อุตสาหกรรมรถยนต์ไทยฟื้นตัวไม่ทั่วถึง ยอดขาย–ส่งออกดีขึ้น แต่การผลิตยังถูกกดดัน

อุตสาหกรรมรถยนต์ไทยฟื้นตัวไม่ทั่วถึง ยอดขาย–ส่งออกดีขึ้น แต่การผลิตยังถูกกดดัน

สรุปประเด็น

  • การผลิตเดือนกันยายน 2569 ลดลง 6.08%: ผลิตได้ 120,319 คัน สวนทางกับยอดขายในประเทศและยอดส่งออกที่เติบโต สะท้อนการฟื้นตัวที่ยังไม่ทั่วถึง

  • น้ำท่วมซ้ำเติมห่วงโซ่อุปทาน: ผู้ผลิตชิ้นส่วนประสบปัญหาน้ำท่วม ส่งผลให้โรงงานรถยนต์บางแห่งต้องหยุดผลิตชั่วคราว ก่อนกลับสู่ภาวะปกติในเวลาต่อมา

  • รถ EV หนุนยอดขาย แต่รถกระบะเปราะบาง: รถยนต์นั่งไฟฟ้า (BEV) โตสูง 80.13% ขณะที่รถกระบะเผชิญแรงกดดันจากกำลังซื้อและสินเชื่อที่เข้มงวด

  • คงเป้าผลิตปี 2569 ที่ 1.45 ล้านคัน: ต้องอาศัยแรงขับเคลื่อนจากกำลังซื้อในประเทศ ห่วงโซ่อุปทานที่ต่อเนื่อง และการปรับตัวรับเทคโนโลยีใหม่

การผลิตรถยนต์ไทยเดือนกันยายน 2569 ลดลง 6.08% เหลือ 120,319 คัน แม้ยอดขายในประเทศเพิ่มขึ้น 14.28% และยอดส่งออกเพิ่มขึ้น 4.55% สะท้อนการฟื้นตัวที่แตกต่างกันระหว่างตลาด โดยเฉพาะรถกระบะที่ยังเผชิญปัญหากำลังซื้อ สินเชื่อเข้มงวด และความเสี่ยงจากน้ำท่วมที่กระทบห่วงโซ่อุปทาน

อุตสาหกรรมยานยนต์เป็นหนึ่งในฐานการผลิตสำคัญของประเทศไทย ทั้งในด้านการจ้างงาน การส่งออก และเครือข่ายผู้ผลิตชิ้นส่วนภายในประเทศ อย่างไรก็ตาม ข้อมูลล่าสุดจากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) แสดงให้เห็นว่า การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยังไม่เกิดขึ้นอย่างทั่วถึง

เดือนกันยายน 2569 ประเทศไทยผลิตรถยนต์ได้ 120,319 คัน ลดลง 6.08% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ยอดขายรถยนต์ในประเทศเพิ่มขึ้น 14.28% เป็น 55,255 คัน และยอดส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปเพิ่มขึ้น 4.55% เป็น 89,972 คัน

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนภาพที่แตกต่างกันระหว่างการผลิตกับอุปสงค์ในตลาด โดยยอดขายในประเทศได้รับแรงสนับสนุนจากรถยนต์ไฟฟ้า ขณะที่การส่งออกเดือนกันยายนปรับตัวดีขึ้นจากความต้องการในตลาดเอเชีย แต่ภาคการผลิตยังได้รับผลกระทบจากปัจจัยด้านห่วงโซ่อุปทานและความเปราะบางของตลาดรถบางประเภท 

สำหรับช่วงเดือนมกราคม–กันยายน 2569 การผลิตรถยนต์สะสมอยู่ที่ 1,080,030 คัน เพิ่มขึ้น 0.39% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ยอดขายในประเทศสะสมอยู่ที่ 521,226 คัน เพิ่มขึ้น 16.35% ส่วนการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปสะสมยังลดลง 4.94% เหลือ 655,009 คัน 

