
ถอดรหัสครึ่งศตวรรษมิตรภาพไทย-เวียดนาม ชี้ช่องรวยทางลัดสำหรับธุรกิจไทยในตลาดเสือตัวที่ห้าแห่งเอเชีย
สรุปประเด็น
ในขณะที่เศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลง ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังคงเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่เต็มไปด้วยโอกาส โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศไทยและเวียดนามที่ภาคอุตสาหกรรมกำลังเร่งเครื่องเพื่อรองรับการเติบโตและการลงทุนมูลค่ามหาศาล ตามรายงานการคาดการณ์ล่าสุด ทั้งสองประเทศมีศักยภาพในการดึงดูดการลงทุนรวมกันถึง 25,000 ล้านดอลลาร์ในอุตสาหกรรมหลัก แล้วอะไรคือแรงผลักดันเบื้องหลังการเติบโตนี้ และภาคส่วนใดบ้างที่เราควรจับตา?
อุตสาหกรรมเป้าหมายของไทยในกลุ่ม S-Curve
ประเทศไทยกำลังมุ่งเน้นไปที่อุตสาหกรรม S-Curve ใหม่ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจสู่มูลค่าเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งรวมถึง ยานยนต์ไฟฟ้า (EV), อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ, การแพทย์และสุขภาพ, การท่องเที่ยวเชิงคุณภาพสูง และเศรษฐกิจชีวภาพ-หมุนเวียน-สีเขียว (BCG) การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและพลังงานสะอาดเป็นสิ่งสำคัญเพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันและดึงดูดนักลงทุนต่างชาติให้เข้ามาร่วมสร้างนวัตกรรม
ศักยภาพการเติบโตและโอกาสของเวียดนาม
เวียดนามโดดเด่นในด้านการผลิตเทคโนโลยีชั้นสูง, ซอฟต์แวร์, การแปรรูปอาหาร และพลังงานหมุนเวียน ด้วยประชากรวัยหนุ่มสาวที่มีทักษะและนโยบายที่เอื้อต่อการลงทุนจากต่างชาติ เวียดนามจึงเป็นฐานการผลิตและการส่งออกที่น่าสนใจสำหรับบริษัทข้ามชาติ นักลงทุนควรศึกษาการสนับสนุนจากภาครัฐและเขตเศรษฐกิจพิเศษเพื่อใช้ประโยชน์จากแรงจูงใจในการลงทุน
เจาะลึก 4 อุตสาหกรรมเด่น และสิทธิประโยชน์ทางการลงทุนในเวียดนาม
การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของเวียดนามไม่ได้เกิดขึ้นจากความบังเอิญ แต่เกิดจากการวางตำแหน่งยุทธศาสตร์ในอุตสาหกรรมแห่งอนาคตและการสร้างสภาพแวดล้อมที่ดึงดูดเม็ดเงินจากทั่วโลก ดังนี้
-
ศูนย์กลางการผลิตเทคโนโลยีชั้นสูงและเซมิคอนดักเตอร์ (High-Tech & Semiconductors): เวียดนามกำลังเปลี่ยนผ่านจากโรงงานรับจ้างผลิตสิ่งทอและรองเท้า สู่การเป็นฮับอิเล็กรอนิกส์ระดับโลก บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่หลายรายได้ย้ายฐานการผลิตส่วนหนึ่งมายังเวียดนาม นอกจากนี้ รัฐบาลเวียดนามยังมีนโยบายผลักดันอุตสาหกรรมชิปและเซมิคอนดักเตอร์อย่างจริงจัง ผ่านการลงทุนในระบบโครงสร้างพื้นฐานและศูนย์วิจัยระดับชาติ
-
อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์และดิจิทัล (Software & Digital Economy): ด้วยข้อได้เปรียบด้าน "ประชากรวัยหนุ่มสาว" ที่มีทักษะด้านโค้ดดิ้งและเทคโนโลยีสูง ประกอบกับค่าแรงในภาคเทคโนโลยีที่ยังคงแข่งขันได้ ทำให้เวียดนามกลายเป็นจุดหมายปลายทางชั้นยอดในการเอาต์ซอร์ซ (Outsourcing) งานซอฟต์แวร์และการพัฒนา AI ของบริษัทข้ามชาติ
-
