
เซ็นทรัลพัฒนาและอิคาโน เดินหน้าเมกะโปรเจกต์ 'เมกาซิตี้' บางนา มูลค่า 7 หมื่นล้านบาท
สรุปประเด็น
เซ็นทรัลพัฒนา (CPN) และ อิคาโน เซ็นเตอร์ ประกาศเมกะโปรเจกต์ "เมกาซิตี้" บางนา มูลค่าลงทุนรวม 70,000 ล้านบาท ตั้งเป้าพลิกโฉมเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจใหม่ (New EBD) และเมืองมิกซ์ยูสเต็มรูปแบบภายในปี 2583 การลงทุนระยะยาวนี้เริ่มต้นด้วยการขยาย เมกาบางนา เฟส 2 มูลค่า 6,000 ล้านบาท กำหนดแล้วเสร็จปี 2571 ซึ่งจะเพิ่มพื้นที่ค้าปลีกอีก 170,000 ตารางเมตร ถือเป็นการยกระดับการแข่งขันในสมรภูมิค้าปลีกกรุงเทพฯ ตะวันออก และขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจในภาพรวม
บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) (CPN) ผนึกกำลังกับ อิคาโน เซ็นเตอร์ (Ikano Centres) ผู้พัฒนาและบริหาร IKEA ประกาศแผนลงทุนยุทธศาสตร์ครั้งใหญ่กว่า 70,000 ล้านบาท เพื่อพัฒนาโครงการ “เมกาซิตี้” ย่านบางนา ให้เป็นเมืองมิกซ์ยูสแห่งอนาคตบนพื้นที่กว่า 325 ไร่ นับเป็นการลงทุนระยะยาวที่มุ่งพลิกโฉมภูมิภาคกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออกให้กลายเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจใหม่ (New EBD) ภายในปี 2583 ซึ่งจะเป็นการตอกย้ำศักยภาพและวิสัยทัศน์ในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับมหภาคของสองยักษ์ใหญ่ในวงการ
การเริ่มต้นของแผนยักษ์นี้จะมุ่งเน้นไปที่การต่อยอดโครงการเดิม ด้วยการทุ่มงบประมาณ 6,000 ล้านบาท สำหรับการขยาย เมกาบางนา เฟส 2 ซึ่งนับเป็นการขยายครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 14 ปีของเมกาบางนา โดยจะเพิ่มพื้นที่ค้าปลีกอีกถึง 170,000 ตารางเมตร พร้อมกำหนดแล้วเสร็จภายในปี 2571 การลงทุนเฟสแรกนี้จะทำหน้าที่เป็นรากฐานสำคัญในการรองรับการเติบโตของเมืองและประชากรในพื้นที่บางนาและจังหวัดใกล้เคียง ซึ่งปัจจุบันมีความหนาแน่นและกำลังซื้อสูง
โครงการ เมกาซิตี้ ถูกวางแผนให้เป็นเมืองมิกซ์ยูสขนาดใหญ่กว่า เซ็นทรัลเวิลด์ ถึง 1.5 เท่า สะท้อนถึงการมองเห็นโอกาสในการสร้างระบบนิเวศทางเศรษฐกิจที่สมบูรณ์แบบ ทั้งในด้านการค้าปลีก การบริการ ที่พักอาศัย และพื้นที่ทำงาน การเชื่อมโยงบางนาเข้ากับโครงการ ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) ยิ่งเสริมความแข็งแกร่งให้กับทำเลนี้ ทำให้เป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญสำหรับการลงทุนและขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศในอนาคต

