ญี่ปุ่นลงทุนไทยเกือบ 4 แสนล้านบาท พลิกบทบาทสู่ฐานเทคโนโลยีขั้นสูง ดันเซมิคอนดักเตอร์-AI-พลังงานสะอาด

ญี่ปุ่นลงทุนไทยเกือบ 4 แสนล้านบาท พลิกบทบาทสู่ฐานเทคโนโลยีขั้นสูง ดันเซมิคอนดักเตอร์-AI-พลังงานสะอาด

สรุปประเด็น

  • ญี่ปุ่นยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนในไทย 1,380 โครงการ มูลค่ากว่า 396,500 ล้านบาท สะท้อนการยกระดับสู่เทคโนโลยีขั้นสูง

  • มุ่งเน้นอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ทั้งเซมิคอนดักเตอร์ ระบบ AI ดิจิทัล และพลังงานสะอาด เพื่อเพิ่มมูลค่าห่วงโซ่อุปทานไทย

  • รัฐบาลชูบทบาทไทยเป็น Trusted Connector พร้อมเปิด 7 อุตสาหกรรมเป้าหมายขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจ

  • ค่ายรถยนต์ญี่ปุ่นปรับกลยุทธ์แบบ Multi-Pathway รักษาฐานการผลิตเดิมควบคู่การพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า

  • โจทย์สำคัญของไทยคือการพัฒนาทักษะบุคลากรและนวัตกรรมให้รองรับเม็ดเงินลงทุน เพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันระยะยาว

จากฐานผลิตรถยนต์สู่พันธมิตรนวัตกรรม ญี่ปุ่นยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนในไทย 1,380 โครงการ มูลค่ากว่า 396,500 ล้านบาท สะท้อนโอกาสยกระดับอุตสาหกรรมไทยสู่ห่วงโซ่เทคโนโลยีแห่งอนาคต

ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา ญี่ปุ่นเป็นหนึ่งในนักลงทุนสำคัญที่มีบทบาทต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมไทย โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วน แต่ทิศทางการลงทุนระลอกใหม่กำลังสะท้อนการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ เมื่อเทคโนโลยีขั้นสูง โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล และพลังงานสะอาด กลายเป็นเป้าหมายการลงทุนที่มีบทบาทเพิ่มขึ้น

ข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ที่เปิดเผยบนเวที Thailand–Japan Investment Forum 2026 ระบุว่า ระหว่างปี 2021 ถึงกลางปี 2026 บริษัทญี่ปุ่นยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนในไทยรวม 1,380 โครงการ มูลค่ากว่า 11.72 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 396,500 ล้านบาท

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนโอกาสของไทยในการต่อยอดความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับญี่ปุ่น จากการเป็นฐานการผลิตที่สำคัญ ไปสู่การเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยีระดับโลก อย่างไรก็ตาม โจทย์สำคัญไม่ใช่เพียงการดึงดูดเม็ดเงินลงทุน แต่คือการทำให้การลงทุนเหล่านั้นสร้างมูลค่าเพิ่ม ถ่ายทอดองค์ความรู้ และพัฒนาขีดความสามารถของอุตสาหกรรมไทยในระยะยาว

เงินลงทุนญี่ปุ่นเกือบ 4 แสนล้านบาท มุ่งสู่อุตสาหกรรมแห่งอนาคต

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการ BOI ระบุว่า อุตสาหกรรมที่มีศักยภาพเติบโตและเป็นเป้าหมายสำคัญของความร่วมมือระหว่างไทยกับญี่ปุ่น ได้แก่ เซมิคอนดักเตอร์ อิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง หุ่นยนต์ และพลังงานสะอาด รวมถึงเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล

กลุ่มธุรกิจที่ได้รับความสนใจยังครอบคลุมระบบประมวลผล AI ชิปขั้นสูง เทคโนโลยีการส่งข้อมูลด้วยแสง และพลังงานหมุนเวียน ซึ่งล้วนเป็นองค์ประกอบสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัลและอุตสาหกรรมสมัยใหม่

ขณะเดียวกัน โรงงานที่ดำเนินกิจการในไทยอยู่แล้วก็มีโอกาสยกระดับกระบวนการผลิตสู่มาตรฐาน Smart & Sustainable Industry ผ่านการนำระบบอัตโนมัติ เทคโนโลยีดิจิทัล และแนวทางการผลิตที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมมาใช้เพิ่มประสิทธิภาพ

