กระทรวงการคลังเดินหน้าเวที IMF-World Bank 2026 เปิด 4 เวทีใหญ่ จับตา 30 เจรจาทวิภาคี ดึงความเชื่อมั่นการเงินโลก

กระทรวงการคลังเดินหน้าเวที IMF-World Bank 2026 เปิด 4 เวทีใหญ่ จับตา 30 เจรจาทวิภาคี ดึงความเชื่อมั่นการเงินโลก

สรุปประเด็น

  • เจ้าภาพการประชุมโลก: ไทยเตรียมต้อนรับผู้เข้าร่วมกว่า 15,000 คนจาก 191 ประเทศ ในการประชุม IMF-World Bank Group Annual Meetings 2026

  • ชู 4 เวทีสำคัญ: ขับเคลื่อนวาระการเงินโลกและความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจ ผ่านเวทีเรือธงของกระทรวงการคลังและผู้นำการเงินระดับโลก

  • เดินหน้า 30 ทวิภาคี: มุ่งสร้างตำแหน่งแห่งที่ให้ไทยเป็น "Trusted Connector" เชื่อมโยงความร่วมมือและการลงทุนระหว่างประเทศ

  • ต่อยอดเศรษฐกิจไทย: ผลักดันผลลัพธ์จากการประชุมสู่การลงทุนจริง การสร้างงาน และการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในระยะยาว

ประเทศไทยกำลังก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางการหารือด้านเศรษฐกิจและการเงินระหว่างประเทศอีกครั้ง ในฐานะเจ้าภาพจัดการประชุม 2026 IMF-World Bank Group Annual Meetings ระหว่างวันที่ 12–18 ตุลาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร โดยคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมกว่า 15,000 คน จาก 191 ประเทศ ครอบคลุมรัฐมนตรีคลัง ผู้ว่าการธนาคารกลาง ผู้กำหนดนโยบาย และผู้บริหารสถาบันการเงินชั้นนำทั่วโลก

การประชุมครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงเวทีแลกเปลี่ยนมุมมองต่อเศรษฐกิจโลก แต่ยังเป็นโอกาสที่ไทยจะนำเสนอวิสัยทัศน์ทางเศรษฐกิจ สร้างความร่วมมือกับนานาชาติ และต่อยอดความเชื่อมั่นด้านการลงทุน ผ่านเวทีเสวนาสำคัญและการเจรจาทวิภาคีที่เปิดทางให้เกิดความร่วมมือในระยะยาว

การเป็นเจ้าภาพเวทีการเงินโลกไม่ใช่เพียงการสร้างภาพลักษณ์ประเทศ แต่เป็นโอกาสในการเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างประเทศกับการลงทุนและการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทย

IMF-World Bank 2026 เวทีระดับโลกที่ไทยใช้ต่อยอดความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ

การประชุมประจำปีของ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และ กลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group) เป็นเวทีสำคัญที่ผู้กำหนดนโยบายจากทั่วโลกใช้หารือประเด็นเศรษฐกิจ การเงิน เสถียรภาพทางการคลัง และการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยประเทศไทยกลับมาเป็นเจ้าภาพอีกครั้งหลังจากเคยจัดการประชุมในปี 2534

ภายใต้ธีม “Thailand's New Horizons: Empowering People, Building Resilience” ไทยมุ่งนำเสนอแนวทางการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ การเสริมความยืดหยุ่นของประเทศ และการรับมือกับความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นในระบบเศรษฐกิจโลก

สำหรับภาคธุรกิจ การประชุมระดับนี้เปิดโอกาสให้ไทยสื่อสารทิศทางเศรษฐกิจและนโยบายต่อกลุ่มผู้มีบทบาทในการกำหนดทิศทางเงินทุนระหว่างประเทศโดยตรง ขณะเดียวกัน ยังเป็นพื้นที่สร้างเครือข่ายความร่วมมือที่อาจนำไปสู่การลงทุน การพัฒนาเทคโนโลยี และการขยายโอกาสทางการค้าในอนาคต

4 เวทีสำคัญ สะท้อนโจทย์เศรษฐกิจในโลกที่แบ่งขั้ว

หนึ่งในกิจกรรมที่ได้รับความสนใจคือเวที “Thai MOF Flagship Event: Building Resilience in a Fragmented World” ซึ่งนำโดย นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพื่อหารือแนวทางสร้างความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจท่ามกลางความแตกแยกทางภูมิรัฐศาสตร์และความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก

