
Sontana รุกตลาด Flex Rental ขยายพอร์ตห้องพักภูเก็ต ตั้งเป้าบริหารกว่า 500 ยูนิตในปี 2570
สรุปประเด็น
-
Flex Rental ตอบโจทย์ผู้เช่าระยะกลางถึงระยะยาว โดยเปิดให้เช่าตั้งแต่ 1 เดือนขึ้นไป รองรับชาวต่างชาติ นักธุรกิจ และ Digital Nomad
-
Sontana ใช้โมเดล Asset-Light บริหารอสังหาริมทรัพย์โดยไม่จำเป็นต้องเป็นเจ้าของสินทรัพย์เอง พร้อมให้บริการตั้งแต่การเตรียมห้อง การกำหนดราคา ไปจนถึงการดูแลผู้เช่า
-
อัตราเข้าพักเฉลี่ยอยู่ที่ 85–90% และบริษัทระบุว่าสามารถหาผู้เช่าได้ภายในเฉลี่ย 10 วันหลังเตรียมห้องพักพร้อม
-
ขยายตลาดภูเก็ตผ่านความร่วมมือกับแสนสิริ นำห้องชุดจากโครงการ THE BASE และ CANVAS เข้าสู่พอร์ตบริหาร พร้อมใช้ Dynamic Pricing รับมือความผันผวนตามฤดูกาล
-
ตั้งเป้าบริหารห้องพักมากกว่า 500 ยูนิตภายในปี 2570 ก่อนพิจารณาขยายธุรกิจไปยังประเทศอื่นในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ซอนทานา (Sontana) เดินหน้าขยายธุรกิจบริหารที่พักแบบยืดหยุ่น จับกลุ่มชาวต่างชาติกำลังซื้อสูงและ Digital Nomad ชูโมเดล Asset-Light บริหารห้องพักด้วยข้อมูลและ Dynamic Pricing รักษาอัตราเข้าพักเฉลี่ย 85–90% พร้อมจับมือแสนสิริขยายพอร์ตคอนโดมิเนียมในภูเก็ต ตั้งเป้าบริหารห้องพักมากกว่า 500 ยูนิตภายในปี 2570
ธุรกิจบริหารที่พักอาศัยกำลังมีรูปแบบให้บริการหลากหลายขึ้นตามพฤติกรรมของผู้เช่าที่เปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะกลุ่มชาวต่างชาติที่ต้องการพำนักในประเทศไทยเป็นเวลาหลายเดือน ทั้งนักท่องเที่ยวตามฤดูกาล (Seasonal Traveler) นักธุรกิจ และผู้ทำงานทางไกล หรือ Digital Nomad

