ผนึกกำลังเป็นศูนย์กลางการผลิตแห่งอนาคต ไทย-เวียดนาม

ผนึกกำลังเป็นศูนย์กลางการผลิตแห่งอนาคต ไทย-เวียดนาม

สรุปประเด็น

ในยุคแห่งความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) และการปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานโลก ประเทศไทยและเวียดนามได้ก้าวข้ามกรอบแนวคิดเดิมจากการเป็น 'คู่แข่ง' สู่การเป็น 'หุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้าน' ผ่านยุทธศาสตร์ 'Three Connects' (3 การเชื่อมโยง) ที่มุ่งผสานจุดแข็งของทั้งสองประเทศ โดยมีเป้าหมายเพื่อขับเคลื่อนมูลค่าการค้าระหว่างกันให้บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ และร่วมกันปักหมุดอาเซียนให้เป็นศูนย์กลางการผลิตและเทคโนโลยีแห่งอนาคต โดยเฉพาะใน 5 อุตสาหกรรมศักยภาพสูง ได้แก่ พลังงานสะอาด, ดิจิทัลและ AI, ยานยนต์ไฟฟ้า (EV), อิเล็กทรอนิกส์และเซมิคอนดักเตอร์, และปิโตรเคมี/วัสดุขั้นสูง ซึ่งการรวมพลังครั้งนี้จะสร้างความยืดหยุ่นทางซัพพลายเชนและยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของทั้งสองประเทศในเวทีโลกได้อย่างยั่งยืน

ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา ประเทศไทยและเวียดนามมักถูกเปรียบเทียบในฐานะคู่แข่งตัวฉกาจในการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศ (FDI) และการแย่งชิงตำแหน่งแชมป์การส่งออกของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางกระแสการแบ่งขั้วทางการค้าโลกและความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ทวีความรุนแรงขึ้น เกมการแข่งขันแบบเดี่ยวไม่ตอบโจทย์อีกต่อไป วันนี้ ทั้งสองยักษ์ใหญ่แห่งอาเซียนได้ตัดสินใจ 'เปิดสูตรลับ' แห่งความสำเร็จครั้งใหม่ ด้วยการจับมือเปลี่ยนสนามรบให้เป็นสนามแห่งความร่วมมือ เพื่อรวมพลังสร้างห่วงโซ่อุปทานที่ไร้รอยต่อ และผลักดันตัวเองขึ้นสู่การเป็นหน้าด่านการผลิตอัจฉริยะที่แกร่งที่สุดในโลก ผ่านยุทธศาสตร์ความร่วมมือเชิงรุกที่จะเปลี่ยนโฉมหน้าเศรษฐกิจในภูมิภาคนี้ไปตลอดกาล

ยุทธศาสตร์ Three Connects ถอดรหัสสูตรลับความร่วมมือยุคใหม่

หัวใจสำคัญของการปฏิรูปความสัมพันธ์ระหว่างไทยและเวียดนามคือยุทธศาสตร์ 'Three Connects' หรือ 3 การเชื่อมโยงสำคัญ ประกอบด้วย

1) การเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain Connectivity) ในอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพร่วมกัน

2) การเชื่อมโยงเศรษฐกิจฐานรากและภาคบริการส่งเสริมการค้าการท่องเที่ยว และ

3) การเชื่อมโยงยุทธศาสตร์การเติบโตสีเขียวและดิจิทัล

ยุทธศาสตร์นี้มุ่งเปลี่ยนผ่านจากการผลิตแยกส่วนมาเป็นการแชร์ฐานข้อมูลการผลิต การจัดหาวัตถุดิบร่วมกัน และการอำนวยความสะดวกทางการค้าผ่านการส่งเสริมให้ใช้เงินสกุลท้องถิ่นในการชำระเงินระหว่างประเทศ เพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน และลดต้นทุนการทำธุรกรรมสำหรับผู้ประกอบการทั้งสองฝ่าย ซึ่งตั้งเป้าหมายขยับมูลค่าการค้าทวิภาคีให้เติบโตอย่างมั่นคงในอนาคตอันใกล้

พลังงานสะอาดและเศรษฐกิจหมุนเวียน พลังขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสีเขียวร่วมกัน

การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดและการลดการปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) เป็นเป้าหมายหลักที่ทั้งสองประเทศให้ความสำคัญร่วมกัน ความร่วมมือในมิตินี้มุ่งเน้นที่การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานพลังงานหมุนเวียน เช่น พลังงานลมและพลังงานแสงอาทิตย์ โดยเวียดนามมีจุดแข็งด้านทำเลที่ตั้งและศักยภาพพลังงานลมชายฝั่งสูง ขณะที่ผู้ผลิตและผู้พัฒนาโรงไฟฟ้าของไทยมีประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญ และความแข็งแกร่งด้านเงินทุน การผสานความร่วมมือจะช่วยอำนวยความสะดวกในการถ่ายทอดเทคโนโลยี การลงทุนข้ามพรมแดนในธุรกิจโครงข่ายอัจฉริยะ (Smart Grid) และการส่งเสริมอุตสาหกรรมพลังงานสีเขียว เพื่อป้อนไฟฟ้าสะอาดให้แก่โรงงานอุตสาหกรรมขั้นสูงในภูมิภาค ตอบโจทย์มาตรการลดคาร์บอนระดับสากล เช่น CBAM ของยุโรป

ยานยนต์ไฟฟ้าและระบบนิเวศอัจฉริยะ การผสานจุดแข็งเพื่อเป็นศูนย์กลางแห่งภูมิภาค

ในอุตสาหกรรมยานยนต์ ไทยโดดเด่นในฐานะ Detroit of Asia ที่มีระบบซัพพลายเชนชิ้นส่วนรถยนต์และแรงงานฝีมือที่แข็งแกร่งมายาวนาน ขณะที่เวียดนามมีแบรนด์ยานยนต์ไฟฟ้าระดับประเทศที่เติบโตอย่างรวดเร็วและมีความยืดหยุ่นสูง แทนที่จะแข่งกันเป็นเจ้าแห่ง EV ทั้งสองประเทศกำลังพัฒนาแผนเชื่อมโยงซัพพลายเชนชิ้นส่วนยานยนต์และการผลิตร่วมกัน โดยไทยสนับสนุนด้านการส่งออกชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ยานยนต์ ยางล้อ และวัสดุขั้นสูงให้เวียดนาม ขณะที่เวียดนามเป็นฐานการผลิตชิ้นส่วนเฉพาะทางและแบตเตอรี่ในบางส่วน การจัดตั้งพันธมิตรร่วมนี้จะช่วยสร้างเครือข่ายอุปทาน EV ที่ประหยัดต่อขนาด (Economies of Scale) ภายในภูมิภาคอาเซียน ช่วยเพิ่มอำนาจการเจรจาต่อรองกับค่ายรถยักษ์ใหญ่ระดับโลกให้เข้ามาลงทุนในซัพพลายเชนร่วมของทั้งสองประเทศ

เซมิคอนดักเตอร์และอุตสาหกรรมดิจิทัล การก้าวสู่เทคโนโลยีขั้นสูงระดับโลก

ในโลกที่ต้องการชิปและเทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อขับเคลื่อนระบบ AI เวียดนามกำลังเร่งเครื่องอย่างก้าวกระโดดในการก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางเซมิคอนดักเตอร์ระดับโลก ขณะที่ไทยได้รับการยอมรับในด้านการประกอบ ทดสอบ (Packaging and Testing) และการส่งเสริมระบบนิเวศอัจฉริยะผ่านสำนักงานส่งเสริมการลงทุน (BOI) ความร่วมมือระหว่างสองประเทศจะเน้นไปที่การสร้างความแข็งแกร่งตลอดห่วงโซ่อุปทานชิปและอิเล็กทรอนิกส์ โดยจัดตั้งระบบการเชื่อมโยงข้อมูลแรงงานผู้เชี่ยวชาญ การร่วมวิจัยและพัฒนา (R&D) สำหรับซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์อัจฉริยะ และการสร้างคลัสเตอร์การผลิตอิเล็กทรอนิกส์ในลักษณะพึ่งพาอาศัยกัน เพื่อลดความเสี่ยงจากการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทานโลกที่เกิดจากสงครามการค้าเทคโนโลยี (Tech War) ระหว่างมหาอำนาจ สู่การเป็นฐานรองรับการลงทุนย้ายฐานจากไต้หวัน สหรัฐฯ และยุโรป

