
SMT ปรับกลยุทธ์รุก Advanced Packaging และ Photonics รับการเติบโตของโครงสร้างพื้นฐาน AI
สรุปประเด็น
-
ยกระดับสู่ True Vertical Integration: SMT ปรับยุทธศาสตร์จาก EMS สู่ผู้ให้บริการเซมิคอนดักเตอร์ครบวงจร ครอบคลุม OSAT, EMS และ Photonics หนุนผลประกอบการครึ่งแรกปี 2569 โต 30%
-
รุก Advanced Packaging ตอบโจทย์ AI: เพิ่มขีดความสามารถด้าน Flip-Chip, ATE และ High Density Packaging (BGA/LGA/CSP) เพื่อรองรับความต้องการบรรจุชิปประมวลผลสูง
-
สร้างขีดความสามารถ Photonics: พัฒนา Wafer Processing และ PIC ตอบรับการส่งข้อมูลด้วยแสง (Optical Interconnect) รองรับการขยายตัวของ Data Center และ AI Infrastructure
-
เปิดโอกาส Supply Chain ไทย: หนุน SME ไทยในกลุ่ม Precision Engineering, Automation และ Cleanroom ยกระดับสู่ Specialized Supplier ในห่วงโซ่มูลค่าสูงระดับภูมิภาค
อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์กำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ เมื่อความต้องการชิปไม่ได้ขยายตัวเฉพาะในตลาดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั่วไป แต่กำลังถูกเร่งด้วยการลงทุนใน AI, Data Center และ High-Performance Computing (HPC) ซึ่งต้องการทั้งประสิทธิภาพการประมวลผล ความหนาแน่นของชิป และการส่งข้อมูลที่รวดเร็วขึ้น
หนึ่งในบริษัทไทยที่กำลังปรับตำแหน่งทางธุรกิจเพื่อรับโอกาสดังกล่าวคือ บริษัท สตาร์ส ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SMT หลังรายงานผลประกอบการครึ่งแรกของปี 2569 มีรายได้รวม 1,313 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 51 ล้านบาท ขณะที่ไตรมาส 2 มีรายได้ 711 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 54% พร้อมกำไรสุทธิ 40 ล้านบาท
การเติบโตของตลาด AI ไม่ได้สร้างโอกาสเฉพาะผู้ผลิตชิป แต่กำลังขยายความต้องการไปยัง Advanced Packaging, Testing และ Photonics ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของโครงสร้างพื้นฐานเซมิคอนดักเตอร์ยุคใหม่
จาก EMS สู่การเพิ่มขีดความสามารถตลอดห่วงโซ่การผลิต
ทิศทางสำคัญของ SMT คือการขยายขีดความสามารถจากธุรกิจ Electronic Manufacturing Services (EMS) ไปสู่บริการด้านเซมิคอนดักเตอร์ที่ครอบคลุมมากขึ้น โดยวางโครงสร้างธุรกิจผ่าน 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ OSAT, EMS และ Photonics
แนวทางดังกล่าวสะท้อนความพยายามในการเพิ่มมูลค่าจากการรับจ้างผลิตหรือประกอบชิ้นส่วน ไปสู่การให้บริการที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการผลิตเซมิคอนดักเตอร์หลายขั้นตอน ตั้งแต่ Wafer Processing, Assembly และ Testing ไปจนถึง System Build
สำหรับธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์ การมีความสามารถครอบคลุมหลายกระบวนการช่วยให้บริษัทสามารถตอบโจทย์ลูกค้าที่ต้องการบริการเฉพาะทางมากขึ้น และเปิดทางสู่ตลาดที่มีข้อกำหนดด้านคุณภาพ ความแม่นยำ และ Traceability สูง