นายชัชกร พฤกษานานนท์ ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซอนทานา จำกัด (Sontana) เปิดเผยว่า บริษัทเริ่มดำเนินธุรกิจมาประมาณ 3 ปีครึ่ง หลังมองเห็นโอกาสจากความต้องการที่พักระยะกลางภายหลังวิกฤตโควิด-19 ขณะที่ตลาดคอนโดมิเนียมส่วนใหญ่ยังเน้นการเช่ารายปี ทำให้ผู้ที่ต้องการเช่าระยะ 1–6 เดือนมีทางเลือกค่อนข้างจำกัด
Sontana จึงพัฒนารูปแบบ Flex Rental ที่ยืดหยุ่นตั้งแต่สัญญารายเดือนไปจนถึงรายปี โดยคัดเลือกห้องพักที่ได้มาตรฐาน ตกแต่งพร้อมเข้าอยู่ และมีทีมงานดูแล เพื่อรองรับผู้เช่าที่ต้องการความสะดวกโดยไม่ต้องทำสัญญาระยะยาวแบบดั้งเดิม
บริษัทเริ่มต้นจากคอนโดมิเนียมและที่พักอาศัยใจกลางกรุงเทพฯ ก่อนขยายโอกาสไปยังเมืองท่องเที่ยวที่มีความต้องการเช่าจากชาวต่างชาติและกลุ่มทำงานทางไกล
Asset-Light โมเดลบริหารอสังหาริมทรัพย์โดยไม่ต้องถือครองสินทรัพย์
จุดเด่นของ Sontana คือการใช้โมเดล Asset-Light ซึ่งเน้นบริหารสินทรัพย์ของเจ้าของห้องชุดแทนการลงทุนซื้ออสังหาริมทรัพย์มาเป็นของบริษัทเอง โดยทำหน้าที่ตั้งแต่การเตรียมและตกแต่งห้อง การทำตลาด การกำหนดราคาเช่า ไปจนถึงการดูแลผู้เช่าและซ่อมบำรุง
บริษัทใช้ข้อมูลออนไลน์ ความต้องการเช่าในแต่ละทำเล และข้อมูลการเข้าพักมาประกอบการคัดเลือกห้องชุด โดยพิจารณาทั้งอายุอาคาร สิ่งอำนวยความสะดวก และความพร้อมของห้องพัก ทั้งนี้ ห้องที่ผ่านเกณฑ์คัดเลือกมีสัดส่วนน้อยกว่า 10% ของห้องที่เสนอเข้ามาทั้งหมด ตามข้อมูลที่บริษัทเปิดเผย
ห้องพักที่บริษัทให้ความสำคัญ ได้แก่ ห้องแบบ 1 ห้องนอนขนาดตั้งแต่ 30 ตารางเมตรขึ้นไป ห้องแบบ 2 ห้องนอนขนาด 60–90 ตารางเมตร รวมถึงห้องขนาด 3–4 ห้องนอน โดยบริษัทระบุว่าห้องขนาด 2–3 ห้องนอนเริ่มได้รับความสนใจจากลูกค้าครอบครัวมากขึ้น ขณะที่อุปทานในตลาดยังมีจำกัด
หลังเตรียมห้องพักพร้อมให้เช่า บริษัทระบุว่าสามารถหาผู้เช่าได้ภายในเวลาเฉลี่ยประมาณ 10 วัน และรักษาอัตราการเข้าพักเฉลี่ยของพอร์ตไว้ที่ 85–90%
ตัวเลขดังกล่าวเป็นผลการดำเนินงานที่บริษัทเปิดเผย โดยผลตอบแทนจริงของแต่ละห้องยังขึ้นอยู่กับทำเล ต้นทุนการตกแต่ง ค่าบำรุงรักษา ช่วงเวลาที่ห้องว่าง และเงื่อนไขการแบ่งรายได้กับเจ้าของสินทรัพย์

