จากตำราสามก๊กสู่ห้องประชุม: ศิลปะการจัดทัพคนทำงานเพื่อเปลี่ยนความขัดแย้งเป็นพลังสร้างสรรค์

จากตำราสามก๊กสู่ห้องประชุม: ศิลปะการจัดทัพคนทำงานเพื่อเปลี่ยนความขัดแย้งเป็นพลังสร้างสรรค์

สรุปประเด็น

'หากในห้องประชุมทุกคนเห็นพ้องกันในทุกเรื่อง แสดงว่าต้องมีใครบางคนในนั้นที่ไม่มีความจำเป็นอีกต่อไป' คำกล่าวนี้สะท้อนว่าความต่างทางความคิดคือฟันเฟืองสำคัญของการพัฒนา ทว่าในความเป็นจริง ห้องประชุมของหลายองค์กรกลับกลายเป็นสนามรบทางอารมณ์ที่บั่นทอนความสัมพันธ์และประสิทธิภาพในการทำงาน จะดีกว่าไหมหากเราสามารถถอยกลับไปมองหน้าประวัติศาสตร์และดึงเอา 'ศาสตร์การบริหารความขัดแย้ง' ที่ผ่านการพิสูจน์ผ่านกาลเวลากว่าพันปีในวรรณกรรมสามก๊ก มาประยุกต์ใช้จัดระเบียบทีมงานเพื่อเปลี่ยนแรงกระแทกทางความคิดให้กลายเป็นพลังบวก มาร่วมสวมหมวกนักวางกลยุทธ์ ถอดตำราพิชัยสงคราม และปรับทัพพนักงานในองค์กรของคุณให้พร้อมเปลี่ยนความตึงเครียดเป็นนวัตกรรมที่จับต้องได้จริงในวันนี้

ผสานต่างขั้วด้วยสูตรซุนกวน สร้างความสมดุลระหว่างสายบู๊และสายบุ๋น

ซุนกวนขึ้นครองง่อก๊กท่ามกลางกระแสความขัดแย้งรุนแรงระหว่างสองกลุ่มอิทธิพลหลัก คือ 'กลุ่มขุนศึกดั้งเดิม (สายบู๊)' ที่เน้นการเผชิญหน้าและการขยายอิทธิพล กับ 'กลุ่มขุนนางและปราชญ์ท้องถิ่นเจียงตง (สายบุ๋น)' ที่เน้นการเจรจาความสงบและการทำเกษตรกรรม ซุนกวนไม่ได้พยายามขจัดฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งทิ้ง แต่ใช้กลยุทธ์การจัดสมดุลอำนาจ โดยจัดสรรบทบาทและหน้าที่ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เหมาะสมอย่างเป็นกลาง

แนวทางปฏิบัติในการจัดทัพห้องประชุม:

เมื่อต้องจัดทีมทำงานในโครงการที่มีความท้าทายสูง ให้จัดโครงสร้างทีมที่มีสัดส่วนสมดุลระหว่าง 'กลุ่มผู้บุกเบิก (เน้นสร้างสรรค์สิ่งใหม่/ทำเร็ว)' และ 'กลุ่มผู้ควบคุมความเสี่ยง (เน้นข้อมูล/ความถูกต้อง)' โดยมีกติกาสำคัญร่วมกันในห้องประชุมว่า ทุกครั้งที่ผู้ควบคุมความเสี่ยงมีข้อทักท้วงหรือปฏิเสธไอเดียใหม่ จะต้องเสนอแนวทางแก้ไขหรือทางเลือกทดแทนที่ปฏิบัติได้จริงอย่างน้อยหนึ่งวิธีเสมอ เพื่อไม่ให้กระบวนการทำงานเกิดอาการชะงักงัน นอกจากนี้ ผู้นำต้องทำหน้าที่เป็นโซ่ข้อกลางคอยดึงศักยภาพและกำหนดขอบเขตเป้าหมายสุดท้ายให้ชัดเจน เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายมุ่งเป้าไปที่ผลสัมฤทธิ์ขององค์กรมากกว่าการพยายามเอาชนะกันทางความคิด