Advanced Packaging กลายเป็นสมรภูมิใหม่ของชิป AI
หนึ่งในเทคโนโลยีที่ SMT ให้ความสำคัญคือ Advanced Packaging และ Flip-Chip ซึ่งมีบทบาทเพิ่มขึ้นตามความต้องการชิปประสิทธิภาพสูง
บริษัทได้เพิ่มขีดความสามารถของระบบ Automatic Testing Equipment (ATE) รวมถึงการรองรับ High Density Packaging สำหรับผลิตภัณฑ์ประเภท BGA, LGA และ CSP
การลงทุนในส่วนนี้มีความสำคัญต่ออุตสาหกรรม AI เพราะเมื่อประสิทธิภาพของชิปสูงขึ้น การออกแบบและบรรจุชิปก็มีบทบาทมากขึ้นในการจัดการเรื่อง พื้นที่ ความร้อน การเชื่อมต่อ และประสิทธิภาพในการส่งข้อมูล
ดังนั้น การแข่งขันของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ในปัจจุบันจึงไม่ได้อยู่ที่การผลิตตัวชิปเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงความสามารถในการ Package และ Test ให้เหมาะสมกับการใช้งานของลูกค้าแต่ละกลุ่ม
ในยุค AI “การบรรจุชิป” ไม่ได้เป็นเพียงขั้นตอนปลายทางของการผลิต แต่กำลังกลายเป็นหนึ่งในปัจจัยที่กำหนดประสิทธิภาพของระบบประมวลผลโดยรวม
Photonics กับโอกาสจาก Optical Interconnect
อีกหนึ่งพื้นที่ที่ SMT กำลังสร้างขีดความสามารถคือ Photonics ซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับการส่งข้อมูลด้วยแสง และมีความสำคัญต่อโครงสร้างพื้นฐาน Data Center ที่ต้องรองรับปริมาณข้อมูลจำนวนมาก
SMT ได้พัฒนาความสามารถด้าน Wafer Processing เพื่อรองรับ Photonic Integrated Circuit (PIC) พร้อมติดตั้งเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับ Wafer-Level Serialization และ Automated Optical Inspection (AOI) เพื่อเพิ่มความแม่นยำและการตรวจสอบย้อนกลับในกระบวนการผลิต
ทิศทางนี้สอดคล้องกับการเติบโตของ Optical Interconnect ซึ่งมีบทบาทในการเชื่อมต่ออุปกรณ์ประมวลผลและเครือข่ายภายใน Data Center โดยเฉพาะเมื่อระบบ AI ต้องรับส่งข้อมูลระหว่างหน่วยประมวลผลในระดับที่สูงขึ้น
สำหรับผู้ผลิตไทย การเริ่มสร้างความสามารถด้าน Photonics จึงมีนัยสำคัญ เพราะเป็นการขยายขอบเขตจากอิเล็กทรอนิกส์แบบดั้งเดิมไปสู่ เทคโนโลยีการสื่อสารข้อมูลความเร็วสูง
AI Infrastructure กำลังเปลี่ยนโครงสร้างความต้องการของอุตสาหกรรม
การเติบโตของ AI ส่งผลให้ห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดักเตอร์มีความต้องการที่ซับซ้อนขึ้น ตั้งแต่ ชิปประมวลผล หน่วยความจำ ระบบระบายความร้อน อุปกรณ์เครือข่าย ไปจนถึง Optical Interconnect และ Advanced Packaging
สิ่งที่เกิดขึ้นจึงไม่ใช่เพียงการเพิ่มจำนวน Data Center แต่เป็นการลงทุนใน AI Infrastructure ที่ต้องการเทคโนโลยีและผู้ผลิตเฉพาะทางเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