อย่างไรก็ตาม การเคลื่อนไหวครั้งใหญ่นี้ยังได้จุดประกายให้เกิดการแข่งขันที่ดุเดือดในสมรภูมิค้าปลีกย่านบางนาอีกครั้ง การเดินหน้าโครงการ เมกาซิตี้ เพื่อต่อยอดความสำเร็จของ เมกาบางนา ย่อมส่งผลโดยตรงต่อผู้เล่นรายอื่นในตลาด โดยเฉพาะคู่แข่งสำคัญอย่าง แบงค็อกมอลล์ ที่เตรียมจะเปิดให้บริการในบริเวณใกล้เคียง ทำให้การพัฒนาพื้นที่ในบริเวณนี้ทวีความร้อนแรงขึ้น และเป็นการท้าทายขีดความสามารถในการสร้างสรรค์ประสบการณ์และดึงดูดลูกค้าของผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่
การลงทุนกว่า 70,000 ล้านบาท และวิสัยทัศน์ที่จะพัฒนาไปสู่ปี 2583 ตอกย้ำถึงความเชื่อมั่นของ CPN และ อิคาโน เซ็นเตอร์ ในศักยภาพของประเทศไทยในระยะยาว การพลิกโฉม กรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก สู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจใหม่ จะไม่เพียงแต่สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับภาคอสังหาริมทรัพย์และค้าปลีกเท่านั้น แต่ยังเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจในภาพรวม สร้างงาน สร้างการลงทุน และยกระดับคุณภาพชีวิตในภูมิภาคให้ก้าวไปอีกขั้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

พฤกษา ประสบความสำเร็จ Sold Out 9 โครงการ เตรียมเปิดแคมเปญใหญ่โค้งสุดท้าย
ความสำเร็จในการปิดการขาย (Sold Out) โครงการถึง 9 แห่งในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ของ พฤกษา เรียลเอสเตท สะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของแบรนด์และประสิทธิภาพในการดำเนินงานท่ามกลางภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่เปลี่ยนแปลงไป การที่ลูกค้ายังคงให้ความสนใจและตัดสินใจเลือกซื้อที่อยู่อาศัยคุณภาพจากผู้พัฒนาโครงการรายใหญ่

ความกังวลของสภาอุตสาหกรรมฯ ต่อปัญหานอมินีต่างชาติรุกคืบธุรกิจไทยและการตอบสนองของภาครัฐ
รัฐบาลไทยเร่งปราบปรามนอมินีต่างชาติที่รุกคืบธุรกิจท่องเที่ยวและอสังหาริมทรัพย์ เพื่อคุ้มครองผู้ประกอบการไทยและสร้างความเป็นธรรมในการแข่งขัน

เงื่อนไข "ลดค่าธรรมเนียมโอน-จดจำนอง" เหลือ 0.01% โอกาสทองซื้อขายบ้าน-คอนโด ถึงมิ.ย.69
รัฐบาลขยายเวลา "ลดค่าธรรมเนียมโอนและจดจำนองอสังหาฯ" ราคาไม่เกิน 7 ล้านบาท เหลือเพียง 0.01% ช่วยผู้ซื้อบ้านและคอนโดประหยัดค่าใช้จ่ายสูงสุด ถึง 30 มิ.ย. 69

เซ็นทรัลพัฒนา ร่วมเวทีธุรกิจไทย-มาเลเซีย ตอกย้ำศักยภาพ Central i-City
บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN ผู้นำเบอร์หนึ่งอสังหาริมทรัพย์ไทยเพื่อความยั่งยืน ได้เข้าร่วมเวทีหารือภาคธุรกิจไทย-มาเลเซีย ซึ่งจัดขึ้นในโอกาสที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เยือนประเทศมาเลเซีย

อย่างไรถือว่าครอบครองโดยสงบ ตาม ป.พ.พ. มาตรา ๑๓๘๒
การได้มาซึ่งการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ หรือทรัพย์สิทธิอันเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์โดยทางอื่นนอกจากนิติกรรมถ้ามิได้จดทะเบียน มีให้ยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้บุคคลภายนอกผู้ได้สิทธิมาโดยเสียค่าตอบแทนและโดยสุจริตและได้จดทะเบียนสิทธิโดยสุจริตแล้ว

ปักกิ่งคลายข้อจำกัด 'ซื้อบ้าน' เพิ่มวงเงินกู้กองทุนสำรองฯ
กรุงปักกิ่งออกมาตรการกระตุ้นตลาดอสังหาริมทรัพย์ ผ่อนปรนเงื่อนไขการซื้อบ้านสำหรับครอบครัวต่างถิ่น พร้อมขยับเพิ่มวงเงินสินเชื่อกองทุนสำรองเลี้ยงชีพสูงสุด 2.4 ล้านหยวน และมอบออนท็อปพิเศษสูงสุด 1 ล้านหยวน สำหรับการซื้อบ้านชานเมืองหรืออาคารสีเขียว เพื่อกระตุ้นกำลังซื้อและตอบสนองความต้องการที่อยู่อาศัย