จัดทัพคนเก่งด้วยแนวทางโจโฉ เน้นความสามารถและผลลัพธ์เหนือประวัติการทำงาน

หนึ่งในจุดแข็งอันโดดเด่นที่สุดของโจโฉคือความสามารถในการแสวงหา ดึงดูด และใช้ประโยชน์จาก 'คนเก่ง' จากทุกทิศทาง โดยไม่นำประวัติเดิม อุปนิสัยส่วนตัว หรือแม้แต่ความบกพร่องทางศีลธรรมมาเป็นอุปสรรคต่อการทำงาน (หลักการประเมินคนจากทักษะและความสามารถอย่างแท้จริง) โจโฉจะมอบหมายงานสำคัญให้แก่ขุนพลและที่ปรึกษาตามความชำนาญเฉพาะด้าน ทำให้ขุนทหารแต่ละคนสามารถสร้างผลงานได้อย่างไร้ขีดจำกัด

แนวทางปฏิบัติในการจัดทัพห้องประชุม:

เพื่อลดความขัดแย้งที่เกิดขึ้นจาก 'อคติส่วนบุคคล' หรือ 'ลัทธิพรรคพวก' ในทีมงาน ให้ผู้นำปรับระบบการทำงานด้วยการกำหนดเกณฑ์คุณสมบัติ (Skills Mapping) และบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบของโครงการย่อยอย่างชัดเจนและโปร่งใส ให้เน้นผลลัพธ์ของงานและข้อมูลเชิงประจักษ์เป็นหลักในการตัดสินใจ โดยกำหนดบทลงโทษและผลตอบแทนที่แปรผันตามผลสัมฤทธิ์ของทีมงานโดยตรง วิธีการนี้จะช่วยควบคุมให้สมาชิกในทีมที่อาจไม่ชอบหน้ากันเป็นการส่วนตัว สามารถจัดวางระยะห่างและร่วมมือกันทำงานในฐานะมืออาชีพได้สำเร็จตามตัวชี้วัดที่กำหนดไว้ร่วมกัน

สร้างพื้นที่ปลอดภัยแบบเล่าปี่ ใช้ความอ่อนน้อมถ่อมตนและหัวใจซื้อใจทีมงาน

เล่าปี่เริ่มต้นจากศูนย์และแทบไม่มีดินแดนเป็นของตนเองในช่วงแรก แต่สิ่งที่ทำให้เขาสามารถรวบรวมขอดขุนพลระดับตำนานอย่างกวนอู เตียวหุย จูล่ง และมหาเสนาธิการอย่างขงเบ้งได้ คือจิตวิทยาการแสดงความเคารพอย่างจริงใจและถ่อมตน การยอมลดตัวไปเชิญขงเบ้งถึงสามครั้งสะท้อนถึงการสร้างพื้นที่ปลอดภัยทางความรู้สึกและความน่าเชื่อถือ ทำให้ผู้ใต้บังคับบัญชากล้าแสดงออก มีความมั่นใจ และพร้อมสละกำลังกายและสติปัญญาทำงานอย่างเต็มศักยภาพ

แนวทางปฏิบัติในการจัดทัพห้องประชุม:

ผู้นำองค์กรยุคใหม่ควรละทิ้งบทบาทของผู้รู้ดีไปทุกเรื่อง และหันมาสร้าง 'พื้นที่ปลอดภัยทางจิตวิทยา' ในห้องประชุม โดยนำแนวคิด 'ผู้นำพูดคนสุดท้าย (Speak Last)' มาใช้ เริ่มต้นเปิดการประชุมโดยนำเสนอเพียงประเด็นเป้าหมายและความท้าทาย จากนั้นปล่อยให้พนักงานระดับปฏิบัติการหรือสมาชิกทีมอายุน้อยได้เสนอไอเดียก่อนเป็นอันดับแรกโดยไม่มีการด่วนตัดสินหรือตำหนิ หากเกิดความขัดแย้งหรือข้อผิดพลาดจากการทดลองทำงาน ให้ร่วมกันระดมสมองวิเคราะห์หาสาเหตุเชิงระบบแทนการชี้เป้าจับผิดไปที่ตัวบุคคล วิธีการนี้จะช่วยลดอาการกลัวความผิดพลาด และส่งเสริมให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ ที่กล้าแกร่งขึ้น

ป้องกันการรวมศูนย์ด้วยบทเรียนจากขงเบ้ง กระจายอำนาจส่งมอบงานให้เกิดความเป็นเจ้าของร่วม

