
PMI ภาคการผลิตไทยเดือนตุลาคม 2569 แตะ 54.8 แต่ยังขาดแคลนแรงงาน
สรุปประเด็น
-
PMI ภาคการผลิตไทย ต.ค. 69 พุ่งแตะ 54.8 สูงสุดในรอบ 10 เดือน รับอานิสงส์ยอดคำสั่งซื้อใหม่และการเร่งผลิตของภาคเอกชน
-
ภาคการผลิตยังเผชิญความท้าทายจากงานค้างสะสมและข้อจำกัดด้านกำลังคน จากการลาออกและขาดแคลนแรงงานส่งผลต่อการส่งมอบ
-
ต้นทุนวัตถุดิบเริ่มขยับสูงขึ้น แต่ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ยังคงราคาขายไว้เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันและฐานลูกค้า
-
ผู้ผลิตจำเป็นต้องเร่งเพิ่มผลิตภาพ โดยนำเทคโนโลยีอัตโนมัติมาประยุกต์ใช้ ควบคู่กับการพัฒนาทักษะแรงงานเพื่อยกระดับการเติบโต
ภาคการผลิตไทยเริ่มต้นไตรมาสสุดท้ายของปี 2569 ด้วยสัญญาณที่ดีขึ้น หลังดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิต (Manufacturing Purchasing Managers’ Index: PMI) ที่จัดทำโดย S&P Global ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 54.8 ในเดือนตุลาคม จาก 54.3 ในเดือนกันยายน นับเป็นระดับสูงสุดตั้งแต่เดือนธันวาคม 2568
ดัชนี PMI เป็นตัวชี้วัดภาวะกิจกรรมทางธุรกิจจากการสำรวจผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อในภาคการผลิต โดยค่าที่สูงกว่า 50 หมายถึงภาคธุรกิจมีการขยายตัว ส่วนค่าต่ำกว่า 50 สะท้อนการหดตัว ดังนั้นตัวเลข 54.8 จึงบ่งชี้ว่ากิจกรรมการผลิตของไทยยังอยู่ในทิศทางขยายตัว และมีแรงส่งเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้า
ปัจจัยสนับสนุนสำคัญมาจากคำสั่งซื้อใหม่ที่เพิ่มขึ้นในอัตราสูง โดยผู้ประกอบการบางส่วนระบุว่าการขยายฐานลูกค้าและกิจกรรมส่งเสริมการขายที่ประสบความสำเร็จมีส่วนช่วยสร้างธุรกิจใหม่ ขณะเดียวกัน ปริมาณการผลิตก็ขยายตัวในอัตราสูงที่สุดนับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2568
เมื่อความต้องการสินค้าเพิ่มขึ้น ผู้ผลิตจึงเร่งจัดซื้อวัตถุดิบและสินค้าเพื่อรองรับการผลิตและเติมสินค้าคงคลัง ส่งผลให้กิจกรรมการจัดซื้อขยายตัวในอัตราสูงที่สุดนับตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2567
PMI ที่เพิ่มขึ้นสะท้อนว่าความต้องการสินค้าและกิจกรรมการผลิตกำลังฟื้นตัว แต่การเติบโตของภาคอุตสาหกรรมยังต้องพิจารณาความสามารถในการผลิตและส่งมอบสินค้าให้ทันกับคำสั่งซื้อด้วย
คำสั่งซื้อเพิ่ม แต่กำลังการผลิตเริ่มตามไม่ทัน
แม้ตัวเลข PMI จะสะท้อนภาพเชิงบวก แต่ข้อมูลอีกด้านหนึ่งที่น่าจับตาคือ ปริมาณงานที่ยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จ (Outstanding Business) เพิ่มขึ้นในอัตราสูงที่สุดในรอบเกือบหนึ่งปี สะท้อนว่าผู้ผลิตกำลังเผชิญภาระงานที่เพิ่มขึ้น และไม่สามารถดำเนินการผลิตให้ทันกับคำสั่งซื้อทั้งหมดได้อย่างเต็มที่
