
ไทย–สวิตเซอร์แลนด์ กระชับสัมพันธ์ 95 ปี เตรียมขยายการค้า–ลงทุน รับประธานาธิบดีเยือนไทยในรอบ 22 ปี
สรุปประเด็น
-
นายกฯ เตรียมต้อนรับประธานาธิบดีสวิตเซอร์แลนด์เยือนไทยอย่างเป็นทางการ 15-17 ต.ค. นี้ ในรอบ 22 ปี ฉลองครบรอบ 95 ปีความสัมพันธ์ทางการทูต
-
มุ่งต่อยอด 5 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ การค้าการลงทุน, ความตกลงการค้าเสรีไทย–EFTA, วิทยาศาสตร์และนวัตกรรม, การพัฒนาทักษะแรงงาน และด้านสภาพภูมิอากาศ
-
การเยือนครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญในการขับเคลื่อนกรอบความร่วมมือระดับรัฐบาลให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมและสร้างประโยชน์ให้ภาคธุรกิจในระยะยาว
“อนุทิน” เตรียมต้อนรับ “กี ปาร์เมอแล็ง” ประธานาธิบดีสวิตเซอร์แลนด์ เยือนไทยอย่างเป็นทางการ 15–17 ตุลาคม 2569 มุ่งต่อยอดความร่วมมือด้านการค้า การลงทุน นวัตกรรม และพัฒนาทักษะแรงงาน ท่ามกลางโอกาสจากความตกลงการค้าเสรีไทย–EFTA
ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับสวิตเซอร์แลนด์กำลังเข้าสู่ช่วงสำคัญ เมื่อทั้งสองประเทศเตรียมฉลองวาระครบรอบ 95 ปีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตในปี 2569 พร้อมใช้โอกาสการเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการของประธานาธิบดีสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจและสร้างโอกาสใหม่ให้ภาคธุรกิจของทั้งสองฝ่าย
เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2569 นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เตรียมให้การต้อนรับ นายกี ปาร์เมอแล็ง (Guy Parmelin) ประธานาธิบดีแห่งสมาพันธรัฐสวิส และภริยา ในโอกาสเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในฐานะแขกของรัฐบาล ระหว่างวันที่ 15–17 ตุลาคม 2569
การเยือนครั้งนี้นับเป็นการเยือนประเทศไทยของประธานาธิบดีสวิตเซอร์แลนด์ครั้งแรกในรอบ 22 ปี โดยมีเป้าหมายสำคัญในการกระชับความสัมพันธ์และต่อยอดความร่วมมือด้านการค้า การลงทุน วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เพื่อสร้างประโยชน์ร่วมกันในระยะยาว
เปิด 5 ประเด็นความร่วมมือไทย–สวิตเซอร์แลนด์ที่ต้องจับตา
การหารือระหว่างสองประเทศจะครอบคลุมประเด็นที่เชื่อมโยงทั้งเศรษฐกิจ การพัฒนาเทคโนโลยี และความร่วมมือระหว่างประเทศ โดยมีหัวข้อสำคัญดังนี้
1. ขยายการค้าและการลงทุน เพิ่มโอกาสให้ภาคธุรกิจ
การส่งเสริมการค้าและการลงทุนเป็นหนึ่งในวาระสำคัญของการเยือนครั้งนี้ โดยทั้งสองฝ่ายจะแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับโอกาสทางเศรษฐกิจและแนวทางเพิ่มความร่วมมือระหว่างภาคธุรกิจ
สำหรับไทย การกระชับความสัมพันธ์กับสวิตเซอร์แลนด์เป็นโอกาสในการขยายเครือข่ายทางการค้า เพิ่มช่องทางเข้าถึงตลาด และสร้างความร่วมมือกับภาคเอกชนที่มีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ทางธุรกิจจะขึ้นอยู่กับการเจรจาและการต่อยอดความร่วมมือให้เกิดโครงการที่เป็นรูปธรรม
2. จับตาความตกลงการค้าเสรีไทย–EFTA
อีกประเด็นสำคัญคือ ความตกลงการค้าเสรีไทย–สมาคมการค้าเสรียุโรป (Thailand–EFTA Free Trade Agreement) ซึ่งเป็นกรอบความร่วมมือที่มีความสำคัญต่อการขยายโอกาสทางการค้าระหว่างไทยกับกลุ่มประเทศ EFTA
สวิตเซอร์แลนด์เป็นหนึ่งในสมาชิกของ EFTA ร่วมกับนอร์เวย์ ไอซ์แลนด์ และลิกเตนสไตน์ การหารือในประเด็นนี้จึงมีนัยต่อการส่งเสริมความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจในระดับภูมิภาค โดยเฉพาะการสร้างโอกาสให้สินค้าและบริการของไทยเข้าถึงตลาดยุโรปได้มากขึ้น
สำหรับผู้ประกอบการไทย การติดตามพัฒนาการของความตกลงดังกล่าวมีความสำคัญต่อการวางแผนตลาด การประเมินต้นทุนและเงื่อนไขการค้า ตลอดจนการเตรียมความพร้อมด้านมาตรฐานสินค้า ทั้งนี้ สิทธิประโยชน์ทางภาษีและเงื่อนไขการใช้สิทธิต้องพิจารณาตามข้อกำหนดที่มีผลบังคับใช้จริง