แม้ขงเบ้งจะเป็นอัจฉริยะที่รอบรู้ในทุกด้าน แต่ข้อผิดพลาดสำคัญประการหนึ่งในแง่การบริหารงานของเขาคือ การเป็นเสมือนศูนย์กลางการตัดสินใจของจ๊กก๊กในทุกๆ เรื่อง ตั้งแต่เรื่องยุทธศาสตร์ระดับชาติไปจนถึงการตรวจสอบลงทัณฑ์ทหารระดับล่าง การไม่ยอมกระจายอำนาจส่งผลให้ขงเบ้งต้องตรากตรำทำงานจนเกินกำลัง และที่สำคัญที่สุดคือทำให้ขาดการบ่มเพาะผู้นำรุ่นใหม่ขึ้นมาทดแทน เมื่อสิ้นขงเบ้ง จ๊กก๊กจึงก้าวเข้าสู่วิกฤตขาดแคลนผู้บริหารทันที

แนวทางปฏิบัติในการจัดทัพห้องประชุม:

หลีกเลี่ยงการก้าวเข้าสู่ภาวะผู้นำที่ควบคุมจัดการงานย่อยๆ ทุกอย่างเพียงคนเดียว (Micro-management) ผู้นำยุคใหม่ต้องบริหารงานแบบกระจายอำนาจด้วยการปรับโครงสร้างกลุ่มทำงานให้เป็น 'ทีมย่อยที่มีอิสระในการตัดสินใจ (Agile Project Teams)' โดยแต่งตั้งผู้รับผิดชอบหลักของแต่ละทีม และมอบหมายอำนาจในการบริหารจัดการงบประมาณและทรัพยากรภายใต้ขอบเขตที่กำหนดไว้ วิธีการนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยลดขั้นตอนที่ยุ่งยากและการรอคอยการตัดสินใจจากเบื้องบนเท่านั้น แต่ยังเป็นการเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้กระบวนการแก้ไขปัญหาและความขัดแย้งในระดับปฏิบัติการจริง สร้างความตระหนักในความเป็นเจ้าของงานร่วมกันอย่างแท้จริง

 

เคยมั้ย? ที่การประชุมวางแผนงานครั้งสำคัญต้องกลายเป็นสนามรบทางอารมณ์ กลุ่มหนึ่งก็อยากพุ่งไปข้างหน้า แต่อีกกลุ่มก็คอยเหยียบเบรกจนบรรยากาศอึดอัด... หากคุณกำลังเผชิญปัญหานี้ ลองถอยกลับไปมองหน้าประวัติศาสตร์พันปี แล้วสวมหมวกผู้นำสามก๊กเพื่อปรับทัพคนทำงานใหม่กันดีกว่าครับ

ลองจินตนาการถึง "ซุนกวน" แห่งง่อก๊ก ที่ต้องรับมือกับขุนศึกสายลุยและที่ปรึกษาสายประนีประนอม เขาไม่ได้เลือกข้างใดข้างหนึ่ง แต่จับมาบาลานซ์อำนาจกัน ในห้องประชุมของคุณก็เช่นกัน การผสานทีมสายบุกเบิกและสายควบคุมความเสี่ยงให้สมดุล โดยตั้งกติกาว่า “ถ้าใครจะทักท้วงหรือปฏิเสธไอเดียใหม่ ต้องเสนอทางออกที่ทำได้จริงมาด้วยเสมอ” จะช่วยให้งานเดินหน้าต่อได้โดยไม่สะดุด

บทสรุปจากตำราสามก๊ก

ถัดมาคือบทเรียนจาก "โจโฉ" ผู้นำที่ไม่สนใจอดีตหรือเรื่องส่วนตัว แต่เลือกใช้คนจากทักษะและผลลัพธ์ของงานอย่างแท้จริง การนำระบบ Skills Mapping มาใช้ในองค์กรจะช่วยตัดปัญหาเรื่องอคติส่วนตัวหรือลัทธิพรรคพวกทิ้งไป ทำให้คนที่อาจจะไม่ชอบหน้ากันเป็นการส่วนตัว สามารถจับมือทำงานร่วมกันแบบมืออาชีพได้สำเร็จตามตัวชี้วัด