บริหารราคาและบริการครบวงจร สร้างรายได้จากสินทรัพย์
Sontana ให้บริการจัดการที่พักแบบครบวงจร โดยมีทีมดูแลผู้เช่าตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมรับผิดชอบงานซ่อมบำรุงและการจัดการห้องพัก เพื่อรักษาคุณภาพการให้บริการและลดภาระของเจ้าของอสังหาริมทรัพย์
ในด้านราคา บริษัทใช้ข้อมูลประกอบการกำหนดค่าเช่าให้เหมาะสมกับความต้องการของตลาด สำหรับห้องพักในกรุงเทพฯ ค่าเช่าห้องแบบ 1 ห้องนอนเริ่มต้นประมาณ 30,000 บาทต่อเดือน ห้องแบบ 2 ห้องนอนเริ่มต้นประมาณ 50,000 บาทต่อเดือน ส่วนห้องพักระดับลักชัวรีอยู่ที่ประมาณ 120,000–200,000 บาทต่อเดือน โดยบริการมีลักษณะใกล้เคียงเซอร์วิสอะพาร์ตเมนต์
ฐานลูกค้าหลักประกอบด้วยชาวต่างชาติกำลังซื้อสูง โดยเฉพาะกลุ่ม Digital Nomad จากสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร เยอรมนี และฝรั่งเศส รวมถึงลูกค้าจากมาเลเซียและสิงคโปร์ที่เริ่มเข้ามาใช้บริการมากขึ้น
นอกจากนี้ ยังมีลูกค้าคนไทยที่อาศัยอยู่ต่างประเทศและกลับมาเยี่ยมครอบครัวเป็นเวลา 3–6 เดือน ตลอดจนผู้ที่ต้องการที่พักระหว่างเข้ารับการรักษาพยาบาลหรือคลอดบุตรในโรงพยาบาลชั้นนำของกรุงเทพฯ
สำหรับเจ้าของห้องชุด บริษัทใช้รูปแบบแบ่งรายได้ (Revenue Sharing) โดยทำหน้าที่บริหารจัดการแทนเจ้าของ ตั้งแต่การเตรียมห้อง การหาผู้เช่า ไปจนถึงการติดตามค่าเช่า ช่วยลดภาระในการดูแลสินทรัพย์ด้วยตนเอง
รุกภูเก็ต จับมือแสนสิริเพิ่มห้องชุดเข้าสู่พอร์ตบริหาร
ในปี 2569 Sontana เริ่มขยายธุรกิจสู่ตลาดภูเก็ตอย่างเป็นทางการ โดยร่วมมือกับบริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) หรือ SIRI นำห้องชุดจากโครงการภายใต้แบรนด์ THE BASE และ CANVAS เข้ามาอยู่ในพอร์ตบริหาร
ตลาดภูเก็ตมีลักษณะแตกต่างจากกรุงเทพฯ เนื่องจากความต้องการเช่าและระดับราคาเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลค่อนข้างมาก บริษัทระบุว่าในช่วงไฮซีซัน ค่าเช่าของบางยูนิตสามารถเพิ่มขึ้น 3–4 เท่าจากช่วงโลว์ซีซัน และมีราคาสูงกว่า 100,000 บาทต่อเดือน
เพื่อรับมือกับความผันผวนดังกล่าว บริษัทนำระบบ Dynamic Pricing หรือการกำหนดราคาตามความต้องการของตลาดมาใช้วิเคราะห์และวางแผนราคาเช่าล่วงหน้า โดยมีเป้าหมายเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารรายได้ในแต่ละช่วงเวลา
นอกจากความร่วมมือกับแสนสิริแล้ว บริษัทยังอยู่ระหว่างเจรจากับผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์อีกหลายราย ซึ่งมีโครงการทั้งในกรุงเทพฯ ภูเก็ต และหัวเมืองท่องเที่ยวอื่น ๆ รวมถึงมองหาโอกาสร่วมมือกับเจ้าของอะพาร์ตเมนต์และเซอร์วิสอะพาร์ตเมนต์ที่ต้องการเพิ่มอัตราการเข้าพักหรือเสริมศักยภาพทีมบริหาร
ตั้งเป้า 500 ยูนิตในปี 2570 ก่อนขยายสู่ตลาดอาเซียน
ในช่วง 3–4 ปีข้างหน้า Sontana วางแผนขยายธุรกิจภายในประเทศไทยเป็นหลัก โดยมองหาทำเลที่มีศักยภาพทั้งในเมืองท่องเที่ยวหลักและเมืองรอง เช่น พัทยา หัวหิน และเชียงใหม่ พร้อมตั้งเป้าบริหารห้องพักมากกว่า 500 ยูนิตภายในปี 2570
หลังสร้างฐานธุรกิจในประเทศ บริษัทมีแผนศึกษาความเป็นไปได้ในการขยายไปยังประเทศอื่นในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในอนาคต
อย่างไรก็ตาม การเติบโตของธุรกิจ Flex Rental ยังขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งความต้องการเช่าของชาวต่างชาติ ความผันผวนตามฤดูกาล ต้นทุนการจัดเตรียมห้องพัก และความสามารถในการรักษามาตรฐานบริการเมื่อจำนวนยูนิตเพิ่มขึ้น

Flex Rental กับโอกาสใหม่ของธุรกิจท่องเที่ยวและอสังหาริมทรัพย์
กรณีของ Sontana สะท้อนการเชื่อมโยงระหว่างธุรกิจท่องเที่ยวกับการบริหารอสังหาริมทรัพย์ โดยนำห้องชุดที่มีอยู่แล้วมาพัฒนาเป็นบริการที่พักสำหรับผู้เช่าซึ่งต้องการความยืดหยุ่นมากกว่าการเช่ารายปี
โมเดล Asset-Light ช่วยให้บริษัทสามารถขยายพอร์ตผ่านความร่วมมือกับเจ้าของสินทรัพย์และผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ โดยไม่จำเป็นต้องใช้เงินลงทุนซื้อห้องชุดทุกยูนิต ขณะที่การใช้ข้อมูลและ Dynamic Pricing ช่วยสนับสนุนการตัดสินใจด้านราคาในตลาดที่มีความต้องการเปลี่ยนแปลงตามช่วงเวลา
สำหรับผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ความร่วมมือกับผู้บริหารที่พักอาจเป็นช่องทางเพิ่มทางเลือกในการสร้างรายได้จากห้องชุด ส่วนเจ้าของห้องมีโอกาสลดภาระการบริหารด้วยตนเอง อย่างไรก็ตาม ผลตอบแทนสุทธิยังต้องพิจารณาค่าใช้จ่ายทั้งหมด เงื่อนไขสัญญา และความเสี่ยงจากช่วงที่ไม่มีผู้เช่า
ความท้าทายสำคัญของ Flex Rental จึงไม่ใช่เพียงการเพิ่มจำนวนห้องพักในพอร์ต แต่คือการรักษาอัตราเข้าพัก คุณภาพบริการ และผลตอบแทนของเจ้าของสินทรัพย์ให้เติบโตไปพร้อมกัน โดยเฉพาะเมื่อขยายจากตลาดกรุงเทพฯ ไปยังเมืองท่องเที่ยวที่มีความผันผวนด้านราคาและความต้องการสูงกว่า
ข้อมูลอ้างอิง:
homeday-“ซอนทานา” รุก Flex Rental ผนึกแสนสิริขยายตลาดภูเก็ต https://homeday.co.th/articles/news/sontana-20261019
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ครม. ขยายมาตรการลดค่าโอนและจดจำนองอสังหาริมทรัพย์ถึงปี 2570
คณะรัฐมนตรีมีมติขยายมาตรการลดค่าธรรมเนียมโอนและจดจำนองอสังหาริมทรัพย์เหลือเพียง 0.01% สำหรับบ้านและคอนโดราคาไม่เกิน 7 ล้านบาท ออกไปจนถึง 30 มิถุนายน 2570 การเคลื่อนไหวเชิงกลยุทธ์นี้คาดว่าจะช่วยกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์อย่างมีนัยสำคัญ ส่งเสริมกำลังซื้อของผู้บริโภค และเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ถึง 1.06% ซึ่งส่งผลดีต่อเศรษฐกิจมหภาคและความเชื่อมั่นในการลงทุนโดยรวม