3. ต่อยอดความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม
การแลกเปลี่ยนความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมเป็นอีกแนวทางหนึ่งที่อาจช่วยยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของไทย โดยเฉพาะการนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้กับภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม
ความร่วมมือในด้านนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการนำเข้าเทคโนโลยี แต่ยังครอบคลุมโอกาสในการพัฒนาความรู้ การสร้างเครือข่ายระหว่างหน่วยงาน และการต่อยอดนวัตกรรมให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด
4. พัฒนาทักษะแรงงานและศักยภาพคนไทย
การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เป็นอีกหัวข้อที่ทั้งสองฝ่ายให้ความสำคัญ โดยมีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้และทักษะที่จำเป็นต่อการทำงานในเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
ในระยะยาว การเชื่อมโยงความร่วมมือด้านการศึกษา การฝึกอบรม และการพัฒนาทักษะวิชาชีพเข้ากับความต้องการของภาคธุรกิจ จะช่วยเพิ่มโอกาสให้แรงงานไทยปรับตัวต่อเทคโนโลยีใหม่ และสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมที่ต้องการบุคลากรทักษะสูง
5. เชื่อมความร่วมมือด้านสภาพภูมิอากาศและเวทีระหว่างประเทศ
นอกจากประเด็นเศรษฐกิจ ทั้งสองฝ่ายจะหารือเรื่องการดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศ รวมถึงความร่วมมือในกรอบอาเซียนและกรอบพหุภาคี ตลอดจนแลกเปลี่ยนมุมมองต่อสถานการณ์ระดับภูมิภาคและระดับโลก
ประเด็นด้านสภาพภูมิอากาศมีความเกี่ยวข้องกับภาคธุรกิจมากขึ้น ทั้งการบริหารจัดการพลังงาน การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และการปรับตัวให้สอดคล้องกับข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมในตลาดต่างประเทศ ความร่วมมือด้านองค์ความรู้และเทคโนโลยีจึงอาจเป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมความพร้อมให้ผู้ประกอบการไทยแข่งขันได้ในระยะยาว
กำหนดการต้อนรับอย่างเป็นทางการ 15 ตุลาคม 2569
ในวันพฤหัสบดีที่ 15 ตุลาคม 2569 นายกรัฐมนตรีมีกำหนดให้การต้อนรับประธานาธิบดีแห่งสมาพันธรัฐสวิสและภริยาอย่างเป็นทางการ โดยมีกิจกรรมสำคัญ ได้แก่
-
พิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการ
-
การหารือข้อราชการกลุ่มเล็ก
-
การหารือข้อราชการเต็มคณะ
-
การแถลงข่าวร่วม
-
งานเลี้ยงอาหารกลางวันเพื่อเป็นเกียรติแก่ประธานาธิบดีแห่งสมาพันธรัฐสวิส
การหารือครั้งนี้เป็นโอกาสสำหรับทั้งสองประเทศในการแลกเปลี่ยนมุมมองและกำหนดทิศทางความร่วมมือให้สอดคล้องกับบริบทเศรษฐกิจโลก รวมถึงความท้าทายด้านเทคโนโลยี สิ่งแวดล้อม และการพัฒนาทักษะแรงงาน
จากความสัมพันธ์ทางการทูต สู่โอกาสทางเศรษฐกิจระยะยาว
การเยือนประเทศไทยของประธานาธิบดีสวิตเซอร์แลนด์ในวาระครบรอบ 95 ปีความสัมพันธ์ทางการทูต ไม่ได้มีความสำคัญเพียงในเชิงพิธีการ แต่ยังเป็นจังหวะในการทบทวนและต่อยอดความร่วมมือที่สามารถสร้างประโยชน์ให้ทั้งสองประเทศ
สำหรับไทย โจทย์สำคัญหลังการหารือคือการเปลี่ยนกรอบความร่วมมือให้เป็นผลลัพธ์ที่จับต้องได้ ตั้งแต่การขยายการค้าและการลงทุน การสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการ ไปจนถึงการพัฒนาทักษะบุคลากรและการนำเทคโนโลยีมาเพิ่มผลิตภาพทางเศรษฐกิจ
ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศจะสร้างมูลค่าได้มากขึ้น เมื่อความร่วมมือระดับรัฐบาลสามารถต่อยอดไปสู่โอกาสของภาคธุรกิจ แรงงาน และประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม การเยือนครั้งนี้จึงเป็นอีกหนึ่งจุดสำคัญในการวางรากฐานความร่วมมือไทย–สวิตเซอร์แลนด์ให้ตอบโจทย์เศรษฐกิจและการพัฒนาในระยะยาว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