เมื่อจัดทัพได้แล้ว การสร้างบรรยากาศก็สำคัญไม่แพ้กัน เหมือนที่ "เล่าปี่" ยอมลดตัวไปเชิญขงเบ้งถึงสามครั้งเพื่อซื้อใจ ผู้นำยุคใหม่สามารถสร้าง "พื้นที่ปลอดภัยทางจิตวิทยา" ได้ง่ายๆ ด้วยคาถา "Speak Last (ผู้นำพูดคนสุดท้าย)" เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่หรือทีมปฏิบัติการได้ปล่อยของและเสนอไอเดียก่อน โดยไม่มีการด่วนตัดสินหรือตำหนิ

สุดท้าย อย่าเดินตามรอยความผิดพลาดของ "ขงเบ้ง" ที่แม้จะเป็นอัจฉริยะแต่กลับรวบอำนาจไว้ที่ตัวเองจนตรากตรำตายในหน้าที่ และทำให้องค์กรขาดคนมารับไม้ต่อ ผู้นำที่ดีต้องกล้ากระจายอำนาจให้ Agile Project Teams หรือทีมย่อยๆ มีอิสระในการตัดสินใจและบริหารทรัพยากรเอง เพื่อบ่มเพาะผู้นำรุ่นใหม่ และสร้างความรู้สึกให้ทุกคนตระหนักว่าพวกเขาคือ "เจ้าของงาน" ร่วมกันอย่างแท้จริง

ข้อมูลอ้างอิง:

  • สามก๊ก (ฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน)). กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์ศิลปาบรรณาคาร. (วรรณกรรมอ้างอิงหลักสำหรับเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ พฤติกรรมของตัวละคร และกลยุทธ์การจัดทัพ)

  • ลั่วกวนจง. สามก๊ก ฉบับแปลใหม่ (Three Kingdoms). แปลโดย วรรณไว พัชรินทร์. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์สุขภาพใจ. (ใช้สำหรับอ้างอิงรายละเอียดบทสนทนาและแนวคิดเชิงลึกของโจโฉ ซุนกวน เล่าปี่ และขงเบ้ง)

  • Edmondson, Amy C. (2018). The Fearless Organization: Creating Psychological Safety in the Workplace for Learning, Innovation, and Growth. Wiley. (แนวคิดเชิงวิชาการที่สอดคล้องกับกลยุทธ์ "Speak Last" ของเล่าปี่ เพื่อระดมสมองและลดอคติในการทำงานร่วมกัน)

  • Sinek, Simon. (2014). Leaders Eat Last: Why Some Teams Pull Together and Others Don't. Portfolio. (แนวคิดผู้นำที่เสียสละเพื่อสร้างความตระหนักในความเป็นเจ้าของงานร่วมกัน หรือ Ownership)

  • Rigby, Darrell K., Sutherland, Jeff, & Noble, Andy. (2020). Doing Agile Right: Transformation Without Chaos. Harvard Business Review Press. (แนวคิดการจัดโครงสร้างทีมย่อย Agile Project Teams เพื่อกระจายอำนาจและลดการบริหารงานแบบรวมศูนย์)

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เตรียมคนให้พร้อม ไม่ใช่เดาอนาคตให้ถูก กรณีศึกษาโรงงานพ่นสีของ AUDI

เตรียมคนให้พร้อม ไม่ใช่เดาอนาคตให้ถูก กรณีศึกษาโรงงานพ่นสีของ AUDI

ในแบบสำรวจ PwC’s 26th Annual Global CEO Survey ปี 2023 มีซีอีโอถึง 40% ที่คิดว่าบริษัทของตัวเองอาจไม่อยู่ในรูปแบบเดิมอีกต่อไปในอีกสิบปีข้างหน้า แต่ต่อให้รู้ว่าปัจจัยเสี่ยงคือเทคโนโลยีอย่าง AI หรือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หลายองค์กรกลับตอบไม่ได้อย่างชัดเจนว่าจริงๆ แล้วอะไรจะมากระทบโมเดลธุรกิจของตน เมื่อคุณยังไม่รู้ว่าอนาคตจะมาในรูปไหน การไปไล่ “เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับทุกสถานการณ์” แทบเป็นไปไม่ได้ สิ่งที่ทำได้จริง คือการสร้างคนและวัฒนธรรมองค์กรที่ “พร้อมปรับตัวได้กับทุกสถานการณ์” แทน