น้ำท่วมกระทบห่วงโซ่อุปทาน แม้โรงงานกลับมาผลิตได้ตามปกติ

หนึ่งในปัจจัยที่กดดันการผลิตรถยนต์ในเดือนกันยายน คือปัญหาน้ำท่วมที่ส่งผลต่อการดำเนินงานของผู้ผลิตชิ้นส่วนและการส่งมอบสินค้า

ข้อมูลจาก ส.อ.ท. ระบุว่า โรงงานรถยนต์บางแห่งต้องหยุดการผลิตชั่วคราวตั้งแต่ช่วงปลายเดือนกันยายนถึงกลางเดือนตุลาคม เนื่องจากผู้ผลิตชิ้นส่วนไม่สามารถส่งมอบสินค้าได้ตามกำหนด อย่างไรก็ตาม รายงานระบุว่าโรงงานทุกแห่งกลับมาดำเนินการผลิตได้ตามปกติแล้ว โดยผลกระทบจากการหยุดผลิตอาจสะท้อนต่อเนื่องมายังตัวเลขการผลิตในเดือนตุลาคม 

กรณีนี้ชี้ให้เห็นว่า แม้ผู้ผลิตรถยนต์จะมีคำสั่งซื้อหรือความต้องการจากตลาด แต่การผลิตยังขึ้นอยู่กับความพร้อมของชิ้นส่วน วัตถุดิบ และระบบโลจิสติกส์ตลอดห่วงโซ่อุปทาน หากผู้ผลิตรายใดรายหนึ่งไม่สามารถส่งมอบชิ้นส่วนสำคัญได้ ก็อาจส่งผลต่อการเดินสายการผลิตของโรงงานปลายทาง

การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ไม่ได้ขึ้นอยู่กับยอดขายเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยห่วงโซ่อุปทานที่ทำงานได้ต่อเนื่องด้วย ภัยธรรมชาติที่กระทบผู้ผลิตชิ้นส่วนเพียงบางส่วนสามารถส่งผลต่อกำลังการผลิตของทั้งระบบได้

สำหรับผู้ประกอบการชิ้นส่วนยานยนต์ เหตุการณ์นี้ตอกย้ำความสำคัญของการบริหารความเสี่ยงด้านวัตถุดิบ การจัดหาแหล่งผลิตสำรอง การวางแผนสินค้าคงคลัง และการเตรียมแผนดำเนินธุรกิจในกรณีฉุกเฉิน โดยเฉพาะธุรกิจที่พึ่งพาโรงงานหรือเส้นทางขนส่งในพื้นที่เสี่ยงภัยธรรมชาติ

รถยนต์ไฟฟ้าหนุนยอดขาย แต่ตลาดรถกระบะยังเปราะบาง

แม้ยอดขายรถยนต์ในประเทศจะเพิ่มขึ้น แต่การเติบโตไม่ได้กระจายไปยังรถยนต์ทุกประเภทอย่างเท่าเทียมกัน

ข้อมูลของ ส.อ.ท. ระบุว่า ยอดขายรถยนต์นั่งไฟฟ้าแบตเตอรี่ (BEV) ในเดือนกันยายนอยู่ที่ 16,404 คัน เพิ่มขึ้น 80.13% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่รถยนต์นั่งไฮบริด (HEV) มียอดขาย 14,113 คัน เพิ่มขึ้น 10.78% สะท้อนบทบาทของรถยนต์พลังงานทางเลือกที่ช่วยพยุงตลาดรถยนต์ในประเทศ 

ในทางกลับกัน ยอดขายรถกระบะยังอยู่ภายใต้แรงกดดัน โดยเดือนกันยายนขายได้ 10,315 คัน ลดลง 7.11% เมื่อเทียบกับปีก่อน สาเหตุสำคัญตามข้อมูลจาก ส.อ.ท. ได้แก่ กำลังซื้อที่อ่อนแอ ภาระค่าครองชีพ และความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงิน

รถกระบะมีบทบาทต่อเศรษฐกิจไทยมากกว่าการเป็นสินค้าเพื่อการบริโภค เพราะเป็นเครื่องมือทำมาหากินของเกษตรกร ผู้ค้ารายย่อย ผู้รับเหมา และธุรกิจขนส่งขนาดเล็ก เมื่อผู้ซื้อเข้าถึงสินเชื่อได้ยาก ความต้องการรถกระบะจึงอาจชะลอตัว และส่งผลต่อเนื่องไปยังผู้ผลิตรถยนต์ ผู้ผลิตชิ้นส่วน และธุรกิจบริการหลังการขาย

นอกจากนี้ การเปลี่ยนผ่านสู่รถยนต์ไฟฟ้ายังทำให้ผู้ผลิตต้องปรับแผนการลงทุนและโครงสร้างการผลิต เพื่อรองรับเทคโนโลยีใหม่ควบคู่กับการบริหารธุรกิจรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปที่ยังมีความสำคัญต่อการจ้างงานและการส่งออกของไทย

ตลาดส่งออกเริ่มดีขึ้น แต่ภาพรวม 9 เดือนยังมีแรงกดดัน

ยอดส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปของไทยในเดือนกันยายนเพิ่มขึ้น 4.55% เป็น 89,972 คัน โดยตลาดเอเชียเป็นแรงสนับสนุนสำคัญ ขณะที่การส่งออกไปยังออสเตรเลียและโอเชียเนียยังเป็นตลาดหลักของรถยนต์ไทย

อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาตัวเลขสะสมตั้งแต่เดือนมกราคมถึงกันยายน การส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปยังลดลง 4.94% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แสดงให้เห็นว่าการฟื้นตัวในเดือนล่าสุดยังไม่เพียงพอที่จะชดเชยความอ่อนแอของการส่งออกตลอดช่วงก่อนหน้า

สำหรับผู้ผลิตรถยนต์และชิ้นส่วน การประเมินสถานการณ์จึงต้องพิจารณาทั้งยอดส่งออกระยะสั้นและแนวโน้มคำสั่งซื้อในตลาดปลายทาง รวมถึงความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ ต้นทุนการขนส่ง และการเปลี่ยนแปลงของความต้องการรถยนต์แต่ละประเภท

ยอดส่งออกที่กลับมาเติบโตในเดือนเดียวเป็นสัญญาณเชิงบวก แต่ยังไม่ใช่ข้อยืนยันว่าอุตสาหกรรมกลับเข้าสู่วงจรเติบโตอย่างมั่นคง ผู้ประกอบการควรติดตามทั้งคำสั่งซื้อสะสม ความต้องการในตลาดหลัก และความสามารถในการแข่งขันด้านต้นทุน

เป้าผลิต 1.45 ล้านคันยังเป็นโจทย์สำคัญของปี 2569

ส.อ.ท. ยังคงเป้าหมายการผลิตรถยนต์ในปี 2569 ไว้ที่ 1.45 ล้านคัน แม้ตัวเลขการผลิตเดือนกันยายนจะลดลงจากปีก่อน โดยช่วง 9 เดือนแรกผลิตได้แล้ว 1,080,030 คัน

หากต้องการให้ถึงเป้าหมายดังกล่าว ไทยจำเป็นต้องผลิตรถยนต์เพิ่มอีกประมาณ 370,000 คันในช่วงไตรมาสสุดท้าย หรือเฉลี่ยราว 123,300 คันต่อเดือน ซึ่งใกล้เคียงกับระดับการผลิตในเดือนกันยายน แต่การทำได้ตามเป้าหมายยังขึ้นอยู่กับความต่อเนื่องของการผลิต ความพร้อมของชิ้นส่วน และความต้องการจากตลาดในประเทศและต่างประเทศ