หนึ่งในสาเหตุสำคัญมาจากข้อจำกัดด้านกำลังคน โดยรายงานระบุว่าการลาออกของพนักงานและจำนวนบุคลากรที่ลดลงส่งผลต่อความสามารถในการผลิต เมื่อมีคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้น แต่กำลังคนไม่เพียงพอ ผู้ประกอบการจึงต้องรับมือกับงานค้างสะสมและแรงกดดันในการบริหารกำหนดส่งมอบ
สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนความแตกต่างระหว่างการฟื้นตัวของอุปสงค์กับความพร้อมด้านอุปทาน แม้ตลาดจะมีคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้น แต่หากโรงงานไม่สามารถเพิ่มกำลังการผลิตได้ตามความต้องการ โอกาสทางธุรกิจบางส่วนก็อาจไม่ถูกเปลี่ยนเป็นยอดขายและรายได้อย่างเต็มที่
สำหรับผู้ประกอบการ ปัญหานี้จึงไม่ได้จำกัดอยู่ที่การสรรหาพนักงานเพิ่มเติมเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับการรักษาบุคลากร การจัดสรรกำลังคน และการออกแบบกระบวนการผลิตให้ใช้ทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ต้นทุนวัตถุดิบขยับขึ้น แต่ผู้ผลิตยังระมัดระวังการปรับราคา
อีกประเด็นที่ต้องติดตามคือแรงกดดันด้านต้นทุน โดยผลสำรวจเดือนตุลาคมพบว่าต้นทุนวัตถุดิบและปัจจัยการผลิตปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย โดยมีปัจจัยจากราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น
อย่างไรก็ตาม ผู้ผลิตส่วนใหญ่ยังคงราคาขายไว้ในระดับเดิม เพื่อรักษาปริมาณการขายและความสามารถในการแข่งขัน สถานการณ์นี้สะท้อนโจทย์การบริหารกำไรของภาคอุตสาหกรรม เพราะผู้ประกอบการต้องรับมือกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ขณะที่การปรับราคาสินค้าอาจส่งผลต่อความต้องการซื้อของลูกค้า
หากต้นทุนวัตถุดิบปรับสูงขึ้นต่อเนื่อง ธุรกิจอาจต้องทบทวนการจัดซื้อ การบริหารสินค้าคงคลัง และการควบคุมต้นทุนการผลิตอย่างใกล้ชิด รวมถึงประเมินความสามารถในการส่งผ่านต้นทุนไปยังราคาขายโดยไม่กระทบความสัมพันธ์กับลูกค้า
การรักษายอดขายท่ามกลางต้นทุนที่สูงขึ้นทำให้ผู้ผลิตต้องบริหารทั้งต้นทุนและประสิทธิภาพการผลิตควบคู่กัน ไม่ใช่อาศัยการเพิ่มคำสั่งซื้อเพียงอย่างเดียว
แรงงานและเทคโนโลยี ตัวแปรสำคัญของผลิตภาพภาคอุตสาหกรรม
เมื่อภาคการผลิตมีคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้น แต่กำลังคนยังเป็นข้อจำกัด การเพิ่มผลิตภาพ (Productivity) จึงเป็นโจทย์สำคัญของผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะโรงงานที่ต้องการขยายกำลังการผลิตโดยไม่เพิ่มต้นทุนในสัดส่วนเดียวกัน
แนวทางหนึ่งคือการพัฒนาทักษะแรงงานให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีและกระบวนการผลิตสมัยใหม่ เช่น การควบคุมเครื่องจักรอัตโนมัติ การวิเคราะห์ข้อมูลการผลิต การบำรุงรักษาเชิงคาดการณ์ และการใช้ระบบดิจิทัลติดตามประสิทธิภาพการทำงาน
