
รู้ก่อนใคร! พิมพ์เขียว "กฎหมาย AI" การปฏิวัติดิจิทัลเปลี่ยนอนาคตของธุรกิจไทย
กระแสการพัฒนา เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่กำลังรุดหน้าอย่างก้าวกระโดดทั่วโลก ประเทศไทยกำลังเดินหน้าสู่การมีกรอบกฎหมายควบคุมและส่งเสริมนวัตกรรม AI เป็นครั้งแรก โดยสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ ETDA (เอ็ตด้า) ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อร่างหลักการของกฎหมายว่าด้วยปัญญาประดิษฐ์ นับเป็นความพยายามครั้งสำคัญในการวางรากฐานกฎระเบียบระหว่างการส่งเสริมนวัตกรรมและการคุ้มครองสังคมจากความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น
ปัจจุบัน เทคโนโลยี AI ได้กลายเป็นเทคโนโลยีสำคัญที่มีบทบาทในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการพัฒนาสังคมของประเทศ สร้างโอกาสมหาศาลในการยกระดับประสิทธิภาพทั้งในภาคอุตสาหกรรม ภาครัฐ และคุณภาพชีวิตของประชาชน แต่ในขณะเดียวกัน ความท้าทายและความเสี่ยงที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีนี้ก็ไม่อาจมองข้าม ไม่ว่าจะเป็นประเด็นด้านความเป็นส่วนตัวของข้อมูล ความปลอดภัย การเลือกปฏิบัติ ตลอดจนผลกระทบต่อการจ้างงานและจริยธรรมของสังคม
ย้อนกลับไป ประเทศไทยเคยมีความพยายามในการร่างกฎหมายเกี่ยวกับ AI มาแล้ว 2 ฉบับ ได้แก่
1.ร่างพระราชกฤษฎีกาการประกอบธุรกิจบริการที่ใช้งานระบบปัญญาประดิษฐ์ โดยศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยภายใต้การจ้างของสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
2.ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการส่งเสริมและสนับสนุนนวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์แห่งประเทศไทย โดยสถาบันวิจัยและให้คำปรึกษาแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ภายใต้การจ้างของ ETDA
อย่างไรก็ตาม ร่างกฎหมายทั้งสองฉบับถูกพัฒนาขึ้นในช่วงเวลาที่เทคโนโลยี Generative AI ยังไม่แพร่หลายเหมือนปัจจุบัน
ล่าสุด ETDA ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมให้ทบทวนร่างกฎหมายทั้งสองฉบับ เพื่อให้สอดคล้องกับความก้าวหน้าของเทคโนโลยี AI และบริบทปัจจุบัน จึงนำมาสู่การนำเสนอร่างหลักการของกฎหมายว่าด้วยปัญญาประดิษฐ์ฉบับใหม่
สาระสำคัญของร่างกฎหมาย AI
ร่างหลักการฉบับนี้มีสาระสำคัญที่น่าสนใจ โดยมุ่งเน้นการวางกรอบทางกฎหมายเกี่ยวกับการพัฒนาและการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ที่ให้ความสำคัญกับการจัดการความเสี่ยง โดยแบ่งเป็น "ปัญญาประดิษฐ์ความเสี่ยงต้องห้าม" ซึ่งจะถูกห้ามนำมาประยุกต์ใช้โดยเด็ดขาด และ "ปัญญาประดิษฐ์ความเสี่ยงสูง" ที่จะต้องอยู่ภายใต้มาตรการกำกับดูแลพิเศษ
ทั้งนี้ ร่างกฎหมายไม่ได้กำหนดรายการสิ่งที่จะนับเป็นปัญญาประดิษฐ์ความเสี่ยงต้องห้ามหรือความเสี่ยงสูงไว้ตายตัว แต่จะวางกรอบอำนาจให้หน่วยงานที่บังคับใช้กฎหมายและหน่วยงานกำกับดูแลในแต่ละภาคส่วนร่วมกันกำหนดกรณีที่มีความเสี่ยงได้อย่างเหมาะสม ซึ่งแนวทางนี้น่าจะช่วยให้เกิดความยืดหยุ่นและตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีได้ดีกว่า