ในมุมของภาคธุรกิจ ประเด็นที่ต้องติดตามมีอย่างน้อยสามด้าน ได้แก่

  • กำลังซื้อและสินเชื่อในประเทศ: โดยเฉพาะความสามารถในการซื้อรถกระบะของเกษตรกรและผู้ประกอบการรายย่อย

  • ความต่อเนื่องของห่วงโซ่อุปทาน: การรับมือกับน้ำท่วมและความเสี่ยงที่อาจทำให้การส่งมอบชิ้นส่วนล่าช้า

  • การปรับตัวสู่ยานยนต์พลังงานทางเลือก: การวางแผนผลิตภัณฑ์และลงทุนให้สอดคล้องกับแนวโน้มตลาด โดยไม่ละเลยความสามารถในการแข่งขันของฐานการผลิตเดิม

บทสรุป: ฟื้นยอดขายอย่างเดียวไม่พอ ต้องรักษาความแข็งแกร่งของฐานการผลิต

สถานการณ์อุตสาหกรรมรถยนต์ไทยในเดือนกันยายน 2569 สะท้อนการฟื้นตัวที่มีทั้งด้านบวกและความเสี่ยง ยอดขายในประเทศและยอดส่งออกกลับมาเติบโตเมื่อเทียบกับปีก่อน แต่การผลิตยังลดลงจากผลกระทบด้านห่วงโซ่อุปทาน ขณะที่ตลาดรถกระบะยังเผชิญข้อจำกัดจากกำลังซื้อและสินเชื่อ

ในระยะต่อไป การรักษาความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมจำเป็นต้องทำควบคู่กันหลายด้าน ตั้งแต่การเพิ่มความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทาน การติดตามคำสั่งซื้อส่งออก การปรับตัวสู่รถยนต์ไฟฟ้า ไปจนถึงการดูแลไม่ให้ข้อจำกัดด้านสินเชื่อและกำลังซื้อกระทบตลาดรถยนต์ที่มีความสำคัญต่อการจ้างงานในประเทศมากเกินไป

เป้าหมาย 1.45 ล้านคันจึงไม่ได้เป็นเพียงตัวเลขการผลิต แต่ยังสะท้อนความท้าทายในการรักษาฐานอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยให้เดินหน้าต่อได้ ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของตลาด เทคโนโลยี และความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ

ข้อมูลอ้างอิง:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

BOI ไฟเขียวโตโยต้าลงทุน 1,490 ล้านบาท ผลิตปิกอัพไฮโดรเจนในไทย ดันฐานยานยนต์สู่เทคโนโลยี FCEV

BOI ไฟเขียวโตโยต้าลงทุน 1,490 ล้านบาท ผลิตปิกอัพไฮโดรเจนในไทย ดันฐานยานยนต์สู่เทคโนโลยี FCEV

โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย เตรียมลงทุน 1,490 ล้านบาท พัฒนาสายการผลิต New Hilux พลังงานไฮโดรเจนที่จังหวัดฉะเชิงเทรา กำลังผลิต 3,000 คันต่อปี คาดเริ่มผลิตเดือนธันวาคม 2570 พร้อมส่งออกไปยุโรป ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ สร้างโอกาสใหม่ให้ห่วงโซ่อุปทานยานยนต์ไทย

8 นาที
FTA ไทย–EU เดินหน้าเจรจารอบ 10 เร่งเคลียร์เปิดตลาด–สินค้าอ่อนไหว ตั้งเป้าสรุปดีลภายในปี 2569

FTA ไทย–EU เดินหน้าเจรจารอบ 10 เร่งเคลียร์เปิดตลาด–สินค้าอ่อนไหว ตั้งเป้าสรุปดีลภายในปี 2569