สำหรับ SMT การขยับเข้าสู่ Advanced Packaging และ Photonics จึงสามารถมองได้ว่าเป็นการเตรียมขีดความสามารถให้สอดคล้องกับโครงสร้างอุปสงค์ของอุตสาหกรรมในอนาคต มากกว่าการพึ่งพาตลาดอิเล็กทรอนิกส์แบบดั้งเดิมเพียงอย่างเดียว
โอกาสต่อยอดสู่ Supply Chain ไทย
การขยายกำลังการผลิตและเทคโนโลยีของผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์ยังมีโอกาสสร้างผลต่อเนื่องไปยัง Supply Chain ในประเทศ
โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่มีความเชี่ยวชาญด้าน Precision Engineering, Automation, Cleanroom, Industrial Maintenance และชิ้นส่วนความแม่นยำสูง ซึ่งสามารถพัฒนาศักยภาพเพื่อรองรับความต้องการของผู้ผลิตระดับ Tier-1 และ Tier-2
อย่างไรก็ตาม การเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดักเตอร์ไม่ได้แข่งขันกันด้วยราคาเพียงอย่างเดียว แต่ต้องมีทั้ง Quality Control, Traceability, Reliability, Delivery Performance และมาตรฐานการผลิต ที่สอดคล้องกับข้อกำหนดของอุตสาหกรรม
นี่จึงเป็นโอกาสของ SME ไทยในการยกระดับจากผู้รับจ้างผลิตทั่วไปไปสู่ Specialized Supplier ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านและสร้างมูลค่าเพิ่มได้สูงขึ้น
การขยายตัวของ Semiconductor Supply Chain ไม่ได้สร้างโอกาสเฉพาะบริษัทผู้ผลิตชิป แต่เปิดพื้นที่ให้ SME ไทยที่มีความเชี่ยวชาญด้าน Precision Engineering, Automation และ Advanced Manufacturing เข้าไปอยู่ในห่วงโซ่มูลค่าได้มากขึ้น
จากการฟื้นตัวของผลประกอบการ สู่การสร้างตำแหน่งในตลาดใหม่
ผลประกอบการครึ่งแรกของปี 2569 จึงเป็นเพียงส่วนหนึ่งของภาพการเปลี่ยนผ่านของ SMT สิ่งที่น่าสนใจในเชิงกลยุทธ์คือการที่บริษัทกำลังพยายามสร้าง Technology Capability ใหม่เพื่อรองรับตลาดที่มีแนวโน้มเติบโตจาก AI และ Data Center
โจทย์สำคัญต่อจากนี้จึงอยู่ที่ความสามารถในการเปลี่ยนการลงทุนด้านเทคโนโลยีให้กลายเป็น รายได้จากผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่มสูง การรักษาฐานลูกค้า และการขยายตลาดใหม่ ได้อย่างต่อเนื่อง
หากการพัฒนาขีดความสามารถด้าน Advanced Packaging, Wafer Processing, Testing และ Photonics สามารถเชื่อมโยงกับความต้องการของลูกค้าได้สำเร็จ ก็จะช่วยให้ SMT มีโอกาสขยับไปสู่พื้นที่ที่มีความซับซ้อนทางเทคโนโลยีสูงขึ้น
ในภาพใหญ่ การเคลื่อนไหวของ SMT ยังสะท้อนทิศทางที่สำคัญของอุตสาหกรรมไทย นั่นคือการแข่งขันในยุคเซมิคอนดักเตอร์ไม่ได้วัดกันเพียงว่า “ผลิตได้มากแค่ไหน” แต่กำลังวัดกันที่ว่า “ผลิตอะไรได้ และสร้างมูลค่าเพิ่มได้มากเพียงใด”
โอกาสจาก AI สำหรับไทยอาจไม่ได้อยู่เพียงการดึง Data Center เข้ามาลงทุน แต่รวมถึงการสร้างผู้ผลิตและซัพพลายเออร์ในประเทศที่สามารถเข้าไปอยู่ในห่วงโซ่เทคโนโลยีที่มีมูลค่าสูงขึ้น