หลี่เฉียงพบปะหารืออนุทิน เห็นพ้องยกระดับความร่วมมือจีน-ไทย
หลี่เฉียง นายกรัฐมนตรีจีน พบปะหารือกับ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีไทย ณ กรุงปักกิ่ง เดินหน้ายกระดับความสัมพันธ์และความร่วมมือทวิภาคีรอบด้าน ทั้งการค้า นวัตกรรม AI และความมั่นคง พร้อมร่วมมือขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาและปราบปรามอาชญากรรมข้ามพรมแดน เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและส่งเสริมความเจริญรุ่งเรืองร่วมกัน

Innovative Precision Healthcare: พลิกโฉมระบบสุขภาพ สู่โอกาสธุรกิจมูลค่าหลายแสนล้าน
เมื่อโรคไม่ติดต่อเรื้อรังกำลังคุกคามคนไทยกว่า 43 ล้านคน และระบบสาธารณสุขแบบเดิมไม่สามารถรับมือได้อีกต่อไป Innovative Precision Healthcare คือทั้งทางออกด้านสุขภาพ และโอกาสทางธุรกิจที่ใหญ่ที่สุดแห่งทศวรรษ

พาณิชย์เร่งปั้น IP Finance ใช้ทรัพย์สินทางปัญญาค้ำสินเชื่อ เปิดทาง SME เข้าถึงทุน
กระทรวงพาณิชย์เดินหน้าผลักดัน IP Finance ยกระดับทรัพย์สินทางปัญญาเป็นสินทรัพย์ธุรกิจ พร้อมพัฒนามาตรฐานประเมินมูลค่าและทดลองระบบผ่าน Sandbox เพื่อเพิ่มโอกาสให้ SME และผู้ประกอบการนวัตกรรมเข้าถึงแหล่งเงินทุน

สีจิ้นผิง : ข้อสังเกต 4 ประการ เพื่อพัฒนา-กำกับดูแล AI
สีจิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน เสนอข้อสังเกต 4 ประการเพื่อพัฒนาและกำกับดูแล AI ในเวที WAIC 2026 มุ่งเน้นความร่วมมือที่ทุกฝ่ายได้ประโยชน์ ควบคุมความเสี่ยงด้านความปลอดภัย และส่งเสริมความเท่าเทียมในระดับสากล

IMF ชี้ ‘นวัตกรรม-การบริโภค’ คือ กุญแจสำคัญขับเคลื่อนเศรษฐกิจจีนยุคใหม่
IMF ชี้เศรษฐกิจจีนกำลังปรับโครงสร้างสู่โมเดลการเติบโตยุคใหม่ โดยมุ่งเน้นการพัฒนานวัตกรรม เทคโนโลยี R&D และ AI ควบคู่กับการกระตุ้นอุปสงค์และการบริโภคภายในประเทศ ซึ่งไม่เพียงช่วยเพิ่มผลิตภาพและลดความเสี่ยงภายนอกของจีน แต่ยังส่งแรงกระเพื่อมเชิงบวกต่อห่วงโซ่อุปทานและโอกาสทางเศรษฐกิจของเอเชียและธุรกิจไทย

นายกฯ ผนึก ตลท. และ FETCO โรดโชว์ โตเกียว–นิวยอร์ก–ลอนดอน ดึงลงทุนต่างชาติ
นายกรัฐมนตรีเตรียมจับมือ ตลท. และ FETCO เดินสายโรดโชว์ 3 มหานครศูนย์กลางการเงินโลก โตเกียว นิวยอร์ก และลอนดอน ในเดือนกันยายน 2569 ควบคู่การประชุม UNGA 81 เพื่อฉายภาพศักยภาพเศรษฐกิจและฟื้นฟูความเชื่อมั่น ดึงดูดเม็ดเงินลงทุนสถาบันต่างชาติกลับเข้าสู่ตลาดทุนไทยในระยะยาว