เวทีดังกล่าวมีกำหนดเชื่อมโยงมุมมองจากผู้นำองค์กรการเงินระหว่างประเทศและผู้กำหนดนโยบายระดับสูง อาทิ คริสตาลินา จอร์จีวา กรรมการผู้จัดการ IMF, อาเจย์ บังกา ประธานกลุ่มธนาคารโลก และ รีคกา ปูร์รา รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังฟินแลนด์ ตามข้อมูลที่ระบุในต้นฉบับ

ประเด็นความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจมีความสำคัญมากขึ้นในช่วงที่หลายประเทศเผชิญความเสี่ยงจากความขัดแย้งระหว่างประเทศ ความผันผวนของตลาดการเงิน และการเปลี่ยนแปลงของห่วงโซ่อุปทาน การหารือในระดับนโยบายจึงมีบทบาทต่อการกำหนดแนวทางรับมือความเสี่ยง ตลอดจนสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศในระยะยาว

นอกเหนือจากเวทีเรือธงของกระทรวงการคลัง ยังมีการจัดกิจกรรมและเวทีหารือภายใต้การประชุมประจำปี เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับเศรษฐกิจโลก ตลาดการเงิน การพัฒนา และการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจในอนาคต

โจทย์สำคัญของเศรษฐกิจโลกในวันนี้ ไม่ใช่เพียงการสร้างการเติบโต แต่คือการทำให้ประเทศและภาคธุรกิจสามารถรับมือกับความเสี่ยง พร้อมรักษาความสามารถในการแข่งขันได้อย่างต่อเนื่อง

30 การเจรจาทวิภาคี กับโอกาสสร้างไทยเป็น Trusted Connector

อีกหนึ่งประเด็นที่ภาคธุรกิจและนักลงทุนควรจับตาคือ การเจรจาทวิภาคีกว่า 30 นัดหมาย ตามข้อมูลในต้นฉบับ ซึ่งเป็นช่องทางสำหรับการหารือโดยตรงระหว่างไทยกับผู้แทนประเทศและองค์กรระหว่างประเทศ เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองและต่อยอดความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการเงิน

แนวคิด “Trusted Connector” หรือการเป็นจุดเชื่อมโยงที่ได้รับความไว้วางใจ สะท้อนความพยายามวางตำแหน่งประเทศไทยให้เป็นพื้นที่เชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างเศรษฐกิจต่าง ๆ ในช่วงที่โลกเผชิญแรงกดดันจากการแข่งขันเชิงภูมิรัฐศาสตร์และการปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทาน

ในมุมธุรกิจ ความเชื่อมั่นต่อประเทศเจ้าภาพอาจช่วยเปิดพื้นที่สำหรับการหารือเรื่องการลงทุน การค้า และความร่วมมือด้านเทคโนโลยี อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนความสัมพันธ์ระหว่างประเทศให้เป็นเม็ดเงินลงทุนจริงยังต้องอาศัยปัจจัยสนับสนุนอื่นร่วมด้วย ทั้งความชัดเจนของนโยบาย กฎระเบียบที่เอื้อต่อการประกอบธุรกิจ โครงสร้างพื้นฐาน และศักยภาพของแรงงาน

ดังนั้น ผลลัพธ์จากการประชุมจึงไม่ควรวัดจากจำนวนผู้เข้าร่วม หรือจำนวนการหารือเพียงอย่างเดียว แต่ควรติดตามต่อไปว่าความร่วมมือที่เกิดขึ้นสามารถพัฒนาไปสู่โครงการลงทุน การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้ประเทศได้มากน้อยเพียงใด

ดึงผู้เข้าร่วมกว่า 15,000 คน เปิดโอกาสธุรกิจไทยสู่ตลาดโลก

การประชุมครั้งนี้คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมกว่า 15,000 คน จาก 191 ประเทศ ทำให้กรุงเทพฯ เป็นพื้นที่รวมตัวของผู้กำหนดนโยบาย นักเศรษฐศาสตร์ ผู้บริหารสถาบันการเงิน และภาคธุรกิจจากทั่วโลก

นอกจากการประชุมและการหารือระดับนโยบายแล้ว การจัดงานยังเป็นโอกาสให้ประเทศไทยนำเสนอศักยภาพของประเทศในฐานะจุดหมายปลายทางของการประชุมระดับนานาชาติ ตลอดจนสร้างการรับรู้เกี่ยวกับสินค้า บริการ และโอกาสทางธุรกิจของไทย