12 นาที
เมื่อ "คนเก่ง" กลายเป็น "คนมีปัญหา": ทำไมองค์กรถึงวินิจฉัยผิดซ้ำๆ

เมื่อ "คนเก่ง" กลายเป็น "คนมีปัญหา": ทำไมองค์กรถึงวินิจฉัยผิดซ้ำๆ

เมื่อผู้นำที่ผลงานดีเด่นถูกตีตราว่า "มีปัญหา" คำอธิบายง่ายที่สุดคือ "เขาเดินหน้าเร็วเกินไป" แต่คำอธิบายที่ถูกต้องกว่าคือองค์กรกำลังวินิจฉัยผิด บทความนี้ชวนสำรวจกับดักเชิงระบบที่ทำให้คนเก่งกลายเป็นภัยคุกคาม และเสนอกรอบคำถาม 4 ข้อสำหรับผู้บริหารก่อนตัดสินใจใดๆ

11 นาที
กลยุทธ์การสร้างทีมสำหรับผู้บริหารยุคใหม่ เปลี่ยนทีมธรรมดาให้เป็นทีมชั้นยอด

กลยุทธ์การสร้างทีมสำหรับผู้บริหารยุคใหม่ เปลี่ยนทีมธรรมดาให้เป็นทีมชั้นยอด

สร้างทีมให้แข็งแกร่งในยุคธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงเร็ว เรียนรู้แนวคิดการแบ่งสมาชิกทีม 4 แบบ พร้อมกรณีศึกษา Enron, Netflix, Google และโร้ดแมปการพัฒนาทีมแบบมืออาชีพสำหรับผู้นำองค์กร ข้อมูลครบ เข้าใจง่าย เหมาะกับผู้นำและ HR ยุคใหม่

7 นาที
The Empathy Advantage: เมื่อ "การเข้าใจคน" คือกลยุทธ์ขับเคลื่อนประสิทธิภาพและแรงจูงใจที่แท้จริง

The Empathy Advantage: เมื่อ "การเข้าใจคน" คือกลยุทธ์ขับเคลื่อนประสิทธิภาพและแรงจูงใจที่แท้จริง

เจาะลึกบทบาทของ Empathy ในฐานะกลยุทธ์สำคัญของการบริหารยุคใหม่ การเข้าอกเข้าใจทีมงานไม่ใช่แค่เรื่องของความใจดี แต่เป็นเครื่องมืออันทรงพลังในการสร้างแรงจูงใจ ปลดล็อกศักยภาพพนักงาน และขับเคลื่อนประสิทธิภาพขององค์กรอย่างยั่งยืน พร้อมแนวทางการนำไปปรับใช้จริง

14 นาที
การพัฒนาทักษะด้านกลยุทธ์ของบุคลากรในองค์กร

การพัฒนาทักษะด้านกลยุทธ์ของบุคลากรในองค์กร

บทความนี้สำรวจทักษะกลยุทธ์ที่จำเป็นสำหรับบุคลากรองค์กร เพื่อขับเคลื่อนการจัดการเชิงกลยุทธ์ให้ประสบความสำเร็จ โดย ดร.พุฒิสิทธิ์ ตั้งสิริหิรัญกุล แนะนำแนวทางพัฒนา เช่น สรรหา สลับตำแหน่ง ร่วมโครงการ ฝึกอบรม เพื่อสร้างนักกลยุทธ์รอบด้าน

6 นาที
ศิลปะการประสานใจคนทำงานต่างวัฒนธรรมเพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรมในองค์กรยุคใหม่

ศิลปะการประสานใจคนทำงานต่างวัฒนธรรมเพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรมในองค์กรยุคใหม่

ในยุคที่องค์กรประกอบด้วยคนหลากหลายวัฒนธรรมและช่วงวัย การประสานใจและสร้างความเข้าใจร่วมกันคือหัวใจของการขับเคลื่อนนวัตกรรม บทความนี้เจาะลึกศิลปะการบริหารทีมข้ามวัฒนธรรม เพื่อปลดล็อกศักยภาพและสร้างองค์กรที่แข็งแกร่งในยุคดิจิทัล

6 นาที

แท็กที่เกี่ยวข้อง