การเปลี่ยนแปลงนี้มีนัยสำคัญต่อภาคอุตสาหกรรมไทย เพราะหากสามารถพัฒนาผู้ผลิตชิ้นส่วน ผู้ให้บริการเทคโนโลยี และบุคลากรในประเทศให้รองรับความต้องการของนักลงทุนได้ ก็จะช่วยเพิ่มโอกาสให้ธุรกิจไทยเข้าไปมีส่วนร่วมในห่วงโซ่การผลิตที่มีมูลค่าสูงขึ้น

จาก Data Center ถึงชิปขั้นสูง ญี่ปุ่นขยายบทบาทในระบบนิเวศเทคโนโลยี

ทิศทางการลงทุนในเทคโนโลยีขั้นสูงทำให้โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์มีความสำคัญมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อธุรกิจทั่วโลกเร่งนำ AI มาใช้ในการดำเนินงาน

Data Center และ Cloud Services เป็นองค์ประกอบพื้นฐานที่ช่วยรองรับการประมวลผลและจัดเก็บข้อมูล ขณะที่เซมิคอนดักเตอร์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงเป็นส่วนสำคัญของระบบคอมพิวเตอร์ เซิร์ฟเวอร์ และเครือข่ายสื่อสาร

ในภาพรวม ความร่วมมือกับบริษัทเทคโนโลยีญี่ปุ่นจึงเปิดโอกาสให้ไทยพัฒนาระบบนิเวศอุตสาหกรรมที่เชื่อมโยงตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล การผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ไปจนถึงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในภาคธุรกิจ

อย่างไรก็ตาม การระบุว่าบริษัทใดกำลังขยายโรงงาน ผลิตภัณฑ์ใด และใช้เงินลงทุนเท่าใด จำเป็นต้องพิจารณาจากประกาศของแต่ละบริษัทและข้อมูลโครงการที่ยืนยันได้ เพื่อแยกให้ชัดเจนระหว่างทิศทางอุตสาหกรรมโดยรวมกับโครงการลงทุนที่เกิดขึ้นจริง

ทำไมญี่ปุ่นเลือกไทย: โอกาสจากบทบาท Trusted Connector

บนเวที Thailand–Japan Investment Forum 2026 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงจุดแข็งของไทยในฐานะ “Trusted Connector” หรือประเทศที่ทำหน้าที่เชื่อมโยงความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการลงทุนระหว่างประเทศ

แนวคิดนี้มีความสำคัญในช่วงที่เศรษฐกิจโลกเผชิญความเปลี่ยนแปลงหลายด้านพร้อมกัน ทั้งความผันผวนทางเศรษฐกิจมหภาค ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด และการเข้าสู่สังคมสูงวัย

เมื่อบริษัทข้ามชาติต้องประเมินความเสี่ยงของห่วงโซ่อุปทานใหม่ การเลือกฐานการผลิตจึงไม่ได้พิจารณาเฉพาะต้นทุนแรงงาน แต่ยังรวมถึงความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน ความมั่นคงของระบบโลจิสติกส์ ความสามารถของบุคลากร กฎระเบียบที่ชัดเจน และความต่อเนื่องในการดำเนินธุรกิจ

สำหรับไทย ความสัมพันธ์ทางอุตสาหกรรมกับญี่ปุ่นที่สั่งสมมายาวนานเป็นต้นทุนสำคัญ ทั้งเครือข่ายผู้ผลิตชิ้นส่วน บุคลากร และระบบสนับสนุนภาคการผลิต แต่การรักษาความได้เปรียบจำเป็นต้องพัฒนาปัจจัยเหล่านี้ให้ทันกับความต้องการของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง

โจทย์ของไทยไม่ใช่เพียงการเป็นประเทศที่นักลงทุนไว้วางใจ แต่ต้องเป็นฐานการลงทุนที่สร้างมูลค่าเพิ่มได้จริง และช่วยให้บริษัทสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ในระยะยาว

7 อุตสาหกรรมเป้าหมาย วางกรอบความร่วมมือไทย–ญี่ปุ่น

รัฐบาลไทยเสนออุตสาหกรรมเป้าหมาย 7 กลุ่ม เพื่อขยายโอกาสความร่วมมือด้านการลงทุน ได้แก่

  1. เกษตรอัจฉริยะและการแปรรูปอาหาร — เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและพัฒนาสินค้ามูลค่าสูง

  2. อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ — รองรับความต้องการชิ้นส่วนและเทคโนโลยีขั้นสูง