ขณะเดียวกัน การนำระบบ Automation และ Smart Manufacturing มาใช้สามารถช่วยลดงานซ้ำ เพิ่มความแม่นยำ และทำให้โรงงานใช้กำลังคนที่มีอยู่ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น อย่างไรก็ตาม การลงทุนด้านเทคโนโลยีควรเริ่มจากการประเมินปัญหาและกระบวนการที่ต้องการปรับปรุง เพื่อให้เหมาะสมกับขนาดธุรกิจและผลตอบแทนที่คาดหวัง
ในส่วนของการบริหารบุคลากร ธุรกิจควรให้ความสำคัญกับการรักษาพนักงานที่มีประสบการณ์ การพัฒนาทักษะใหม่ และการออกแบบเส้นทางความก้าวหน้าในอาชีพ เพื่อช่วยลดการสูญเสียบุคลากรและรักษาความต่อเนื่องของกระบวนการผลิต
ผู้ประกอบการไทยต้องเปลี่ยนสัญญาณฟื้นตัวให้เป็นการเติบโตที่ต่อเนื่อง
ตัวเลข PMI เดือนตุลาคมเป็นสัญญาณบวกต่อภาคการผลิตไทย โดยเฉพาะการเพิ่มขึ้นของคำสั่งซื้อใหม่ การเร่งตัวของผลผลิต และกิจกรรมจัดซื้อที่ขยายตัว สะท้อนว่าผู้ประกอบการเริ่มมีโอกาสทางธุรกิจเพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตาม การขยายตัวของคำสั่งซื้อที่มาพร้อมกับงานค้างสะสมและข้อจำกัดด้านแรงงาน แสดงให้เห็นว่าการฟื้นตัวของตลาดเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอที่จะทำให้ภาคอุตสาหกรรมเติบโตได้อย่างเต็มศักยภาพ
ในระยะต่อไป สิ่งที่ต้องติดตามคือความสามารถของผู้ผลิตในการเพิ่มกำลังการผลิต ลดงานค้างส่ง ควบคุมต้นทุน และรักษาความเชื่อมั่นของลูกค้า หากธุรกิจสามารถแก้ไขข้อจำกัดด้านกำลังคนและเพิ่มผลิตภาพได้อย่างเหมาะสม ก็จะมีโอกาสเปลี่ยนแรงส่งจากคำสั่งซื้อใหม่ให้เป็นผลประกอบการที่ดีขึ้น
ท้ายที่สุด การแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมไทยไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่ามีคำสั่งซื้อเข้ามามากเพียงใด แต่ยังขึ้นอยู่กับความสามารถในการผลิตสินค้าให้ได้คุณภาพ ต้นทุน และระยะเวลาส่งมอบตามที่ตลาดต้องการ ซึ่งเป็นโจทย์สำคัญของการยกระดับภาคการผลิตไทยในระยะยาว
ข้อมูลอ้างอิง:
-
Thailand Business News — Thailand Business News: Morning Briefing | Tuesday, 3 November 2026 เผยแพร่วันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 — รายงาน PMI ภาคการผลิตไทยเดือนตุลาคม การเพิ่มขึ้นของคำสั่งซื้อ การผลิต และข้อจำกัดด้านกำลังคน
-
Trading Economics — Thailand Manufacturing Sector at 10-Month High เผยแพร่วันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 — รายงานข้อมูล PMI จาก S&P Global พร้อมรายละเอียดคำสั่งซื้อใหม่ กิจกรรมจัดซื้อ งานค้างส่ง และต้นทุนวัตถุดิบ
-
Investing.com — Thailand Manufacturing PMI — ข้อมูลดัชนี PMI ภาคการผลิตไทย เดือนตุลาคม 2569