การแปรรูปอาหารและเกษตรกรรมอัจฉริยะ (Food Processing): เวียดนามเป็นหนึ่งในอู่ข้าวอู่น้ำของอาเซียนที่มีวัตถุดิบอุดมสมบูรณ์ ปัจจุบันกำลังยกระดับสู่การแปรรูปอาหารที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้า และตอบรับกับมาตรฐานความปลอดภัยด้านอาหารของตลาดโลกอย่างสหภาพยุโรปและสหรัฐอเมริกา
-
พลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy): เวียดนามเป็นผู้นำในภูมิภาคด้านการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด โดยเฉพาะโครงการพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลมริมชายฝั่งขนาดใหญ่ ภายใต้แผนพัฒนาพลังงานแห่งชาติ (PDP8) ที่มุ่งเป้าลดการปล่อยคาร์บอนและสร้างความมั่นคงทางพลังงานเพื่อรองรับโรงงานอุตสาหกรรมไฮเทค
แรงจูงใจผ่านเขตเศรษฐกิจพิเศษ (SEZs) และสิทธิประโยชน์ทางภาษี
สิ่งที่นักลงทุนไทยไม่ควรมองข้ามคือ "แรงจูงใจทางการลงทุน (Investment Incentives)" ที่รัฐบาลเวียดนามมอบให้ในเขตเศรษฐกิจพิเศษและนิคมอุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น:
-
สิทธิประโยชน์ทางภาษีเงินได้นิติบุคคล (Corporate Income Tax Incentives): ยกเว้นภาษีสูงสุดใน 4 ปีแรก และลดหย่อนภาษี 50% ในปีถัด ๆ ไป สำหรับโครงการที่ตรงตามเงื่อนไข (เช่น ไฮเทค หรือตั้งอยู่ในพื้นที่พัฒนาทางเศรษฐกิจยากลำบาก)
-
การยกเว้นภาษีนำเข้า: สำหรับเครื่องจักร สินค้าทุน และวัตถุดิบที่ยังไม่สามารถผลิตได้ในประเทศ เพื่อนำมาใช้ในกิจกรรมการผลิตและการส่งออก
-
สิทธิการเช่าที่ดินระยะยาว: ในเขตเศรษฐกิจพิเศษบางแห่ง นักลงทุนอาจได้รับสิทธิยกเว้นค่าเช่าที่ดินในช่วงปีแรก ๆ ของการก่อสร้างโรงงาน
ข้อแนะนำสำหรับธุรกิจไทย: การเข้าสู่ตลาดเวียดนามครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงการเข้าไปแข่งขัน แต่คือการมองหาพันธมิตรท้องถิ่น (Local Partner) และการใช้ประโยชน์จากเครือข่ายข้อตกลงการค้าเสรี (FTAs) ที่เวียดนามมีอย่างครอบคลุม เพื่อเป็นสปริงบอร์ดส่งออกสินค้าไปยังตลาดโลกอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
การคว้าโอกาสจากความร่วมมือข้ามพรมแดน
นักลงทุนควรพิจารณาความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อใช้ประโยชน์จากจุดแข็งของทั้งสองชาติ เช่น การรวมห่วงโซ่อุปทานในอุตสาหกรรมยานยนต์หรืออิเล็กทรอนิกส์ เพื่อสร้างความได้เปรียบในการผลิตและการตลาด นอกจากนี้ การสำรวจตลาดเกิดใหม่ในกลุ่มประเทศ CLMV (กัมพูชา, ลาว, เมียนมา, เวียดนาม) และการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเชื่อมโยงภูมิภาคจะช่วยขยายฐานธุรกิจและเพิ่มโอกาสในการเติบโตในระยะยาว
บทสรุปผู้บริหาร
ไทยและเวียดนามกำลังก้าวสู่ยุคใหม่ของอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพสูง โดยดึงดูดการลงทุนมูลค่ารวมกันหลายพันล้านดอลลาร์ บทความนี้จะสำรวจโอกาสและความท้าทายในภาคส่วนเหล่านี้ พร้อมแนวทางที่ธุรกิจและนักลงทุนสามารถคว้าประโยชน์จากการเติบโตในภูมิภาคนี้ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มอุตสาหกรรม S-Curve ของไทย และภาคการผลิตเทคโนโลยีของเวียดนาม
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