คู่มือปฏิบัติการสำหรับผู้ประกอบการไทย การปรับกลยุทธ์เชิงรุกสู่ตลาดเวียดนาม

สำหรับผู้ประกอบการไทยที่ต้องการเจาะตลาดและเติบโตร่วมกับเวียดนามในยุค New Era นี้ แนวทางปฏิบัติเชิงรุกที่สำคัญคือ

1) ยกระดับรูปแบบธุรกิจจากการส่งออกทั่วไปสู่การร่วมทุน (Joint Venture) กับพันธมิตรท้องถิ่นในเวียดนาม เพื่อเข้าถึงข้อมูลสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่เวียดนามได้รับจากข้อตกลงการค้าเสรี (FTAs) ที่หลากหลายกว่า

2) ใช้ประโยชน์จากนโยบายสนับสนุนและเครือข่ายของ BOI ในการจัดตั้งสมาคมธุรกิจและคู่ความร่วมมือไทย-เวียดนาม เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึกด้านกฎหมายและการเงินท้องถิ่น และ

3) ปรับปรุงกระบวนการผลิตของตนเองให้สอดรับกับมาตรฐานสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแล (ESG) เพื่อสร้างความสอดคล้องกับมาตรการ Green Energy ของคู่ค้าและสอดรับกับซัพพลายเชนในยุทธศาสตร์ Three Connects อย่างไร้รอยต่อ

บทสรุปผู้บริหาร (Executive Summary)

ในยุคแห่งความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) และการปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานโลก ประเทศไทยและเวียดนามได้ก้าวข้ามกรอบแนวคิดเดิมจากการเป็น 'คู่แข่ง' สู่การเป็น 'หุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้าน' ผ่านยุทธศาสตร์ 'Three Connects' (3 การเชื่อมโยง) ที่มุ่งผสานจุดแข็งของทั้งสองประเทศ โดยมีเป้าหมายเพื่อขับเคลื่อนมูลค่าการค้าระหว่างกันให้บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ และร่วมกันปักหมุดอาเซียนให้เป็นศูนย์กลางการผลิตและเทคโนโลยีแห่งอนาคต โดยเฉพาะใน 5 อุตสาหกรรมศักยภาพสูง ได้แก่ พลังงานสะอาด, ดิจิทัลและ AI, ยานยนต์ไฟฟ้า (EV), อิเล็กทรอนิกส์และเซมิคอนดักเตอร์, และปิโตรเคมี/วัสดุขั้นสูง ซึ่งการรวมพลังครั้งนี้จะสร้างความยืดหยุ่นทางซัพพลายเชนและยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของทั้งสองประเทศในเวทีโลกได้อย่างยั่งยืน

ข้อมูลอ้างอิง:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

50 ปี ความสัมพันธ์ไทย-เวียดนาม: จากมิตรภาพอันแน่นแฟ้น สู่การยกระดับ "หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์รอบด้าน" และโอกาสทองทาง

50 ปี ความสัมพันธ์ไทย-เวียดนาม: จากมิตรภาพอันแน่นแฟ้น สู่การยกระดับ "หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์รอบด้าน" และโอกาสทองทาง

ครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-เวียดนาม ยกระดับสู่ “หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์รอบด้าน” รัฐสภาไทยผนึกกำลังภาครัฐและเอกชน เดินหน้ากระชับมิตรภาพผ่านเวทีการทูตวัฒนธรรม พร้อมเร่งปลดล็อกอุปสรรคทางการค้าและการลงทุน เพื่อเปิดประตูสู่อนาคตและสร้างโอกาสทองทางเศรษฐกิจใหม่ให้ภาคธุรกิจไทย

6 นาที
เวียดนามเล่นใหญ่: ดานังกับแผนปฏิวัติเศรษฐกิจที่จะเขย่าภูมิภาค

เวียดนามเล่นใหญ่: ดานังกับแผนปฏิวัติเศรษฐกิจที่จะเขย่าภูมิภาค

เวียดนามเล่นใหญ่! ดานังเตรียมกลายเป็นเขตการค้าเสรีแห่งแรก ควบรวมเป็นมหานครยักษ์ พร้อมท้าทายสิงคโปร์ในการเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจอาเซียน—การเปลี่ยนแปลงที่จะเขย่าทั้งภูมิภาค รวมทั้งประเทศไทย