รัฐเร่งปราบนอมินีถือที่ดินแทนต่างชาติ มูลค่า 1.4 หมื่นล้านบาท ยกระดับตรวจสอบถึงเจ้าของผลประโยชน์ตัวจริง
รัฐบาลเปิดปฏิบัติการตรวจสอบการใช้คนไทยเป็นตัวแทนถือครองที่ดินแทนคนต่างด้าว พบกลุ่มนิติบุคคลเข้าข่าย 1,397 ราย รวม 2,360 แปลง มูลค่า 14,010 ล้านบาท พร้อมเร่งตรวจสอบผู้มีอำนาจควบคุมและเส้นทางการเงินให้แล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคม 2569 สะท้อนทิศทางกำกับดูแลธุรกิจและอสังหาริมทรัพย์ที่เข้มข้นขึ้น

เงื่อนไข "ลดค่าธรรมเนียมโอน-จดจำนอง" เหลือ 0.01% โอกาสทองซื้อขายบ้าน-คอนโด ถึงมิ.ย.69
รัฐบาลขยายเวลา "ลดค่าธรรมเนียมโอนและจดจำนองอสังหาฯ" ราคาไม่เกิน 7 ล้านบาท เหลือเพียง 0.01% ช่วยผู้ซื้อบ้านและคอนโดประหยัดค่าใช้จ่ายสูงสุด ถึง 30 มิ.ย. 69

ORN รายได้ Q2/69 พุ่ง 611.78 ล้านบาท กำไรโต 139.8% รับยอดโอนอสังหาฯ
บริษัท อรสิริน จำกัด (มหาชน) หรือ ORN รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ประจำปี 2569 ที่โดดเด่น ด้วยรายได้รวมสูงถึง 611.78 ล้านบาท และทำกำไรสุทธิได้ 60.07 ล้านบาท คิดเป็นการเติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 139.8% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ความสำเร็จนี้ยังสะท้อนต่อเนื่องในผลงานครึ่งปีแรก 2569

ความกังวลของสภาอุตสาหกรรมฯ ต่อปัญหานอมินีต่างชาติรุกคืบธุรกิจไทยและการตอบสนองของภาครัฐ
รัฐบาลไทยเร่งปราบปรามนอมินีต่างชาติที่รุกคืบธุรกิจท่องเที่ยวและอสังหาริมทรัพย์ เพื่อคุ้มครองผู้ประกอบการไทยและสร้างความเป็นธรรมในการแข่งขัน

“ลดค่าโอน-จำนอง 2568” เหลือ 0.01% มาตรการปลุกอสังหาฯ-เพิ่ม GDP
อัพเดทล่าสุด มติครม. 8 เม.ย. 2568 ไฟเขียว มาตรการลดค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมสำหรับที่อยู่อาศัย “ลดค่าโอน-จำนอง” เหลือ 0.01% หวังกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ เพิ่มจีดีพีประเทศ