สำหรับผู้ประกอบการไทย การมีเวทีระดับโลกเกิดขึ้นภายในประเทศอาจช่วยเพิ่มช่องทางในการนำเสนอสินค้าและสร้างเครือข่ายทางธุรกิจ โดยเฉพาะหากสามารถเชื่อมโยงกิจกรรมจัดแสดงสินค้าเข้ากับการจับคู่ธุรกิจและการเจรจากับผู้ซื้อหรือพันธมิตรต่างประเทศได้อย่างเป็นรูปธรรม

อย่างไรก็ตาม การสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจในวงกว้างจำเป็นต้องอาศัยการต่อยอดหลังจบงาน ทั้งการติดตามผู้สนใจ การพัฒนาความสัมพันธ์ทางธุรกิจ และการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงตลาดเป้าหมายได้จริง

จากเวทีการเงินโลกสู่โอกาสลงทุนที่ไทยต้องต่อยอด

สำหรับภาคธุรกิจและนักลงทุน การประชุม IMF-World Bank 2026 เป็นโอกาสในการติดตามทิศทางนโยบายเศรษฐกิจโลกและประเมินแนวโน้มความร่วมมือระหว่างประเทศ โดยมีประเด็นสำคัญที่ควรติดตาม 3 ด้าน ได้แก่

1. ทิศทางนโยบายเศรษฐกิจและการเงินโลก การหารือของผู้กำหนดนโยบายอาจสะท้อนมุมมองต่อความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ เสถียรภาพทางการเงิน และแนวทางรับมือความผันผวน ซึ่งเป็นข้อมูลประกอบการวางแผนธุรกิจและการลงทุน

2. โอกาสจากความร่วมมือและการลงทุนระหว่างประเทศ การพบปะระหว่างรัฐบาล สถาบันการเงิน และภาคเอกชนเป็นช่องทางสร้างเครือข่ายและพัฒนาโครงการใหม่ แต่ต้องติดตามความคืบหน้าหลังการประชุมเพื่อประเมินผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริง

3. ความสามารถของไทยในการเปลี่ยนความเชื่อมั่นเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจ การเป็นเจ้าภาพช่วยเพิ่มโอกาสในการนำเสนอศักยภาพของประเทศ แต่การดึงดูดเงินลงทุนในระยะยาวยังขึ้นอยู่กับความพร้อมของระบบเศรษฐกิจ สภาพแวดล้อมทางธุรกิจ และความต่อเนื่องของนโยบาย

บทสรุป: IMF-World Bank 2026 จุดเริ่มต้นของการสร้างความเชื่อมั่นระยะยาว

การประชุม IMF-World Bank Group Annual Meetings 2026 เป็นมากกว่าการจัดงานระดับนานาชาติ เพราะเปิดโอกาสให้ประเทศไทยนำเสนอทิศทางเศรษฐกิจ สร้างความสัมพันธ์กับผู้กำหนดนโยบายและสถาบันการเงินระดับโลก ตลอดจนขยายช่องทางความร่วมมือทางธุรกิจ

อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของการเป็นเจ้าภาพไม่ได้สิ้นสุดลงเมื่อการประชุมปิดฉาก แต่ขึ้นอยู่กับการนำความสัมพันธ์และข้อหารือไปต่อยอดให้เกิดผลลัพธ์ที่จับต้องได้ ทั้งการลงทุนใหม่ การสร้างงาน การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยเข้าถึงตลาดต่างประเทศ

การเปลี่ยนเวทีระดับโลกให้เป็นโอกาสทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน จึงเป็นโจทย์สำคัญของไทยหลังการประชุมครั้งนี้ และเป็นตัวชี้วัดว่าความเชื่อมั่นที่ได้รับจะสามารถต่อยอดไปสู่การเติบโตของเศรษฐกิจไทยในระยะยาวได้มากน้อยเพียงใด

ข้อมูลอ้างอิง:

  • ไทยพับลิก้า. (2569, 9 ตุลาคม). 'โลกจับตากรุงเทพฯ' ไทยพร้อมรับ 191 ประเทศ ประชุม IMF–World Bank 'เอกนิติ' ชูโอกาสร่วมกำหนดอนาคตเศรษฐกิจโลก. ThaiPublica. https://thaipublica.org/2026/10/bangkok-ready-imf-world-bank-2026 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

รัฐบาลอนุทินแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ปี 2568: เร่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจ หนี้ประชาชน และฟื้นความเชื่อมั่นประเทศ

รัฐบาลอนุทินแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ปี 2568: เร่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจ หนี้ประชาชน และฟื้นความเชื่อมั่นประเทศ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี แถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา วันที่ 29 กันยายน 2568 มุ่งแก้ปัญหาเร่งด่วนของประเทศ ทั้งเศรษฐกิจ หนี้ประชาชน ความเหลื่อมล้ำ และความมั่นคง พร้อมผลักดันการใช้เทคโนโลยี พลังงานสีเขียว และการค้าระหว่างประเทศ

17 นาที
เศรษฐกิจไทยเข้าสู่ 'Perfect Storm' - ธปท.ยอมรับความไม่แน่นอนสูงสุด

เศรษฐกิจไทยเข้าสู่ 'Perfect Storm' - ธปท.ยอมรับความไม่แน่นอนสูงสุด

เศรษฐกิจไทยเข้าสู่ Perfect Storm ธปท.เผย กนง.มติ 6:1 คงดอกเบี้ย 1.75% ยอมรับความไม่แน่นอนสูงสุด GDP 2568 เพียง 2.3% ปี 69 ร่วงเหลือ 1.7% Trade War 2.0 กระทบส่งออก SMEs วิกฤต NPL พุ่ง 8.8% Policy Space จำกัด

6 นาที
“รวยด้วยกัน” ดีกว่า “รบกัน” ถอดรหัสสัญญาณสีจิ้นผิง–ทรัมป์ กับอนาคตภูมิรัฐศาสตร์โลก

“รวยด้วยกัน” ดีกว่า “รบกัน” ถอดรหัสสัญญาณสีจิ้นผิง–ทรัมป์ กับอนาคตภูมิรัฐศาสตร์โลก

บทวิเคราะห์สัญญาณทางการทูตจากการพบกันของสีจิ้นผิงและโดนัลด์ ทรัมป์ สะท้อนแนวคิด “แข่งขันแต่ไม่ทำลายกัน” ท่ามกลางเกมภูมิรัฐศาสตร์โลกที่เปลี่ยนจากสนามรบสู่สนามการค้า พร้อมตั้งคำถามสำคัญว่าไทยควรวางตำแหน่งตัวเองอย่างไรในโลกยุคใหม่

5 นาที
จับตา Reinvent Thailand เร่งเครื่อง 7 ปลดล็อก เมื่อรัฐ–เอกชนเดินหน้าปรับกติกาธุรกิจไทย

จับตา Reinvent Thailand เร่งเครื่อง 7 ปลดล็อก เมื่อรัฐ–เอกชนเดินหน้าปรับกติกาธุรกิจไทย

Reinvent Thailand เดินหน้าสู่โจทย์เชิงปฏิบัติ หลังภาครัฐเตรียมหารือ ส.อ.ท. ผลักดัน “7 ปลดล็อก” เพื่อปรับสภาพแวดล้อมทางธุรกิจ เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน และสร้างโอกาสใหม่ให้ภาคธุรกิจไทย โดยต้องจับตาว่าข้อเสนอจะถูกแปลงเป็นมาตรการที่ชัดเจนได้อย่างไร

8 นาที
ไทยเหยียบเรือสองแคม BRICS-OECD สร้างโอกาสร่วมจัดระเบียบโลกใหม่

ไทยเหยียบเรือสองแคม BRICS-OECD สร้างโอกาสร่วมจัดระเบียบโลกใหม่

กลุ่ม BRICS ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2549 เป็นการรวมตัวของกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ขนาดใหญ่ โดยในช่วงเริ่มแรกภายใต้ชื่อ BRIC มีสมาชิก 4 ประเทศ ได้แก่ บราซิล รัสเซีย อินเดีย จีน หลังจากนั้นอัฟริกาใต้เข้าเป็นสมาชิกชาติที่ 5 จึงได้เปลี่ยนชื่อกลุ่มเป็น BRICS

8 นาที
ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 เข้าสู่การพิจารณาของสภาฯ

ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 เข้าสู่การพิจารณาของสภาฯ

คณะรัฐมนตรีอนุมัติร่าง พ.ร.บ. งบประมาณปี 2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท ซึ่งแม้เป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจ แต่ก็เผชิญข้อจำกัดทางการคลังที่อาจส่งผลต่องบลงทุนภาครัฐที่ภาคธุรกิจต้องจับตา

5 นาที

แท็กที่เกี่ยวข้อง