5 นาที
จากสายลมแห่งการต่อสู้ สู่สะพานเชื่อมเศรษฐกิจ: 50 ปี ความสัมพันธ์ไทย-เวียดนาม พีรพล ตริยะเกษม

จากสายลมแห่งการต่อสู้ สู่สะพานเชื่อมเศรษฐกิจ: 50 ปี ความสัมพันธ์ไทย-เวียดนาม พีรพล ตริยะเกษม

จากนักศึกษาธรรมศาสตร์ผู้ลุกขึ้นต่อต้านสงครามเวียดนาม พีรพล ตริยะเกษม ก้าวสู่บทบาทฟันเฟืองลับหลังการทูต ช่วยปูทางเปิดความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–เวียดนามปี 2519 ก่อนจะรับบทสะพานเชื่อมทุนไทย–ต่างชาติ บุกเบิกการลงทุนยุค ‘โด่ย เหมย’ แปรสนามรบเป็นสนามการค้า จนวันนี้เวียดนามก้าวขึ้นเป็นเสือเศรษฐกิจตัวใหม่ของเอเชีย

11 นาที
ถอดรหัสวัยรุ่นพันล้านแห่งเวียดนาม Nguyễn Hà Linh

ถอดรหัสวัยรุ่นพันล้านแห่งเวียดนาม Nguyễn Hà Linh

Nguyễn Hà Linh คือวัยรุ่นชาวเวียดนามที่เริ่มต้นธุรกิจด้วยเงินเพียง 300 บาท ก่อนเติบโตสู่ Forbes 30 Under 30 ในฐานะ Co-Founder ร้านอาหารไทย Koh Yam กว่า 12 สาขา และผู้ก่อตั้งคอมมูนิตี้ Nghiện Nhà สมาชิกกว่า 2.5 ล้านคน ด้วยปรัชญา Hyper-Analytical Passion

5 นาที
ถอดรหัสครึ่งศตวรรษมิตรภาพไทย-เวียดนาม ชี้ช่องรวยทางลัดสำหรับธุรกิจไทยในตลาดเสือตัวที่ห้าแห่งเอเชีย

ถอดรหัสครึ่งศตวรรษมิตรภาพไทย-เวียดนาม ชี้ช่องรวยทางลัดสำหรับธุรกิจไทยในตลาดเสือตัวที่ห้าแห่งเอเชีย

ไทยและเวียดนามกำลังก้าวสู่ยุคใหม่ของอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพสูง โดยดึงดูดการลงทุนมูลค่ารวมกันหลายพันล้านดอลลาร์ บทความนี้จะสำรวจโอกาสและความท้าทายในภาคส่วนเหล่านี้ พร้อมแนวทางที่ธุรกิจและนักลงทุนสามารถคว้าประโยชน์จากการเติบโตในภูมิภาคนี้ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มอุตสาหกรรม S-Curve ของไทย และภาคการผลิตเทคโนโลยีของเวียดนาม

6 นาที
อัปเดตสถานการณ์อ่าวฮาลอง: เรือนำเที่ยวล่มกลางพายุ เสียชีวิตหลายราย

อัปเดตสถานการณ์อ่าวฮาลอง: เรือนำเที่ยวล่มกลางพายุ เสียชีวิตหลายราย

เรือนำเที่ยวล่มกลางอ่าวฮาลอง เวียดนาม เสียชีวิต 34 ราย สูญหายหลายคน เหตุเกิดจากพายุฝนรุนแรง 20 ก.ค. 2025 รัฐบาลเร่งสอบสวนและออกมาตรการป้องกันเหตุซ้ำ ตรวจสอบใบอนุญาตเรือ เพิ่มเจ้าหน้าที่กู้ภัย พร้อมรับมือพายุไต้ฝุ่นวิภา เหตุการณ์สะเทือนใจ กระทบการท่องเที่ยวเวียดนาม

5 นาที

แท็กที่เกี่ยวข้อง