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ปลดล็อกสองโอกาสทอง ‘โซลาร์–รางรถไฟ’ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยสู่อนาคต
ประเทศไทยยืนบนจุดเปลี่ยนสำคัญ ปลดล็อกพลังงานแสงอาทิตย์และระบบรางรถไฟ ลดต้นทุน เพิ่มขีดแข่งขัน สร้างตลาดใหม่มูลค่าล้านล้านบาท พร้อมผลักดันเศรษฐกิจไทยสู่ทศวรรษแห่งการเติบโต

สายการบิน 'ริยาด แอร์' (Riyadh Air) เปิดเที่ยวบินตรงปฐมฤกษ์เชื่อมริยาด-สุวรรณภูมิ หวังเร่งยกระดับการค้าและการท่องเที่ยวระหว่างไทยและซาอุดีอาระเบีย
ริยาด แอร์ เปิดเที่ยวบินตรงปฐมฤกษ์เชื่อมกรุงริยาดสู่กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) เสริมยุทธศาสตร์ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ การค้า และการท่องเที่ยวระหว่างไทยและซาอุดีอาระเบีย พร้อมเพิ่มโอกาสการลงทุนข้ามพรมแดนและรองรับการเติบโตตามแผน Vision 2030 ของซาอุดีอาระเบีย

SCB EIC ปรับเพิ่มประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 แตะ 2.2% รับแรงส่ง AI–ดิจิทัล–อิเล็กทรอนิกส์ คาดดอกเบี้ย 1% ยาวถึงปี 2570
SCB EIC ปรับเพิ่มประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 ขึ้นแตะ 2.2% และปี 2570 ที่ 2.1% รับอานิสงส์วัฏจักรลงทุน AI โลก หนุนการส่งออกดิจิทัล-อิเล็กทรอนิกส์พุ่ง 16% ขณะที่ฟื้นตัวยังเป็นรูปแบบ K-shaped กระจุกตัวเฉพาะกลุ่ม คาด กนง. ตรึงดอกเบี้ย 1.00% พยุงกลุ่มเปราะบางและ SMEs

คมนาคมหารืออนาคตท่าเรือคลองเตย มุ่งใช้ประโยชน์พื้นที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ
กระทรวงคมนาคมหารือกับสหภาพแรงงานการท่าเรือแห่งประเทศไทยเกี่ยวกับทิศทางการพัฒนาท่าเรือกรุงเทพ หรือท่าเรือคลองเตย โดยให้ความสำคัญกับการรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องและการใช้ประโยชน์พื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ

สยามพิวรรธน์ผนึกกำลังจัดเวที Future-ready Economy 2026 รับประชุม IMF–World Bank ชูไทยสู่ฮับเศรษฐกิจและ MICE ระดับโลก
สยามพิวรรธน์ ผนึก BRANDi เตรียมจัดงาน Future-ready Economy 2026 ขับเคลื่อนเวทีเสวตานานาชาติรับการประชุม IMF–World Bank Group 2026 ชูความพร้อมศูนย์การค้าแลนด์มาร์กในการยกระดับประเทศไทยสู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจและ MICE ระดับโลกอย่างเต็มรูปแบบ

ธนาคารโลกชูโมเดล “เมืองแห่งอนาคต” ปลดล็อกเมืองรองไทย เร่งเศรษฐกิจสู่ประเทศรายได้สูง
ธนาคารโลกเสนอไทยสร้างเครือข่ายเมืองที่มีบทบาททางเศรษฐกิจเกื้อหนุนกัน แทนการกระจุกตัวของการลงทุนไว้ในกรุงเทพฯ เพียงแห่งเดียว ชี้เมืองรองมีศักยภาพเพิ่มผลิตภาพ ดึงดูดการลงทุน และสร้างงาน ขณะที่ไทยต้องผลักดัน GDP ต่อหัวให้เติบโตเฉลี่ย 5.4% ต่อปีในทศวรรษหน้า เพื่อมุ่งสู่ประเทศรายได้สูงภายในปี 2580