พาณิชย์เผย FTA ไทย-EU คืบหน้าแล้วเกือบ 2 ใน 3 หลังจบรอบ 9 เร่งเครื่องเคลียร์ประเด็นท้าทายทั้งการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐและสินค้าอ่อนไหว ส.อ.ท.หนุนเร่งปิดดีลภายในปี 2569 เพื่อขยายโอกาสส่งออก ดึงดูดการลงทุน และเตรียมพร้อมสู่สมาชิก OECD

8 นาที
ยอดขายรถกระบะไทยลด 7.11% สะท้อนกำลังซื้อเปราะบาง สะเทือนห่วงโซ่อุปทานยานยนต์

ยอดขายรถกระบะไทยลด 7.11% สะท้อนกำลังซื้อเปราะบาง สะเทือนห่วงโซ่อุปทานยานยนต์

ตลาดรถยนต์ไทยกำลังเผชิญการฟื้นตัวที่ไม่เท่ากันในแต่ละกลุ่ม แม้ยอดขายรถยนต์โดยรวมในเดือนกันยายน 2569 จะเติบโตจากแรงหนุนของรถยนต์ไฟฟ้า (EV) แต่ตลาดรถกระบะกลับยังอยู่ในภาวะหดตัว

9 นาที
Lexus ES: เมื่อรถยนต์หรูไม่ใช่แค่พาหนะ แต่คือสำนักงานเคลื่อนที่ของผู้บริหาร

Lexus ES: เมื่อรถยนต์หรูไม่ใช่แค่พาหนะ แต่คือสำนักงานเคลื่อนที่ของผู้บริหาร

All-New Lexus ES รถยนต์หรูที่ได้รับการออกแบบใหม่ทั้งคันบนแพลตฟอร์ม GA-K ชูจุดเด่นห้องโดยสารเงียบสนิทและขยายฐานล้อกว้างขวางเพื่อเป็นสำนักงานเคลื่อนที่ของผู้บริหาร ยกระดับภาพลักษณ์ด้วยดีไซน์สุขุม มีให้เลือกทั้งรุ่น ES 350e (BEV) และ ES 350h (Hybrid) ครบครันด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัย LSS+ 4.0 ตอบโจทย์ทั้งประสิทธิภาพธุรกิจและการเดินทางยั่งยืน

8 นาที
เปิดยุทธศาสตร์ 5I จาก ส.อ.ท. ดันนโยบาย Buy Thai ยกระดับ SMEs

เปิดยุทธศาสตร์ 5I จาก ส.อ.ท. ดันนโยบาย Buy Thai ยกระดับ SMEs

สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เดินหน้ายุทธศาสตร์ 5I เพื่อยกระดับภาคอุตสาหกรรมไทย เร่งผลักดันนโยบาย Buy Thai ปฏิรูปโครงสร้างราคาพลังงานลดต้นทุนการผลิต พร้อมเสริมความแข็งแกร่งให้ SMEs และ Supply Chain ไทย เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันและขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

6 นาที
กระทรวงพาณิชย์ผนึกสภาอุตสาหกรรมฯ วางแนวทางปรับสมดุลการค้าไทย ดันสินค้าไทยเพิ่มมูลค่าในประเทศ

กระทรวงพาณิชย์ผนึกสภาอุตสาหกรรมฯ วางแนวทางปรับสมดุลการค้าไทย ดันสินค้าไทยเพิ่มมูลค่าในประเทศ

ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและการแข่งขันทางการค้าที่เข้มข้นขึ้น การขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยไม่อาจพึ่งพาการเพิ่มมูลค่าการส่งออกเพียงอย่างเดียว แต่ต้องให้ความสำคัญกับการสร้างมูลค่าเพิ่มภายในประเทศ การใช้วัตถุดิบและชิ้นส่วนจากผู้ผลิตไทย ตลอดจนการกระจายผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจไปยังผู้ประกอบการทุกระดับ

9 นาที

แท็กที่เกี่ยวข้อง