  3. ยานยนต์แห่งอนาคต — ต่อยอดฐานการผลิตเดิมสู่เทคโนโลยียานยนต์รูปแบบใหม่

  4. สุขภาพและการแพทย์ — รองรับสังคมสูงวัยและความต้องการเทคโนโลยีสุขภาพ

  5. การท่องเที่ยวคุณภาพ — เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจและยกระดับบริการ

  6. ค้าปลีกและโลจิสติกส์ — พัฒนาเครือข่ายการค้าและการกระจายสินค้า

  7. เศรษฐกิจสร้างสรรค์ — ต่อยอดความคิดสร้างสรรค์และทรัพย์สินทางปัญญาสู่ธุรกิจ

การกำหนดเป้าหมายที่หลากหลายช่วยเปิดพื้นที่ให้ความร่วมมือไทย–ญี่ปุ่นขยายออกจากอุตสาหกรรมการผลิตแบบดั้งเดิมไปสู่บริการ เทคโนโลยี และธุรกิจที่ใช้ความรู้เป็นฐาน

สิ่งสำคัญคือการเชื่อมโยงนโยบายส่งเสริมการลงทุนเข้ากับการพัฒนาผู้ประกอบการไทย เพื่อให้ธุรกิจในประเทศสามารถเป็นคู่ค้า ผู้ผลิตชิ้นส่วน หรือผู้ให้บริการที่มีศักยภาพ ไม่ใช่เพียงอยู่ในพื้นที่เดียวกับบริษัทต่างชาติเท่านั้น

BOI to IPO เปิดทางเชื่อมการลงทุนกับตลาดทุนไทย

นอกจากมาตรการส่งเสริมการลงทุนแล้ว ยังมีแนวคิดเชื่อมโยงการลงทุนกับตลาดทุนผ่านโครงการ BOI to IPO ซึ่งมุ่งเปิดช่องทางให้บริษัทที่ดำเนินกิจการในไทยสามารถพิจารณาระดมทุนผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) และ LiVEx ตามคุณสมบัติและหลักเกณฑ์ที่กำหนด

แนวทางนี้มีนัยสำคัญต่อการพัฒนาระบบเศรษฐกิจ เพราะการระดมทุนในประเทศอาจช่วยเพิ่มทางเลือกด้านเงินทุนให้บริษัทที่มีความพร้อม ขณะเดียวกันยังมีโอกาสเชื่อมโยงกิจกรรมทางธุรกิจเข้ากับระบบตลาดทุนไทยมากขึ้น

อีกประเด็นที่ได้รับความสนใจคือการพัฒนาตลาดคาร์บอนเครดิตทวิภาคี ซึ่งสอดคล้องกับความสำคัญที่เพิ่มขึ้นของการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ

อย่างไรก็ตาม การดำเนินงานของแต่ละกลไกยังขึ้นอยู่กับเงื่อนไขและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง ผู้ประกอบการจึงควรตรวจสอบรายละเอียดอย่างเป็นทางการก่อนวางแผนใช้ประโยชน์จากมาตรการเหล่านี้

ยานยนต์ญี่ปุ่นเดินหน้า Multi-Pathway เปลี่ยนผ่านโดยไม่ทิ้งฐานเดิม

อุตสาหกรรมยานยนต์ยังคงเป็นหนึ่งในเสาหลักของความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างไทยกับญี่ปุ่น แต่การเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้าทำให้ผู้ผลิตต้องปรับกลยุทธ์เพื่อรับมือกับเทคโนโลยีและความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนแปลง

นายอาเบะ อิจิโระ ประธานองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (JETRO) กรุงเทพฯ อธิบายถึงแนวทาง Multi-Pathway ของค่ายรถญี่ปุ่น ซึ่งให้ความสำคัญกับการพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์หลายรูปแบบ ทั้งการรักษาฐานการผลิตรถไฮบริดและเครื่องยนต์สันดาป ควบคู่กับการขยายการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (BEV)

แนวทางดังกล่าวสะท้อนการเปลี่ยนผ่านที่ค่อยเป็นค่อยไป โดยพยายามรักษาความสามารถในการแข่งขันของฐานการผลิตเดิม พร้อมสร้างขีดความสามารถใหม่ให้สอดรับกับทิศทางของตลาด