การปรับกลยุทธ์ของ SMT จึงเป็นกรณีศึกษาที่สะท้อนภาพการยกระดับอุตสาหกรรมไทยจาก การรับจ้างผลิต → Advanced Manufacturing → Technology-driven Manufacturing ซึ่งหากสามารถพัฒนาขีดความสามารถด้านเทคโนโลยี บุคลากร มาตรฐาน และ Supply Chain ไปพร้อมกัน จะเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการเพิ่มบทบาทของไทยในห่วงโซ่เซมิคอนดักเตอร์ระดับภูมิภาค
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดาต้าเซ็นเตอร์ ที่สร้างด้วยใบอนุญาต "โกดังสินค้า": ช่องว่างกฎหมายที่กำลังสะสมเป็นความเสี่ยงของนักลงทุนเอง
เจาะลึกวิเคราะห์โครงการดาต้าเซ็นเตอร์ในไทยที่มีคำขอลงทุนเฉียด 8 แสนล้านบาท แต่ส่วนใหญ่เลี่ยงจัดทำ EIA ผ่านใบอนุญาตคลังสินค้า สะท้อนความเสี่ยงเชิงกฎหมายที่อาจกระทบทั้งชุมชนและนักลงทุน พร้อมเปิดบทเรียนจากต่างประเทศและทิศทางการปรับปรุงกฎระเบียบของภาครัฐ

ไทย-เกาหลีใต้ ร่วมพัฒนาเทคโนโลยีโฟโตนิกส์ หนุนเศรษฐกิจนวัตกรรม
ประเทศไทยและสาธารณรัฐเกาหลีใต้กำลังร่วมกันผลักดันการพัฒนา เทคโนโลยีโฟโตนิกส์ ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ การเคลื่อนไหวเชิงกลยุทธ์นี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของทั้งสองประเทศในการยกระดับงานวิจัยและนวัตกรรมสู่เศรษฐกิจดิจิทัลเต็มรูปแบบ ตลอดจนเสริมสร้างศักยภาพทางเศรษฐกิจในยุคที่เทคโนโลยีขั้นสูงเป็นตัวชี้วัดขีดความสามารถในการแข่งขันระดับโลก

ส่งออกไทย 2569 โต 24.3% สูงสุดรอบ 56 เดือน รับแรงหนุน AI ลุ้นทั้งปีขยายตัว 15%
ส่งออกไทยเดือน ส.ค. 2569 พุ่งแตะ 34,618.7 ล้านดอลลาร์ ขยายตัวสูงสุดในรอบ 56 เดือน รับแรงหนุนจากความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และ AI ส่งผลให้ยอด 8 เดือนโต 18.9% ขณะที่ สนค. ลุ้นทั้งปีมีโอกาสขยายตัวถึง 15%

ส.อ.ท. ตั้ง War Room รับมือน้ำท่วม ขับเคลื่อนแผน 3R ฟื้นฟูโรงงานและเยียวยาผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรม
ส.อ.ท. จัดตั้ง War Room และขับเคลื่อนแผน 3R เพื่อรับมือสถานการณ์น้ำท่วม เยียวยาผู้ประกอบการ และเร่งฟื้นฟูโรงงานอุตสาหกรรม พร้อมมุ่งเน้นการปกป้อง Supply Chain ทั้งระบบ และประคับประคองสภาพคล่องของ SME ในห่วงโซ่อุปทาน เพื่อช่วยให้ภาคธุรกิจสามารถกลับมาดำเนินการได้อย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง

WHAUP ขยายการลงทุนธุรกิจสาธารณูปโภคและพลังงาน ชูระบบ Reclamation Water และ Direct PPA
ถอดกลยุทธ์ WHAUP ทุ่มงบ 2,900 ล้านบาท ปักหมุดโครงสร้างพื้นฐานยุคเปลี่ยนผ่าน ชูไฮไลต์เทคโนโลยี Reclamation Water ตอบโจทย์ Water Positive ควบคู่เตรียมพร้อม Direct PPA รับกระแส Data Center และ New S-Curve ตอกย้ำบทบาทผู้ขับเคลื่อนพลังงานหมุนเวียนและมาตรฐาน ESG สู่ระดับสากล

รัฐบาลไทยขับเคลื่อนอุตสาหกรรมโฟโตนิกส์ รับเมกะเทรนด์ AI และ Data Center
กระทรวง อว. เดินหน้าผลักดันไทยสู่ศูนย์กลางการผลิต "ชิปโฟโตนิกส์" (Photonic chips) ด้วยเงินลงทุนที่ต่ำกว่าเซมิคอนดักเตอร์ทั่วไปถึง 30 เท่า เพื่อรองรับเมกะเทรนด์ AI และ Data Center พร้อมเปิดโอกาสทองให้ SMEs ไทย
