 3 พันล้านบาท เข้าซื้อกิจการ บล.พาย ตอกย้ำการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลเต็มตัว และกระตุ้นการแข่งขันในอุตสาหกรรมหลักทรัพย์ไทยให้เข้มข้นยิ่งขึ้น

4 นาที
"เอกนิติ" ขีดเส้น 1 เดือน จัดระเบียบดาต้าเซ็นเตอร์ไทย ตั้ง 4 คณะทำงาน การันตีชาวบ้านไร้กังวล

"เอกนิติ" ขีดเส้น 1 เดือน จัดระเบียบดาต้าเซ็นเตอร์ไทย ตั้ง 4 คณะทำงาน การันตีชาวบ้านไร้กังวล

กระทรวงการคลังเปิดตัวคณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ เดินหน้าปฏิรูปอุตสาหกรรมใน 1 เดือน วางเกณฑ์มาตรฐานขั้นต่ำด้านสิ่งแวดล้อม เสียง และความปลอดภัย พร้อมตั้ง 4 คณะทำงานควบคุมทั้งระบบ ยืนยันคุ้มครองชุมชนและไม่กระทบการลงทุน

7 นาที
วิเคราะห์แนวโน้มอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท ประจำสัปดาห์: เคลื่อนไหวในกรอบแคบที่ 32.39–32.51 บาทต่อดอลลาร์

วิเคราะห์แนวโน้มอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท ประจำสัปดาห์: เคลื่อนไหวในกรอบแคบที่ 32.39–32.51 บาทต่อดอลลาร์

เจาะลึกทิศทางอัตราแลกเปลี่ยนบาท-ดอลลาร์ ปัจจัยกระทบธุรกิจ แนะนำแนวทางจัดการความเสี่ยงสำหรับผู้ประกอบการไทยยุคใหม่

4 นาที
LEO Global Logistics เดินหน้าสู่ Green Logistics อย่างยั่งยืน พร้อมสร้างผู้นำ ESG ภายใต้โครงการ JUMP+

LEO Global Logistics เดินหน้าสู่ Green Logistics อย่างยั่งยืน พร้อมสร้างผู้นำ ESG ภายใต้โครงการ JUMP+

LEO Global Logistics แต่งตั้งที่ปรึกษา ESG และเปิดตัววิสัยทัศน์ “LEO Sustainable Green Logistics Vision” มุ่งสู่การเป็นผู้นำด้านโลจิสติกส์สีเขียวในภูมิภาค พร้อมขับเคลื่อนกลยุทธ์ ESG อย่างเป็นรูปธรรมภายใต้โครงการ JUMP+ ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

9 นาที

แท็กที่เกี่ยวข้อง