สำหรับไทย การเปลี่ยนผ่านนี้มีความสำคัญต่อผู้ผลิตชิ้นส่วนและแรงงานในอุตสาหกรรมยานยนต์ เพราะชิ้นส่วน ระบบควบคุม และทักษะที่จำเป็นต่อรถยนต์แต่ละประเภทมีความแตกต่างกัน การพัฒนาทักษะและการปรับตัวของผู้ประกอบการจึงเป็นเงื่อนไขสำคัญในการรักษาบทบาทของไทยในห่วงโซ่การผลิตระดับภูมิภาค

ขณะเดียวกัน การดึงดูดการลงทุนให้ต่อเนื่องยังต้องอาศัยสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่คาดการณ์ได้ การแข่งขันที่เป็นธรรม และการเพิ่มผลิตภาพอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถวางแผนลงทุนระยะยาวได้อย่างมั่นใจ

โจทย์ใหญ่ของไทย: พัฒนาคนและนวัตกรรมให้ทันเงินลงทุน

แม้เม็ดเงินลงทุนจากญี่ปุ่นจะเปิดโอกาสให้ไทยยกระดับอุตสาหกรรม แต่การลงทุนในเทคโนโลยีขั้นสูงต้องการบุคลากรที่มีทักษะเฉพาะทางมากกว่าการผลิตแบบเดิม ไม่ว่าจะเป็นวิศวกรออกแบบวงจรและชิป ผู้เชี่ยวชาญด้านข้อมูลและ AI ตลอดจนช่างเทคนิคที่ดูแลระบบอัตโนมัติและเทคโนโลยีพลังงานสมัยใหม่

เงินลงทุนจึงเปรียบเสมือน “ฮาร์ดแวร์” ที่ช่วยสร้างโครงสร้างพื้นฐานและกำลังการผลิต ส่วน “ซอฟต์แวร์” ที่ทำให้การลงทุนสร้างมูลค่าได้เต็มศักยภาพ คือทักษะของบุคลากร องค์ความรู้ เทคโนโลยี และระบบนิเวศการวิจัยและพัฒนา

หากไทยสามารถเชื่อมโยงการลงทุนเข้ากับมหาวิทยาลัย สถาบันวิจัย และผู้ประกอบการในประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก็จะเพิ่มโอกาสให้เกิดการพัฒนาบุคลากร การถ่ายทอดความรู้ และการต่อยอดนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ตลาดจริง

ในทางกลับกัน หากการลงทุนยังพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศเป็นหลัก และธุรกิจไทยไม่สามารถยกระดับเข้าสู่ห่วงโซ่มูลค่าสูงได้เต็มที่ ประโยชน์ที่ประเทศได้รับก็อาจไม่สอดคล้องกับศักยภาพของเม็ดเงินลงทุน

จากผู้รับการลงทุน สู่พันธมิตรร่วมสร้างนวัตกรรม

การลงทุนจากญี่ปุ่นเกือบ 4 แสนล้านบาทเป็นโอกาสสำคัญของไทยในการต่อยอดฐานอุตสาหกรรมที่มีอยู่ไปสู่เทคโนโลยีขั้นสูง ตั้งแต่เซมิคอนดักเตอร์ อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ และโครงสร้างพื้นฐาน AI ไปจนถึงพลังงานสะอาดและยานยนต์แห่งอนาคต

แต่ความสำเร็จของความร่วมมือครั้งนี้ไม่ควรวัดจากจำนวนโครงการหรือมูลค่าการลงทุนเพียงอย่างเดียว หากต้องพิจารณาด้วยว่าไทยสามารถสร้างผู้ผลิตในประเทศที่มีศักยภาพ เพิ่มผลิตภาพแรงงาน พัฒนาทักษะใหม่ และต่อยอดองค์ความรู้สู่ผลิตภัณฑ์หรือบริการของตนเองได้มากน้อยเพียงใด

ในอีกทศวรรษข้างหน้า ความท้าทายสำคัญจึงอยู่ที่การเปลี่ยนจากการเป็นฐานรองรับเงินลงทุน ไปสู่การเป็นพันธมิตรที่ร่วมพัฒนาเทคโนโลยีและสร้างนวัตกรรมกับญี่ปุ่นได้อย่างแท้จริง เพราะนั่นคือเส้นทางที่จะทำให้เงินลงทุนวันนี้กลายเป็นขีดความสามารถในการแข่งขันของเศรษฐกิจไทยในระยะยาว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

WHA ชี้ AI พลิกเกม SME ไทย ดัน Data Center–Automation รับมือสังคมสูงวัย เปิดทางเศรษฐกิจใหม่