SMEs ไทยเปลี่ยนฐานผลิตสู่ Medical Manufacturing Hub
SMEs ไทยกำลังปรับทิศสู่การเป็นศูนย์กลางการผลิตนวัตกรรมทางการแพทย์ระดับโลก สร้าง New S-Curve ด้วยความร่วมมือ "Triple Helix" และโอกาสจากเศรษฐกิจ Wellness เพื่อยกระดับเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืน

จากสายลมแห่งการต่อสู้ สู่สะพานเชื่อมเศรษฐกิจ: 50 ปี ความสัมพันธ์ไทย-เวียดนาม พีรพล ตริยะเกษม
จากนักศึกษาธรรมศาสตร์ผู้ลุกขึ้นต่อต้านสงครามเวียดนาม พีรพล ตริยะเกษม ก้าวสู่บทบาทฟันเฟืองลับหลังการทูต ช่วยปูทางเปิดความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–เวียดนามปี 2519 ก่อนจะรับบทสะพานเชื่อมทุนไทย–ต่างชาติ บุกเบิกการลงทุนยุค ‘โด่ย เหมย’ แปรสนามรบเป็นสนามการค้า จนวันนี้เวียดนามก้าวขึ้นเป็นเสือเศรษฐกิจตัวใหม่ของเอเชีย

เวียดนามพลิกเกมอุตสาหกรรม: โฮจิมินห์ซิตี้สู่ฐานการผลิตเทคโนโลยีอาเซียน
เวียดนามเดินหมากใหญ่ ปรับโครงสร้างนิคมอุตสาหกรรมโฮจิมินห์ ดึงทุนระดับโลก สร้างฐานการผลิตเทคโนโลยีขั้นสูง ตั้งเป้าดึงเงินลงทุนกว่า 21,000 ล้านดอลลาร์ พร้อมท้าทายความสามารถแข่งขันของไทยในทศวรรษใหม่

กฎหมายสำหรับครูอาจารย์ วิสัยทัศน์ด้านการศึกษาระยะยาวของเวียดนาม
กฎหมายสำหรับครูอาจารย์ที่ได้รับการอนุมัติในการประชุมสภาแห่งชาติครั้งที่ 9 สมัยที่ 15 เมื่อวันที่ 16 มิถุนายนไม่เพียงแต่เป็นความก้าวหน้าของกระบวนการปรับปรุงระเบียบกลไกเท่านั้น หากยังเป็นการยืนยันว่า การศึกษายังคงเป็นด้านที่เวียดนามให้ความสนใจเป็นอันดับต้นๆในยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศที่ยั่งยืนและการผสมผสานเข้ากับกระแสโลก

รัฐบาลเวียดนามเร่งสร้างผู้นำเยาวชนดิจิทัล ผ่านการอบรมเข้มข้น 30 วัน
รัฐบาลเวียดนามได้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าในการพัฒนาศักยภาพผู้นำเยาวชนในยุคดิจิทัล ผ่านโครงการอบรมเข้มข้น 30 วัน ซึ่งมีผู้เข้าร่วมกว่า 2,700 คน จากเจ้าหน้าที่สหภาพเยาวชน สมาคม และเยาวชนผู้บุกเบิกทั่วประเทศ โครงการนี้ไม่เพียงแต่เป็นการถ่ายทอดความรู้เทคโนโลยีเท่านั้น แต่ยังเป็นการวางรากฐานสำคัญเพื่อสร้างผู้นำรุ่นใหม่ที่พร้อมขับเคลื่อนประเทศสู่อนาคต

จากคู่แข่งสู่คู่ค้าอันดับหนึ่ง: เจาะลึกแผนยุทธศาสตร์ร่วมไทย-เวียดนามเพื่อครองตลาดอาเซียนในทศวรรษหน้า
ในโลกการค้ายุคใหม่ที่เผชิญกับความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ รูปแบบการแข่งขันแบบแพ้-ชนะ (Zero-Sum Game) กำลังถูกแทนที่ด้วยแนวคิด "การร่วมมือเพื่อเติบโต" (Co-opetition) ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดในภูมิภาคอาเซียนคือ ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่าง ไทย และ เวียดนาม