วางกรอบบริหารจัดการความเสี่ยง
สำหรับปัญญาประดิษฐ์ความเสี่ยงสูง ร่างหลักการได้วางกรอบของ "การบริหารจัดการความเสี่ยง" ที่ชัดเจนเพื่อลดต้นทุนจากความไม่แน่นอนทางกฎหมาย และกำหนดให้ผู้ให้บริการ AI ความเสี่ยงสูงที่ไม่ได้ตั้งอยู่ในประเทศไทยต้องมีผู้แทนทางกฎหมายในไทย รวมทั้งกำหนดหน้าที่ในการแจ้งเหตุร้ายแรงที่เกิดขึ้นจาก AI ของตน เพื่อให้เกิดความรับผิดชอบและความโปร่งใส
ส่วนหลักการพื้นฐานที่สำคัญในร่างกฎหมายนี้ ได้แก่ การไม่เลือกปฏิบัติต่อการกระทำที่มาจาก AI เพียงเพราะไม่มีการแทรกแซงจากมนุษย์ หลักการที่ถือว่า AI เป็นเพียงเครื่องมือของมนุษย์ และหลักการว่าด้วยข้อยกเว้นเกี่ยวกับการกระทำที่เกิดขึ้นจาก AI โดยไม่สามารถคาดหมายได้อย่างสมเหตุสมผล
มาตรการส่งเสริม เทคโนโลยี AI
ที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือมาตรการส่งเสริมที่ร่างกฎหมายเสนอ ได้แก่ การกำหนดข้อยกเว้นเกี่ยวกับการใช้ข้อมูลที่มีลิขสิทธิ์ตามหลักการ Text and Data Mining และการมีสนามทดสอบ (Sandbox) ที่เปิดโอกาสให้ใช้ข้อมูลส่วนบุคคลในการพัฒนาหรือทดสอบ AI ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด นอกจากนี้ ยังมีการเสนอให้จัดตั้งศูนย์ธรรมาภิบาลปัญญาประดิษฐ์ (AI Governance Clinic) เพื่อสนับสนุนการดำเนินการตามกฎหมายในเชิงปฏิบัติการและเทคนิค
ร่างหลักการดังกล่าวยังมีประเด็นอื่นๆ ที่อยู่ระหว่างการขอรับฟังความเห็นเพิ่มเติม เช่น การรับรองสิทธิของผู้ที่อาจได้รับผลกระทบจาก AI ความเสี่ยงสูง การกำกับดูแลเนื้อหาที่ AI สร้างขึ้น การกำหนดหน้าที่เพิ่มเติมสำหรับโมเดล Generative AI และการกำหนดความผิดอาญาสำหรับการสร้างเนื้อหาที่เป็นสื่อลามกหรือสร้างความเท็จในการเลือกตั้ง
การพัฒนากรอบกฎหมายว่าด้วยปัญญาประดิษฐ์ของไทยในครั้งนี้ สะท้อนความตื่นตัวและความพยายามของภาครัฐในการเตรียมความพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี โดยมุ่งสร้างสมดุลระหว่างการส่งเสริมนวัตกรรมและการคุ้มครองสังคม ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของประเทศไทยในการก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัลอย่างมั่นคงและยั่งยืน
การรับฟังความคิดเห็นต่อร่างหลักการกฎหมายว่าด้วยปัญญาประดิษฐ์ในครั้งนี้ จึงเป็นโอกาสสำคัญสำหรับทุกภาคส่วนที่จะมีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางการพัฒนาและการกำกับดูแล AI ของประเทศ เพื่อให้ได้กฎหมายที่มีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับบริบทของประเทศ และเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย อันจะนำไปสู่การใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี AI อย่างสร้างสรรค์และรับผิดชอบต่อไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