WHA ชี้ AI พลิกเกม SME ไทย ดัน Data Center–Automation รับมือสังคมสูงวัย เปิดทางเศรษฐกิจใหม่

WHA ชี้ AI และระบบอัตโนมัติคือกุญแจสำคัญในการพลิกเกมธุรกิจ ช่วย SME ลดภาระงานหลังบ้านและช่วยองค์กรใหญ่ประหยัดต้นทุน พร้อมเปิดมุมมองการเติบโตของ Data Center เซมิคอนดักเตอร์ และเทคโนโลยีชีวภาพ เพื่อรับมือความท้าทายจากสังคมสูงวัยและขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยยุคใหม่

13 นาที
AI ก็ผิดได้: 5 หลุมพรางทำลายแบรนด์และ 5 ข้อควรระวัง

AI ก็ผิดได้: 5 หลุมพรางทำลายแบรนด์และ 5 ข้อควรระวัง

เมื่อ AI พลาด อาจทำลายธุรกิจของคุณได้ บทความนี้ชี้ 5 หลุมพรางจากมุมมองผู้บริโภคเมื่อ AI ทำผิดพลาด เช่น ผู้คนมักโทษ AI ก่อน หรือการโอ้อวดความสามารถ AI ยิ่งทำให้ถูกตำหนิหนักเมื่อล้มเหลว พร้อมแนะกลยุทธ์สำหรับผู้บริหารแบรนด์ และวางแผนรับมือเพื่อกอบกู้ชื่อเสียงและความเชื่อมั่นในยุคที่ AI มีบทบาทสำคัญต่อธุรกิจ

15 นาที
BDI เดินหน้า “The UP” หนุน SMEs ไทยใช้ Big Data – AI ขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคใหม่

BDI เดินหน้า “The UP” หนุน SMEs ไทยใช้ Big Data – AI ขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคใหม่

BDI ขานรับนโยบาย Quick Win ของรัฐบาล ผลักดันโครงการ The UP: Unlock Potential with Data เสริมศักยภาพ SMEs ไทยใช้ Big Data และ AI สร้างมูลค่าเพิ่มให้ธุรกิจ พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างยั่งยืน

6 นาที
ศึกเศรษฐกิจไทย: คำเตือนจากผู้ว่าแบงก์ชาติ เมื่อกระสุนมีจำกัด และภัยคุกคามรออยู่เบื้องหน้า

ศึกเศรษฐกิจไทย: คำเตือนจากผู้ว่าแบงก์ชาติ เมื่อกระสุนมีจำกัด และภัยคุกคามรออยู่เบื้องหน้า

ในขณะที่ประเทศเผชิญความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจโลก ผู้ว่าแบงก์ชาติชี้ทางรอดต้อง "ยิงให้ถูกจุด" แทนการยิง "ปูพรม" ท่ามกลางสงครามการค้าที่ทวีความรุนแรง

9 นาที
คู่มือเลือกสถาปัตยกรรม AI ที่ปลอดภัยสำหรับองค์กร

คู่มือเลือกสถาปัตยกรรม AI ที่ปลอดภัยสำหรับองค์กร

คู่มือสำหรับผู้บริหารไทยในการเลือกสถาปัตยกรรม AI ที่ปลอดภัย มองครบทั้งข้อมูล โมเดล แพลตฟอร์ม และธรรมาภิบาล แยกใช้ Public, Enterprise, On‑premise และ Hybrid ให้ตรงระดับความเสี่ยงของข้อมูล พร้อมชุดคำถาม 5 ข้อช่วยเช็คความพร้อมด้านความปลอดภัย กฎระเบียบ และกลยุทธ์องค์กร ก่อนตัดสินใจลงทุนระบบ AI ระยะยาว

11 นาที
Microsoft - NVIDIA ผนึกกำลังขับเคลื่อน AI พลิกโฉมอุตสาหกรรมโลก

Microsoft - NVIDIA ผนึกกำลังขับเคลื่อน AI พลิกโฉมอุตสาหกรรมโลก

ในงาน Microsoft Build 2025 สองผู้นำด้านเทคโนโลยี ได้แก่ สัตยา นาเดลลา ประธานและซีอีโอของ Microsoft และ Jensen Huang ซีอีโอของ NVIDIA ได้ขึ้นเวทีพูดคุยกัน โดยเนื้อหาการสนทนาเน้นที่การขยายความร่วมมือระหว่างสองบริษัทในการสร้างและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่ทันสมัยที่สุดในโลก

5 นาที

แท็กที่เกี่ยวข้อง