จากการค้าสู่ AI 'ไทย-จีน' ต่อยอดความร่วมมือหลากมิติ สร้างพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีไทย เยือนจีนอย่างเป็นทางการ เข้าร่วมประชุมปัญญาประดิษฐ์โลก (WAIC) 2026 ณ นครเซี่ยงไฮ้ พร้อมนำคณะเข้าเยี่ยมชมบริษัทหุ่นยนต์ชั้นนำ AgiBot เพื่อเรียนรู้เทคโนโลยีขั้นสูง มุ่งต่อยอดความร่วมมือทวิภาคีด้านการค้า การลงทุน และผลักดันไทยสู่ศูนย์กลาง AI แห่งอาเซียน

FDI โลกกำลังเขียนแผนที่ใหม่ ไทยต้องรู้ว่าตัวเองอยู่ตรงไหนในเกมการลงทุนยุค AI และพลังงานสะอาด
วิเคราะห์ทิศทาง FDI โลกจากข้อมูลธนาคารโลก เมื่อเงินทุนไหลสู่ AI และพลังงานสะอาด ไทยต้องปรับตัวยังไงไม่ให้หลุดจากแผนที่การลงทุนโลก

เพิ่มศักนภาพ SMEs ด้วย GenAI
Generative AI (GenAI) กำลังเพิ่มศักยภาพให้ธุรกิจขนาดเล็ก (SME) โดยช่วยลดต้นทุนและสร้างโอกาสใหม่ๆ เทคโนโลยีนี้ถูกนำมาใช้สร้างสรรค์เนื้อหาทางการตลาดคุณภาพสูง เช่น โฆษณา, ข้อความ, รูปภาพ, เพลง และวิดีโอ ด้วยต้นทุนที่ต่ำกว่าวิธีดั้งเดิม นอกจากนี้ GenAI ยังช่วยวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับลูกค้าและตลาด ทำให้ SME เข้าถึงเครื่องมือและข้อมูลที่เคยจำกัดอยู่เฉพาะในบริษัทขนาดใหญ่ ช่วยลดความเหลื่อมล้ำและเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน

“ผู้นำด้าน AI” กับเดิมพันค่าตอบแทน 1 ล้านล้านดอลลาร์
Tesla เปิดศักราชใหม่ด้วยแผนค่าตอบแทนสูงสุด 1 ล้านล้านดอลลาร์ให้ Elon Musk หากบรรลุเป้าหมายสุดโหดภายใน 10 ปี เช่น ผลิตรถ 20 ล้านคัน เปิด Robotaxi 1 ล้านคัน และเพิ่มมูลค่าบริษัทเป็น 8.5 ล้านล้านดอลลาร์ พร้อมก้าวสู่การเป็นผู้นำด้าน AI และหุ่นยนต์

เครือสหพัฒน์ขยายการลงทุนและเทคโนโลยีผ่านความร่วมมือ 20 ฉบับ
การลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) มากกว่า 20 ฉบับของเครือสหพัฒน์ ซึ่งนับเป็นสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในงานสหกรุ๊ป แฟร์ & เฟส ครั้งที่ 30 แสดงให้เห็นถึงทิศทางกลยุทธ์องค์กรที่มุ่งเน้นการปรับตัวและสร้างความแข็งแกร่งอย่างมีนัยสำคัญในสภาวะตลาดที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

NEA Expert Talk เสียงจริงจากมือโปร DITP ฟรี! ถอดบทเรียนส่งออกดิจิทัล AI E-commerce 6 ส.ค. 2569
DITP จัด NEA Expert Talk: เสียงจริงจากมือโปร 6 สิงหาคม 2569 เวลา 13.00-16.15 น. ผ่าน Facebook Live ฟรี รวมผู้เชี่ยวชาญ Cross-Border E-commerce Export Logistics และ AI สำหรับผู้ประกอบการส่งออกยุคดิจิทัล
